เจ้านายอ้าย

เจ้าหลวงนายอ้าย หรือเจ้านายอ้าย[6]เป็นเจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 53 ครองเมืองน่าน ในปี พ.ศ. 2311 ครองเมืองน่านได้ 7 เดือน ก็ถึงแก่พิราลัย และเป็นเจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 3 ใน ราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์

เจ้าหลวงนายอ้าย
เจ้าเมืองน่าน
เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 53
ครองราชย์อังคาร ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2311
(ลง 8 ค่ำ เดือน 10 จ.ศ.1130)[1]
รัชกาล7 เดือน
ก่อนหน้าเจ้าพระยาอริยวงษ์
ถัดไปเจ้าพระยามโน
พระชายาเจ้านางคำขาเทวี[2]
พระราชบุตรเจ้าน้อยวงษ์[3]
ราชวงศ์ราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์
พระบิดาเจ้าไชยราชา
พระมารดาเจ้านางเทพ[4]
ประสูติณ เมืองเชียงใหม่
พิราลัยพ.ศ. 2311[5] ณ บ้านโพธิ์

พระประวัติแก้ไข

เจ้าหลวงนายอ้าย เป็นพระโอรสในเจ้าไชยราชา และเจ้านางเทพ ราชธิดาในเจ้าหลวงติ๋นมหาวงษ์ มีพระอนุชา และพระขนิษฐา ร่วมเจ้ามารดา 7 พระองค์
1. เจ้านายอ้าย ภายหลังได้เป็น เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 53
2. เจ้าสุทธะ
3. เจ้ามโน ภายหลังได้เป็น เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 54
4. เจ้านางพิมพา
5. เจ้านางโนชา
6. เจ้านางเลิศ

พระกรณียกิจแก้ไข

  • เถิงเดือน ๘ ขึ้น ๖ ค่ำ ทัพพม่าก็ยกจากเมืองหลวงพระบางมาตั้งอยู่ตีนวัดหลวงลำพางเมืองนคร ลวดรั้งพรรษาอยู่ที่นั้น ก็ขับเอากำลังในลานนาไทยห้าสิบเจ็ดเมืองได้แล้ว ฮอดเดือน ๓ ขึ้น ๕ ค่ำ จุลศักราชได้ ๑๑๒๖ ตัว ปีกาบสันนั้น ทัพม่านแลลานนาไทยทั้งมวลก็ยกลงไปเมืองอโยทธยาหั้นแล ฝ่ายเมืองน่านนั้น เจ้าอริยวงษ์ก็แต่งหื้อเจ้านายอ้ายตนเปนหลานคุมกองทัพไปตามโปมหามังคละทก คือไปเมืองใต้หั้นแล
  • มาเถิงศักราช ๑๑๒๗ ตัว ปีดับเล้านั้น ท้าวพระยาเจ้านายบ้านเมืองในลานนาไทยทั้งมวลบ่อาจจะอดได้ ก็ซ้ำพร้อมกันฟื้นม่านแถมสู่บ้านสู่เมือง เมื่อลุนหลังเจ้านายอ้ายไปราชการเมืองใต้หั้นแล
  • ฝ่ายเจ้าหลวงอริยวงษ์เมืองน่านก็จัดได้กำลังศึกแล้ว ก็ยกทัพขึ้นรบม่านที่ปากงาวเหนือเวียงน่านนั้น ม่านก็แตกพ่ายหนีไปหั้นแล ในกาลนั้นมหากระษัตริย์อังวะได้รู้ว่าลานนาไทยทั้งมวลพลิกฟื้นสันนั้นแล้ว อยู่มาฮอดจุลศักราช ๑๑๒๙ ตัว ปีเมิงไก๊ ก็แต่งหื้อโปอเสหงวนคือเปนโปโชกมีกำลังหมื่นหนึ่ง ยกทัพขึ้นมาฮอดเชียงใหม่เดือน ๓ ขึ้น ๑๐ ค่ำ ยามนั้นพระยาจ่าบ้านเจ้าเมืองเชียงใหม่แลพระเมืองไชยลพูนก็กวาดเอาไพร่ไทยในเมืองเชียงใหม่แลเมืองลพูนมีกำลังสามพัน ก็เอาข้ามอยู่ในเวียงลพูนนั้นแล เมื่อนั้นม่านก็ยกมาแวดวัง ขังอยู่แต่วันเดือน ๓ ขึ้น ๑๑ ค่ำ ฮอดเดือน ๔ ลง ๑๔ ค่ำ เม็งวันพฤหัศบดี ยามสู่แจ้ง เวียงลพูนก็แตก แลม่านก็จับเอาพระยาจ่าบ้านเชียงใหม่ขังตัวพระเมืองไชยเมืองลพูนนั้นก็ออกหนีพ้นไปเข้าสู่เมืองฮ่อตราบเถิงบัดนี้แล ครั้นว่าม่านได้เวียงลพูนแล้ว ก็ยกกองทัพเข้ามานคร เมืองแพร่ เมืองน่าน มาเถิงเมืองน่านเดือน ๕ ลงค่ำ ๑ เมืองน่านก็พ่ายหนีไปเมืองลาว อยู่เมืองลาวได้พรรษา ๑ พ.ศ. 2311 ตัวก็คืนมาตั้งอยู่เมืองน่านดังเก่าหั้นแล ดังเจ้านายอ้ายตนเปนหลานไปเอาราชการเมืองใต้ ทวยม่านนั้นก็ตีเอาเมืองใต้ได้ในปี พ.ศ. 2310 ครั้นว่าม่านได้เมืองใต้แล้ว ม่านก็เอาเจ้าฟ้าดอกเดื่ออันเปนเจ้าเมืองใต้คืนเมืองอังวะพุ้นหั้นแล เมือทางเมาะตมะทวายแลดังตัวเจ้านายอ้ายนั้นก็เอาติดตามทวยม่านเมืองทางแสนนั้นแล ครั้นเมือเถิงเมืองอังวะแล้วเจ้านายอ้ายก็ได้กราบทูลมหากระษัตริย์เมืองอังะหั้นแล
  • ในศักราชนั้นสิ่งเดียว คือปีเมิงไก๊นั้น ฮ่อก็ยกกองทัพใหญ่ลงมามีกำลังเก้าหมื่น ว่าจักรบเอาเมืองอังวะ ลงมาฮอดเมืองแสนหวีฟ้าหั้น ยามนั้นมหากระษัตริย์อังวะจิงกรุณา หื้อเจ้านายอ้ายเมืองน่านว่าสันนี้ เจ้านายอ้ายได้มาประสบพบราชการพระองค์เราสันนี้ หื้อเจ้านายอ้ายได้เอาราชการเพราะองค์เราออกรบศึกฮ่อก่อนเทือะ ว่าอัน เมื่อนั้นเจ้านายอ้ายก็ออกรบศึกฮ่อกับด้วยหมู่ไปทัพทั้งหลาย ฮ่อก็แตกพ่ายหนีแล้ว ก็ไล่เลยศึกฮ่อขึ้นไป เถิงขัวเหล็กขัวทองพุ้นแล้ว จิงได้กลับลงมากราบทูลมหากระษัตริย์เจ้า มหากระษัตริย์จิงปงอามิศต่อจ่าสวนหื้อเจ้านายอ้ายได้เปนเจ้าเสวยเมืองน่านแล้ว ส่วนว่าเจ้านายอ้ายครั้นว่า ได้รับอามิศต่อแล้ว ก็ทูลลาจากกษัตริย์ กรุงอังวะ แล้วลงมาถึงเมืองน่านทในเดือน กันยายน ในปี พ.ศ. 2311 เจ้าอริยวงษ์ ก็ได้มอบบ้านเมืองให้เจ้านายอ้ายตน ผู้เป็นหลานได้กินเมืองแทนตนใน พ.ศ. 2311

พิราลัยแก้ไข

  • เจ้านายอ้ายท่านได้เปนเจ้าอยู่เสวยราชสมบัติเปนเจ้ากินเมืองน่านนานได้ 7 เดือน ก็ได้ไปเอาราชการเมืองลาว ครั้นไปถึงบ้านโพธ์ ท่านก็เกิดพยาธิโรคปัจจุบัน แล้วก็ถึงแก่พิราลัย ไป ณ บ้านโพธิ์ที่นั้น ในปี พ.ศ. 2311

อ้างอิงแก้ไข