รอตเทอร์ดาม

(เปลี่ยนทางจาก Rotterdam)

รอตเทอร์ดาม (อังกฤษและดัตช์: Rotterdam[a]) เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศเนเธอร์แลนด์ ตั้งอยู่ในจังหวัดเซาท์ฮอลแลนด์บริเวณปากแม่น้ำเมิซไหลลงสู่ทะเลเหนือ มีประวัติศาสตร์ย้อนกลับไปถึง ค.ศ. 1270 เมื่อมีการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำรอตเทอร์ ต่อมาในปี ค.ศ. 1340 ยกฐานะเป็นเมืองในเคานต์แห่งฮอลแลนด์[5] ปัจจุบัน มหานครรอตเทอร์ดาม-เดอะเฮกเป็นบริเวณที่มีประชากร 2.7 ล้านคนใหญ่เป็นอันดับ 13 ของสหภาพยุโรป และเป็นเขตมหานครที่มีประชากรมากที่สุดในเนเธอร์แลนด์

รอตเทอร์ดาม
จากบนลงล่าง และจากซ้ายไปขวา: รอตเทอร์ดามในตอนพลบค่ำ
โบสถ์ลูเรนสเคิร์ก, รูปปั้นนครที่ถูกทำลาย, ยูโรมาสต์,
บ้านทรงลูกบาศก์, เดกิป; สนามกีฬาไฟเยอโนร์ด,
ศาลากลางเมืองรอตเทอร์ดาม, บ้านเชกอีลันด์, โรงแรมนิวยอร์ก,
ใจกลางเมืองทางประวัติศาสตร์แห่งเดลฟ์ฮาเวน, ท่าเรือรอตเทอร์ดาม
ธงของรอตเทอร์ดาม
ธง
ตราราชการของรอตเทอร์ดาม
ตราอาร์ม
สมญา: 
Rotown, Roffa, Rotjeknor, Nultien, 010
คำขวัญ: 
Sterker door strijd (Stronger through struggle)
Highlighted position of Rotterdam in a municipal map of South Holland
ที่ตั้งของรอตเทอร์ดามในประเทศเนเธอร์แลนด์
รอตเทอร์ดามตั้งอยู่ในประเทศเนเธอร์แลนด์
รอตเทอร์ดาม
รอตเทอร์ดาม
ที่ตั้งของรอตเทอร์ดามในประเทศเนเธอร์แลนด์
รอตเทอร์ดามตั้งอยู่ในยุโรป
รอตเทอร์ดาม
รอตเทอร์ดาม
รอตเทอร์ดาม (ยุโรป)
พิกัด: 51°55′N 4°30′E / 51.917°N 4.500°E / 51.917; 4.500
ประเทศเนเธอร์แลนด์
จังหวัดจังหวัดเซาท์ฮอลแลนด์
เขต
การปกครอง[1]
 • องค์กรสภาเทศบาล
 • นายกเทศมนตรีอาเมดท์ อาบัลทาร์เบต (PvdA)
 • อัลดอร์มัน
List
  • Judith Bokhove
  • Arno Bonte
  • Arjan van Gils
  • Michiel Grauss
  • Vincent Karremans
  • Said Kasmi
  • Bas Kurvers
  • Sven de Langen
  • Richard Moti
  • Roos Vermeij
พื้นที่[2][3]
 • เทศบาล325.79 ตร.กม. (125.79 ตร.ไมล์)
 • พื้นดิน208.80 ตร.กม. (80.62 ตร.ไมล์)
 • พื้นน้ำ116.99 ตร.กม. (45.17 ตร.ไมล์)
 • รันด์สตัด3,043 ตร.กม. (1,175 ตร.ไมล์)
ความสูง[4]0 เมตร (0 ฟุต)
ประชากร
 • เทศบาล651,157 คน
 • เขตเมือง1,015,215 คน
 • รวมปริมณฑล1,181,284 คน
 • รันด์สตัด8,366,078
เดมะนิมRotterdammer
เขตเวลาUTC+1 (CET)
 • ฤดูร้อน (เวลาออมแสง)UTC+2 (CEST)
Postcode3000–3099
Area code010
เว็บไซต์www.rotterdam.nl

รอตเทอร์ดามเป็นที่ตั้งของท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป จึงเป็นศูนย์กลางการขนส่งและทางเศรษฐกิจที่สำคัญแห่งหนึ่ง มีประชากร 651,446 คนในปี ค.ศ. 2020[6] เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยอีราสมุส (Erasmus University Rotterdam) ซึ่งมีชื่อเสียงทางด้านเศรษฐศาสตร์ และสถาบันสถาปัตยกรรมแห่งเนเธอร์แลนด์ (Netherland Architecture institute - NAi) เป็นมหานครริมน้ำ เมืองหลวงทางวัฒนธรรม มีมรดกทางการเดินสมุทร และมีสถาปัตยกรรมยุคใหม่ตั้งอยู่มากมาย รอตเทอร์ดามได้รับความเสียหายอย่างหนักจากสงครามโลกครั้งที่สอง จึงได้มีการสร้างบูรณะสร้างอาคารใหม่รวมถึงตึกระฟ้าจำนวนมากมาย จนในปี ค.ศ. 2007 ได้รับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็น "เมืองแห่งสถาปัตยกรรม" [7]

จากการที่ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำไรน์ แม่น้ำเมิซ และแม่น้ำสเกลต์ รอตเทอร์ดามจึงเป็นจุดเริ่มต้นสู่การคมนาคมทางเรือสู่ภูมิภาคอื่นของยุโรปตะวันตก รวมถึงเขตอุตสาหกรรมรูห์ในประเทศเยอรมนี มีโครงข่ายระบบราง ถนน คลองเชื่อมจนรอตเทอร์ดามได้รับฉายาว่า ประตูสู่ยุโรป[8]

ประวัติศาสตร์

แก้

บริเวณปากแม่น้ำรอตเทอ เป็นที่ลุ่มที่เป็นดินโคลน มีการตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ราว ค.ศ. 900 ต่อมาเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1150 นำไปสู่การสร้างคันดินและเขื่อนกั้นบริเวณฝั่งเหนือของคลองนิวมาสในปัจจุบัน เขื่อนกั้นแม่น้ำรอตเทอนี้แล้วเสร็จราวๆ ปี ค.ศ. 1270 ตั้งอยู่บริเวณถนนโฮกสตราตในปัจจุบัน และเป็นที่มาของชื่อ รอตเทอร์ดาม

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ค.ศ. 1340 เคาน์วิลเลิมที่ 4 แห่งฮอลแลนด์ยกระดับรอตเทอร์ดามขึ้นเป็นเมืองซึ่งขณะนั้นมีประชากรอยู่ไม่กี่พันคน ต่อมาในปี ค.ศ. 1350 มีการสร้างคลองรอตเตอร์ดัมเซอสคีขึ้น อำนวยความสะดวกในการคมนาคมทางน้ำไปสู่เมืองใหญ่อื่นๆทางตอนเหนือ ทำให้รอตเทอร์ดามค่อยๆ กลายเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าจากเนเธอร์แลนด์ไปสู่อังกฤษและเยอรมนี[9] เติบโตขึ้นมาเป็นเมืองขนาดใหญ่ขึ้น ท่าเรือค่อยๆ มีความสำคัญจนมาเป็นหนึ่งในหกท่าเรือสำคัญในการค้ากับดินแดนอาณานิคมของบริษัทอินเดียตะวันออกของเนเธอร์แลนด์ในช่วงยุคทองของเนเธอร์แลนด์

แต่สิ่งที่ทำให้รอตเทอร์ดามพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วคือการสร้างเส้นทางชลประทานใหม่คือ นิววาเตอร์เวก แล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1872 ท่าเรือของรอตเทอร์ดามขยับขยายใหญ่ขึ้น มีการสร้างวิตเตอเฮาส์ หรืออาคารบ้านสีขาว[10] ในแบบปราสาทฝรั่งเศสโดยได้รับแรงบันดาลใจจากตึกระฟ้าในสหรัฐอเมริกา อาคารแห่งนี้กลายเป็นอาคารสำนักงานที่สูงที่สุดในยุโรปด้วยความสูง 45 เมตร เป็นเครื่องบ่งชี้การพัฒนาอย่างรวดเร็วของรอตเทอร์ดาม

 
รอตเทอร์ดามได้รับความเสียหายจากปฏิบัติการรอตเทอร์ดามบลิทซ์ในปี ค.ศ. 1940

ช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เนเธอร์แลนด์ดำเนินนโยบายเป็นกลาง รอตเทอร์ดามกลายเป็นจุดที่มีการสืบราชการลับสำคัญของอังกฤษและเยอรมนี เนื่องจากทำเลที่ตั้งที่อยู่ระหว่างกลางระหว่างสองประเทศจึงมีสายลับอยู่เป็นจำนวนมาก ในช่วงนี้ ผู้ลี้ภัยอพยพมาจากประเทศเบลเยียมเป็นจำนวนถึง 25,000 คนเพราะในขณะนั้นตกอยู่ภายใต้การยึดครองของเยอรมนี[11]

ต่อมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง นาซีเยอรมนีเข้ายึดครองเนเธอร์แลนด์เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ค.ศ. 1940[12] เกิดการสู้รบอย่างหนักจนกองทัพเนเธอร์แลนด์ยอมจำนนในอีก 5 วันต่อมา ผลจากการสู้รบคือรอตเทอร์ดามได้รับความเสียหายอย่างหนักโดยเฉพาะจากปฏิบัติการรอตเทอร์ดามบลิทซ์ กองทัพอากาศเยอรมันโจมตีใจกลางเมือง พลเรือนกว่า 80,000 คนไร้ที่อยู่อาศัยและกว่า 900 คนต้องสังเวยชีวิต[13] รอตเทอร์ดามถูกปลดแอกโดยกองทัพสัมพันธมิตรในปี ค.ศ. 1945 ก่อนสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดไม่นาน

จากนั้นในทศวรรษที่ 1950 ถึง 1970 มีการสร้างเมืองขึ้นมาใหม่อีกครั้งแต่อาคารยังมีลักษณะไม่สูงมากนัก จนกระทั่งในทศวรรษที่ 1980 สภาเมืองอนุมัติให้มีการพัฒนาสถาปัตยกรรมแบบใหม่ จึงเกิดอพาร์ทเมนต์ อาคารสำนักงาน และสิ่งก่อสร้างรูปแบบใหม่รูปร่างแปลกตาและสูงใหญ่ เกิดการพัฒนาย่านธุรกิจโกปฟันเซาด์ขึ้นทางฝั่งใต้ของแม่น้ำในทศวรรษ 1990 และอาคารสมัยใหม่ถูกสร้างขึ้นเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

หมายเหตุ

แก้
  1. ออกเสียง: [ˌrɔtərˈdɑm] (  ฟังเสียง)

อ้างอิง

แก้
  1. "College van b en w" [Board of mayor and aldermen] (ภาษาดัตช์). Gemeente Rotterdam. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 1 January 2015. สืบค้นเมื่อ 10 December 2014.
  2. "Kerncijfers wijken en buurten" [Key figures for neighbourhoods]. CBS Statline (ภาษาดัตช์). CBS. 2 July 2013. สืบค้นเมื่อ 12 March 2014.
  3. Anita Bouman–Eijs; Thijmen van Bree; Wouter Jonkhoff; Olaf Koops; Walter Manshanden; Elmer Rietveld (17 December 2012). De Top 20 van Europese grootstedelijke regio's 1995–2011; Randstad Holland in internationaal perspectief [Top 20 of European metropolitan regions 1995–2011; Randstad Holland compared internationally] (PDF) (Technical report) (ภาษาดัตช์). Delft: TNO. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 3 March 2014. สืบค้นเมื่อ 25 July 2013.
  4. "Postcodetool for 3011AD". Actueel Hoogtebestand Nederland (ภาษาดัตช์). Het Waterschapshuis. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 21 September 2013. สืบค้นเมื่อ 20 August 2013.
  5. "Geschiedenis van Rotterdam". Gemeente Rotterdam. 9 March 2015. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 5 March 2016.
  6. https://opendata.cbs.nl/statline/#/CBS/nl/dataset/37230ned/table?ts=1578685738191, CBS StatLine, 2020 8,219,380 Randstad 2,620,000 Rotterdam-The Hague Metro 1,160,000 Rotterdam Urban    651,446 Rotterdam Municipality
  7. "การท่องเที่ยวรอตเทอร์ดาม". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2006-05-17. สืบค้นเมื่อ 2006-05-08.
  8. Jan Walburg (1 August 1984). The port of Rotterdam: Gateway to Europe.
  9. "Rotterdam - City, Port, History, & Facts". Encyclopedia Britannica (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 1 March 2018.
  10. "The Witte Huis or White House". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 December 2004. สืบค้นเมื่อ 15 May 2008.
  11. Ruis, Edwin. Spynest.British and German Espionage from Neutral Holland 1914–1918. Brimscombe: The History Press, 2016.
  12. Evans 2008, pp. 122–3.
  13. Brongers 2004, (ONR Part III), p. 235

แหล่งข้อมูลอื่น

แก้