อาสนวิหารซอลส์บรี

อาสนวิหารซอลส์บรี (อังกฤษ: Salisbury Cathedral) มีชื่อเป็นทางการว่า อาสนวิหารเซนต์แมรี (Cathedral of Saint Mary) เป็นอาสนวิหารนิกายอังกลิคันตั้งอยู่ที่เมืองซอลส์บรี มณฑลวิลท์เชอร์ในสหราชอาณาจักร เริ่มสร้างเมื่อ ค.ศ. 1221 แล้วเสร็จเมื่อ ค.ศ. 1280 รวมระยะเวลาในการสร้าง 59 ปี ในปี ค.ศ. 2008 อาสนวิหารซอลส์บรีฉลองครบรอบ 750 ปีตั้งแต่ได้รับสถาปนาเป็นอาสนวิหารตั้งแต่ปี ค.ศ. 1258[1]

อาสนวิหารซอลส์บรี

ยอดของอาสนวิหารซอลส์บรีสูงจากพื้น 404 ฟุต (123 เมตร) ซึ่งสูงที่สุดในสหราชอาณาจักร ระเบียงคดมีเนื้อที่มากที่สุด และเนื้อที่บริเวณรอบอาสนวิหารเท่ากับ 80 เอเคอร์ ซึ่งกว้างใหญ่ที่สุดในอังกฤษ[2] นอกจากนั้นอาสนวิหารยังมีนาฬิกาที่สร้างเมื่อ ค.ศ. 1386 ที่ยังใช้การได้ และเป็นอาสนวิหารที่เป็นที่เก็บหนึ่งในสี่ของมหากฎบัตรฉบับดั้งเดิม[2]

ความสำคัญของอาสนวิหารซอลส์บรีทางสถาปัตยกรรม คือเป็นตัวอย่างที่ดีของสิ่งก่อสร้างแบบกอธิคของอังกฤษ[2] ตอนต้นที่เป็นแนวเดียวกันหมดเพราะสร้างรวดเดียวเสร็จ ไม่เหมือนอาสนวิหารอื่นที่ใช้เวลาหลายร้อยปีจึงสร้างเสร็จจึงทำให้ลักษณะสถาปัตยกรรมเปลี่ยนไปตามสมัย

ประวัติแก้ไข

เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างพระและฝ่ายทหารที่โอลด์เซรุม (Old Sarum) ที่เป็นที่ตั้งเดิมของอาสนวิหารซอลส์บรีเสื่อมโทรมลง ทางวัดจึงตัดสินใจย้ายวัดไปตั้งที่ใหม่ที่เมืองซอลส์บรีในปัจจุบัน[3] การย้ายเกิดขึ้นในสมัยของบาทหลวงริชาร์ด พัวร์ (Richard Poore) ผู้ซึ่งเป็นผู้มีฐานะร่ำรวยและได้อุทิศที่ดินในการก่อสร้างอาสนวิหารใหม่ แม้ว่าการก่อสร้างอาสนวิหารใหม่ใช้เงินจากการอุทิศแต่ผู้อุทิศหลักก็คือพระแคนนอนและวิคาร์จากทางตะวันตกเฉียงใต้ผู้ถูกขอให้อุทิศเป็นจำนวนเจาะจงทุกปีจนกว่าอาสนวิหารจะสร้างเสร็จ[4] ที่ตั้งปัจจุบันเลือกจากตำนานที่กล่าวว่าบาทหลวงแห่งโอลด์เซรุมยิงธนูไปทางทิศที่จะสร้างอาสนวิหาร ไปโดนกวางที่เดินไปจนล้มลงตาย ที่ที่กวางตายก็คือที่สร้างอาสนวิหารปัจจุบัน

ศิลาฤกษ์วางเมื่อวันที่ 28 เมษายน ค.ศ. 1220[5] เพราะที่สร้างปัจจุบันมีระดับน้ำใต้ดินสูงอาสนวิหารจึงมีฐานลึกเพียง 4 ฟุต ทางเดินกลาง, แขนกางเขน และบริเวณสงฆ์ (choir) สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1258, ด้านหน้าในปี ค.ศ. 1265, ระเบียงคดและหอประชุมสงฆ์ในปี ค.ศ. 1280 เพราะอาสนวิหารสร้างเสร็จในระยะเวลาเพียง 38 ปี จึงทำให้เป็นลักษณะการก่อสร้างแบบเดียวที่สมบูรณ์แบบ--สถาปัตยกรรมกอธิคอังกฤษสมัยต้น

สิ่งที่มาสร้างภายหลังจากส่วนอื่นก็ได้แก่ระเบียงคด หอประชุมสงฆ์ หอระฆัง และมณฑปซึ่งสูง 404 ฟุต หรือ 123 เมตรซึ่งเห็นเด่นชัดมาแต่ใกลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1320 แม้ว่าหอคอยของอาสนวิหารจะเป็นสิ่งที่เชิดหน้าชูตาที่สุดของอาสนวิหาร แต่ก็เป็นสิ่งที่เป็นปัญหาที่สุดเช่นเดียวกัน หอคอยและยอดซึ่งอยู่ตรงจุดตัดระหว่างทางเดินกลางและแขนกางเขนเพิ่มน้ำหนักให้แก่ตัวอาสนวิหารขึ้นอีก 6,397 ตัน ซึ่งถ้าไม่มีกำแพงค้ำยัน, โค้งค้ำยัน, หรือผูกด้วยเหล็กแล้วก็คงล้มครืนลงมาเช่นยอดของแอบบีมาลมสบรี (Malmesbury Abbey) แต่ยอดของอาสนวิหารซอลส์บรียังอยู่เป็นยอดวัดที่สูงที่สุดในโลกที่สร้างก่อน ค.ศ. 1400 ความหนักของยอดจะเห็นได้จากคอลัมน์สี่มุมภายในอาสนวิหารที่โก่งตัวเพราะความกดดันและพื้นที่ทรุดลงจากบริเวณอื่น ทางวัดต้องสร้างเพดานปลอมเหนือจุดตัดภายใต้บริเวณโคม (lantern stage) เพื่อช่วยรับน้ำหนัก

การบูรณะครั้งสำคัญทำโดยสถาปนิกเจมส์ ไวแอ็ทท์ (James Wyatt) ในปี ค.ศ. 1790 รวมทั้งสร้างฉากกางเขนใหม่แทนฉากกางเขนเดิมที่ย้ายไปอยู่ในชาเปลข้างๆ และรื้อหอระฆังที่ตั้งห่างจากตัววัดไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 100 เมตรทิ้ง อาสนวิหารซอลส์บรีเป็นหนึ่งในสามของอาสนวิหารในอังกฤษที่ไม่มีหอระฆัง อึกสองอาสนวิหารคืออาสนวิหารนอริช และ อาสนวิหารอีลี

หอประชุมสงฆ์และมหากฎบัตรแก้ไข

ลักษณะเด่นของหอประชุมสงฆ์คือเป็นรูปแปดเหลื่ยมตกแต่งด้วยขอบรูปปั้นเหนือที่นั่งรอบภายในสิ่งก่อสร้างเป็นฉากจากพระธรรมปฐมกาลและ พระธรรมอพยพรวมทั้งอาดัมและอีฟ, เรือโนอาห์, หอบาเบล และ เอบราฮัม, ไอแซ็ค และ เจคอป นอกจากนั้นหอประชุมสงฆ์ยังเป็นที่ตั้งแสดงหนึ่งในสี่มหากฎบัตรฉบับแท้ อาสนวิหารซอลส์บรีได้เป็นเจ้าของมหากฎบัตรเพราะอีไลอัสแห่งแดเรม (Elias of Dereham) ผู้มีหน้าที่แจกจ่ายมหากฎบัตรมาเป็นพระแคนนอนที่ซอลส์บรีและมาควบคุมการก่อสร้างอาสนวิหารนำเอาติดตัวมาด้วย

อ้างอิงแก้ไข

  1. "750th Anniversary, Salisbury Cathedral". สืบค้นเมื่อ 2008-01-17.
  2. 2.0 2.1 2.2 "Visitor Information, Salisbury Cathedral". สืบค้นเมื่อ 2008-01-17.
  3. Evans, p. 10-11
  4. Evans, p. 13
  5. Evans, p. 15

ข้อมูลเพิ่มเติมแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

  วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ อาสนวิหารซอลส์บรี

สมุดภาพแก้ไข