การสมรสเพศเดียวกันในสหรัฐ

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ค.ศ. 2015 สหรัฐอเมริกาได้กลายเป็นประเทศที่ 21 และประเทศที่มีประชากรมากที่สุดของโลกที่การสมรสเพศเดียวกันชอบด้วยกฎหมาย[1] ภายหลังจากคดีโอเบอร์เกอเฟล วี. ฮ็อดเจสภายใต้ศาลสูงสุดสหรัฐอเมริกา[2][3] ในคดีดังกล่าวศาลได้พิพากษาว่าการปฏิเสธการออกทะเบียนสมรสให้แก่คู่ครองเพศเดียวกันเป็นการขัดต่อหลักกระบวนการอันควรแห่งกฎหมายและหลักการคุ้มครองความเสมอภาคตามบทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 14 ของรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา คำพิพากษาดังกล่าวเป็นการกลับคำพิพากษาในคดีก่อน ซึ่งก็คือเบเคอร์ วี. เนลสัน

สถานะทางกฎหมายของ
ความสัมพันธ์เพศเดียวกัน
การสมรส
มีประกอบการสมรส
รับรองการสมรส
  1. อาจจดทะเบียนในอารูบา กือราเซา และซินต์มาร์เติน
  2. เมื่อได้ประกอบการสมรสในรัฐของเม็กซิโกที่อนุญาตการสมรสเพศเดียวกัน

*ยังไม่มีผลใช้บังคับ

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2003 เป็นต้นมา การสมรสเพศเดียวกันนั้นชอบด้วยกฎหมายด้วยคำพิพากษาของศาลล่าง การออกกฎหมายโดยรัฐ และการออกเสียงประชามติในระดับที่แตกต่างกันไปในรัฐกว่า 37 รัฐจากทั้งหมด 50 รัฐของสหรัฐอเมริกา รวมทั้งดินแดนอีกหนึ่งแห่งและเขตปกครองพิเศษโคลัมเบีย ส่วนสิทธิประโยชน์ในระดับสหพันธรัฐก็ได้ขยายออกครอบคลุมคู่ครองเพศเดียวกันที่ได้สมรสแล้วด้วยผลของคดียูไนเต็ดสเตท วี. วินด์เซอร์ เมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2013 ที่ผ่านมา

ประวัติแก้ไข

การเคลื่อนไหวเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิในการสมรสของพลเมืองและสิทธิประโยชน์ของคู่ครองเพศเดียวกันในสหรัฐอเมริกาเริ่มต้นขึ้นในช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1970[4] แต่ในคดีเบเคอร์ วี. เนลสัน เมื่อปี ค.ศ. 1971 ศาลสูงสุดรัฐมินนิโซตาได้ปฏิเสธสิทธิดังกล่าวด้วยเหตุผลที่ว่าการกำเนิดและการเลี้ยงดูเป็นสาระสำคัญของสถาบันการแต่งงาน และต่อมาศาลสูงสุดแห่งสหรัฐอเมริกาก็ได้ปฏิเสธคำขออุทธรณ์ในคดีดังกล่าว ก่อให้เกิดเป็นหลักกฎหมายจากคำพิพากษาของศาลในเวลาต่อมา ประเด็นดังกล่าวไม่ได้เป็นประเด็นที่กล่าวถึงในการเมืองของสหรัฐอเมริกาจนกระทั่งปี ค.ศ. 1993 เมื่อศาลสูงสุดรัฐฮาวายได้มีคำวินิจฉัยว่าการที่รัฐห้ามสิทธิในการสมรสของบุคคลเพศเดียวกันเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญรัฐฮาวายในคดีเบร์ วี. เลวิน เมื่อโลกได้ก้าวเข้าสู่คริสต์ศตวรรษที่ 21 จำนวนผู้คนที่สนับสนุนการสมรสเพศเดียวกันได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก และผลสำรวจในปี ค.ศ. 2011 พบว่าชาวอเมริกันเกินกว่าครึ่งสนับสนุนให้การสมรสเพศเดียวกันเป็นสิทธิที่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ. 2004 รัฐแมสซาชูเซตส์ได้กลายเป็นรัฐแรกของสหรัฐอเมริกาและเขตอำนาจศาลที่ 6 ของโลกที่สิทธิในการสมรสเพศเดียวกันชอบด้วยกฎหมาย ภายหลังจากคำวินิจฉัยของศาลสูงสุดรัฐแมสซาชูเซตส์ในคดีกูดริดจ์ วี. ดีพาร์ทเมนท์ออฟพับลิกเฮลธ์เมื่อหกเดือนก่อนหน้า ต่อมาเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ค.ศ. 2012 บารัค โอบามาได้กลายเป็นประธานาธิบดีคนแรกระหว่างดำรงตำแหน่งที่ประกาศตนสนับสนุนให้การสมรสเพศเดียวกันนั้นชอบด้วยกฎหมาย และต่อมาในวันที่ 6 พฤศจิกายน ค.ศ. 2012 รัฐเมน แมรีแลนด์ และวอชิงตันได้กลายเป็นรัฐแรกของสหรัฐอเมริกาที่ได้อนุญาตการสมรสเพศเดียวกันผ่านการลงคะแนนเสียงโดยประชาชน

ก่อนคดีโอเบอร์เกอเฟลแก้ไข

ประเด็นทางกฎหมายแก้ไข

การอภิปรายโต้แย้งแก้ไข

หลังกรณีคำตัดสินของศาลในคดีที่ให้มีการยอมรับการแต่งงานของคนเพศเดียวกันครอบคลุมทุกรัฐของสหรัฐ (คดีระหว่างโอเบอร์กะเฟลกับฮ็อดจิส) เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ค.ศ. 2015

เคน แพกดัน อัยการสูงสุดของรัฐเท็กซัส และ แดน แพทริก รองผู้ว่าการรัฐเท็กซัส ได้เขียนในจดหมายระบุว่าคำตัดสินของศาลขัดกับ "สิทธิในการนับถือศาสนา" ทำให้พนักงานของรัฐสามารถปฏิเสธการออกใบทะเบียนสมรสหรือปฏิสิธการจัดพิธีแต่งงานกับคนรักเพศเดียวกันได้หากขัดต่อหลักศาสนา โดยแพกตันยังกล่าวเสริมว่าหากนักบวชหรือเจ้าหน้าที่เองเต็มใจให้จัดพิธีสมรสหรือบริการพวกเขาก็ย่อมได้

สื่ออลาบามาพับลิกเรดิโอระบุว่า กลุ่มผู้ต่อต้านการแต่งงาของคนรักเพศเดียวกันมีแผนการผลักดันผ่านสภาของรัฐให้ออกกฎหมายคุ้มครองผู้ประกอบการธุรกิจให้พวกเขามีสิทธิปฏิเสธจะบริการแก่คู่รักเพศเดียวกัน ทั้งนี้ยังมีการตีความคำตัดสินของศาลโดย มาร์ซี ฮามิลตัน นักกฎหมายจากมหาวิทยาลัยเยชีวา ซึ่งเธออ้างว่าคำตัดสินของศาลสูงสุดงดเว้นโบสถ์และนักบวชให้ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามหากไม่ต้องการบริการคู่รักเพศเดียวกัน

ทางด้านแอนโธนี เคนเนดี หนึ่งในผู้พิพากษาคดี Obergefell v. Hodges ระบุไว้ในคำตัดสินว่า กลุ่มศาสนายังคงมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญในการแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการแต่งงานของคนรักเพศเดียวกันได้ตามบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 1[5]

ความเห็นสาธารณะแก้ไข

ผลของการสมรสเพศเดียวกันแก้ไข

บรรทัดฐานคำพิพากษาของศาลแก้ไข

คดีความในศาลแก้ไข

ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. "U.S. 21st country to allow same-sex marriage nationwide". CNN. June 26, 2015.
  2. Liptak, Adam. "Same-Sex Marriage Is a Right, Supreme Court Rules, 5-4". New York Times. สืบค้นเมื่อ 26 มิถุนายน ค.ศ. 2015.
  3. "Obergefell et al. v. Hodges, Director, Ohio, Department of Health, et al" (PDF). supremecourt.gov. สืบค้นเมื่อ 26 มิถุนายน ค.ศ. 2015.
  4. Gumbel, Andrew. "The Great Undoing?". The Advocate. สืบค้นเมื่อ 9 กรกฎาคม ค.ศ. 2012.
  5. การต่อสู้ยังไม่จบ เกิดข้อถกเถียงในสหรัฐฯ หลังศาลไฟเขียวแต่งงานคนรักเพศเดียวกัน

บรรณานุกรมแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข