แผ่นดินเดียวกัน

แผ่นดินเดียวกัน (อังกฤษ: Mudbound)​ เป็นภาพยนตร์อเมริกัน​แนวย้อนยุคอิงประวัติศาสตร์​ ปี ค.ศ. 2017 กำกับการแสดงและเขียนบทภาพยนตร์โดย ดี รีส โดยมี เวอร์จิล วิลเลียมส์ เป็นผู้ร่วมเขียนบท ภาพยนตร์ดัดแปลงมาจากนวนิยาย​เรื่อง Mudbound ของ ฮิลลารี จอร์แดน นำแสดงโดย แครี มัลลิแกน , การ์เรต เฮดลันด์, เจสัน มิตเชลล์, โจนาธาน แบงส์ และได้ แมรี เจ. ไบลจ์ นักร้องเจ้าของรางวัลแกรมมีมาเป็นนักแสดงสมทบ​[4] ภาพยนตร์นำเสนอชีวิตของทหารผ่านศึกในสมรภูมิสงครามโลกครั้งที่ 2 ทั้งสองนาย ที่มีความแตกต่างกันในเรื่องสีผิว โดยเมื่อทั้งสองกลับมายังชนบทในรัฐมิสซิสซิปปี แต่ละคนต้องเจอกับปัญหาคตินิยมเชื้อชาติอย่างการเหยียดผิว และ ปัญหาทางจิตใจที่เกิดจากภาวะ ​PTSD[5]ภาพยนตร์ออกฉายครั้งแรกในเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ เมื่อวันที่ 21 มกราคม ค.ศ. 2017 ก่อนจะให้รับชมผ่านระบบสตรีมมิงทาง​เน็ตฟลิกซ์เป็นช่องทางหลัก​และมีการฉายแบบจำกัดโรงภาพยนตร์เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ค.ศ. 2017

แผ่นดินเดียวกัน
กำกับดี รีส
บทภาพยนตร์
สร้างจากMudbound
โดย ฮิลลารี จอร์แดน
อำนวยการสร้าง
  • คาร์ล เอฟเฟนสัน
  • ซัลลี โจ เอฟเฟนสัน
  • แคสเซียน เอลเวส
  • ชาร์ลส์ คิง
  • คริสโตเฟอร์ เลอโมล
  • คิม ร็อท
  • ทิม ซาจารอส
นักแสดงนำ
กำกับภาพราเชล มอร์ริสัน
ตัดต่อมาโกะ คามิตสึนะ
ดนตรีประกอบทามาร์-คาลี
บริษัทผู้สร้าง
  • Elevated Films
  • Joule Films
ผู้จัดจำหน่ายเน็ตฟลิกซ์
วันฉาย21 มกราคม ค.ศ. 2017 (2017-01-21)(เทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์)
พฤศจิกายน 17, 2017 (สหรัฐอเมริกา)
ความยาว134 นาที[1]
ประเทศสหรัฐอเมริกา
ภาษาภาษาอังกฤษ
ทุนสร้าง10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[2]
รายได้117,344 ดอลลาร์สหรัฐ[3]

หลังจากภาพยนตร์ออกเผยแพร่ นักวิจารณ์ได้ให้คำชื่นชมในบทของภาพยนตร์, งานกำกับการแสดง และชื่นชมนักแสดงในเรื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการแสดงของ แมรี เจ. ไบลจ์[6] โดย ไบลจ์ ได้รับการเสนอชื่อให้เข้าชิงรางวัลสมาคมนักแสดงภาพยนตร์และโทรทัศน์ (แซกอวอร์ด)​​ สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม และเธอยังได้รับการเสนอชื่อให้เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ​ 2 สาขา ได้แก่สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม และ สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเพลง "Mighty River" ที่เธอร้องไว้ นอกจากนี้ตัวภาพยนตร์ยังได้รับรางวัลอินดิเพนเดนต์สปิริตอะวอดส์​ ในประเภทรางวัล โรเบิร์ต อัลต์แมน

ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 90 ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการเสนอชื่อให้เข้าชิงรางวัลออสการ์ 4 สาขา ​โดย แมรี เจ ไบลจ์ นักร้องและนักแสดงหญิงของเรื่องได้เข้าชิงในสาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม​ และ สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ส่วน เวอร์จิล วิลเลียมส์ และ ดี รีส ผู้เขียนบทได้เข้าชิงในสาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม และ ราเชล มอร์ริสัน ผู้กำกับภาพหญิงได้เข้าชิงในสาขากำกับภาพยอดเยี่ยม​ ถึงแม้ว่าในที่สุดภาพยนตร์เรื่องนี้จะไม่สามารถคว้ารางวัลใดในเวทีออสการ์ได้ก็ตามแต่ก็ได้สร้างปรากฏการณ์ขึ้นในการประกาศผลรางวัลในปีดังกล่าว โดย ราเชล มอร์ริสัน ได้รับการบันทึกว่าเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับการเสนอชื่อให้เข้าชิงรางวัลออสการ์ในฐานะผู้กำกับภาพ ส่วน ดี รีส ผู้กำกับภาพยนตร์และผู้ร่วมเขียนบทได้รับการบันทึกว่าเป็นผู้หญิงผิวสีคนแรกที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลในสาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม และ แมรี เจ ไบลจ์ ได้รับการบันทึกว่าเป็นนักร้องและนักแสดงเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่ได้รับการเสนอชื่อให้เข้าชิงรางวัลออสการ์ 2 สาขา ทั้งในฐานะนักแสดงและนักร้องในปีเดียวกัน

เนื้อเรื่องแก้ไข

ภาพยนตร์เริ่มต้นด้วยฉากแรกซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบริเวณสามเหลี่ยมมิสซิสซิปปี (มีพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐมิสซิสซิปปี, บางส่วนของรัฐอาร์คันซอ และ รัฐลุยเซียนา​)​ เมื่อ เฮนรี แม็คคัลแลน (นำแสดงโดย เจสัน คล้าก) ​และ เจมี แม็คคัลแลน (นำแสดงโดย การ์เรต เฮดลันด์​)​ สอง​พี่น้องชาวอเมริกันผิวขาว กำลังเร่งมือช่วยกันขุดหลุมฝังศพท่ามกลางพายุฝนอย่างยากลำบาก เมื่อขุดหลุมเสร็จวันต่อมาพวกเขาจึงได้พากันนำโลงศพของพ่อที่เพิ่งเสียชีวิตลงไปฝังในหลุมอย่างทุลักทุเล และเมื่อครอบครัวแจ็กสัน ซึ่งเป็นครอบครัวชาวไร่ผิวสี กำลังขับเกวียนเดินทางผ่านมาในบริเวณดังกล่าว เฮนรี ซึ่งพี่ชายคนโต จึงเรียกให้ แฮป แจ็กสัน (นำแสดงโดย ร็อบ มอร์แกน​)​ ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัว ลงจากเกวียนมาช่วยพวกเขานำโลงศพของพ่อลงหลุม โดยสีหน้าของเจมี ผู้เป็นน้องชายที่ยืนอยู่บนปากหลุม และ แฮป ที่อยู่บนเกวียน เต็มไปด้วยความอึดอัดและลำบากใจ

หลังจากนั้นภาพยนตร์ได้ย้อนกลับไปเล่าถึงเรื่องราวที่เป็นสาเหตุของสถานการณ์อันยากลำบากระหว่างทั้งสองครอบครัว โดยไม่กี่ปีก่อนหน้านั้น เฮนรี แม็คคัลแลน ได้ซื้อที่ดินและไร่บริเวณนอกเมืองมารีเอตตา ในรัฐมิสซิสซิปปี และตัดสินใจย้ายครอบครัวจากเมืองเมมฟิส​ไปอยู่ที่นั่นร่วมกับ ลอรา แม็คคัลแลน (นำแสดงโดย แครี มัลลิแกน)​ ผู้เป็นภรรยาพร้อมทั้งลูกสาวทั้ง 2 คนและพ่อของเขาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังคนผิวสีและเหยียดชาติพันธุ์อย่างรุนแรง ส่วนครอบครัวแจ็กสัน เป็นครอบครัวแรงงานชาวไร่ผิวสีที่ต้องแบ่งเช่าที่ดินของครอบครัว แม็คคัลแลน เพื่อทำไร่ฝ้าย โดยมี แฮป แจ็กสัน เป็นหัวหน้าครอบครัวและมีภรรยาคือ ฟลอเรนซ์ แจ็กสัน (นำแสดงโดย แมรี เจ. ไบลจ์​)​ และลูกๆอีกสามคน ซึ่งครอบครัวแจ็กสันมีความตั้งใจว่าอยากจะมีที่ดินเป็นของตนเองสักแปลงเพื่อจะได้เป็นอิสระไม่ต้องเช่าที่และถูกกดขี่จากคนผิวขาว

หลังจากเหตุการณ์การโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ในปี 1941 ทำให้สหรัฐอเมริกาเข้าร่วม​สงครามโลกครั้งที่สอง​ และทั้งสองครอบครัวมีสมาชิกที่ต้องไปเข้าร่วมกองทัพสหรัฐ​เพื่อทำการสู้รบในแนวรบด้านตะวันตก​ โดย เจมี แม็คคัลแลน น้องชายของเฮนรี ที่เป็นเจ้าของไร่ เป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรสังกัดหน่วยทำสงครามทางอากาศมีหน้าที่ขับเครื่องบินทิ้งระเบิด บี-25 ส่วน รอนเซล แจ็กสัน (นำแสดงโดย เจสัน มิทเชลล์)​ ลูกชายคนโตของ แฮป แจ็กสัน ซึ่งเป็นชาวไร่ผิวสีที่ต้องเช่าที่ ต้องไปเป็นทหารในสังกัดกองพันรถถังที่ 761 หรือกองพันเสือดำ ซึ่งเป็นหน่วยทหารที่กระทรวงการสงครามสหรัฐตั้งขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกา​ที่เป็นคนผิวสี โดย รอนเซล ​ทำหน้าที่ควบคุมรถถังเอ็ม4 เชอร์แมน

ช่วงเวลาทำสงคราม เจมี ได้รับผลกระทบทางจิตใจอย่างหนักจากเหตุการณ์ที่เครื่องบินที่ตนเองขับถูกกระหน่ำโจมตีจากกองทัพอากาศเยอรมันทำให้นักบินผู้ช่วยของเขาถูกยิงที่ศรีษะจนเสียชีวิตไปต่อหน้า ส่วน รอนเซล ได้พบรักกับหญิงผิวขาวชาวเยอรมัน ในขณะเดียวกันครอบครัวของพวกเขาทั้ง 2 ที่รัฐมิสซิสซิปปียังคงใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก โดย เฮนรี แม็คคัลแลน ซึ่งเป็นพี่ชายของเจมี ต้องเผชิญกับสภาพอากาศอันเลวร้ายและพายุฝนที่ตกกระหน่ำลงมาไม่เว้นแต่ละวันจนทำให้ไม่สามารถปลูกพืชผลได้ตามที่ตั้งใจไว้ ส่วน แฮป แจ็กสัน ซึ่งเป็นพ่อของ รอนเซล นอกจากจะเป็นแรงงานในที่ดินของเฮนรีแล้ว เขายังเป็นนักเทศน์ให้กับชุมชนคนผิวสีประจำท้องถิ่น วันหนึ่ง แฮป จำเป็นต้องฆ่าล่อ​ของตนเองเนื่องจากติดบาดทะยัก ทำให้เขาไม่มีล่อช่วยในการทำไร่ ซ้ำยังเกิดอุบัติเหตุตกจากบันไดนั่งร้านขณะซ่อมหลังคาโบสถ์ทำให้ขาหัก ซึ่งทั้ง 2 ครอบครัวมีความสัมพันธ์ต่อกันที่ค่อนข้างกระอักกระอ่วนและเต็มไปด้วยความอึดอัดเมื่อ แฮป แจ็กสัน ถูกปฏิบัติในลักษณะกดขี่และเอาเปรียบจาก เฮนรี เช่นการเร่งให้ออกไปทำงานทั้งๆที่ขาหัก และการบังคับให้ แฮป ต้องเช่าล่อของเขาในการทำไร่โดยจะหักค่าเช่าล่อออกจากรายได้ครึ่งหนึ่ง ซึ่ง แฮป ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องก้มหน้ายอมรับ อีกทั้งเขายังโดนดูถูกเหยียดหยามจากพ่อของเฮนรีที่เกลียดคนผิวสี

ในคืนวันหนึ่ง อิซาเบล และ อะแมนดา ลีห์ ลูกสาวทั้งสองของ เฮนรี และ ลอรา มีไข้ขึ้นสูงเนื่องจากโรคไอกรน​และอาการของพวกเธอดูเป็นที่น่ากังวล แต่ เฮนรี กลับไม่สามารถออกไปตามแพทย์มารักษาลูกสาวทั้งสองได้เนื่องจากพายุฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำสะพานข้ามแม่น้ำขาด เขาไม่มีทางเลือกอื่นจึงต้องขับรถไปตาม ฟลอเรนซ์ แจ็กสัน ซึ่งเป็นภรรยาของ แฮป ให้มาช่วยดูอาการของลูกๆ เนื่องจากเคยได้ยินว่าฟลอเรนซ์ เคยเป็นหมอตำแย​และมีประสบการณ์ในการดูแลเด็กเล็กมาก่อน เมื่อ ฟลอเรนซ์ มาถึงเธอได้ดูแลลูกสาวของ ครอบครัวแม็คคัลแลนเป็นอย่างดี จนกระทั่งเมื่ออาการของ อิซาเบล และ อะแมนดา ลีห์ ดีขึ้น ลอรา จึงได้ยื่นข้อเสนอให้ฟลอเรนซ์ เข้ามาช่วยดูแลลูกๆของเธอเป็นงานประจำ ถึงแม้ว่าเฮนรีและพ่อของเขา จะยังคงปฏิบัติต่อคนผิวสีอย่างหยาบคายและกดขี่ แต่ ลอรา กลับรู้สึกเห็นใจครอบครัวแจ็กสันและปฏิบัติต่อฟลอเรนซ์เป็นอย่างดีต่างจากสามีของเธอ เมื่อ ลอรา รู้ว่าสามีของฟลอเรนซ์ต้องฝืนทำงานในไร่ทั้งๆที่ได้รับบาดเจ็บหนักที่ขา เธอจึงแอบเปิดตู้นิรภัยของเฮนรีเพื่อนำเงินไปจ้างหมอให้เดินทางมารักษาขาของแฮปที่บ้าน เมื่อ เฮนรี ผู้เป็นสามีรู้เข้าจึงทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูย่ำแย่ลง

เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง เจมี และ รอนเซล ต้องกลับมายังรัฐมิสซิสซิปปี​ และพบว่าถึงแม้พวกเขาจะเสียสละไปรบให้กับประเทศในฐานะทหารของกองทัพจนได้รับชัยชนะกลับมาแต่ก็ไม่ได้ทำให้วิถีชีวิตตลอดจนทัศนคติของผู้คนในบริเวณสามเหลี่ยมรัฐมิสซิสซิปปีเปลี่ยนแปลงไป รอนเซล แจ็กสัน เป็นทหารผิวสีที่เคยได้รับการปฏิบัติอย่างให้เกียรติจากคนในต่างประเทศและไม่เคยถูกเหยียดผิวจากคนในทวีปยุโรป แต่เมื่อเขากลับมายังสหรัฐอเมริกา เขากลับพบว่าตนเองยังคงถูกเหยียดผิวและถูกปฏิบัติอย่างแบ่งชนชั้นจากคนผิวขาวในรัฐมิสซิสซิปปี ทั้งๆที่เขาเพิ่งกลับมาจากการรบให้กับประเทศของตัวเอง ส่วน เจมี แม็คคัลแลน กลายเป็นคนที่มีอาการของโรคติดเหล้า​ อันเกิดจากภาวะ PTSD​ ทั้งสองคนพบว่าพวกเขาต้องกลับมาใช้ชีวิตอยู่ไร่เดียวกันคือไร่ของเฮนรี โดย เจมี ซึ่งเป็นอดีตทหารผิวขาวต้องกลับมาช่วย เฮนรี ในกิจการฟาร์มของครอบครัว ส่วน รอนเซล ซึ่งเป็นอดีตทหารผิวดำต้องกลับไปช่วยครอบครัวแจ็กสันใช้แรงงานทำไร่ฝ้ายในที่ดินของเฮนรี

ท่ามกลางความแตกต่างกันในเรื่องของสีผิว, ฐานะ และ ระบบชนชั้นทางสังคม ทั้ง เจมี และ รอนเซล กลับสร้างมิตรภาพและความเข้าใจระหว่างกันให้เกิดขึ้นได้ แม้ว่าคนในสังคมของพวกเขาจะไม่ยอมรับในมิตรภาพระหว่างคนผิวขาวและคนผิวสีก็ตาม ในขณะที่ความสัมพันธ์ของ เฮนรี และ ลอรา เป็นไปอย่างไม่ราบรื่น เจมี ผู้เป็นน้องชายได้ดูแล ลอรา ที่เป็นพี่สะใภ้และปฏิบัติต่อเธออย่างเอาใจใส่ทำให้ทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งอาการติดเหล้าของ เจมี มีอาการหนักขึ้นเขามักจะแอบชวน รอนเซล ออกไปกินเหล้าและพูดคุยปรับทุกข์ด้วยกันอย่างไม่รังเกียจ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผิดธรรมเนียมการปฏิบัติต่อคนผิวสี เจมี กินเหล้าจนเมาไม่ได้สติและเกือบทำให้เขาเสียชีวิตจากการขับรถตกทะเลสาบ แม้ว่า เฮนรี จะตามเจ้าหน้าที่มาช่วยไว้ได้แต่ก็ทำให้เขาเอือมระอาในพฤติกรรมของน้องชายที่ดื่มสุราตลอดเวลาจนไม่สามารถทำงานในไร่ได้อย่างเป็นชิ้นเป็นอัน เฮนรี จึงได้เอ่ยปากไล่น้องชายของตัวเองออกจากบ้าน ส่วน รอนเซล เขาได้รับจดหมายที่ส่งมาจากต่างประเทศ เมื่อเปิดดูเขาพบว่ามันถูกส่งมาจาก โรเซ่ ทริกเคิลแบงค์ หญิงชาวเยอรมันซึ่งเป็นคนรักของเขา โดยเธอส่งรูปลูกที่เกิดกับเขามาให้และชวนให้เขาย้ายจากสหรัฐอเมริกามายังทวีปยุโรป นั่นทำให้ รอนเซล ได้รู้ว่าตอนนี้เขาได้กลายเป็นพ่อคนแล้ว

เจมี ที่เพิ่งถูกพี่ชายของตัวเองไล่ออกจากบ้าน ได้ขับรถมาหา รอนเซล เพื่อบอกลา โดย รอนเซล เล่าเรื่องที่เขาเพิ่งทราบว่าตนเองมีลูกให้เจมีได้ฟังขณะอยู่ด้วยกันบนรถ เจมี ได้ฟังแล้วจึงแนะนำให้ รอนเซล ไปหาลูกที่ทวีปยุโรป และทั้งคู่ได้บอกลากัน ขณะนั้นพ่อของ เจมี ที่อยู่บริเวณนั้นได้สังเกตุเห็นคนทั้งคู่ขณะอยู่บนรถ เมื่อ เจมี กลับมาถึงบ้านจึงถูกพ่อของตัวเองต่อว่าอย่างรุนแรงเรื่องที่แอบไปคบหาสมาคมกับรอนเซลที่เป็นคนผิวสีรวมถึงดุเขาเรื่องพฤติกรรมติดเหล้าและได้พูดจากระทบกระทั่ง ลอรา เรื่องที่เขาสังเกตุเห็นว่าเธอเริ่มใกล้ชิดกับ เจมี มากเกินกว่าคำว่าพี่สะใภ้ ต่อมา รอนเซลมารู้ตัวภายหลังว่าเขาทำซองจดหมายที่โรเซ่ส่งมาให้หล่นหายไป เขาจึงเดินออกไปเดินตามหาซองจดหมายเพราะข้างในมีรูปลูกของเขาอยู่ด้วย ซึ่งซองจดหมายที่เขาตามหาได้หล่นอยู่บนรถที่เขานั่งมากับเจมีและได้ถูกพ่อของ เจมี เก็บและยึดเอาไว้ได้ ในขณะที่เจมีกำลังเก็บข้าวของออกจากบ้าน ลอรา ได้เข้ามาหาเขาเพื่อเหนี่ยวรั้งไว้จนกระทั่งเธอได้เผลอใจมีเพศสัมพันธ์กับเจมีที่เป็นน้องชายของสามี

รอนเซล เดินตามหาจดหมายจนค่ำและได้ถูกล้อมจับโดยกลุ่มคูคลักซ์แคลน​ซึ่งเป็นขบวนการสุดโต่งของกลุ่มชาตินิยมผิวขาว และต่อต้านชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน​ โดยพ่อของเฮนรีและเจมี ได้ปรากฏตัวขึ้นและเปิดเผยตัวว่าเป็นหนึ่งในสมาชิกของขบวนการนี้ เขาได้แจ้งให้คนในกลุ่มไปจับ เจมี ลูกชายของตนเองมาที่ยุ้งฉางแห่งหนึ่งที่ถูกนำมาใช้เป็นสถานที่ประหารชีวิตรอนเซลเพื่อนของเขาในข้อหาเป็นคนผิวดำที่บังอาจมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงผิวขาวจนกระทั่งมีลูก รอนเซลถูกจับมัดและซ้อมอย่างหนัก ส่วน เจมี พยายามจะช่วยรอนเซล แต่ก็ถูกซ้อมในข้อหาเป็นเพื่อนกับคนผิวสีด้วยเช่นกัน ท้ายที่สุดเจมีถูกบังคับให้เลือกการลงโทษรอนเซลสำหรับความผิดของคนผิวสี ระหว่าง ให้ประหารชีวิตจนตาย, ควักลูกตาให้ตาบอด, ตัดลูกอัณฑะ หรือ ตัดลิ้นทิ้ง

นักแสดงแก้ไข

 
แมรี เจ. ไบลจ์ นักร้องเจ้าของรางวัลแกรมมี​ 9 สมัย ผู้รับบท ฟลอเรนซ์ แจ็คสัน รวมถึงเป็นผู้แต่งและร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้รับการเสนอชื่อให้เข้าชิงรางวัลออสการ์ 2 สาขา, รางวัลลูกโลกทองคำ 2 สาขา ​และ รางวัลแซกอวอร์ด
 
แครี มัลลิแกน นักแสดงหญิงเจ้าของรางวัลแบฟตาในปี 2009 ​ผู้รับบท ลอรา แม็คคัลแลน
 
ร็อบ มอร์แกน นักแสดงที่ปรากฏตัวในละครชุดทางโทรทัศน์เน็ตฟลิกซ์ของมาร์เวล​ ทั้ง 6 เรื่อง ​ผู้รับบท แฮป แจ็คสัน
  • เจสัน คล้าก แสดงเป็น เฮนรี แม็คคัลแลน
  • การ์เรต เฮดลันด์ แสดงเป็น เจมี แม็คคัลแลน
  • แครี มัลลิแกน แสดงเป็น ลอรา แม็คคัลแลน
  • โจนาธาน แบงส์ แสดงเป็น พ่อของเฮนรี และ เจมี ซึ่งคนในครอบครัวเรียกว่า แพ็พพี
  • ร็อบ มอร์แกน แสดงเป็น แฮป แจ็คสัน
  • แมรี เจ. ไบลจ์ แสดงเป็น ฟลอเรนซ์ แจ็คสัน
  • เจสัน มิทเชลล์ แสดงเป็น รอนเซล แจ็คสัน

อ้างอิงแก้ไข

  1. "Mudbound". British Board of Film Classification. สืบค้นเมื่อ November 17, 2017.
  2. "Netflix Buys Sundance Drama 'Mudbound' for $12.5 Million". Variety. January 29, 2017. สืบค้นเมื่อ October 26, 2017.
  3. "Mudbound (2017)". Box Office Mojo. สืบค้นเมื่อ July 15, 2018.
  4. «Film Mudbound».
  5. Patten, Dominic (December 5, 2016). "Sundance 2017: Robert Redford, New Rashida Jones Netflix Series, 'Rebel In The Rye' & More On Premiere, Docu, Midnight & Kids Slates". Deadline Hollywood.
  6. "Sundance: 'Mudbound' Premieres to Rapturous Standing Ovation and Oscar Buzz". Variety. January 21, 2017. สืบค้นเมื่อ October 26, 2017.