ด้านหน้าวัด

อารามเอททัล (เยอรมัน: Kloster Ettal) เป็นแอบบีย์คณะเบเนดิกติน ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านชื่อเดียวกันใกล้กับเมืองโอเบอร์อัมแมร์เกา (Oberammergau) และเมืองการ์มิช-พาร์เทินเคียร์เชินในรัฐบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี

ประวัติแก้ไข

 
ภายใน

อารามเอททัลก่อตั้งเมื่อขึ้นวันที่ 28 เมษายน ปี ค.ศ. 1330 ตรงกับวันนักบุญวีตาลิสแห่งมิลาน (Vitalis of Milan) โดย จักรพรรดิลุดวิกที่ 4 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์หรือลุดวิกชาวบาวาเรียน (Ludwig the Bavarian) ที่หุบเขากราสแวง (Graswang valley) ตามที่พระองค์ได้ให้คำปฏิญาณไว้หลังจากกลับมาจากประเทศอิตาลี ตรงจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางการค้าขายระหว่างประเทศอิตาลีและเมืองเอาก์สบูร์ก ประเทศเยอรมนี ตามตำนานกล่าวว่าม้าของจักรพรรดิลุดวิกผงกหัวสามครั้งตรงที่ที่ต่อมาเป็นที่สร้างอารามเดิม ซึ่งในปัจจุบันเป็นที่ตั้งรูปปั้นพระแม่มารีย์ ที่เรียกกันว่า “Frau Stifterin” หรือ “Ettal Madonna” (เอททัลมาดอนนา) เป็นศิลปะตระกูลปีซาโน (Pisano) ซึ่งเป็นของขวัญที่จักรพรรดิลุดวิกทรงมอบให้แก่อาราม รูปปั้นนี้กลายมาเป็นเรลิกที่ผู้แสวงบุญนิยมกันมาสักการะ อารามนี้อุทิศให้แก่แม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์

สถาปัตยกรรมเดิมเป็นแบบศิลปะกอทิก สร้างระหว่างปี ค.ศ. 1330 ถึงปี ค.ศ. 1370 เป็นสิ่งก่อสร้างที่ไม่ใหญ่นักเมื่อเทียบกับอารามระดับเดียวกันในสมัยกลางในแคว้นบาวาเรีย

อารามได้รับความเสียหายมากจากกองทัพของมอริสแห่งแซกโซนี (Maurice of Saxony) ระหว่างการปฏิรูปศาสนา แต่รอดจากการถูกทำลายระหว่างสงครามสามสิบปี (Thirty Years' War) ระหว่างปี ค.ศ. 1618 ปี ค.ศ. 1648

เมื่อปี ค.ศ. 1709 ภายใต้อธิการปลาซีดุสที 2 (Abbot Placidus II Seiz) ถือกันว่าเป็นยุคทองของอารามนี้ท่านก็ได้ก่อตั้ง “Knights' Academy” (“Ritterakademie”) ซึ่งกลายมาเป็นสถานศึกษาที่มีชื่อเสียงและเป็นการเริ่มเป็นแนวทางการศึกษาของอารามแห่งนี้ แต่เมื่อปี ค.ศ. 1744 อารามก็ถูกไฟไหม้จนเกือบไม่เหลือ อารามที่สร้างแทนเป็นอารามที่สร้างอย่างโอฬารแบบศิลปะบารอก มีโดมสองชั้นตามแบบของเอนริโก ซุกกัลลี (Enrico Zuccalli) สถาปนิก ชาวสวิส-อิตาลี ที่ทำงานอยู่ที่มิวนิก ผู้เป็นลูกศิษย์ของจัน โลเรนโซ แบร์นีนี การตกแต่งภายในทำโดย โจเซฟ ชมุทเซอร์ (Josef Schmutzer) ช่างปั้นปูนในสกุลศิลปะเวสโซบรุนเนอร์ (Wessobrunn School) และโยฮันน์ แบพทิสต์ ชเตราบ์ (Johann Baptist Straub) ผู้เป็นผู้ตกแต่งแท่นบูชาและบริเวณที่ทำพิธีรอบแท่นบูชา

ความใหญ่โตหรูหราของอารามทำให้อารามเพิ่มความสำคัญขึ้นและกลายมาเป็นอารามที่สำคัญที่สุดในบริเวณเชิงเทือกเขาแอลป์

การปฏิรูปสถาบันคริสต์ศาสนาแก้ไข

 
รูปปั้นแบบโรโกโก

อารามถูกยุบเลิกเมื่อปี ค.ศ. 1803 ระหว่างการ “การปฏิรูปสถาบันคริสต์ศาสนา” (Secularization) หลังจากนั้นอารามถูกขายให้กับโยเซฟ ฟอน เอลบิง (Josef von Elbing) เมื่อปี ค.ศ. 1809 ต่อมาลูกหลานของเขา ก็ขายให้กับเคาต์พัพเพนไฮม์ (Count Pappenheim) ระหว่างศตวรรษที่ 19 มีการบูรณะสิ่งก่อสร้างย่อย ๆ ของอารามโดยเฉพาะด้านหน้าของอารามและหอระฆัง

ฟื้นอารามแก้ไข

อารามตกไปเป็นของบารอนเทโอดอร์ ฟอน คราเมอร์-เคลทท์ (Baron Theodor von Cramer-Klett) ผู้ยกอารามนี้คืนนักพรตคณะเบเนดิกตินที่ไชเยิร์น (Scheyern) เมื่อปี ค.ศ. 1900 ซึ่งได้สถาปนาอารามเอททัลกลับเป็นอารามเบเนดิกตินตามเดิม และได้ขึ้นทะเบียนเป็นอารามในตำแหน่ง Basilica minor (มหาวิหารน้อย) เมื่อปี ค.ศ. 1920

ตามประเพณี ของ “Ritterakademie” เดิม อารามก็สร้างโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำ (Gymnasium) เชี่ยวชาญทาง มนุษยศาสตร์ และภาษาสมัยใหม่ (modern languages) นอกจากนั้นทางวัดก็ยังมีโรงงานกลั่นเหล้าและทำเบียร์ ร้านขายหนังสือ โรงพิมพ์ โรงแรม โรงงานทำเนยแข็ง และมีโครงร่วมกับธุรกิจอื่นๆด้วย

เมื่อปี ค.ศ. 1993 อารามเอททัลตั้งอดีตอารามเวชเซลบูร์ก (Wechselburg Abbey) ซึ่งเคยเป็นอารามคณะออกัสติเนียน ขึ้นมาเป็นอารามคณะเบเนดิกติน

เมื่อปี ค.ศ. 2005 อารามนี้มีนักพรตด้วยกัน 50 องค์ และอีก 5 องค์อยู่ทีเวชเซลบูร์ก อารามเอททัลเป็นอารามเบเนดิกตินที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของนิกายนี้และเป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวปีละมาก ๆ

อ้างอิงแก้ไข

  • Drößler, Adolf, 1930. Königsschloß Linderhof, Oberammergau und Kloster Ettal (Violette Bücher, vol. 7). Würzburg: Bonitas-Bauer.
  • Koch, Laurentius, 1996. Basilika Ettal. Kloster-, Pfarr- und Wallfahrtskirche. Ettal: Buch-Kunstverlag. ISBN 3-87112-074-X
  • Prosch, Magdalena, 1927. Die sonnige Not [historical novel about Ettal Abbey]. Regensburg: Manz.
  • Sarach, Rupert (ed.), 1970. Festschrift zum 300jährigen Weihejubiläum der Klosterkirche Ettal. Ettal: Buch-Kunstverlag.
  • Schenk, Clemens, c. 1960. Kloster Ettal bei Oberammergau. Eine kunstgeschichtliche Betrachtung. Würzburg: Triltsch.
  • Schnell, Hugo, 1960. Ettal. Kloster- und Marien-Münster (Große Kunstführer, vol. 3). Munich: Schnell & Steiner.
  • Seidel, Max, 1949. Ad gloriam dei. Neue Bilder vom Benediktinerkloster Ettal. Stuttgart: Belser.
  • Anon, 1860. Kloster Ettal. Kurzgefaßte Nachricht von dem Ursprunge, Fortgange und Ende des Benediktinerklosters Ettal. Munich: Weiß.

ข้อมูลเพิ่มเติมแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

สมุดภาพแก้ไข