เฟื้อ หริพิทักษ์

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เฟื้อ หริพิทักษ์ (22 เมษายน พ.ศ. 2453 – 19 ตุลาคม 2536) ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ประจำปี พ.ศ. 2528 เป็นศิลปินและจิตรกร ผู้ได้รับการยกย่องเป็น “ครูใหญ่ในวงการศิลปะ” ได้รับรางวัลแมกไซไซ สาขาบริการสาธารณะ เมื่อ พ.ศ. 2526[1] และเป็นราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์[2]

เฟื้อ หริพิทักษ์
ท.ช., ท.ม.
เฟื้อ หริพิทักษ์.jpg
เกิดเฟื้อ
22 เมษายน พ.ศ. 2453
ตำบลราษฎร์บูรณะ อำเภอราษฎร์บูรณะ จังหวัดธนบุรี ประเทศสยาม
เสียชีวิต19 ตุลาคม พ.ศ. 2536 (83 ปี)
ชื่ออื่นเฟื้อ ทองอยู่
การศึกษามหาวิทยาลัยวิศวภารตี ศานตินิเกตัน
ศิษย์เก่าโรงเรียนเพาะช่าง
อาชีพศิลปิน, จิตรกร
ปีปฏิบัติงานพ.ศ. 2490 – พ.ศ. 2536
องค์การราชบัณฑิตยสถาน
ตำแหน่งราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์
วาระ9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2529 – 19 ตุลาคม พ.ศ. 2536
คู่สมรสหม่อมราชวงศ์ถนอมศักดิ์ กฤดากร
สมถวิล หริพิทักษ์
บุตรทำนุ
บิดามารดาเปล่ง ทองอยู่
เก็บ ทองอยู่
รางวัล
  • ในประเทศ
    • ศิลปินชั้นเยี่ยม - สาขาจิตรกรรม - พ.ศ. 2500
    • ศิลปินแห่งชาติ - สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พ.ศ. 2528

  • ต่างประเทศ
    • แมกไซไซ - สาขาบริการสาธารณะ - พ.ศ. 2526
ผลงานสำคัญ

ประวัติแก้ไข

นายเฟื้อเกิดเมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2453 ที่จังหวัดธนบุรี มีนามเดิมว่า นาย เฟื้อ ทองอยู่[3] เป็นบุตรชายของ นายเปล่งมหาดเล็ก ต่อมา พ.ศ. 2468 ศึกษาระดับประถมศึกษาที่วัดสุทัศน์ และระดับมัธยมที่โรงเรียนวัดราชบพิธ และโรงเรียนวัดเบญจมบพิตร ทำงานที่วิทยาลัยช่างศิลป์ กรมศิลปากร จากนั้น พ.ศ. 2483 ได้เดินทางไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยวิศวภารตี ที่ประเทศอินเดีย รับราชการเป็นอาจารย์สอนศิลปะรุ่นแรกของมหาวิทยาลัยศิลปากร และได้รับทุนไปศึกษาต่อที่ประเทศอิตาลี เมื่อ พ.ศ. 2497[4] ได้สร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมจนได้รับการยกย่องเป็นศิลปินชั้นเยี่ยมสาขาจิตรกรรม

เฟื้อเป็นผู้สนใจศึกษาศิลปะอย่างมุ่งมั่นลึกซึ้ง ด้วยการค้นหาแนวทางสร้างสรรค์ให้เหมาะกับการแสดงออกทางด้านจิตรกรรม ที่มีลักษณะเฉพาะตนโดยการถ่ายทอดสภาพแวดล้อม บรรยากาศ แสงเงา ประกอบกับความคิดคำนึงเรื่องสีสันที่เป็นลักษณะตามสายสกุลศิลปะยุโรป (อิตาลี) ใช้ฝีแปรงที่ฉับพลัน ดังปรากฏในผลงานจิตรกรรมมากมาย เช่น จิตรกรรมทิวทัศน์เมืองเวนิชที่อิตาลี ทิวทัศน์เมืองเชียงใหม่ ภาพเหมือนคุณยายของฉัน ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ฯลฯ[5]

นอกจากนี้ เฟื้อยังสำรวจโดยคัดลอกจิตรกรรมฝาผนังตามวัดสำคัญที่เป็นโบราณสถานเก็บไว้เป็นหลักฐานมรดกทางประวัติศาสตร์ศิลปะของชาติ มีผลงานซ่อมแซมภาพจิตรกรรมสำคัญในวัดทั่วประเทศไทยทั้งสิ้น 23,000 วัด ผลงานที่สำคัญชิ้นหนึ่ง คือการบูรณปฏิสังขรณ์หอไตรปิฎกวัดระฆังโฆสิตาราม[6]

เฟื้อสมรสกับหม่อมราชวงศ์ถนอมศักดิ์ กฤดากร พระธิดาของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจรูญศักดิ์กฤดากร อดีตเอกอัครราชทูตประจำฝรั่งเศส มีบุตร 1 คน คือ ทำนุ หริพิทักษ์ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เฟื้อตกเป็นเชลยไทยในอินเดีย เพราะไทยประกาศสงครามกับอังกฤษ เขาถูกพรากจากภรรยา จึงเปลี่ยนไปนับถือพระวิษณุ และเปลี่ยนนามสกุลจากทองอยู่ เป็นหริพิทักษ์[3] และได้สมรสใหม่อีกครั้งกับ นางสมถวิล หริพิทักษ์[7]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. "Hariphitak, Fua". The Ramon Magsaysay Award Foundation.
  2. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (นายเฟื้อ หริพิทักษ์)
  3. 3.0 3.1 ส.ศิวรักษ์. "แด่นายกรุณา กุศลาสัย". กรุณา–เรืองอุไร กุศลาสัย. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 23 กันยายน 2020. สืบค้นเมื่อ 2 สิงหาคม 2020.
  4. ชาธิป สุวรรณทอง (19 มิถุนายน 2015). "มรดกศิลปะของอาจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์". กรุงเทพธุรกิจ.
  5. พิภพ บุษราคัมวดี (2010). "บทที่ ๒ งานศิลปกรรมของ อาจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์". ใน สน สีมาตรัง (บ.ก.). ๑๐๐ ปี เฟื้อ หริพิทักษ์: ชีวิตและงาน (PDF) (2 ed.). กรุงเทพฯ: หอศิลป์ มหาวิทยาลยศิลปากร. ISBN 9789746413459.
  6. "หอพระไตรปิฎก และ บันทึกของนายเฟื้อ". ArtBangkok.com. 27 พฤศจิกายน 2012.
  7. สยามศิลปิน - เฟื้อ หริพิทักษ์ ครูใหญ่ในวงการศิลปะ Link
  8. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๑๐๒ ตอนที่ ๑๗ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๔๐๑๔, ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๘
  9. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๑๑๐ ตอนที่ ๓๖ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๖๘, ๒๖ มีนาคม ๒๕๓๖

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข