เปิดเมนูหลัก

เดอะ ก็อดฟาเธอร์

(เปลี่ยนทางจาก The Godfather)

เดอะก็อดฟาเธอร์ (อังกฤษ: The Godfather) เป็นภาพยนตร์ ที่กำกับโดยฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา ออกฉายเมื่อปี ค.ศ. 1972 เกี่ยวกับครอบครัวมาเฟียชาวอิตาลี ชื่อคอร์เลโอเน ที่อพยพจากเมืองเล็กๆ ใกล้กับเมืองปาแลร์โม เมืองเอกของเกาะซิซิลี ไปอยู่ที่เมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยมีเนื้อเรื่องครอบคลุมช่วงทศวรรษ ค.ศ. 1945 - 1955 สร้างจากนวนิยายชื่อเดียวกัน ที่เขียนโดย มาริโอ พูโซ ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1969

The Godfather
ใบปิดภาพยนตร์
กำกับฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา
อำนวยการสร้างอัลเบิร์ต รุดดี
เขียนนวนิยาย:
มาริโอ พูโซ
บทภาพยนตร์:
มาริโอ พูโซ
ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา
นำแสดงมาร์ลอน แบรนโด
อัล ปาชิโน
เจมส์ คาน
โรเบิร์ต ดูวัล
ไดแอน คีตัน
จอห์น คาซาล
อัล มาร์ติโน
ทาเลีย ไชร์
ดนตรีประกอบนิโน โรตา
คาร์ไมน์ คอปโปลา
กำกับภาพกอร์ดอน วิลลิส
จำหน่าย/เผยแพร่พาราเมาท์
ฉาย15 มีนาคม ค.ศ. 1972
ความยาว175 นาที
ภาษาอังกฤษ, ซิซิลี, ละติน
งบประมาณ$6,500,000
รายได้$133,698,921
ต่อจากนี้The Godfather Part II
ข้อมูลจาก All Movie Guide
ข้อมูลจาก IMDb

เดอะก็อดฟาเธอร์ ได้รับการจัดอันดับโดยเว็บไซต์ IMDB ให้เป็นภาพยนตร์ยอดเยี่ยมอันดับสอง จาก 250 อันดับ[1] และถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 2 ของภาพยนตร์ยอดเยี่ยมตลอดกาลจัดลำดับโดยสถาบันภาพยนตร์อเมริกัน[2] จากการจัดลำดับใหม่ในปี2007


เนื้อเรื่องแก้ไข

เหตุการณ์ในภาพยนตร์เริ่มขึ้นในปี1945 ดอน วีโต คอร์เลโอเน(มาร์ลอน แบรนโด)เจ้าพ่อมาเฟียลือชื่อ ซึ่งมีหน้าที่เสมือนที่พึ่งพิงของผู้คนภายใต้สมญานาม"ก็อดฟาเธอร์"ได้จัดงานแต่งงานของคอนนี่ คอร์เลโอเนลูกสาวที่บ้านของตน และมีทอม เฮเก้น(โรเบิร์ต ดูวัล)ลูกบุญธรรมเป็นที่ปรึกษาและทนายประจำตัว จนกระทั่งจอร์นนี่ ฟอนเทน(อัล มาร์ติโน)ลูกบุญธรรมอีกคนของวีโตซึ่งมีอาชีพเป็นนักร้องในลาสเวกัส มาขอความช่วยเหลือจากวีโตให้เขาได้แสดงภาพยนตร์ซึ่งตัวเอกมีบทบาทใกล้เคียงกับตัวเขา วีโตรับปากและส่งทอมไปพบแจ๊ค วอลซ์ผู้กำกับภาพยนตร์ที่จอร์นนี่ต้องการแสดงที่ลาสเวกัสในวันรุ่งขึ้นเพื่อให้จอร์นนี่ได้แสดงหนัง แต่กลับถูกปฏิเสธและในวันรุ่งขึ้นวอลซ์ตื่นขึ้นมาพบกับหัวม้าตัวโปรดของเขากองอยู่บนเตียง เปรียบเสมือนการขู่เตือนเอาชีวิตจากตระกูลคอร์เลโอเนและจอร์นนี่ก็ได้แสดงหนังในที่สุด

ภายหลังจากที่ทอมกลับมาจากลาสเวกัสได้มีคำเชื้อเชิญจากซอลลอสโซ่นักค้ายาเสพที่ร่วมมือกับบรูโน่ ตาตาเลียลูกชายตระกูลมาเฟียอีกตระกูลหนึ่ง วีโตเข้าพบซอลลอสโซ่ในวันถัดมาและทราบจุดประสงค์ของซอลลอสโซ่คือต้องการให้วีโตร่วมลงทุนค้ายาเสพติดร่วมกับเขาเนื่องจากวีโตมีสหายเป็นตำรวจและนักการเมืองมากและตำรวจยังสนับสนุนธุรกิจบ่อนคาสิโนของวีโตอีกด้วย ซอลลอสโซ่จึงหวังให้มีตำรวจมาหนุนหลังเพื่อจะได้ไม่ต้องหลบซ่อนเวลาค้ายา แต่วีโต้ปฏิเสธข้อตกลงเนื่องจากเห็นว่ายาเสพติดจะทำให้ความมั่นคงของครอบครัวตนย่ำแย่ลงอีกทั้งตำรวจและนักการเมืองจะไม่สนับสนุนเขาอีกเมื่อเขาค้ายาซึ่งต่างไปกับธุรกิจคาสิโนของเขา แต่วีโตยังกังวลเรื่องซอลลอสโซว่ามีเรื่องปิดบังตนอยู่ จึงให้ลูก้า บราซี่สมุนของตนไปสืบเรื่องราวโดยแสร้งทำเป็นว่าไม่พอใจที่อยู่ใต้อำนาจของวีโตจึงขอมาร่วมลงทุนค้ายากับซอลลอสโซ่ แต่ซอลลอสโซ่รู้ทันจึงจัดการฆ่าบราซี่

ในวันเดียวกันคนขับรถประจำของวีโตอ้างว่าป่วย วีโตจึงให้เฟรโด้ลูกชายคนกลางซึ่งมีความคิดเชื่องช้ากว่าใครในบรรดาพี่น้องขับรถไปส่งเขาแทน ในขณะที่วีโตซื้อผลไม้อยู่ซอลลอสโซ่และบรูโน่ ตาตาเลียลอบยิงวีโตจนบาดเจ็บสาหัส เฟรโด้ที่อยู่แถวนั้นก็ไม่สามารถปกป้องพ่อได้เนื่องจากทำปืนของตนหล่นและวีโตได้รับบาดเจ็บสาหัส ซอลลอสโซ่ได้นำตัวทอมไปที่รังของตนเพื่อเจรจาให้ซันนี่(เจมส์ คาน)ลูกชายคนโตของวีโตทำข้อตกลงด้วยกันเนื่องจากซอลลอสโซ่เข้าใจว่าวีโตตายแล้ว ไมเคิล คอร์เลโอเน(อัล ปาชิโน)ลูกชายคนเล็กของวีโตรู้เรื่องว่าพ่อตนถูกลอบยิงจึงรีบกลับมาที่บ้านและพบว่าวีโตยังมีชีวิตอยู่ ไมเคิลจึงขับรถไปเยี่ยมพ่อที่โรงพยาบาลแต่มาถึงกลับพบว่าไม่มีใครเฝ้าพ่อของตนอยู่เลย และทราบว่ามีคำสั่งจากตำรวจให้สมุนของวีโตออกจากห้องพัก ไมเคิลกลัวว่าพวกตาตาเลียจะร่วมมือกับตำรวจเพื่อมาลอบฆ่าพ่อตน ไมเคิลจึงย้ายวีโตไปไว้ในห้องอีกห้องนึงและโทรบอกซันนี่ให้นำกำลังสมุนมาเฝ้าวีโต ซึ่งไม่นานหลังจากนั้นตำรวจนายหนึ่งชื่อแม็คคูสกี้เข้ามาลอบทำร้ายไมเคิลที่ยืนเฝ้าพ่ออยู่หน้าประตูโรงพยาบาลและกำลังจะบุกขึ้นไปแต่ก็ทันจังหวะที่สมุนของวีโตเข้ามาพอดี แม็คคูสกี้จึงไม่สามารถลอบฆ่าวีโต้ได้

เมื่อซันนี่รู้เรื่องจึงโกรธมากและสั่งให้ลูกน้องตนไปฆ่าบรูโน่ ตาตาเลีย พี่น้องคอร์เลโอเนเข้าประชุมปรึกษากันและคาดเดาว่าแม็คคูสกี้ได้เงินจากตาตาเลียและร่วมมือค้ายากับซอลลอสโซ่ อีกทั้งซอลลอสโซ่และแม็คคูสกี้ยังขอเจรจากับไมเคิลตามลำพัง ไมเคิลจึงเสนอตัวให้ตนลอบฆ่าทั้งสองคนซึ่งทุกคนก็เห็นด้วยเนื่องจากหากปล่อยซอลลอสโซ่และแม็คคูสกี้ไว้อาจไม่เป็นผลดี ซันนี่จึงให้ลูกน้องไปสืบว่าทั้งสองจะเจรจากับไมเคิลที่ใดจนได้ความมาว่าเป็นร้านอาหารอิตาเลียนแห่งหนึ่ง ซึ่งครีแมนซ่าลูกน้องตัวเอ้ของวีโตออกความเห็นให้ซ่อนปืนไว้ด้านหลังชักโครกโบราณของร้านอาหาร ซอลลอสโซ่และแม็คคูสกี้มานำตัวไมเคิลไปที่ร้านอาหารอิตาเลียนตามที่ลูกน้องซันนี่สืบทราบมา ทั้งสามเจรจากันได้ซักพักไมเคิลก้ขอตัวไปเข้าห้องน้ำและหยิบปืนออกมาจาชักโครกโบราณและออกไปยิงเข้าที่หัวของซอลลอสโซ่และแม็คคูสกี้ หลังจากนั้นข่าวเรื่องการลอบฆ่าของไมเคิลแพร่ออกไป ครีแมนซ่าจึงใช้แหล่งข่าวที่ตนมีรวมถึงหลักฐานและอำนาจอิทธิพลนำเสนอข่าวว่าแม็คคูสกี้ลอบค้ายากับซอลลอสโซ่ทำให้ไมเคิลหลุดพ้นข้อกล่าวหา แต่ไมเคิลเองก็ต้องลี้ภัยออกนอกประเทศเพื่อความปลอดภัยของตนเองตามคำแนะนำของพี่ๆ

ไมเคิลลี้ภัยไปยังอิตาลี เมืองคอร์เลโอเนบ้านเกิดของวีโต และได้พบรักกับหญิงที่ชื่ออะพอลโลเนียจนทั้งคู่ตัดสินใจแต่งงานกัน ทางด้านอเมริกาวีโตออกจากโรงพยาบาลมารักษาตัวที่บ้านพร้อมเข้าพบลูกๆและทราบเรื่องว่าไมเคิลเป็นคนฆ่าซอลลอสโซ่และแม็กคูสกี้ หลังจากนั้นเฟรโด้ได้ไปดูแลคาสิโนที่ลาสเวกัส วันหนึ่งซันนี่ได้ไปเยี่ยมคอร์นี่ที่บ้านและพบว่าคอนนี่ถูกคาร์โลสามีของเธอทำร้าย ซันนี่แค้นใจจึงไปทำร้ายคาร์โลและขู่ว่าหากทำร้ายน้องสาวเขาอีกเขาจะฆ่าคาร์โล ไม่นานหลังจากนั้นคอนนี่และคาร์โลทะเลาะกัน คอนนี่ถูกสามีเธอทำร้ายด้วยเข็มขัดเธอจึงโทรไปบอกซันนี่ เมื่อซันนี่รู่เรื่องก็โกรธมากและขับรถออกไปเพื่อไปฆ่าคาร์โล จนกระทั่งซันนี่ขับรถมาถึงทางด่วนก็ถูกกลุ่มคนปริศนารุมยิงจนตาย ทางไมเคิลเองเมื่อรู้ข่าวซันนี่จากอเมริกาก็รู้สึกเสียใจแต่ก็ไม่สามารถกลับประเทศได้ในตอนนี้ ไมเคิลได้รับคำแนะนำให้ย้ายออกจากเมืองคอร์ลิโอเนเพื่อความปลอดภัยและในวันที่ขนย้ายข้าวของอยู่นั่นเอง อะพอลโลเนียถูกระเบิดตายขณะเธอขับรถเพื่อเอาใจไมเคิล ซึ่งคนวางระเบิดก็คือสหายคนสนิทของไมเคิลที่หักหลังเขา ทำให้หลังจากนั้นไมเคิลแทบไม่เคยไว้ใจใครอีก

เมื่อวีโตรู้ว่าซันนี่ถูกฆ่าก็รู้สึกเสียใจมากแต่ก็ไม่อยากให้มีการแก้แค้นและจัดการประชุมร่วมกับหัวหน้าตระกูลมาเฟียอีก 5ก๊ก ในที่ประชุมวีโตสามารถจับผิดดอน ตาตาเลียได้ว่าเป็นแค่หุ่นเชิดของดอน บราซินี่หัวหน้าตระกูลบราซินี่ ภายหลังจากการประชุมวีโตได้บอกแก่ทอมว่าบราซินี่คือผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังและเป็นคนฆ่าซันนี่ ในที่สุดไมเคิลก็กลับอเมริกาและพบว่าหลังจากที่เขาฆ่าซอลลอสโซ่เกิดศึกระหว่างคอร์เลโอเนและตาตาเลียหลายครั้ง หนึ่งปีให้หลังไมเคิลไปหาเคย์ อดัม อดีตแฟนสาวของเขาและขอเคย์แต่งงาน วีโตแต่งตั้งให้ไมเคิลเป็นดอนคนใหม่มีอำนาจเทียบเท่าวีโตและมีวีโตเป็นที่ปรึกษา มีคาร์โลเป็นมือขวา และให้ทอมเป็นทนายส่วนตัว เนื่องจากตอนนี่คอร์เลโอเนถูกบราซินี่และตาตาเลียบีบให้พ้นจากอำนาจให้ไปอาศัยอยู่ที่รัฐเนวาดาจึงต้องรีบระงับศึกและแก้ปัญหาโดยเร็ว

ไมเคิลไปหาเฟรโด้ที่ลาส เวกัสเพื่อไปปรึกษาขอซื้อโรงแรมและบ่อนคาสิโนจากโมกรีน นักธุรกิจรายใหญ่ของลาสเวกัสที่ร่วมลงทุนธุรกิจกับเฟรโด้ แต่โมกรีนปฏิเสธที่จะขายโรงแรมและคาสิโนให้ไมเคิล และด่าทอไมเคิลทันทีหลังจากไมเคิลกล่าวว่าตนจะทำธุรกิจนี้ได้ดีกว่าโมกรีน ข้อเจรจาเป็นอันจบลงวันต่อมาไมเคิลจึงกลับนิวยอร์กและไปขอคำปรึกษาจากวีโต วีโตแนะนำให้ไมเคิลว่าบราซินี่จะจัดการประชุมขึ้นและจะมีการลอบสังหารไมเคิลในที่ประชุมจากฝีมือคนของคอร์เลโอเนเอง วีโตแนะนำเพิ่มว่าให้ไมเคิลระวังคนของคอร์เลโอเนที่มาติดต่อให้ไมเคิลประชุมสงบศึกกับบราซินี่คือคนทรยศ

และไม่นานหลังจากนั้นวีโตหัวใจวายตายขณะที่กำลังเล่นกับแอนโทนีลูกชายของไมเคิล ในงานศพของวีโตหัวหน้าตระกูลมาเฟียต่างมาร่วมงานศพและไมเคิลก็รู้ว่าแซล เทสซิโอสมุนของวีโตมาติดต่อและแนะนำไมเคิลให้ประชุมกับบราซินี่ เมื่อไมเคิลรู้ตัวคนทรยศก็วางแผนฆ่าล้างเพื่อให้เรื่องราวจบลงโดยเร็ว ไมเคิลมีแผนให้ลูกสมุนตัวเองไปฆ่าบราซินี่ ตาตาเลีย และหัวหน้ามาเฟียรายใหญ่คนอื่นๆของนิวยอร์กในวันที่เขารับศีลลูกบุณธรรมที่คาร์โลและคอนนี่ยกให้เขาดูแล ลูกสมุนของไมเคิลจัดการฆ่าบราซินี่ ตาตาเลีย และหัวหน้ามาเฟียรายใหญ่ รวมถึงโมกรีนที่อยู่ทางลาสเวกัส ในตอนนี้อคร์เลโอเนกลายเป็นตระกูลมาเฟียที่มีอำนาจมากที่สุดในทันควัน

หลังพิธีรับศีลจบสมุนของไมเคิลมาบอกข่าวทั้งหมดไมเคิลจึงสั่งให้คาร์โลไปรอที่บ้าน และให้คนส่วนหนึ่งไปจัดการเทสซิโอ เทสซิโอเมื่อเห็นว่าจนมุมก็ยอมรับสารภาพและให้สมุนไมเคิลพาเขาขึ้นรถเพื่อนำไปฆ่า ไมเคิลมาถึงบ้านพบว่าคาร์โลกำลังโทรศัพท์หาใครบางคนตามคาดและสั่งให้คาร์โลสารภาพเพราะเขารู้ว่าคาร์โลร่วมมือกับใครบางคนและแสร้งว่าทะเลาะกับคอนนี่ให้เธอโทรไปหาซันนี่เพื่อที่ซันนี่จะได้ถูกฆ่า คาร์โลกลัวจะถูกฆ่าจึงสารภาพว่าทำงานให้บราซินี่ ไมเคิลเมื่อรู้ดังนั้นก็บอกให้คาร์โลย้ายไปลาสเวกัสและไม่ต้องกลับมาให้เขาเห็นอีก ลูกสมุมไมเคิลพาคาร์โลขึ้นรถไปส่งที่สนามบิน แต่ครีแมนซ่าก็รัดคอคาร์โลจนตายบนรถ สำเร็จตามแผนของไมเคิลทุกประการ

วันต่อมาไมเคิลและคนในครอบครัวเตรียมขนของย้ายไปเนวาดา คอนนี่เมื่อรู้ข่าวว่าไมเคิลสั่งฆ่าคนก็เข้ามาด่าทอไมเคิล แต่ไมเคิลก็ทำเป็นไม่รู้เรื่อง พอเคย์ถามไมเคิลเรื่องที่ไมเคิลฆ่าคน ไมเคิลก็อาละวาดใส่เคย์และปฏิเสธอย่างแนบเนียน ในฉากจบของภาพยนตร์เคย์ที่อยู่นอกห้องกำลังเทเหล้าให้ไมเคิลและยืนมองไมเคิลที่ตอนนี้ลูกสมุนต่างเข้ามาสรรเสริญดอน คอร์เลโอเนคนใหม่ ก่อนที่ประตูห้องทำงานไมเคิลจะปิดลง

รางวัลแก้ไข

ต่อมา ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา ได้สร้างภาพยนตร์ภาคต่อ คือ เดอะก็อดฟาเธอร์ ภาค 2 (1974) และเป็นภาพยนตร์ฉายทางโทรทัศน์ เดอะก็อดฟาเธอร์ซากา โดยนำภาพยนตร์ภาคแรก และภาคสองมาตัดต่อรวมกัน ฉายทางช่อง NBC เมื่อ ค.ศ. 1977 และ ในปี 1990 ได้สร้างภาพยนตร์ภาคจบ ใช้ชื่อว่า เดอะก็อดฟาเธอร์ ภาค 3

อ้างอิงแก้ไข

  1. "IMDB Top 250". สืบค้นเมื่อ April 26, 2007.
  2. AFI's 100 Years... 100 Movies (10th Anniversary Edition)