เปิดเมนูหลัก

ปีเอโร เดลลา ฟรันเชสกา

(เปลี่ยนทางจาก เปียโร เดลลา ฟรานเชสกา)
ภาพเหมือนตนเอง รายละเอียดจาก
พระเยซูคืนชีพ” (Resurrection)
รายละเอียดจากภาพประวัติของสัตยกางเขน

เปียโร เดลลา ฟรานเชสกา (ภาษาอังกฤษ: Piero della Francesca) (ราว ค.ศ. 1412 - 12 ตุลาคม ค.ศ. 1492) เป็นจิตรกรยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาอิตาลีคนสำคัญของประเทศอิตาลีในคริสต์ศตวรรษที่ 15 มีความเชี่ยวชาญทางการเขียนจิตรกรรมฝาผนัง นอกจากจะเป็นจิตรกรแล้ว เปียโร เดลลา ฟรานเชสกาก็ยังเป็นนักคณิตศาสตร์และนักเรขาคณิต ลักษณะของภาพเขียนจะสงบและการใช้รูปเรขาคณิตโดยเฉพาะการเขียนแบบทัศนียภาพและการเขียนภาพลึกบนผนังแบนเรียบ (foreshortening) งานส่วนใหญ่ของเดลลา ฟรานเชสกาอยู่ที่เมืองอเรซโซในแคว้นทัสเคนี

เบื้องต้นแก้ไข

เปียโรอาจจะเกิดและตายที่เมืองซานเซพอลโคร[1] ในทัสเคนี โดยเป็นลูกของเบ็นเนเด็ตโต เดฟรานเชสชิผู้มีอาชีพเป็นพ่อค้าและโรมานา ดิ เปริโน ดา มอนเตร์ชิซึ่งเกี่ยวดองกับขุนนางชั้นรองๆ ในทัสเคนี ของตระกูลฟรานเชสชิ

เปียโรอาจจะร่ำเรียนการเขียนภาพจากจิตรกรหลายคนจากเซียนนาที่มาทำงานที่ซานเซพอลโครเมื่อเปียโรยังเด็ก ต่อมาเปียโรก็เข้าฝึกงานกับ โดเมนนิโค เวเนเซียโน (Domenico Veneziano) ที่ ฟลอเรนซ์ ต่อมาในปี ค.ศ. 1439 ทั้งสองร่วมงานการเขียนจิตรกรรมฝาผนังสำหรับโรงพยาบาลซานตามาเรีย นูโอวาที่วัดซานเอกิดิโอ ซึ่งปัจจุบันสูญหายไปแล้ว นอกจากนั้นเปียโรก็ยังคุ้นเคยกับฟราอันเจลิโคผู้แนะนำให้รู้จักช่างเขียนชั้นครูคนอื่นๆ ในสมัยนั้นเช่นมาซาชิโอและฟีลิปโป บรูเนลเลสกี .

ในปี ค.ศ. 1442เปียโรก็กลับไปซานเซพอลโคร ซึ่งเมื่อสามปีต่อมาก็ได้รับจ้างให้เขียนแท่นบูชาสำหรับวัดไมเซอริคอร์เดียรวมทั้งภาพ “พระแม่มารีปางกรุณา” ที่เขียนเสร็จเมื่อต้นคริสต์ทศวรรษ 1460 ในปี ค.ศ. 1449 เปียโรเขียนจิตรกรรมฝาผนังหลายภาพในปราสาทเอสเต็นเซ (Castello Estense) และที่วัดซานอันเดรอาที่เฟอร์ราราซึ่งก็หายไปเช่นเดียวกัน เปียโรมีอิทธิพลต่องานการเขียนภาพแบบสัญลักษณ์แฝงคติของโคสิโม ทูรา

สองปีต่อมาเปียโรก็ไปทำงานให้ซิกิสมอนโด แพนดอลโฟ มาลาเทสตา (Sigismondo Pandolfo Malatesta) ที่ริมินิ ที่นี่เปียโรเขียนจิตรกรรมฝาผนังสำคัญหลายชิ้น -- “ซิกิสมอนโด แพนดอลโฟ มาลาเทสตาสวดมนต์ต่อหน้านักบุญซิกิสมุนด์” (Sigismondo Pandolfo Malatesta Praying in Front of St. Sigismund) และภาพเหมือนของซิกิสมอนโด ที่ริมินิเปียโรพบนักคณิตศาสตร์และสถาปนิกคนสำคัญของยุคศิลปะวิทยาลีออน บาตติสตา อัลเบอร์ติ ต่อมาเปียโรก็ย้ายไปอังโคนา, เปซาโร และ โบโลยา

งานเขียนจิตรกรรมฝาผนังในวัดซานฟรานเชสโกและอื่นๆแก้ไข

ในปี ค.ศ. 1452 เปียโร เดลลา ฟรานเชสกาก็ถูกเรียกตัวไปเมืองอเรซโซเพื่อไปเขียนจิตรกรรมฝาผนังแทนบิชชิ ดิ โลเร็นโซ (Bicci di Lorenzo) ที่บาซิลิกาซานฟราเชสโก (Basilica di San Francesco) เปียโรเขียนเสร็จก่อน ค.ศ. 1466 และอาจจะเขียนระหว่าง ค.ศ. 1452 - ค.ศ. 1456.

ภาพเขียน “ประวัติของสัตยกางเขน” ซึ่งเป็นภาพเขียนจากตำนานแห่งสัตยกางเขน (Legend of the True Cross) ถือกันว่าเป็นงานชิ้นเอกของเปียโรและของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา ที่มาของภาพเขียนมาจากตำนานจากยุคกลางที่กล่าวถึงการพบไม้ที่เป็นส่วนหนึ่งของสัตยกางเขน (True Cross) ซึ่งเป็นเรื่องหนึ่งที่บันทึกไว้ในตำนานทองโดยจาโคบัส เด โวราจิเน (Jacobus da Varagine) จากคริสต์ศตวรรษที่ 13 [2]

ในปี ค.ศ. 1453 เปียโรก็ย้ายกลับไปซานเซพอลโคร ในปีต่อมาก็ได้รับสัญญาจ้างทำ “บานพับภาพนักบุญออกัสตินแห่งฮิปโป” สำหรับวัดซานออกัสติโน สองสามปีต่อมาเปียโรก็ถูกเรียกตัวไปโรมโดยสมเด็จพระสันตะปาปานิโคลัสที่ 5 เพื่อไปเขียนจิตรกรรมฝาผนังที่มหาวิหารซานตามาเรียมายอเร แต่ในปัจจุบันเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย สองปีต่อมาเปียโรก็ได้รับงานเขียนที่วังวาติกันซึ่งก็ถูกทำลายไปเช่นกัน งานสำคัญในช่วงนี้ก็ได้แก่: “พระเยซูถูกเฆี่ยน” (ราว ค.ศ. 1460) ซึ่งเป็นภาพเขียนที่สำคัญและมีข้อถกเถียงกันมากที่สุดในบรรดาภาพจากสมัยยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาตอนต้น ซึ่งขณะที่มีลักษณะเป็นแง่เป็นมุมแต่ก็ดึงดูดผู้ดูอย่างเป็นปริศนาไปยังตัวแบบสามตัวที่ยืนอยู่ทางด้านขวาของรูป งานที่เด่นอีกชิ้นหนึ่งของเปียโร เดลลา ฟรานเชสกาคืองาน “พระเยซูรับศีลจุ่มไฟ” (Baptism of Fire), “พระเยซูคืนชีพ” และ “พระแม่มารีแห่งพาร์โต” ขณะที่ทำงานให้กับเฟเดอริโกที่ 2 แห่งมอนเตเฟลโตร (Federico II da Montefeltro) ที่เออร์บิโน เปียโรก็พบกับเมล็อซโซ ดา ฟอร์ลิ (Melozzo da Forlì) และ ลูคา พาชิโอลิ (Luca Pacioli) ขณะที่อยู่ที่เออร์บิโนเปียโรก็เขียนภาพสำคัญสองสามภาพ “ภาพเหมือนของเฟเดอริโกที่ 2 แห่งมอนเตเฟลโตรและภรรยา” (Portrait of Federico da Montefeltro) ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ยูฟิซิ และ “พระแม่มารีแห่งเซนิกาลเลีย” และ “การประสูติของพระเยซูภาพเหมือนของเปียโรมีอิทธิพลมาจากเหรียญโรมัน

เปียโร เดลลา ฟรานเชสกามีหลักฐานบันทึกไว้ที่ริมินิในปี ค.ศ. 1482 และทำพินัยกรรมในปี ค.ศ. 1487 ในบั้นปลายเปียโตร เปรูจิโนและลูคา ซินยอเรลลิก็มักจะมาเยี่ยมที่เวิร์คช็อพ วาซาริกล่าวว่าเปียโรตาบอดเมื่ออายุมากขึ้น เปียโรเสียชีวิตที่ซานเซพอลโครวันเดียวกับที่คริสโตเฟอร์ โคลัมบัสเหยียบทวีปอเมริกา

งานทางด้านคณิตศาสตร์และเรขาคณิตแก้ไข

เปียโรมีความสนใจอย่างลึกซึ้งในการศึกษาด้านทฤษฎีเกี่ยวกับการเขียนแบบทัศนียภาพ ซึ่งจะเห็นได้จากผลงานที่เขียนรวมทั้งงานเขียนภาพแผงสำหรับแท่นบูชาที่วัดซานออกัสติโน

เปียโรเขียนหนังสือสามเล่มที่เป็นที่รู้จักในหมู่นักคณิตศาสตร์สมัยใหม่: “Abacus Treatise (Trattato d'Abaco)”, “Short Book on the Five Regular Solids (Libellus de Quinque Corporibus Regularibus)” และ “On Perspective for Painting (De Prospectiva Pingendi)” เนื้อหาในหนังสือเป็นคณิตศาสตร์ พีชคณิต เรขาคณิต และทฤษฎีทัศนีภาพ งานเขียนของเปียโรมักจะรวมกับงานเขียนของนักเขียนคนอื่นในสมัยต่อมาโดยเฉพาะลูคา ปาชิโอลิ (Luca Pacioli) งานด้าน solid geometry ปรากฏในหนังสือ “De Divina Proportione” ของปาชิโอลิซึ่งมีภาพประกอบโดยเลโอนาร์โด ดา วินชี.

อ้างอิงแก้ไข

  1. จอร์โจ วาซารีกล่าวว่าเปียโรเสียชีวิตเมื่ออายุได้ 86 ปี ฉะนั้นปีเกิดก็จะเป็นปี ค.ศ. 1406
  2. “ตำนานทองหรือชีวิตของนักบุญ” เล่ม 3, ดึงข้อมูล 22 พฤษภาคม ค.ศ. 2007

ดูเพิ่มแก้ไข

สมุดภาพแก้ไข