เปิดเมนูหลัก

กะท่าง (อังกฤษ: Himalayan newt; ชื่อวิทยาศาสตร์: Tylototriton verrucosus) เป็นสิ่งมีชีวิตที่จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง ชั้นสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก เป็นสัตว์จำพวกนิวต์ หรือ ซาลาแมนเดอร์ขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ได้ทั้งบนบกและในน้ำ เพียงชนิดเดียวที่พบได้ในประเทศไทย

ลักษณะแก้ไข

มีรูปร่างสีน้ำตาลคล้ำ มีแต้มสีส้มเหลืองบนส่วนปากและปุ่มบนแผ่นหลังและหางสีส้ม ด้านใต้ท้องสีออกส้มจนถึงสีน้ำตาลเหลือง ความยาวประมาณ 13-15 เซนติเมตร นิ้วเท้าหน้ามี 4 นิ้ว นิ้วเท้าหลังมี 5 นิ้ว มีลักษณะพิเศษคือ เมื่อขาหรือหางขาดไป สามารถงอกใหม่ได้ โดยจะอาศัยในลำธารตามเชิงเขา มีอาณาบริเวณแคบ ๆ มีต้นไม้ใหญ่ เช่น ยาง, ไทร, กระบาก, มะไฟ, มะกอกป่า และเถาวัลย์ขึ้นปกคลุม

ในฤดูผสมพันธุ์ตกอยู่ในราวเดือนกันยายนจนถึงตุลาคม กะท่างโตเต็มวัยเมื่ออายุได้ 2 ปี จะมารวมกลุ่มเพื่อการผสมพันธุ์กันตามแอ่งน้ำนิ่งตามลำธาร ตัวเมียจะวางไข่ติดอยู่กับพืชน้ำ ไข่มีสีเทาดำห่อหุ้มด้วยวุ้นใส เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5.5 มิลลิเมตร ใช้เวลาฟักเป็นตัวประมาณ 16-20 วัน ที่อุณหภูมิประมาณ 19-20 องศาเซลเซียส และตัวอ่อนที่อาศัยอยู่ในน้ำจะมีเหงือกเป็นพู่เห็นได้ภายนอกจำนวน 3 คู่ ตัวอ่อนกินลูกอ๊อดและแมลงน้ำเป็นอาหาร ใช้เวลาประมาณ 60 วัน จึงมีสภาพเหมือนตัวเต็มวัย[2]

การกระจายพันธุ์แก้ไข

ในประเทศไทย พบอาศัยอยู่ตามภูเขาสูงในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เช่นที่ ดอยอินทนนท์, ดอยเชียงดาว, ดอยสุเทพ-ปุย และดอยอ่างขางในจังหวัดเชียงใหม่, ภูหลวงในจังหวัดเลย, น้ำตกแม่สุรินทร์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน, ดอยภูคาในจังหวัดน่าน และดอยสอยมาลัย ในจังหวัดตาก[3] พบอยู่ในระดับสูง 1,200-2,000 เมตร ในป่าดงดิบเขา

ในต่างประเทศพบที่รัฐสิกขิม, พม่าตอนเหนือ, แคว้นฉานตอนใต้, ยูนนานภาคตะวันตก และภาคเหนือของลาว ในเวียดนามอาจจะสูญพันธุ์ไปแล้ว[1]

สถานะแก้ไข

สถานภาพของกะท่างในปัจจุบัน นับได้ว่าเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์แล้ว แม้ในบางพื้นที่ เช่น ที่จังหวัดขอนแก่นมีรายงานเมื่อไม่นานมานี้ว่า พบประชากรกะท่างในลำธารเป็นจำนวนมากก็ตาม อันเนื่องจากถูกรุกรานทางถิ่นที่อยู่อาศัย อีกทั้งถูกจับไปเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง เนื่องจากมีสีสันสวยงาม โดยเฉพาะตัวผู้ในฤดูผสมพันธุ์ แต้มสีส้มบนลำตัวจะชัดเจนมาก จนได้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า King salamander หรือ Emperor salamander (มักจะถูกเรียกรวมว่าเป็น ซาลาแมนเดอร์) เป็นที่ยอมรับของนักเลี้ยงสัตว์ว่า เป็นนิวต์ที่มีสีสันสวยงามที่สุดในโลก แต่ว่าการนำมาเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงมักไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากไม่อาจปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้

ปัจจุบัน กะท่างได้รับการประกาศให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 1 และกรมประมงได้ทำการวิจัยเพาะขยายพันธุ์กะท่างในที่เลี้ยงเป็นที่สำเร็จได้แล้ว แต่กระนั้นก็ยังต้องเลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่เป็นภูเขาสูงนั่นเอง

กะท่าง มีชื่อเรียกในภาษาเหนือว่า "จั๊กกิ้มน้ำ" หรือ "จั๊กคาก" ซึ่งแปลว่า "จิ้งจกน้ำ"[4]

นอกจากนี้แล้วในประเทศไทย ยังมีการแบ่งออกได้เป็นอีก 2 ชนิดใหม่ คือ กะท่างเหนือ (T. uyenoi) พบในดอยสูงของภาคเหนือ และกะท่างอีสาน (T. panhai) พบตามเทือกเขาสูงทางภาคอีสานและจังหวัดพิษณุโลก[5]

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 Peter Paul van Dijk, Guinevere Wogan, Michael Wai Neng Lau, Sushil Dutta, Tej Kumar Shrestha, Debjani Roy & Nguyen Quang Truong (2009). "Tylototriton verrucosus". IUCN Red List of Threatened Species. Version 2012.2. International Union for Conservation of Nature. สืบค้นเมื่อ 4 January 2013.
  2. "กะท่าง, จักกิ้มน้ำ, จักก่าน้ำ". สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า. 6 January 2014. สืบค้นเมื่อ 6 January 2014.
  3. "ยลโฉม ซาลาแมนเดอร์ บน ดอยสอยมาลัย เผยหาดูได้ยาก-สวยที่สุด". ช่อง 7. 1 July 2015. สืบค้นเมื่อ 1 July 2015.
  4. "กะท่าง, จักกิ้มน้ำ". สัตว์ป่าเมืองไทย. 6 January 2014. สืบค้นเมื่อ 6 January 2014.
  5. Kanto Nishikawa; Wichase Khonsue; Porrawee Pomchote; Masafumi Matsui (2013). "Two new species of Tylototriton from Thailand (Amphibia: Urodela: Salamandridae". Zootaxa. 3737 (3): 261–273.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข