สาวน้อยเวทมนตร์ มาโดกะ

สาวน้อยเวทมนตร์ มาโดกะ (ญี่ปุ่น: 魔法少女まどか☆マギカ โรมาจิMahō Shōjo Madoka Magika; ละติน: Puella Magi Madoka Magica) เป็นอนิเมะโทรทัศน์แนวสาวน้อยเวทมนตร์ โดยShaftและ Aniplex กำกับโดย อะคิยูกิ ชินโบ เขียนบทโดย เก็น อุโรโบจิ ออกแบบตัวละครโดย อุเมะ อาโอกิ ดนตรีประกอบโดย ยูกิ คะจิอุระ โดยอนิเมะสิบตอนแรกได้ออกอากาศทางช่อง TBS และ MBS ตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม 2554 จนถึงวันที่ 11 มีนาคม 2554 ส่วนสองตอนสุดท้ายถูกเลื่อนฉายออกไปเป็นวันที่ 21 เมษายน 2554 ด้วยเหตุเนื่องมาจากแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิในโทโฮะกุ พ.ศ. 2554 สำหรับวิดีโอเกมสำหรับเครื่องเล่น PSP จะวางจำหน่ายในเดือนมีนาคม 2555 ต่อมาในปีเดียวกันได้มีฉบับภาพยนตร์ 2 ภาค ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องเดิมซ้ำกับฉบับฉายทางโทรทัศน์ ก่อนที่จะมีภาพยนตร์ภาคที่ 3 ในปี 2556 ซึ่งมีเนื้อเรื่องเสริมต่อมาจากสองภาคแรก และมีวีดิโอเกมสำหรับระบบปฏิบัติการไอโอเอสและแอนดรอยด์ ในปี 2561 ในชื่อว่า Magia Record: Puella Magi Madoka Magica Side Story (ญี่ปุ่น: マギアレコード 魔法少女まどか☆マギカ外伝 โรมาจิMagia Rekōdo: Mahō Shōjo Madoka Magika Gaiden)ซึ่งมีเนื้อเรื่องต่างออกไปและตัวละครเอกคนละคนกัน และตัวเกมก็มีอนิเมะเป็นของตัวเองในปี 2563 โดยใช้ชื่อเดียวกันกับตัวเกม

สาวน้อยเวทมนตร์ มาโดกะ
สาวน้อยเวทมนตร์ มาโดกะ
สาวน้อยเวทมนตร์ มาโดกะ
ชื่อ สาวน้อยเวทมนตร์ มาโดกะ
ชื่อญี่ปุ่น 魔法少女まどか☆マギカ
ชื่ออังกฤษ Puella Magi Madoka Magica
กลุ่มเป้าหมาย เซเน็น
แนว ดราม่า, สยองขวัญ[1], สาวน้อยเวทมนตร์, โศกนาฏกรรม, สาวน้อยเวทมนตร์, ดราม่า
อนิเมะ
กำกับอะคิยูกิ ชินโบ
เขียนบทเกน อุโรบุชิ
เพลงยูคิ คาจิอุระ
สตูดิโอShaft
Aniplex
Nitroplus
ฉายเมื่อ 7 มกราคม 21 เมษายน 2554
จำนวนตอน12
มังงะ
เขียนภาพ ฮาโนคาเงะ
สำนักพิมพ์ ญี่ปุ่น โฮบุนชะ
ไทย สยามอินเตอร์คอมิกส์
เมื่อ 12 กุมภาพันธ์30 พฤษภาคม 2554
จำนวนเล่ม 3
มังงะ
สาวน้อยเวทมนตร์คาซึมิ มาจิกะ
เขียนเรื่อง มาซากิ ฮิรามัตสึ
เขียนภาพ ทากาชิ เทนสึกิ
สำนักพิมพ์ ญี่ปุ่น โฮบุนชะ
ไทย สยามอินเตอร์คอมิกส์
นิตยสาร ญี่ปุ่น มังงะ ไทม์ คิราระ คารัท ฟอร์เวิร์ด
เมื่อ มีนาคม 2554ปัจจุบัน
จำนวนเล่ม 3
มังงะ
สาวน้อยเวทมนตร์ โอริโกะ มาจิก้า
เขียนภาพ คุโรเอะ มุระ
สำนักพิมพ์ ญี่ปุ่น โฮบุนชะ
ไทย สยามอินเตอร์คอมิกส์
เมื่อ 12 เมษายน12 มิถุนายน 2554
จำนวนเล่ม 2
เกม
Grief Syndrome
แนว Side-scrolling, Beat 'em up
สำหรับเครื่อง PC
สร้างโดย Twilight Frontier
จัดจำหน่ายโดย Twilight Frontier
จำหน่ายเมื่อ 13 สิงหาคม 2554
นวนิยาย
ผู้แต่งเรื่อง ฮาจิเมะ นิโนมาเอะ
ตีพิมพ์โดย ไนโตรพลัส บุ๊ค
ตีพิมพ์เมื่อ 14 สิงหาคม 2554 – ปัจจุบัน
เกม
Puella Magi Madoka Magica Portable
แนว ผจญภัย, อาร์พีจี
สำหรับเครื่อง เพลย์สเตชันพอร์เทเบิล
สร้างโดย Banpresto
จัดจำหน่ายโดย นันโค บันได, ไนโตรพลัส
เรตติ้ง CERO: B
จำหน่ายเมื่อ 15 มีนาคม 2555
มังงะ
สาวน้อยเวทมนตร์ สึซึเนะ มาจิก้า
เขียนเรื่อง Gan
สำนักพิมพ์ ญี่ปุ่น โฮบุนชะ
ไทย สยามอินเตอร์คอมิกส์
เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2556 โฮบุนชะ, ตุลาคม 2557 สยามอินเตอร์คอมิกส์ปัจจุบัน
จำนวนเล่ม 2
Wikikartoon.png ส่วนหนึ่งของสารานุกรมการ์ตูนญี่ปุ่น

เนื้อเรื่องแก้ไข

ในโลกของมาโดกะนั้นมีสิ่งมีชีวิตลึกลับที่สามารถทำให้ความปรารถนาของเด็กสาวที่ถูกเลือกเป็นจริงขึ้นมาได้ อย่างไรก็ตามเด็กคนนั้นจะต้องกลายมาเป็นสาวน้อยเวทมนตร์ และใช้เวทมนตร์ต่อสู้กับแม่มด สัตว์ประหลาดชั่วร้ายที่เกิดมาจากคำสาปซึ่งทำให้เกิดการฆาตกรรมและการฆ่าตัวตายปริศนา นักเรียนปึสองคานาเมะ มาโดกะ และ เพื่อนของเธอ มิกิ ซายากะ ได้พบกับคิวเบย์ สิ่งมีชีวิตปริศนาและสาวน้อยเวทมนตร์ โทโมเอะ มามิ โดยทั้งสองได้เสนอให้มาโดกะมาเป็นสาวน้อยเวทมนตร์ โดยที่อีกสาวน้อยเวทมนตร์ชื่อ อาเคมิ โฮมูระ พยายามที่จะกีดกันมาโดกะจากการทำสัญญาโดยไม่นานมาโดกะจะได้รู้ว่าการเป็นสาวน้อยเวทมนตร์นั้นมีอะไรมากกว่าที่เห็น

ตัวละครแก้ไข

ตัวละครหลักแก้ไข

 
จากซ้าย ซากุระ เคียวโกะ, มิกิ ซายากะ, คานาเมะ มาโดกะ, คิวเบย์ (บนตัก), อาเคมิ โฮมุระและโทโมเอะ มามิ
คานาเมะ มาโดกะ (ญี่ปุ่น: 鹿目まどか โรมาจิKaname Madoka)
พากย์เสียงโดย: อาโออิ ยูคิ
สาวน้อยมัธยมต้นปีสอง ผู้คิดถึงเพื่อนก่อนคิดถึงตัวเธอเอง เธอคิดว่าตัวเองไม่มีอะไรพิเศษและอยากเป็นสาวน้อยเวทมนตร์หลังจากที่เห็นมามิต่อสู้ แต่เมื่อมามิถูกฆ่าตายไปแล้วก็เริ่มไม่แน่ใจนัก แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังคงตามซายากะในการออกล่าแม่มด เธอนั้นมีพลังเวทมหาศาลภายในตัวเธอ คิวเบย์จึงสนใจที่จะทำสัญญากับเธออย่างมาก ในตอนที่ 8 เธอพยายามที่จะตอบรับข้อเสนอ แต่คิวเบย์ถูกโฮมุระฆ่าตายเสียก่อน และเธอกลายเป็นสาวน้อยเวทมนตร์ในตอนที่12(ตอนจบ)โดยขอให้แม่มดจากทุกช่วงเวลาหายไป ทำให้เธอยกสถานะตัวเองเป็นกลไกของจักรวาลและหายไปจากโลกนี้โดยสมบูรณ์ ซึ่งจะมีแต่โฮมุระกับทัตสึยะ(น้องชายของมาโดกะ)เท่านั้นที่จำเธอได้

มาโดกะเป็นผู้มีอุปนิสัยอ่อนโยน ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งสามารถเห็นได้ชัดจากตอนที่ 10 ซึ่งเป็นตอนย้อนอดีตของโฮมุระ เธอยอมเสียสละชีวิตของตนเองเพื่อให้โฮมุระย้อนเวลากลับมาก่อนที่ตัวเธอเองจะกลายเป็นสาวน้อยเวทมนตร์ โดยสิ่งที่ร้องขอคือ "อย่าให้เธอต้องถูกคิวเบย์หลอก กลายเป็นสาวน้อยเวทมนตร์เลย" นอกจากนี้มาโดกะยังมีจิตใจดี ช่วยเหลือแมวตัวหนึ่งซึ่งภายหลังถูกตั้งชื่อว่า เอมี่ เอมี่ประสบอุบัติเหตุจึงเสียชีวิต ในครั้งแรกที่มาโดะกะกลายเป็นสาวน้อยเวทมตร์ เกิดจากคำร้องขอให้คิวเบย์ช่วยชีวิตเอมี่เอาไว้นั่นเอง

อาเคมิ โฮมุระ (ญี่ปุ่น: 暁美 ほむら โรมาจิAkemi Homura)
พากย์เสียงโดย: จิวะ ไซโต้
นักเรียนใหม่ สวย น่ารัก ผลการเรียนดีเด่น เก่งกีฬา เป็นคนที่เต็มไปด้วยความลึกลับและดูเหมือนจะรู้จักมาโดกะอยู่ก่อนแล้ว เธอรู้เรื่องราวด้านมืดมนของสาวน้อยเวทมนตร์และเชื่อว่าคนที่มีจิตใจอันดีงามนั้นไม่ควรจะเป็นสาวน้อยเวทมนตร์ แม้จะเป็นเหมือนคู่ปรับแต่เธอก็ปกป้องมาโดกะและคนอื่นๆบ่อยครั้ง มีความสามารถหลากหลายไม่ว่าจะเป็นระเบิดหรืออาวุธยิง ซึ่งในภายหลังได้ปรากฏว่าเธอนั้นมาจากต่างช่วงเวลา และความสามารถหยุดเวลาของเธอทำให้เธอเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วและได้เปรียบศัตรูเป็นอย่างมาก แต่เพราะความสามารถนั้นของเธอที่ทำสัญญากับคิวเบย์เพราะอยากช่วยมาโดกะเพราะในตอนที่10 มาโดกะบอกว่าเธอไม่อยากเป็นสาวน้อยเวทมนตร์ โฮมุระจึงย้อนเวลาไปช่วงที่เข้าโรงเรียนใหม่แต่ก็เป็นเหมือนเดิมเพราะไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่สามารถชนะแม่มดในคืนวันเทศกาลได้ ครั้งสุดท้ายที่เธอย้อนเวลาเธอจึงปกป้องและช่วยมาโดกะอยู่เสมอ ตอนจบโซลเจ็มของเธอเกือบกลายเป็นกริฟซีด แต่เพราะมาโดกะไปช่วยเธอจึงไม่ได้กลายเป็นแม่มด และเป็น 1ใน2คน ที่จำมาโดกะได้
โทโมเอะ มามิ (ญี่ปุ่น: 巴 マミ โรมาจิTomoe Mami)
พากย์เสียงโดย:คะโอริ มิซึฮะชิ สาวน้อยเวทมนตร์ที่มีประสบการณ์สูงที่สุดในเมืองมิตากิฮาระ เรียนอยู่ชั้นมัธยมต้นปี3 เป็นผู้ที่ทำให้มาโดกะกับซายากะรู้จักกับสาวน้อยเวทมนตร์หลังจากช่วยเธอไว้จากแม่มดในตอนที่ 1 และแนะนำพวกเธอให้รู้จักคิวเบย์ รวมถึงพาไปทัศนศึกษาการล่าแม่มดของเธอ แต่หลังจากที่มาโดกะตกลงใจจะทำสัญญาเป็นครั้งแรก มามิที่ดีใจว่าจะไม่ต้องต่อสู้คนเดียวอีกต่อไปก็สู้กับแม่มดและประมาทจนถูกสังหารในตอนที่ 3 ทำให้มาโดกะเห็นและเข้าใจทันทีว่างานสาวน้อยเวทมนตร์เป็นงานเสี่ยงชีวิตจริงๆ เธอกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในตอนที่ 10 ในช่วงเวลาอื่นซึ่งเธอเห็นซายากะกลายเป็นแม่มดต่อหน้าต่อตา ทำให้เธอสติแตกและสังหารเคียวโกะเพื่อไม่ให้เจอกับจุดจบเดียวกัน แต่ก่อนที่เธอจะได้หันไปฆ่าโฮมุระต่อก็ถูกมาโดกะสังหารเสียก่อน หลังจากมาโดกะลบแม่มดทุกตัวไปในตอนที่ 12 เธอก็กลับมามีชีวิตอีกครั้งในฐานะสาวน้อยเวทมนตร์เหมือนเดิม โดยต่อสู้กับ"อสูรเวท"(ญี่ปุ่น: 魔獣 โรมาจิMajū )แทน
มิกิ ซายากะ (ญี่ปุ่น: 美樹 さやか โรมาจิMiki Sayaka)
พากย์เสียงโดย: เอริ คิตามุระ
เพื่อนร่วมห้องและเพื่อนสนิทของมาโดกะ กระฉับกระเฉงและมีชีวิตชีวาและร่าเริง ในตอนแรกนั้นเธอใช้ไม้เบสบอลช่วยมามิต่อสู้ เป็นจอมเวทผู้ใช้ดาบและมีจุดเด่นด้านพลังรักษา ไม่ชอบคนที่เบียดเบียนคนอื่นเพื่อตัวเอง เธอทำสัญญากับคิวเบย์เพื่อช่วยรักษามือของเคียวสุเกะ คามิโจ ซึ่งเธอแอบชอบอยู่ แต่เมื่อรู้ความจริงเรื่องของโซลเจ็มจากคิวเบย์ จิตใจของเธอก็เริ่มหวั่นไหว เมื่อเธอจมสู่ความสิ้นหวังเพราะเพื่อนของเธอ ฮิโตมิ ชิซุกิ สารภาพรักกับเคียวสุเกะ และซายากะไม่ยอมใช้กรีฟซีดฟื้นสภาพให้โซลเจ็ม เธอก็กลายเป็นแม่มดไป ซึ่งเธอก็ตายพร้อมกับเคียวโกะ
ซากุระ เคียวโกะ (ญี่ปุ่น: 佐倉 杏子 โรมาจิSakura Kyōko)
พากย์เสียงโดย: ไอ โนนากะ
สาวน้อยเวทมนตร์ผู้ย้ายเข้ามาหลังจากที่มามิตายไปแล้ว อารมณ์ร้อนและมีนิสัยกินจุบจิบตลอดเวลา เธอประกาศตัวเป็นศัตรูกับซายากะซึ่งกลายเป็นสาวน้อยเวทมนตร์ก่อนที่เธอจะมาเมืองนี้ไม่นาน เธอมาจากครอบครัวบาทหลวงที่ยากจน ซึ่งเคียวโกะได้ใช้ความปรารถนาของเธอให้ผู้คนเชื่อคำพูดเทศน์ของพ่อเธอ แต่เมื่อพ่อของเธอทราบเรื่องนี้ก็ได้เสียสติและฆ่าคนอื่นๆในบ้าน เธอจึงเชื่อว่าการใช้พลังเวทมนตร์เพื่อคนอื่นไปก็มีแต่นำมาซึ่งความโศกเศร้า นิสัยกินตลอดเวลาของเธอนั้นก็มาจากความยากจนที่ทำให้เธอเห็นอาหารถูกปล่อยให้เสียไปเฉยๆไม่ได้ ใช้หอกเป็นอาวุธ เคยแนะนำให้ซายากะ ใช้เวทมนตร์เพื่อตนเอง เพราะเห็นว่าซายากะนั้นเหมือนเธอในอดีต คือใช้เวทมนตร์เพื่อคนอื่นแล้วพบกับความผิดหวัง หลังจากที่ซายากะกลายเป็นแม่มด เธอและมาโดกะพยายามที่จะเปลี่ยนเธอกลับเป็นมนุษย์โดยใดยใช้เสียงของมาโดกะ แต่ไม่สำเร็จ เธอจึงทำการโอเวอร์โหลดโซลเจ็มเพื่อสละชีวิตของเธอและเพื่อที่จะตายพร้อมกับซายากะ รวมทั้งให้โฮมุระและมาโดกะหนีไปได้อย่างปลอดภัย
คิวเบย์ (ญี่ปุ่น: キュウべぇ โรมาจิKyuubee) / อินคิวเบเตอร์ (ญี่ปุ่น: Incubator โรมาจิインキュベーター ทับศัพท์Inkyubētā)
พากย์เสียงโดย: เอมิริ คาโต้
แมวลึกลับพูดได้ ผู้ชักพาพวกมาโดกะให้กลายเป็นผู้ใช้เวทมนตร์ คิวเบย์จะเปลี่ยนร่างของผู้ทำสัญญาเป็นโซลเจ็ม ส่วนร่างที่เห็นอยู่นั้นเป็นร่างที่สร้างขึ้นมา ทำให้ทนต่อการบาดเจ็บและสามารถคืนชีพได้ตราบใดที่ยังมีโซลเจ็มอยู่ คิวเบย์นั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีอารมณ์จึงไม่เข้าใจความรู้สึกของมนุษย์ และไม่คิดว่าสิ่งที่ตนทำไปนั้นเป็นเรื่องโหดร้ายแต่อย่างใด จุดประสงค์ที่แท้จริงของเผ่าพันธุ์คิวเบย์คือการรวบรวมพลังงานมารักษาการคงอยู่ของจักรวาลไว้โดยถือเป็นหน้าที่ของเผ่าพันธุ์ ทำให้แม้จะพยายามสังหารคิวเบย์มากเท่าไหร่ก็จะมีตัวอื่นมาแทนที่อยู่ตลอด

ตัวละครรองแก้ไข

ชิซูกิ ฮิโตมิ (ญี่ปุ่น: 志筑 仁美 โรมาจิShizuki Hitomi)
พากษ์เสียงโดย: ชินทานิ เรียวโกะ
เพื่อนร่วมห้องของมาโดกะและซายากะ เธอเชื่อว่าซายากะและมาโดกะมีความสัมพันธ์ต้องห้ามและรู้สึกว่าตนเป็นส่วนเกินบ่อยครั้ง ในตอนที่เจ็ดเธอบอกซายากะว่าเธอชอบเคียวสุเกะและวางแผนที่จะสารภาพรักหากซายากะไม่ยอมสารภาพรักเสียก่อน
คามิโจ เคียวสึเกะ (ญี่ปุ่น: 上條 恭介 โรมาจิKamijō Kyōsuke)
พากษ์เสียงโดย: โยชิดะ เซย์โกะ
เด็กหนุ่มพิการที่ซายากะไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลบ่อยๆ เคยเป็นนักไวโอลิน แต่อุบัติเหตุทำให้สูญเสียความรู้สึกที่นิ้วไป ทำให้เขาไม่สามารถเล่นไวโอลินได้อีกต่อไป ซึ่งทำให้เขาเศร้าและสิ้นหวังเป็นอย่างมาก ซายากะได้ใช้พรของเธอรักษามือของเขา ทำให้เขากลับมาเล่นไวโอลินได้อีกครั้งหนึ่ง
คานาเมะ จุนโกะ (ญี่ปุ่น: 鹿目 詢子 โรมาจิKaname Junko)
พากษ์เสียงโดย: ยูโกะ โกโตะ
แม่ของมาโดกะ ผู้บริหารซึ่งใช้เครื่องสำอางจำนวนมากและบางครั้งเมากลับมาบ้าน ซึ่งทำให้ปลุกเธอยากมากในตอนเช้า นอกเหนือจากนี้ เธอเป็นคนที่เอาใจใส่และให้คำแนะนำแก่มาโดกะเมื่อเธอประสบปัญหาบ่อยๆ
คานาเมะ โทโมฮิสะ (ญี่ปุ่น: 鹿目 知久 โรมาจิKaname Tomohisa)
พากษ์เสียงโดย: เท็ตซึยะ อิวานากะ
พ่อของมาโดกะ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นคนจัดการเรื่องต่างๆภายในบ้าน
คานาเมะ ทัตซึยะ (ญี่ปุ่น: 鹿目 タツヤ โรมาจิKaname Tatsuya)
พากษ์เสียงโดย: คาโอริ มิซุฮาชิ
น้องชายของมาโดกะ และเป็น1ใน2 คน ที่จำมาโดกะได้
ซาโอโตเมะ คาซุโกะ (ญี่ปุ่น: 早乙女 和子 โรมาจิSaotome Kazuko)
พากษ์เสียงโดย: จุงโกะ อิวาโอะ
อาจารย์ของมาโดกะ ซึ่งมีปัญหาเรื่องแฟนหนุ่ม และทุกครั้งที่อกหักก็จะเอาผู้ชายมาเผาให้คลาสเรียนฟังอยู่เสมอๆ

รายชื่อตอนแก้ไข

ตอนที่ ชื่อตอน วันที่ออกอากาศ
1"เหมือนเคยพบกันในฝัน"7 มกราคม 2554
มาโดกะได้พบกับเด็กผู้หญิงลึกลับคนหนึ่งที่เตือนเธอไม่ให้เปลี่ยนตัวเองหรือจะต้องสูญเสียอะไรบางอย่าง ก่อนที่ต่อมาจะพบว่าเด็กผู้หญิงลึกลับคนนั้นได้ย้ายเข้ามาเรียนในชั้นเรียนของเธอ เย็นวันนั้นมาโดกะกับซายากะได้ไปช็อปปิ้งก่อนจะเจอเข้ากับแม่มด และได้รู้จักกับสาวน้อยเวทมนตร์ โทโมเอะ มามิ และรู้จักกับคิวเบย์
2"แบบนั้นละก็ฉันคงจะดีใจมากเลย"14 มกราคม 2554
มามิกับคิวเบย์ได้อธิบายระบบของสาวน้อยเวทมนตร์ให้มาโดกะกับซายากะฟัง ซายากะดูจะสนใจกับการล่าแม่มด ส่วนโฮมุระนั้นเตือนมาโดกะไม่ให้ทำสัญญาไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เย็นวันนั้นมาโดกะ ซายากะ กับมามิได้ออกล่าแม่มดและปราบมันลงได้และได้กรีฟซีดมา
3"ฉันจะไม่กลัวอะไรอีกแล้ว"21 มกราคม 2554
มามิได้เล่าให้พวกมาโดกะฟังเกี่ยวกับคำขอของเธอ ทางฝั่งโฮมุระได้เตือนมามิว่าอย่าชวนมาโดกะให้เป็นสาวน้อยเวทมนตร์เด็ดขาด ระหว่างที่มาโดกะกับซายากะไปโรงพยาบาลนั้นก็ได้เจอกับแม่มดเข้า มามิที่ตามมาทีหลังได้มัดตัวโฮมุระที่มาด้วยกันเพราะไม่เชื่อใจเธอ แม้ว่าโฮมุระจะเตือนแล้วว่าแม่มดตัวนี้อันตราย มามิที่ได้ยินมาโดกะพูดว่าอยากเป็นสาวน้อยเวทมนตร์ดีใจมากและต่อสู้อย่างลิงโลด แต่ความประมาทของเธอทำให้มามิถูกแม่มดสังหาร ก่อนที่โฮมุระจะมาช่วยทุกคนที่เหลือพร้อมกับรับกรีฟซีดไป ท่ามกลางความตกใจของพวกมาโดกะ
4"ทั้งปาฏิหาริย์ทั้งเวทมนตร์มีจริงนะ"28 มกราคม 2554
มาโดกะตกใจกับการตายของมามิมากจนเลิกล้มความตั้งใจจะเป็นสาวน้อยเวทมนตร์ไป ทางซายากะที่ไปให้กำลังใจเคียวสุเกะ ผู้ชายที่เธอแอบชอบ ที่โรงพยาบาลแต่ถูกโกรธกลับมาเพราะเขาไม่เชื่อว่าตัวเองจะหายดีได้ มาโดกะได้เห็นเพื่อนร่วมชั้นของเธอถูกจูบแม่มดและพยายามจะช่วย แต่ซายากะที่ทำสัญญาเพื่อรักษามือของเคียวสุเกะก็มาช่วยเธออีกทีหนึ่ง ในขณะเดียวกันก็มีสาวน้อยเวทมนตร์อีกคนเข้ามาในเมืองเพื่อที่จะมาเอาเขตแดนที่เคยเป็นของมามิไปเป็นของตน
5"ฉันจะไม่มีวันเสียใจภายหลังแน่นอน"4 กุมภาพันธ์ 2554
เคียวสุเกะที่หายดีแล้วมีความสุขมาก ทำให้ซายากะเองก็ดีใจไปด้วย ในระหว่างที่ซายากะกับมาโดกะออกล่าแม่มดนั้น ก็ถูกขวางโดยสาวน้อยเวทมนตร์อีกคนนึง ชื่อว่า ซากุระ เคียวโกะ วึ่งเธอสนใจแต่การรวบรวมกรีฟซีดเท่านั้น ไม่ได้สนการช่วยเหลือผู้คนเลย ซายากะกับเคียวโกะต่อสู้กันอย่างรุนแรง ซายากะเป็นฝ่ายเสียเปรียบทำให้มาโดกะเกือบจะทำสัญญาอีกครั้งเพื่อหยุดการต่อสู้ แต่โฮมุระก็เข้ามาขวางเสียก่อน
6"แบบนี้มันไม่ใช่แล้วนะ"11 กุมภาพันธ์ 2554
โฮมุระหยุดการต่อสู้และไล่เคียวโกะสำเร็จ หลังจากนั้นคิวเบย์ได้พูดถึงศักยภาพมหาศาลในการเป็นสาวน้อยเวทมนตร์ของมาโดกะเป็นครั้งแรก แต่ซายากะไม่อยากให้มาโดกะมาเกี่ยวข้องด้วย ส่วนโฮมุระไปพบเคียวโกะเพื่อขอความร่วมมือสู้กับแม่มดที่ชื่อคืนวาลล์พูร์กิส ซึ่งจะมาถึงในสองสัปดาห์ ส่วนซายากะเริ่มแสดงความเกลียดชังต่อทั้งเคียวโกะและโฮมุระ ทำให้มาโดกะเป็นห่วงเธอมาก วันถัดมาซายากะกับเคียวโกะสู้กันอีกครั้ง มาโดกะพยายามหยุดการต่อสู้โดยโยนโซลเจมของซายากะทิ้ง ทำให้ทั้งสามคนรู้ความลับของโซลเจมและสาวน้อยเวทมนตร์เข้า
7"จะหันมาเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่แท้จริงมั้ย"18 กุมภาพันธ์ 2554
ซายากะโมโหคิวเบย์ที่ปิดความลับเรื่องนี้ไว้ ส่วนมาโดกะก็เริ่มถามโฮมุระเกี่ยวกับเรื่องที่คิวเบย์หลอกเธอ หลังจากนั้นเคียวโกะก็เล่าอดีตของเธอให้ซายากะฟัง และแนะนำให้ซายากะต่อสู้เพื่อตัวเองเพียงอย่างเดียว ซายากะไม่สนใจฟัง แต่ก็กังวลกับเรื่องตัวเธอเอง เธอหลบหน้าเคียวสุเกะก่อนที่จะพบว่าเพื่อนอีกคนของเธอ ฮิโตมิ ก็ชอบเคียวสุเกะอยู่และกำลังจะชิงขอคบกับเขา ซายากะเกือบเสียสติและสู้กับแม่มดในคืนนั้นอย่างบ้าคลั่งเพราะความผิดหวังและบาดเจ็บหนักโดยไม่สนความเป็นห่วงของเพื่อนๆแม้แต่น้อย
8"ฉันนี่มันโง่จริงๆ"25 กุมภาพันธ์ 2554

แม้ซายากะจะปราบแม่มดได้สำเร็จแต่ก็ไม่เก็บกรีฟซีด แถมยังอารมณ์ร้ายใส่มาโดกะที่เป็นห่วงเธอด้วย ในด้านคิวเบย์ได้ไปเตือนโฮมุระกับเคียวโกะว่าให้ทำอะไรสักอย่างกับโซลเจมของซายากะก่อนที่มันจะมืดสนิท วันถัดมาฮิโตมิกับเคียวสุเกะได้คบกัน ทำให้ซายากะยิ่งสิ้นหวังเข้าไปอีก ซายากะปฏิเสธความช่วยเหลือจากโฮมุระทำให้โฮมุระตั้งใจฆ่าเธอแต่เคียวโกะก็มาขวางไว้ คิวเบย์พยายามรบเร้าให้มาโดกะทำสัญญาอีกครั้ง แต่โฮมุระก็ยิงคิวเบย์ทิ้งเสียก่อน คิวเบย์สรุปว่าโฮมุระน่าจะมาจากช่วงเวลาอื่น ในขณะเดียวกันซายากะซึ่งเพิ่งกลับจากการฆาตกรรมผู้ชายสองคนบนรถไฟ ก็สารภาพกับมาโดกะว่าฉันนี่มันโง่จริงๆ ก่อนที่โซลเจมของเธอจะดำมืดโดยสมบูรณ์และกลายเป็นกรีฟซี๊ด ในขณะเดียวกันคิวเบย์ก็อธิบายถึงแม่มดว่า เป็นสาวน้อยเวทมนตร์ที่โตเต็มที่แล้ว(จากคำว่า 魔法少女:"สาวน้อยเวทมนตร์" ในภาษาญี่ปุ่นที่มาจากคำว่า魔法 :"เวทมนตร์" และ

少女:"สาวแรกรุ่น" สู่คำว่า 魔女:"แม่มด" จากคำว่า魔:"เวทมนตร์" กับ 女:"ผู้หญิงโตเต็มวัย")
9"แบบนั้นฉันไม่ยอมยกโทษให้หรอก"4 มีนาคม 2554
โฮมุระช่วยมาโดกะจากซายากะที่กลายเป็นแม่มดเต็มตัวพร้อมกับศพของซายากะออกมาได้และอธิบายกับมาโดกะว่าแม่มดตัวนั้นคือเพื่อนของเธอ ในคืนนั้นคิวเบย์ก็มาอธิบายกับมาโดกะว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเจตนาของคิวเบย์ที่ต้องการพลังงานจากความสิ้นหวังของมนุษย์เพื่อไปลดเอนโทรปีของจักรวาล ส่วนเคียวโกะนั้นยังคิดจะช่วยเหลือซายากะก็ได้พามาโดกะกลับไปหาแม่มดอีกครั้ง หวังว่าซายากะอาจจะได้สติหลังจากได้ยินเสียงเพื่อน แต่ก็ไม่เป็นผล เคียวโกะที่เห็นดังนั้นจึงฝากมาโดกะไว้กับโฮมุระและสละชีพตัวเองเพื่อฆ่าแม่มดในที่สุด คิวเบย์ที่เห็นเคียวโกะตายบอกกับโฮมุระว่า คราวนี้เธอจะหยุดคืนวาลล์พูร์กิสไม่ได้อีกแล้ว
10"ฉันจะไม่หวังพึ่งใครอีกต่อไปแล้ว"11 มีนาคม 2554
อาเคมิ โฮมุระ เด็กผู้หญิงขี้อายที่เพิ่งหายดีจากโรงพยาบาลได้ย้ายเข้ามาเรียนใหม่ ได้เป็นเพื่อนกับมาโดกะที่สดใสร่าเริง เย็นวันนั้นโฮมุระถูกแม่มดโจมตีก่อนที่สาวน้อยเวทมนตร์มาโดกะกับมามิจะมาช่วยไว้ ทำให้เธอรู้จักสาวน้อยเวทมนตร์เป็นครั้งแรก แต่หลังจากนั้นมาโดกะกับมามิก็ตายจากการสู้กับคืนวาลล์พูร์กิส โฮมุระจึงตัดสินใจขอพรเพื่อย้อนอดีตไปช่วยมาโดกะ แต่จากการย้อนเวลานับครั้งไม่ถ้วน ลมเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า โฮมุระก็ได้ค้นพบความลับดำมืดของสาวน้อยเวทมนตร์ทีละอย่าง บุคลิคของเธอค่อยๆแข็งกร้าวขึ้น และทำให้เธอพยายามทุกวิถีทางเพื่อหยุดมาโดกะไม่ให้เป็นสาวน้อยเวทมนตร์ให้ได้ เพื่อช่วยเหลือมาโดกะเอง
11"แผนที่นำทางชิ้นสุดท้าย"21 เมษายน 2554
คิวเบย์อธิบายถึงศักยภาพมหาศาลของมาโดกะว่าเป็นผลจากการย้อนเวลาของโฮมุระเอง ที่ทำให้ชะตาของมาโดกะทับซ้อนกันมากขึ้นเรื่อยๆทำให้เธอสามารถกลายเป็นแม่มดที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ สามารถเติมเต็มโควตาพลังงานจากทั้งโลกได้เลย มาโดกะที่กลับมาจากงานศพของซายากะก็ได้คุยกับคิวเบย์อีกครั้ง โฮมุระที่ตัดสินใจสู้กับคืนวาลล์พูร์กิสเพียงลำพังก็ได้เตรียมตัวสู้ แต่ก็พ่ายแพ้ไปและเกือบกลายเป็นแม่มด ท้ายที่สุดมาโดกะก็มาพร้อมกับคิวเบย์และประกาศว่าเธอพร้อมจะขอพรแล้ว
12"เพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน"21 เมษายน 2554
พรที่มาโดกะขอคือขอให้แม่มดทุกตัวหายไปก่อนที่มันจะเกิดมา ทำให้ระบบของแม่มดหายไปโดยสิ้นเชิง เหล่าผู้ที่ตายไปเพราะแม่มดก็ฟื้นกลับมาอีกครั้ง แต่ตัวมาโดกะกลับหายไปเพราะตัวเธอได้กลายเป็นกฏของจักรวาลไปแล้ว มีเพียงโฮมุระกับน้องชายของมาโดกะเท่านั้นที่จำได้ และโฮมุระเองก็ยังคงเป็นสาวน้อยเวทมนตร์ต่อไปเพื่อสู้กับอสูรเวทพร้อมกับเพื่อนๆของเธอและความทรงจำของมาโดกะที่เหลืออยู่

เพลงประกอบแก้ไข

เพลงเปิด
  1. Connect (コネクト, Konekuto) ขับร้องโดย ClariS (ตอนที่ 1-12)
เพลงปิด
  1. See you Tomorrow (また あした, Mata Ashita) ขับร้องโดย Aoi Yūki (ตอนที่ 1-2)
  2. Magia ขับร้องโดย Kalafina (ตอนที่ 3-8 และ 11)
  3. And I'm Home ขับร้องโดย Eri Kitamura และ Ai Nonaka (ตอนที่ 9)

คำศัพท์แก้ไข

สาวน้อยเวทมนตร์ (ญี่ปุ่น: 魔法少女 โรมาจิMahō Shōjo ทับศัพท์Puella Magi)
เด็กสาวผู้มีพลังที่ทำให้ความปรารถนาเป็นจริงโดยได้พลังจากการทำสัญญากับคิวเบย์ โดยคิวเบย์จะทำให้ความปรารถนาของเธอเป็นจริงขึ้นมาได้หนึ่งข้อ แต่เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน เธอจะต้องกลายมาเป็นสาวน้อยเวทมนตร์ และต่อสู้กับแม่มด พลังที่เธอได้รับนั้นเกี่ยวเนื่องกับพรที่เธอขอ ตัวอย่างเช่น ขอพรที่รักษาใครสักคน ก็จะได้รับพลังในการรักษาตนเองอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามวิญญาณของพวกเธอจะถูกเก็บในโซลเจ็มเพื่อให้ร่างกายต่อสู้กับแม่มดได้ง่ายขึ้น หากสาวน้อยเวทมนตร์ตายในขณะต่อสู้กับแม่มดในมิติของแม่มด ร่างของเธอจะคงอยู่ในมิตินั้น เนื่องจากไม่มีใครพบร่างของเธอ คนทั่วไปจึงจัดว่าเธอหายสาบสูญ หากเธอสิ้นหวังหรือไม่สามารถเคลียร์โซลเจ็มของเธอ เธอจะกลายมาเป็นแม่มดเสียเอง ถ้าหากโซลเจ็มถูกทำลาย โดยการถูกสาวน้อยเวทมนตร์ด้วยกันหรือแม่มดทำลาย หรือใช่พลังเกินขีดจำกัด เธอจะตายในทันที
แม่มด (ญี่ปุ่น: 魔女 โรมาจิMajo ทับศัพท์Witches)
เกิดมาจากคำสาบ อาศัยอยู่ในมิติพิเศษที่เฉพาะสาวน้อยเวทมนตร์เท่านั้นที่ผ่านเข้าไปได้ แม่มดนั้นสามารถสร้างผลกระทบต่อมนุษย์ในโลกแห่งความเป็นจริงโดยทำสัญลักษณ์ที่เรียกว่า"รอยจูบแม่มด" (ญี่ปุ่น: 魔女の口づけ โรมาจิMajo no Kuchizuke, รอยจูบแม่มด) ที่คอของมนุษย์ โดยจะทำให้เกิดโรคหรือการฆ่าตัวตาย แม่มดนั้นสามารถเกิดมาจากสาวน้อยเวทมนตร์ได้คือเมื่อสาวน้อยเวทมนตร์สิ้นหวังจนโซลเจ็มขุ่นมัวจนกลายเป็นสีดำจะทำให้สาวน้อยเวทมนตร์กลายเป็นแม่มด
โซลเจ็ม (ญี่ปุ่น: ソウルジェム โรมาจิSōru jemu ทับศัพท์Soul Gem)
อัญมณีที่เก็บพลังของสาวน้อยเวทมนตร์ ซึ่งสามารถใช้ในการแปลงร่างได้ โดยขนาดขึ้นอยู่กับพลังเวทของสาวน้อยเวทมนตร์ อัญมณีจะเรืองแสงเมื่อแม่มดอยู่ใกล้ เมื่อไม่ได้อยู่ในรูปของอัญมณีจะเปลี่ยนเป็นแหวนแทน พร้อมด้วยสัญลักษณ์ขนาดเล็กบนเล็บมือของเธอ เมื่อเธอแปลงร่างโซลเจ็มจะอยู่ในชุดของเธอ ในภายหลังได้ปรากฏว่าโซลเจ็มนั้นได้กักเก็บวิญญาณของสาวน้อยเวทมนตร์ไว้ซึ่งทำให้ร่างกายของพวกเธอเป็นเหมือน"ฮาร์ดแวร์"ควบคุมระยะไกลและรับความเจ็บปวดได้มากขึ้นโดยไม่เป็นอันตรายต่อชีวิต การควบคุมร่างกายนั้นมีระยะจำกัด ถ้าอยู่ห่างจากโซลเจ็มเกิน 100 เมตร ร่างกายของพวกเธอนั้นจะหยุดทำงาน โซลเจ็มจะขุ่นมัวเมื่อใช้ และต้องเสริมพลังด้วยกริฟซีด ไม่เช่นนั้นมันจะอ่อนแอลงและเปราะบางลง ถ้าโชลเจ็มนั้นขุ่นมัวมากเกินไป มันจะกลายมาเป็นกริฟซีด เปลี่ยนให้สาวน้อยเวทมนตร์กลายมาเป็นแม่มดเสียเอง
กริฟซีด (ญี่ปุ่น: グリーフシード โรมาจิGurīfu Shīdo ทับศัพท์Grief Seed)
เมล็ดรูปหนามสีดำซึ่งให้กำเนิดแม่มด เมื่อเมล็ดได้ถือกำเนิด ไม่นานนักจะสร้างเกราะที่มองไม่เห็นจากสายตาคนปรกติในขณะที่แม่มดเติบโตขึ้น เมื่อแม่มดถูกกำจัด กริฟซีดจะถูกใช้ฟื้นฟูพลังให้กับโซลเจ็มซึ่งจะขุ่นลงหากใช้เวทมนตร์ มันถูกจัดว่าเป็นของล้ำค่าโดยสาวน้อยเวทมนตร์คู่แข่ง คิวเบย์นั้นกลืนกริฟซีดที่ถูกใช้ โซลเจ็มสามารถกลายเป็นกริฟซีดได้หากใช้จนขุ่นมัวเกินไปและสาวน้อยเวทมนตร์นั้นเกิดอาการสิ้นหวัง
รอยจูบแม่มด (ญี่ปุ่น: 魔女の口づけ โรมาจิMajo no Kuchizuke ทับศัพท์Witch Kiss)
รอยจูบแม่มดคือสัญลักษณ์ที่แม่มดทำไว้ที่คอมนุษย์โดย แม่มดจะแอบหลบซ่อนอยู่ในมิติพิเศษและคอยหาเหยื่อเมื่อโดนรอยจูบแม่มดแล้ว จะทำให้เกิอาการหรือที่อยากฆ่าตัวตาย รอยจูบแม่มดมนุษย์ธรรมดาสามารถมองเห็นได้แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย โดยเมื่อเจอมนุษย์ที่มีรอยจูบแม่มดสาวน้อยเวทมนตร์จะสามารถเจอแม่มดอยู่แถวๆนั้นได้ และเมื่อคนที่มีรอยจูบแม่มดฆ่าตัวตายได้แล้วมนุษย์คนนั้นก็จะกลายเป็นแม่มด

อ้างอิงแก้ไข

  1. Lada, Jenni (August 26, 2011). "Important Importables: Puella Magi Madoka Magica". Technology Tell. สืบค้นเมื่อ February 28, 2012.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข