ราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์

ราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์ หรือ ราชวงศ์เมืองน่าน หรือ ราชวงศ์หลวงติ๋นมหาวงศ์ เป็นราชวงศ์ลำดับที่สองต่อจากราชวงศ์ภูคา ที่ปกครองนครเมืองน่าน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2269 จนถึง พ.ศ. 2474 รวมระยะเวลา 205 ปี

ราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์
พระราชอิสริยยศกษัตริย์ประเทศราช
พระเจ้าประเทศราช
เจ้าประเทศราช
พระยาประเทศราช
ปกครองนครเมืองน่าน
และหัวเมืองขึ้นอีก 45 เมือง
เชื้อชาติไทลื้อ ไทยวน
สาขาราชสกุลสาย ณ น่าน
สายที่ 1 พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ
สายที่ 2 เจ้าอนันตวรฤทธิเดชฯ
สายที่ 3 เจ้ามหาพรหมสุรธาดาฯ
จำนวนพระมหากษัตริย์14 พระองค์
ประมุขพระองค์แรกพระเจ้าหลวงติ๋นมหาวงศ์
ผู้นำสกุลองค์ปัจจุบันอ้างสิทธิ : เจ้าสมปรารถนา ณ น่าน
ประมุขพระองค์สุดท้ายเจ้ามหาพรหมสุรธาดา
สถาปนา11 พฤษภาคม พ.ศ. 2269
สิ้นสุด17 สิงหาคม พ.ศ. 2474
(205 ปี 67 วัน)
ราชวงศ์ก่อนหน้าราชวงศ์ภูคา

การสถาปนาแก้ไข

ราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์ หรือ ราชวงศ์น่าน ได้รับการสถาปนาขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2269 โดย พระเจ้านครน่านหลวงติ๋นมหาวงศ์ ปฐมเจ้าผู้ครองนครน่านแห่งราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์ โดยมีเชื้อสายเจ้านายเมืองเชียงใหม่ ได้รับการราชาภิเษกขึ้นเป็นเจ้าผู้ครองนครเมืองน่าน เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2269 และมีการสืบสันตติวงศ์กันต่อๆ มาจวบจนถึงปี พ.ศ. 2474 เจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 64 และองค์ที่ 14 (องค์สุดท้าย) แห่งราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์ ทรงถึงแก่พิราลัย และในปีถัดมาทางสยามประเทศได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จึงถือเป็นการสิ้นสุดตำแหน่งเจ้าผู้ครองนครนับแต่นั้นมา

หมายเหตุ : พระเจ้านครน่านหลวงติ๋นมหาวงศ์ ปฐมเจ้าผู้ครองนครน่านแห่งราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์ (บางตำราระบุว่า) พระองค์ทรงสืบเชื้อสายมาจาก พระเจ้าศรีสองเมือง กษัตริย์แห่งแคว้นล้านนา และเจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 42

พระนาซ้าย (น้อยอินทร์) เป็นคนเมืองน่าน อาศัยอยู่ที่บ้านฝายแก้ว ต่อมาพม่าได้แต่งตั้งให้ดูแลรักษาเมืองน่าน และในปี พ.ศ. 2269 หลังจากที่ดูแลเมืองน่านมาได้ 10 ปี จึงได้กราบทูลขอให้ราชสำนักพม่าส่งให้เจ้ามาปกครองเมืองน่าน เพราะในเวลานั้นเชื้อสายเจ้าเมืองน่านแต่เดิมนั้นไม่มีแล้วประกอบกับพญาหลวงติ๋นมหาวงศ์มีเชื้อสายเจ้าบ้านผ่านเมืองมาก่อนและส่วนตัวของพระนาซ้ายไม่มีเชื้อสายเจ้าเมืองมาก่อนจึงไม่กล้าครองเมืองจึงได้เชิญพญาหลวงติ๋นมหาวงศ์มาครองเมืองน่านและมีเจ้าผู้ครองนครสืบลงมา จนกระทั่งสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เจ้าผู้ครองนครน่านได้มาขอพึ่งพระบรมโพธิสมภาร พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้มีมหากรุณาธิคุณทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมยกย่องเป็นเจ้าฟ้าเป็นครั้งแรกคือ"เจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ"เหมือนตำแหน่งเจ้าฟ้าไทใหญ่ในพม่าและเจ้าผู้ครองนครน่านได้ถวายความจงรงภัคดีต่อราชวงศ์จักรีเรื่อยมา จวบจนกระทั่งเหตุการณ์ที่เวียงจันทน์ก่อกบฎในปี พ.ศ. 2369 เจ้าผู้ครองนครน่านมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับเจ้าอนุวงศ์ เมืองน่านจึงถูกจับตาจากกรุงเทพอย่างใกล้ชิด จวบจนมาถึงสมัยเงี้ยวปล้นเมืองแพร่ เมื่อปี พ.ศ. 2445 เจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน มีความชอบในการช่วยปราบกบฎเงี้ยวที่ปล้นเมืองแพร่ สนองพระเดชพระคุณเป็นที่พอพระทัยยิ่ง ต่อมาในปี พ.ศ. 2446 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนา เจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้านครเมืองน่าน ขึ้นเป็น พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ พระเจ้านครเมืองน่าน ทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น พระเจ้าประเทศราช องค์ที่ 7 และทรงเป็นองค์แรกและองค์สุดท้ายในประวัติศาสตร์น่าน

เจ้าผู้ครองนครน่านแห่งราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์

เจ้าผู้ครองนครน่านแห่ง
ราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์
พระเจ้าหลวงติ๋นมหาวงศ์
*พระเจ้าอริยวงศ์
*พระเจ้านายอ้าย
*พระเจ้ามโนราชา
*พระเจ้าวิธูร
*พระเจ้ามงคลวรยศ
*สมเด็จเจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ
*พระเจ้าสุมนเทวราช
*พระเจ้ามหายศ
*พระเจ้าอชิตวงษ์
*พระเจ้ามหาวงษ์
 เจ้าอนันตวรฤทธิเดช
 พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช
 เจ้ามหาพรหมสุรธาดา

ราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์ ปกครองเมืองนครน่านมาจนถึงปี พ.ศ. 2474 รวมระยะเวลา 205 ปี ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดตำแหน่งเจ้าผู้ครองนครน่าน นับตั้งแต่นั้นมา มีเจ้าผู้ครองนครน่านสืบสันตติวงศ์แห่งราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์ต่อเนื่องกันมาถึง 14 รัชกาล นับเป็นบรรพบุรุษแห่งราชสกุล ณ น่าน , มหายศนันทน์ , มหาวงศนันทน์ , พรหมวงศนันทน์ และราชสกุลอื่นๆ ในปัจจุบัน[1]

  • บางตำราสัญนิฐานว่า เจ้าหลวงติ๋นมหาวงศ์ มีเชื้อสายเป็นเจ้า ที่ปกครองเมืองเชียงใหม่ และยังเป็นญาติวงศ์ กับพระเจ้าศรีสองเมือง กษัตริย์แคว้นล้านนา หรือเจ้าศรีสองเมืองพลศึกซ้ายไชยสงคราม เจ้านครเมืองน่าน เจ้าผู้ครองเมืองน่าน องค์ที่ 41

ราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์ ภายใต้การปกครองของพม่าแก้ไข

ต่อมานครน่าน ได้เป็นประเทศราชรวมอยู่ในราชอาณาจักรสยาม โดยในช่วง พ.ศ. 2297 – 2327 หัวเมืองล้านนาต่าง ๆ พยายามแข็งข้อต่อพม่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงสามารถโจมตีขับไล่พม่าออกจากเชียงใหม่เป็นผลสำเร็จเมื่อปี พ.ศ. 2317 แต่นครน่านยังตกอยู่ในฝ่ายพม่า เจ้าน้อยวิฑูร เจ้านครน่านถูกจับและถูกคุมตัวส่งไปยังกรุงธนบุรี (พ.ศ. 2321) เมืองน่านจึงขาดเจ้าผู้ปกครอง พม่าได้ยกทัพกวาดต้อนผู้คนไปอยู่ที่เชียงแสน ทำให้เมืองน่านถูกทิ้งร้างว่างเปล่า จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงแต่งตั้งให้เจ้ามงคลวรยศ หลานเจ้าพญาหลวงติ๋นมหาวงศ์ มาปกครองนครน่านที่รกร้างว่างเปล่า และในปี พ.ศ. 2328 กองกำลังพื้นเมืองล้านนาโดยการสนับสนุนของกองทัพสยาม ขับไล่พม่าออกไปได้สำเร็จ นครน่านจึงรวมเข้าอยู่ในราชอาณาจักรสยาม และเจ้ามงคลวรยศได้ยกนครน่านให้เจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญปกครองสืบไป

ราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์ ภายใต้การปกครองของกรุงรัตนโกสินทร์แก้ไข

หลังจากเมืองนครน่าน ขึ้นกับกรุงรัตนโกสินทร์ ในปี พ.ศ. 2331 เจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ ได้ลงไปเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชกรุงรัตนโกสินทร์ เพื่อขอเป็นข้าขอบขัณฑสีมา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญเป็นเจ้าผู้ครองนครน่าน และแต่งตั้งเจ้าสุมนเทวราช ขึ้นเป็นเจ้าพระยาหอหน้า พ.ศ. 2343 นครน่านจึงมีฐานะเป็นหัวเมืองประเทศราชของกรุงเทพฯ ตั้งแต่นั้นมา เจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญมีความสามารถในการปกครองและบริหารบ้านเมืองเป็นอย่างยิ่ง นับแต่เจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ ขอเป็นข้าขอบขัณฑสีมากรุงรัตนโกสินทร์ เมืองน่านมีฐานะเป็นหัวเมืองประเทศราช เจ้าผู้ครองนครมีอำนาจสิทธิเด็ดขาด ในการปกครองพลเมือง การขึ้นครองนครแม้จะต้องได้รับความเห็นชอบจากกรุงรัตนโกสินทร์ แต่โดยทางปฏิบัติแล้ว พระมหากษัตริย์กรุงรัตนโกสินทร์ทรงให้เจ้านายและขุนนางผู้ใหญ่ในเมืองน่านเลือกตัวเจ้านายผู้มีอาวุโสเป็นเจ้าผู้ครองนครกันเอง มิได้ทรงยุ่งเกี่ยวกับกิจการภายใน

เจ้าผู้ครองนครน่านในชั้นหลังทุกพระองค์ต่างจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรี ได้ช่วยราชการบ้านเมืองสำคัญ ๆ หลายครั้งหลายคราวด้วยกัน เช่น ช่วยราชการสงครามเมืองเชียงแสนในรัชกาลที่ 1 ปราบกบฏเจ้าอนุวงศ์ในรัชกาลที่ 3 ช่วยราชการสงครามเมืองเชียงตุง ในรัชกาลที่ 4 และ 5 เป็นต้น

สมัยเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เป็นเจ้าผู้ครองนครน่าน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงแก้ไขวิธีการปกครองแผ่นดินขึ้นใหม่ ในปี พ.ศ. 2435 โดยแบ่งการปกครองหัวเมืองออกเป็นมณฑลเทศาภิบาล ได้ทรงส่งข้าราชการผู้ใหญ่ที่ไว้วางพระราชหฤทัยจากกรุงเทพฯ เป็นผู้แทนต่างพระเนตร พระกรรณมากำกับดูแล การบริหารบ้านเมืองของเจ้าผู้ครองนคร เรียกชื่อตามตำแหน่งทำเนียบว่า 'ข้าหลวงประจำเมือง'

ในปี พ.ศ. 2446 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริว่าเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน ได้ประกอบคุณงามความดี แก่ราชการบ้านเมือง เป็นที่รักใคร่นับถือของเจ้านายท้าวพระยาและพลเมืองโดยทั่วไป จึงมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งให้สถาปนาเลื่อนยศฐานันดรศักดิ์ เจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้านครเมืองน่าน ขึ้นเป็น พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ พระเจ้านครเมืองน่าน มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช กุลเชษฐมหันต์ ไชยนันทบุระมหาราชวงษาธิบดี สุจริตจารีราชานุภาวรักษ วิบูลยศักดิกิตติไพศาล ภูบาลบพิตร์ สถิตย์ณนันทราชวงษ์ พระเจ้านครเมืองน่าน

หลังจาก พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ทรงถึงแก่พิราลัยเมื่อปี พ.ศ. 2461 เจ้ามหาพรหมสุรธาดา (เจ้าอุปราช) ได้ขึ้นครองเมืองน่าน ในสมัยนี้อำนาจของเจ้าผู้ครองนครลดน้อยลงทางกรุงเทพฯ ได้จัดส่งข้าราชการ เช่น ผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัด คลังจังหวัด และสรรพากรจังหวัด ฯลฯ มาประจำหน่วยงานเรียกกันว่า 'เค้าสนามหลวง' ส่วนตัวเจ้าผู้ครองนครได้กำหนดรายได้เป็นอัตราเงินเดือน ส่วยสาอากรต่าง ๆ ต้องเก็บเข้าท้องพระคลังทั้งสิ้น เมื่อเจ้ามหาพรหมสุรธาดาถึงแก่พิราลัยในปี พ.ศ. 2475 ตำแหน่งเจ้าผู้ครองนครถูกยุบเลิกแต่นั้นมา[2]

รายชื่อนามสกุลที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน แก่เจ้านายนครเมืองน่านแก้ไข

นามสกุลเจ้านายนครเมืองน่าน ที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขนานนามสกุลขึ้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2455 โดยให้มีผลใช้บังคับในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2456 นามสกุลที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน แก่เจ้านายนครเมืองน่าน มีดังนี้

  1. ณ น่าน (เลขที่ 1162) พระราชทานเมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2456 แก่ พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 63 ที่ทรงสืบเชื้อสายราชสกุลมาจาก พระเจ้านครน่านหลวงติ๋นมหาวงศ์ เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 51 และปฐมวงศ์แห่งราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์ และพระราชทานแก่เจ้านายเมืองนครน่านที่เป็นทายาทสืบราชสกุลจาก เจ้าอนันตวรฤทธิเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 62 และเจ้านายที่เป็นทายาทสืบราชสกุลจาก เจ้ามหาพรหมสุรธาดาฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 64 (องค์สุดท้าย)
  2. มหายศนันทน์ (อักษรโรมัน : Mahâyasanandana) (เลขที่ 1165) พระราชทานเมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2456 แก่ เจ้าอุตรการโกศล (น้อยมหาไชย) รองผู้พิพากษาศาล เมืองนครน่าน ทรงสืบเชื้อสายราชสกุลมาจาก พระเจ้ามหายศ เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 59
  3. มหาวงศนันทน์ (อักษรโรมัน : Mahâvansanandana) (เลขที่ 1164) พระราชทานเมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2456 แก่ เจ้าวรญาติ (เทพรศ) นายงานคมนาคม เมืองนครน่าน ทรงสืบเชื้อสายราชสกุลมาจาก พระเจ้ามหาวงษ์ เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 61
  4. พรหมวงศนันทน์ (อักษรโรมัน : Brahmavansanandana) (เลขที่ 1163) พระราชทานเมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2456 แก่ เจ้าไชยสงคราม (มธุรศ) กรมการพิเศษ เมืองนครน่าน ทรงสืบเชื้อสายราชสกุลมาจาก เจ้าฟ้ามหาพรหมวงศ์ เจ้าฟ้าเมืองเทิง
  5. จิตรวงศนันท์ พระราชทานแก่เจ้านายเมืองนครน่านที่เป็นทายาทสืบราชสกุลจาก พระเจ้าอชิตวงษ์ เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 60
  6. วรยศ พระราชทานแก่เจ้านายเมืองนครน่านที่เป็นทายาทสืบราชสกุลจาก พระเจ้ามงคลวรยศ เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 56
  7. สมณะช้างเผือก พระราชทานแก่เจ้านายเมืองนครน่านที่เป็นทายาทสืบราชสกุลจาก พระเจ้าสุมนเทวราช เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 58 (ผู้นำช้างเผือกขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายรัชกาลที่ 2)
  8. ไชยวงศ์หวั่นท๊อก พระราชทานแก่เจ้านายเมืองนครน่านที่เป็นทายาทสืบราชสกุลจาก พระเจ้าอริยวงษ์เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 52

รายพระนามเจ้าผู้ครองนครน่านแก้ไข

รายพระนามเจ้าผู้ครองนครน่าน 14 พระองค์ แห่งราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์ [3] (พ.ศ. 2269 - พ.ศ. 2474 รวมระยะเวลา 205 ปี) มีรายพระนามตามลำดับ ดังนี้

ลำดับ พระรูป พระนาม ครองราชย์ รวมระยะเวลา
เริ่ม (พ.ศ.) สิ้นสุด (พ.ศ.)
1 เจ้าหลวงติ๋นมหาวงศ์ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2269 16 มิถุนายน พ.ศ. 2294 25 ปี 36 วัน
2   เจ้าอริยวงษ์ 30 กันยายน พ.ศ. 2297 4 ตุลาคม พ.ศ. 2311 14 ปี 4 วัน
3   เจ้านายอ้าย 4 ตุลาคม พ.ศ. 2311 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2312 1 ปี 57 วัน
4   เจ้ามโน 10 กันยายน พ.ศ. 2312 25 มีนาคม พ.ศ. 2317 4 ปี 196 วัน
5   เจ้าวิธูร 25 มีนาคม พ.ศ. 2317 31 มีนาคม พ.ศ. 2321 4 ปี 6 วัน
พ.ศ. 2321 - พ.ศ. 2326 เมืองนครน่าน ได้ว่างเจ้าผู้ครองนคร เป็นระยะเวลา 5 ปี
6   พระยามงคลวรยศ 2 เมษายน พ.ศ. 2326 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2329 2 ปี 306 วัน
7   เจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2331 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2353 22 ปี 88 วัน
8   พระยาสุมนเทวราช 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2353 26 มิถุนายน พ.ศ. 2368 15 ปี 134 วัน
9   พระยามหายศ 6 กันยายน พ.ศ. 2368 30 มกราคม พ.ศ. 2378 9 ปี 146 วัน
10   พระยาอชิตวงษ์ 28 มกราคม พ.ศ. 2380 11 ตุลาคม พ.ศ. 2380 8 เดือน 13 วัน
11   พระยามหาวงษ์ 23 เมษายน พ.ศ. 2381 23 ตุลาคม พ.ศ. 2394 12 ปี 183 วัน
12   เจ้าอนันตวรฤทธิเดช 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2395 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2435 40 ปี 24 วัน
13   พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2437 5 เมษายน พ.ศ. 2461 24 ปี 43 วัน
14   เจ้ามหาพรหมสุรธาดา 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2462 17 สิงหาคม พ.ศ. 2474 11 ปี 279 วัน
ยกเลิกตำแหน่ง เจ้าผู้ครองนครน่าน

ผู้สืบสกุลเจ้าผู้ครองนครน่าน ภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองแก้ไข

ลำดับ รูป นาม ดำรงตำแหน่ง ระยะเวลา
ผู้สืบสกุลเจ้าผู้ครองนครน่านภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
1   เจ้าราชบุตร (เจ้าหมอกฟ้า ณ น่าน) พ.ศ. 2474 - พ.ศ. 2501 27 ปี

อ้างอิงแก้ไข

แหล่งข้อมูลเพิ่มแก้ไข

  1. ตระกูลหลวงติ๋นและจุด เริ่มต้นของการสร้าง “น่านใหม่” พ.ศ. 2267-2331
  2. การวิเคราะห์สังคมเมืองน่าน จากกฎหมายอาณาจักรหลักคํา (พ.ศ.2395-2451) - มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ก่อนหน้า ราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์ ถัดไป
ราชวงศ์ภูคา   ราชวงศ์ที่ปกครองนครเมืองน่าน
(พ.ศ. 2269 - พ.ศ. 2475)
  ยกเลิกเจ้าผู้ครองนคร
(พ.ศ. 2475)