เปิดเมนูหลัก

วันเดอร์เกิลส์ (เกาหลี: 원더걸스; อังกฤษ: Wonder Girls) เป็นวงเกิร์ลกรุปสัญชาติเกาหลีใต้ ก่อตั้งวงโดยเจวายพีเอนเตอร์เทนเมนต์[1][2] วงเปิดตัวครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ปี ค.ศ. 2007 ด้วยซิงเกิล "Irony" และสมาชิก 5 คน ได้แก่ เยอึน, ซ็อนเย, ซ็อนมี, ฮย็อนอา และ โซฮี หลังจากการลาออกจากวงของฮย็อนอาในเดือนกรกฎาคมปี ค.ศ. 2007 และยูบินถูกเพิ่มเข้าวงก่อนที่วงจะปล่อยอัลบั้ม"The Wonder Years" อัลบั้มสตูดิโอชุดแรกที่มาพร้อมกับซิงเกิลเพลง "Tell Me" ซึ่งติดอันดับบนชาร์ตเพลงทั้งในและนอกประเทศเกาหลีใต้[3]

วันเดอร์เกิลส์
(Wonder Girls)
Team Korea Rio 2016 06.jpg
วันเดอร์เกิร์ลส์ แสดงในพิธีเปิดงานสำหรับทีมนักกีฬาโอลิมปิกของเกาหลีใต้ในเดือนกรกฎาคมปี ค.ศ. 2016
จากซ้ายไปขวา: ซ็อนมี, เยอึน, ฮเยริม และ ยูบิน
ข้อมูลพื้นฐาน
ที่เกิดโซล, เกาหลีใต้
แนวเพลง
ช่วงปีค.ศ. 2007 (2007)ค.ศ. 2017 (2017)
ค่ายเพลง
ส่วนเกี่ยวข้อง
เว็บไซต์wondergirls.jype.com
อดีตสมาชิก

วันเดอร์เกิลส์สร้างชื่อเสียงให้กับตนเองเป็นหนึ่งในเกิร์ลกรุประดับต้นๆ ของประเทศด้วยซิงเกิลฮิต "So Hot" และ "Nobody" ซึ่งปล่อยในปี ค.ศ. 2008 หลังจากได้รับการปล่อยเป็นซิงเกิ้ลในประเทศสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 2009 "Nobody" ติดอันดับที่ 76 บนชาร์ตบิลบอร์ดฮอต 100 ทำให้วันเดอร์เกิลส์เป็นศิลปินวงแรกของเกาหลีใต้ที่ติดอันดับบนชาร์ตของบิลบอร์ด[4][5] วงได้เข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ในปีเดียวกันด้วยการแสดงเพลงเวอร์ชันภาษาอังกฤษของพวกเธอเปิดการแสดงให้กับ Jonas Brothers' World Tour

ต่อมาในปี ค.ศ. 2010 ซ็อนมีได้ออกจากวงเพื่อกลับไปศึกษาต่อ และฮเยริมได้ถูกเพิ่มเข้ามาแทนที่ตำแหน่งของเธอก่อนที่จะออกซิงเกิล "2 Different Tears" ซิงเกิลเกาหลีและและสหรัฐฯ สตูดิโออัลบั้มชุดที่สองของพวกเธอ Wonder World (2011) มาพร้อมกับซิงเกิลไตเติลที่ประสบความสำเร็จ "Be My Baby" ในปี ค.ศ. 2012 วันเดอร์เกิลส์ปล่อยซิงเกิ้ลที่สามของพวกเธอ "Like This" ด้วยสมาชิก 5 คนเป็นครั้งสุดท้าย และได้เซ็นสัญญากับ DefStar Records และ Sony Music Japan สำหรับการเปิดตัวครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น ก่อนที่จะถูกพักการทำกิจกรรมของวงเป็นเวลานานกว่าสามปี ในปี ค.ศ. 2015 มีการประกาศว่าซ็อนเยและโซฮีตัดสินใจออกจากกลุ่มขณะที่ซ็อนมีจะกลับมาโปรโมตกับสมาชิกที่เหลือ สมาชิก 4 คนได้ดัดแปลงคอนเซ็ปต์เป็นวงดนตรีสำหรับอัลบั้มสตูดิโอชุดที่สาม "Reboot" (2015) ซึ่งเป็นอัลบั้มเต็มชุดสุดท้ายของพวกเธอ และซิงเกิ้ลอันดับหนึ่งแห่งปีในปี ค.ศ. 2016 "Why So Lonely" จากรายงานของบิลบอร์ด วันเดอร์เกิลส์มียอดขายอัลบั้มทั้งหมด 19,000 ชุดในสหรัฐอเมริกา [6]

วันเดอร์เกิลส์เป็นที่รู้จักกันในชื่อ "เรโทรควีนส์ของเกาหลีใต้" [7] เนื่องจากเพลงของพวกเธอสามารถสังเกตได้ว่ามีองค์ประกอบของดนตรีในช่วงระหว่างทศวรรษที่ 1960, 1970 และ 1980 ในปี ค.ศ. 2017 บิลบอร์ดได้จัดอันดับให้วันเดอร์เกิลส์อยู่ในอันดับที่ 3 ของลิสต์ "Top 10 K-pop Girl Groups of the Past Decade" วันเดอร์เกิลส์ได้ประกาศยุบวงอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 มกราคม ค.ศ. 2017 หลังจากการเจรจาต่ออายุสัญญากับสมาชิกบางคนไม่ประสบผลสำเร็จ ต่อมาในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2017 วงได้ปล่อยซิงเกิลสุดท้าย "Draw Me" ซึ่งยังเป็นซิงเกิลฉลองครบรอบ 10 ปีของวงนับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 2007

ประวัติแก้ไข

ปี 2006 - 2007 MTV Wonder Girls การเปิดตัวและไลน์สมาชิกแก้ไข

 
วันเดอร์เกิลส์ขึ้นแสดงเพลง "Irony" ที่มหาวิทยาลัยฮันยางในเดือนมีนาคมปี ค.ศ. 2007 จากซ้ายไปขวา : โซฮี, ฮย็อนอา, เยอึน, ซ็อนเย และซ็อนมี

หลังจากที่พัค จิน-ย็อง ได้เปิดเผยชื่อเกิร์ลกรุ๊ปวงแรกของค่าย "วันเดอร์เกิลส์" ในเดือนพฤษภาคมปี ค.ศ. 2006 วันเดอร์เกิลส์ได้ถูกแนะนำผ่านรายการโทรทัศน์ MTV Wonder Girls[8] โดยสี่ตอนแรกเป็นการระบุคาแรกเตอร์และประวัติของสมาชิกแต่ละคน จากนั้นไม่นานหลังจากที่เลือกเยอึนเป็นสมาชิกคนที่ 5 วันเดอร์เกิลส์ได้แสดงครั้งแรกในรายการ MTV Studio พวกเธอได้แสดงเวอร์ชันโคฟเวอร์เพลง "Don't Cha" ของพุสซีแคตดอลส์ พร้อมกับเพลงโปรโมตของตัวเอง "Irony" และ "미 안 한 마 음" ("It's Not Love") ซ็อนเยร้องเพลง "Stand Up for Love" ของเดสทินีส์ไชลด์ในเวอร์ชันของเธอ ฮย็อนอาแสดงทักษะการเต้นของเธอ ส่วนสมาชิกอีกสามคน เยอึน, ซอนมี และโซฮี แสดงโคฟเวอร์เพลง "Together Again" ของเจเน็ต แจ็กสัน

วันเดอร์เกิลส์เปิดตัวอย่างเป็นทางการในต้นปี ค.ศ. 2007 ในรายการ MBC 's Show! Music Core โดยแสดงเพลง "Irony" ซิงเกิ้ลฮิปฮอปจากอัลบั้มแรกของพวกเธอ "The Wonder Begins" ในปี ค.ศ. 2007 อัลบั้มชุดนี้มียอดขาย 11,454 ชุด[9] ไม่นานหลังจากนั้นเจวายพีเอนเตอร์เทนเมนต์ได้ประกาศให้ "วันเดอร์ฟูลส์" (Wonderfuls) เป็นชื่อเรียกแฟนคลับของวันเดอร์เกิลส์อย่างเป็นทางการ ต่อมาหลังจากนั้นวงได้ทำการแสดงในประเทศจีนหลายครั้งหลังจากที่สมาชิกได้เรียนภาษาจีน[10] อย่างไรก็ตามในช่วงกลางปี ค.ศ. ​​2007 มีสมาชิกของวันเดอร์เกิลส์บางคนได้รับบาดเจ็บและมีปัญหาสุขภาพ ต่อมาในวันที่ 25 มิถุนายน โซฮีถูกพักงานเป็นเวลาหนึ่งเดือนหลังจากที่บาดเจ็บที่เอ็นเข่า หลังจากตกจากรถมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง "뜨거운것이좋아" (I like it hot)[11]

สมาชิกที่เหลืออีกสี่คนยังคงแสดงอยู่จนกระทั่งถึงปลายเดือนกรกฎาคม ฮย็อนอาถูกถอนตัวออกจากวงโดยพ่อแม่ของเธอเนื่องจากความกังวลของพวกเขา เกี่ยวกับปัญหาโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังของเธอ[12] ในฤดูใบไม้ร่วงปี 2007 Good Entertainment ได้ส่งเด็กฝึกหัด ยูบิน ไปให้กับเจวายพีเอนเตอร์เทนเมนต์แทนที่ฮย็อนอา เธอเปิดตัวครั้งแรกในอีกสามวันต่อมาในการแสดงสดของวงด้วยเพลง "Tell Me" ในรายการ Music Bank[13]

อัลบั้มเต็มชุดแรกของพวกเธอ "The Wonder Years" ได้ถูกปล่อยในสัปดาห์ต่อมาโดยมี "Tell Me" เป็นซิงเกิลโปรโมต เนื่องจากมีการเพิ่มยูบินเข้ามาในนาทีสุดท้าย อัลบั้มนี้จึงไม่มีท่อนของเธอ อย่างไรก็ตามเวอร์ชันการแสดงของเพลงการแร็พโดยยูบินก็ถูกนำมาใช้ประกอบ ซิงเกิลได้รับความนิยมเป็นอย่างมากและคว้าอันดับหนึ่งในรายการโทรทัศน์และชาร์ตเพลงบนอินเทอร์เน็ตต่างๆ ของเกาหลีใต้ อาทิ KBS 's Music Bank และเพลงยังคว้าอันดับหนึ่งของความนิยมในประเทศไทย[12] ด้วยท่าเต้นของเพลงที่เต้นได้ง่ายทำให้มีการโคฟเวอร์ท่าเต้นกันอย่างแพร่หลาย ในเดือนตุลาคม แฟนโคฟเวอร์แดนซ์มีเป็นจำนวนมากบนเว็บไซต์แบ่งปันวิดีโอยอดนิยม เช่น ยูทิวบ์ และ Daum[14] ประกอบด้วยตำรวจกลุ่มหนึ่งที่เรียนรู้ท่าเต้นในตอนท้ายในรายการ Star King ทางช่อง KBS ความนิยมอย่างมากของท่าเต้นเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในชื่อ "Tell Me Virus" และวงยังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากฉายา "น้องสาวแห่งชาติ"[15] วันเดอร์เกิลส์มีตารางการโปรโมตที่กว้างขวางสำหรับอัลบั้มของพวกเธอ และในช่วงปลายปี ค.ศ. 2007 พวกเธอได้เริ่มแสดงซิงเกิลที่สอง "이바보" ("This Fool") และซีรีส์เรียลลิตี้ทางโทรทัศน์ The Wonder Life ที่นำแสดงโดยวันเดอร์เกิร์ลส์เริ่มออกอากาศทางช่อง MTV

ปี 2008 การดำเนินกิจกรรมหลังการถอนตัวของสมาชิกแก้ไข

 
วันเดอร์เกิลส์ขึ้นแสดงเพลง "Nobody" ที่พิธีเปิดงาน the 2008 BICHE ในเดือนตุลาคมปี ค.ศ. 2008 จากซ้ายไปขวา : ซ็อนมี, โซฮี, ซ็อนเย, เยอึน และยูบิน

ในเดือนกุมภาพันธ์ปี ค.ศ. 2008 วันเดอร์เกิลส์ได้ร่วมงานกับพัค จิน-ย็อง ในฐานะแขกรับเชิญพิเศษในการทัวร์คอนเสิร์ตเป็นเวลา 1 เดือนในเกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกาที่ซึ่งพวกเธอได้ถ่ายทำมิวสิควิดีโอ "Wishing on a Star" ขณะที่อยู่ในนิวยอร์ก[16] ตามมาด้วยการปล่อยทีเซอร์สำหรับซิงเกิ้ลใหม่ "So Hot" ได้ปล่อยในวันที่ 22 พฤษภาคม ค.ศ. 2008 เพลงติดอันดับสูงสุดบนชาร์ตออนไลน์ไม่นานหลังจากปล่อย[17][18] ในช่วงกลางปี ค.ศ. ​​2008 พวกเธอได้แสดงเพลง "So Hot" และ "This Time" ในรายการ MBC's  Show! Music Core เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บเส้นเสียง ยูบินจึงต้องลิปซิงค์ชั่วคราวตามตามคำสั่งของแพทย์[18]

หลังจากช่วงพักสั้นๆ วันเดอร์เกิลส์ได้คัมแบคในช่วงต้นปี ค.ศ. 2008 โดยได้ปล่อยมิวสิควิดีโอเพลง "Nobody" และวางขายดิจิทัลซิงเกิลพร้อมกัน สุดสัปดาห์ต่อมาพวกเธอได้ขึ้นแสดงในรายการ Show! Music Core , Music Bank และ Inkigayo เพลงคว้ารางวัลอันดับที่ 1 ในรายการ KBS 'Music Bank' เป็นเวลาติดต่อกันถึงสี่สัปดาห์[19] และยังชนะรางวัล Cyworld's "Song of the Mounth"[20] ในเดือนกันยายนและเดือนตุลาคมปี ค.ศ. 2008 และเหมือนกว่า "Tell Me" และ "Nobody" ยังเป็นจุดเริ่มต้นของความนิยมเป็นอย่างมากในการเต้นอีกด้วย[21]

ในงาน Mnet KM Music Festival ประจำปี ค.ศ. 2008 วันเดอร์เกิลส์ได้รับรางวัล 3 รางวัล ได้แก่ "Song of the Years" รางวัล "Best Music Video" จากเพลง "Nobody" และ "Best Female Group"[22] นอกจากนี้วงยังชนะรางวัลในงาน 2008 Golden Disk Awards จากยอดขายดิจิทัลที่สูงมาก[23] และในงาน Seoul Music Awards ครั้งที่ 18 วันเดอร์เกิลส์ชนะรางวัลศิลปินแห่งปี (Daesang) ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดสำหรับ "Nobody" นอกเหนือจากรางวัลอื่นๆ อีกสองรางวัล[24]

ในเดือนตุลาคมปี ค.ศ. 2008 วันเดอร์เกิลส์ได้เซ็นสัญญากับบริษัท Creative Artists Agency (CAA) ในช่วงสิ้นปี ค.ศ. 2008 พวกเธอมีรายได้กว่า ₩12,000 พันล้านวอน ( $10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยในนามวง[25]

ปี 2009 - 2010 การโปรโมตในต่างประเทศและการเปลี่ยนไลน์สมาชิกแก้ไข

 
วันเดอร์เกิลส์ขึ้นแสดงเพลง "Tell Me" ที่ The Fillmore เมืองซานฟรานซิสโก ณ วันที่ 13 มิถุนายน ค.ศ. 2010 จากซ้ายไปขวา : เยอึน, โซฮี, ฮเยริม, ยูบิน และ ซ็อนเย

การทัวร์คอนเสิร์ตครั้งแรกของวันเดอร์เกิลส์ เริ่มขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2009 ที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย พร้อมกับพัค จิน-ย็อง ผู้ดูแลของพวกเธอ พวกเธอจัดคอนเสิร์ตตลอดทั้งประเทศสหรัฐอเมริกา[26] แล้วจึงกลับไปยังเกาหลีใต้เพื่อแสดงคอนเสิร์ตในช่วงปลายเดือนมีนาคมในกรุงโซลและปูซาน[27] การแสดงในทัวร์ครั้งนี้ได้บันทึกไว้ในเรียลลิตี้โชว์ Welcome to Wonderland  ทางช่อง Mnet ต่อมาวันเดอร์เกิลส์ได้ปล่อยมิวสิควิดีโอโคฟเวอร์เพลง "Now" ของ Fin.KL หลังจากทัวร์คอนเสิร์ตเสร็จสิ้น

ในเดือนมีนาคมปี ค.ศ. 2009 วันเดอร์เกิลส์ยืนยันว่าวงจะเปิดตัวเพลงภาษาอังกฤษในสหรัฐอเมริกาโดยจะมีการเปิดตัว "Nobody" เวอร์ชันภาษาอังกฤษในช่วงฤดูร้อนปี ค.ศ. 2009[28] หลังจากออกวางจำหน่ายแล้วจะตามมาด้วย "Tell Me" เวอร์ชันภาษาอังกฤษ และอัลบั้มภาษาอังกฤษในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2009[29] ในเวลาต่อมา JYP Entertainment ได้ประกาศว่าวันเดอร์เกิลส์จะได้ร่วมงานกับโจนาสบราเธอร์สในทัวร์คอนเสิร์ต North America leg of the Jonas Brothers World Tour 2009 เพื่อสร้างความสนใจให้กับการเปิดตัวครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาโดยทั้งโซฮีและซ็อนมีได้ลาออกจากโรงเรียนมัธยม[30][31] เพลง "Nobody" เวอร์ชันภาษาอังกฤษได้ปล่อยในวันที่ 26 มิถุนายน ค.ศ. 2009 ซึ่งเป็นวันก่อนที่จะเริ่มต้นของการทัวร์ของพวกเธอกับโจนาสบราเทอร์ส วันเดอร์เกิลส์ได้เซ็นสัญญาเป็นเวลา 13 วันในครั้งแรกสำหรับการทัวร์คอนเสิร์ตในสหรัฐอเมริกา แต่ในที่สุดพวกเธอก็ได้รับโอกาสให้ร่วมแสดงกับโจนาสบราเทอร์สในการแสดงคอนเสิร์ตทั้งหมด 45 วัน[32] เพลง "Nobody" ติดอันดับ Billboard Hot 100 ในเดือนตุลาคมปี ค.ศ. 2009 ทำให้พวกเธอกลายเป็นศิลปินจากเกาหลีใต้วงแรกที่ผลงานเพลงติดอันดับบนชาร์ต[4][33] นอกจากนี้เพลงยังติดอันดับสูงสุดบนชาร์ตเพลงของไต้หวันและฮ่องกง[34]

ในวันที่ 22 มกราคม ค.ศ. 2010 JYP ได้ประกาศว่าซ็อนมีจะพักการทำงานดนตรีของเธอในวงเพื่อกลับไปศึกษาต่อและฮเยริม (ลิม) ซึ่งเป็นเด็กฝึกของ JYP จะเข้ามาแทนที่ตำแหน่งของเธอ[35][36] ซ็อนมียังคงทำงานเป็นสมาชิกของวันเดอร์เกิลส์ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์เพื่อที่จะดำเนินการตามกำหนดการให้เสร็จสมบูรณ์ โดยการถอนตัวของซ็อนมีทำให้ชาวอเมริกันบางกลุ่มสับสน วันเดอร์เกิลส์เตรียมจัดทำอัลบั้มภาษาอังกฤษโดยประกอบด้วยเพลงจากซิงเกิลเกาหลีในเวอร์ชันภาษาอังกฤษหกเพลงและอีกครึ่งหนึ่งเป็นเพลงใหม่ที่จะวางขายในเดือนกุมภาพันธ์ 2010[37] พวกเธอยังวางแผนที่จะมีการจัดทัวร์คอนเสิร์ตในเดือนมกราคม ค.ศ. 2010 อย่างไรก็ตามเนื่องจากการถอนตัวของซ็อนมีทำให้แผนการทัวร์ล่าช้ากว่ากำหนด และแผนการวางจำหน่ายอัลบั้มถูกล้มเลิกในที่สุด[38]

วันที่ 5 เมษายน ค.ศ. 2010 วันเดอร์เกิลส์ประกาศทัวร์ 20 การแสดงในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาโดยใช้ชื่อว่า "The Wonder World Tour" เป็นเวลา 9 วันร่วมกับ Live Nation ซึ่งรวมถึงวงทูพีเอ็มจากบริษัทเดียวกัน[39] ทัวร์ประกอบด้วยผลงานเพลงที่มีชื่อเสียงของพวกเธอในเวอร์ชันภาษาอังกฤษและภาษาเกาหลี เพลงโคฟเวอร์ภาษาอังกฤษที่กำลังเป็นที่นิยมและเพลงใหม่จากอัลบั้มที่กำลังจะวางขาย[40] รอบแรกของทัวร์เริ่มต้นที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในวันที่ 4 มิถุนายน ค.ศ. 2010 และในที่สุดก็ขยายไปถึงการเพิ่มรอบซึ่งวงทูเอเอ็ม จากบริษัทเดียวกันจะร่วมแสดงในช่วงวันเวลาตามกำหนดการดังกล่าว[41]

วันเดอร์เกิลส์ได้เปิดตัวอีพีใหม่ในชื่อ "2 Different Tears" ตามการทัวร์ของพวกเธอมาด้วย เพลงไตเติลถูกบันทึกในภาษาต่างๆ กว่าสามภาษา ได้แก่ ภาษาจีน ภาษาเกาหลี และภาษาอังกฤษ มิวสิกวิดีโอเพลง "2 Different Tears" รอบปฐมทัศน์ได้เผยแพร่บนยูทิวบ์ในวันที่ 15 พฤษภาคม ค.ศ. 2010 ที่จังหวัดคย็องกีในประเทศเกาหลีใต้ มิวสิควิดีโออีพีเวอร์ชันที่เพิ่มพัค จิน-ย็อง และนักแสดงตลกชาวเกาหลี - อเมริกัน บ็อบบีลี[42] ได้เผยแพร่ในวันเดียวกัน

 
วันเดอร์เกิลส์ ณ Concept Korea Front Row Spring 2011 MBFW ในวันที่ 8 กันยายน ค.ศ. 2010

ในระหว่างวันที่ 15 และ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 2010 วันเดอร์เกิลส์ได้เดินทางกลับไปยังประเทศเกาหลีใต้เพื่อโปรโมตเพลง "2 Different Tears" เวอร์ชันภาษาเกาหลี พวกเธอปรากฏตัวบนเวทีในรายการ Mnet's M! Countdown ในวันที่ 22 พฤษภาคม ค.ศ. 2010 และต่อมาในวันที่ 27 พฤษภาคม วันเดอร์เกิลส์ชนะรางวัลอันดับที่ 1 จาก "2 Different Tears" ในรายการ M! Countdown ทางช่อง M.Net วงสิ้นสุดการโปรโมตสัปดาห์สุดท้ายของพวกเธอในเกาหลีใต้โดยการแสดงในรายการ MBC's Music Core ในวันที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 2010 ในระหว่างช่วงสองสัปดาห์นี้ วันเดอร์เกิลส์ได้ปรากฏตัวในรายการวาไรตี้โชว์และรายการทอลค์โชว์ของประเทศเกาหลีใต้หลายรายการ รวมถึง KBS's Win Win, Happy Together, SBS's Family Outing 2 และ MBC's Come to Play

วันที่ 29 กรกฎาคม MTV Wonder Girls ซีซั่นที่ 4 ออกอากาศรอบปฐมทัศน์ผ่านช่อง MTV Korean ซึ่งนำเสนอชีวิตประจำวันของวันเดอร์เกิลส์ในประเทศสหรัฐอเมริกา เช่น หอพักที่นิวยอร์กและสตูดิโอของพวกเธอ และการเตรียมการสำหรับ MTV World Stage Live in Malaysia 2010 [43] โดย MTV World Stage Live in Malaysia 2010 ถูกจัดขึ้นที่ซันเวย์ ลากูน เซิร์ฟบีชในวันที่ 31 กรกฎาคม และการแสดงถูกถ่ายทอดสดผ่านช่อง MTV Asia ในวันที่ 21 สิงหาคม[44] [45]วันที่ 30 กรกฎาคม M.net ออกอากาศรอบปฐมทัศน์ของ Made in Wonder Girls รายการโชว์ใหม่ที่นำเอาผู้ชมจากเบื้องหลังของการทัวร์คอนเสิร์ตครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาของวันเดอร์เกิลส์ เช่นเดียวกับการโปรโมตของพวกเธอในประเทศสิงคโปร์และอินโดนีเซีย ต่อมาในวันที่ 3 สิงหาคม วันเดอร์เกิลส์ได้แสดงในงาน SINGfest 2010 ที่สวนฟอร์ทแคนนิง ประเทศสิงคโปร์[46]

ปี 2011 - 2012 อัลบั้ม Wonder World และการทำกิจกรรมในต่างประเทศแก้ไข

 
วันเดอร์เกิลส์แสดงเพลง "Be My Baby" ที่งาน 2011 Korea Entertainment Awards. จากซ้ายไปขวา : โซฮี, ซ็อนเย, ยูบิน, เยอึน, ฮเยริม

ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2011 มีการเผยแพร่ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอัลบั้มภาษาอังกฤษ พัค จิน-ย็องผู้บริหารของเจวายพีเอนเตอร์เทนเมนต์ บอกใบ้ในบัญชีทวิตเตอร์ของเขาว่าเขาได้เขียนเพลงใหม่ให้กับวงในขณะที่ถ่ายทำละครโทรทัศน์เรื่อง มุ่งสู่ดาว ก้าวตามฝัน[47] และต่อมาพัค จิน-ย็องได้ทวีตว่ามีโปรดิวเซอร์รายอื่นที่มีส่วนร่วมในการทำอัลบั้มในครั้งนี้ด้วย[48] ส่วน Rainstone นักแต่งเพลงของเจวายพีเอนเตอร์เทนต์เมนต์กล่าวว่าคาดว่าอัลบั้มนี้จะมีเพลงจำนวน 6 ถึง 7 เพลง โปรดิวเซอร์ร็อดนีย์ เจอร์กินส์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ Darkchild และโคลด เคลลี นักแต่งเพลงที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ได้รับการเปิดเผยว่าจะมีส่วนร่วมในอัลบั้มนี้และอัลบั้มนี้จะดำเนินการวางจำหน่ายโดยหนึ่งในสามค่ายเพลงขนาดใหญ่ของสหรัฐอเมริกา

ในวันที่ 30 มิถุนายน ได้มีการประกาศว่าพวกเธอได้รับเชิญให้ไปแสดงในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ค.ศ. 2011 ที่เมืองเอเธนส์ ประเทศกรีซบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของพวกเธอ โดยพวกเธอได้แสดงเพลงพื้นบ้านของเกาหลี "Arirang" พร้อมด้วย "Nobody" ในเวอร์ชันภาษาอังกฤษและ "Tell Me" เวอร์ชันภาษาเกาหลี วันที่ 5 สิงหาคมวันเดอร์เกิลส์ปรากฏตัวในรายการ Mashup Monday ของบิลบอร์ด แสดงเพลง "Nothin 'on You"[49] ของบี.โอ.บีและบรูโน มาส์ เวอร์ชันโคฟเวอร์ที่เรียบเรียงใหม่โดยพวกเธอเอง ต่อมาในวันที่ 9 ตุลาคม ค.ศ. 2011 ทางตัวแทนของเจวายพีเอนเตอร์เทนเมนต์ได้เปิดเผยว่า "อัลบั้ม [ภาษาอังกฤษ] จะถูกจัดทำในรูปแบบของเพลง OST ประกอบภาพยนตร์ เราจะวางแผนคอนเซปต์ของเราให้ลงตัวกับอารมณ์ของเพลง ซึ่งตรงข้ามกับแนวเรโทร เราคิดว่าเพลงจะมีความเป็นเพลงป็อปมากกว่า และวันเดอร์เกิลส์จะคัมแบคด้วยคอนเซ็ปต์ใหม่อย่างแน่นอน ดังนั้นโปรดรอติดตามด้วย"

ในวันที่ 23 ตุลาคม เจวายพีเอนเตอร์เทนเมนต์ได้เปิดเผยโปสเตอร์ใหม่ "RU Ready?" ติดอยู่เหนือตึกของบริษัทพร้อมด้วยโลโก้รุ่นใหม่ของวันเดอร์เกิลส์ "Wonder World" ได้รับการประกาศให้เป็นอัลบั้มเต็มชุดที่สองของวงและถูกปล่อยในวันที่ 7 พฤศจิกายน ค.ศ. 2011 ตามมาด้วยซิงเกิล "Be My Baby" การที่สมาชิกในวงมีส่วนร่วมในการเขียนและในขั้นตอนการผลิตมากขึ้นเป็นจุดเด่นของอัลบั้มนี้ การโปรโมตสำหรับอัลบั้ม "Wonder World " เริ่มต้นด้วยการแสดงเวทีคัมแบ็คในรายการ Music Bank ในวันที่ 11 พฤศจิกายน และต่อเนื่องจนถึงเดือนมกราคม ค.ศ. 2012[50]

ในช่วงต้นปี ค.ศ. 2012 วงได้กลับไปทำกิจกรรมในสหรัฐอเมริกากับภาพยนตร์ทางโทรทัศน์เรื่อง The Wonder Girls ในวันที่ 11 มกราคม พวกเธอได้ปล่อยเพลง "The DJ Is Mine" เพลงภาษาอังกฤษที่ฟิเจอริงกับ School Gyrls เป็นซิงเกิ้ลโปรโมตควบคู่กันสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ เพลง "The DJ Is Mine" คว้าอันดับหนึ่งบนชาร์ตเพลงหลายชาร์ตของเกาหลีใต้ ภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดตัวทางช่อง TeenNick ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์และมี "Like Money" เพลงภาษาอังกฤษที่ยังไม่วางจำหน่ายเป็นจุดเด่น หลังจากการเปิดตัวภาพยนตร์ วงได้รับข้อเสนอจากบริษัทกระจายเสียงรายใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกาและกำลังเจรจาเกี่ยวกับการโปรโมตเต็มรูปแบบในสหรัฐฯ และกิจกรรมสำหรับอัลบั้มภาษาอังกฤษชุดแรกของพวกเธอ อัลบั้ม 12 แทร็กได้รับการกล่าวถึงว่าจะเสร็จสมบูรณ์และมีกำหนดการปล่อยในช่วงฤดูร้อนปี ค.ศ. 2012[51]

ในเดือนมิถุนายนปี ค.ศ. 2012 วงได้คัมแบคในประเทศเกาหลีใต้ ในวันที่ 3 มิถุนายน 2012 พวกเธอได้ปล่อยมินิอัลบั้ม "Wonder Party" "Like This" ซิงเกิ้ลโปรโมตของอัลบั้มนี้ ได้ปล่อยในวันเดียวกัน ต่อมาในช่วงกลางเดือนมิถุนายนมีการประกาศว่าวงจะเปิดตัวในประเทศญี่ปุ่นภายใต้สังกัด DefStar Records ด้วยการเปิดตัวเพลง "Nobody" เวอร์ชันภาษาญี่ปุ่น และถูกปล่อยในวันที่ 25 กรกฎาคมที่ใช้ชื่อซิงเกิ้ลว่า "Nobody for Everybody" [52]

ในวันที่ 10 กรกฎาคม ค.ศ. 2012 เวอร์ชันใหม่ของ "Like Money" ซึ่งฟิเจอริ่งกับเอค่อนได้ถูกปล่อยในสหรัฐอเมริกาในรูปแบบซิงเกิ้ล และจะกลายเป็นเพลงเวอร์ชันภาษาอังกฤษฉบับสมบูรณ์ที่วางจำหน่ายเพลงสุดท้ายของวง ในช่วงต้นเดือนกันยายนปี ค.ศ. 2012 วงได้แสดงเพลงใหม่ 3 เพลงจากอัลบั้มภาษาอังกฤษที่กำลังจะปล่อยของพวกเธอในงานคอนเสิร์ตของไอฮาร์ทเรดิโอ ต่อมาในวันที่ 29 ตุลาคม ค.ศ. 2012 วันเดอร์เกิลส์ได้เข้าร่วมการสัมภาษณ์กับนิก แคนนอน ซึ่งพวกเธอได้กล่าวถึงการเปิดตัวอัลบั้มภาษาอังกฤษของพวกเธอและรายการโชว์ใหม่ที่แสดงให้เห็นวันเดอร์เกิลส์ในมุมมองอื่นที่แตกต่างออกไปจากจากภาพยนตร์ต้นฉบับของพวกเธอ[53] ต่อมาในวันที่ 14 พฤศจิกายน วันเดอร์เกิลส์ได้ปล่อยอัลบั้มรวมเพลง "Wonder Best" ในประเทศญี่ปุ่นซึ่งรวบรวมเพลงใหม่ เพลงที่เป็นที่นิยมเดิมที่ได้รับการปรับปรุงแล้วและเพลงเวอร์ชันภาษาญี่ปุ่นของพวกเธอ

ปี 2013 - 2014 ว่างเว้นจากการทำกิจกรรม และการออกจากวงของ ซ็อนเย และ โซฮีแก้ไข

ซ็อนเยได้ประกาศว่าเธอกำลังจะแต่งงานในช่วงเดือนมกราคมปี ค.ศ. 2013 ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2012 ต่อมาเจวายพีเอนเตอร์เทนเมนต์ได้ประกาศว่าวงจะอยู่ในสถานะว่างจากการทำกิจกรรม ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2013 วันเดอร์เกิลส์ได้ทำการแสดงครั้งสุดท้ายก่อนการพักกิจกรรมวงของพวกเธอในงาน Winter Special Olympics in Pyeong Chang ที่ประเทศเกาหลีใต้[54]

ซ็อนเยให้กำเนิดลูกสาวคนแรกในเดือนตุลาคมปี ค.ศ. 2013[55]เจวายพีเอนเตอร์เทนเมนต์ปฏิเสธการออกจากวงของซ็อนเยและระบุว่าเธอยังคงเป็นสมาชิกของวันเดอร์เกิลส์อยู่โดยไม่คำนึงถึงสถานะที่ว่างจากการทำกิจกรรมของเธอ[56][57][58][59] ต่อมาในเดือนธันวาคมปี ค.ศ. 2013 โซฮีได้ตัดสินใจออกจากเจวายพีเอนเตอร์เทนเมนต์และเซ็นสัญญากับ KeyEast Entertainment เพื่อมุ่งเน้นในอาชีพนักแสดงของเธอ[60][61][62] ในเดือนธันวาคมปี ค.ศ. 2014 ซอนเยออกจากวงการบันเทิงอย่างเป็นทางการเพื่อมุ่งสู่การใช้ชีวิตส่วนตัวของเธอกับครอบครัวและงานเผยแผ่ศาสนาของเธอในเฮติกับสามีของเธอ ทำให้แผนการปล่อยอัลบั้มภาษาอังกฤษ ซีรีส์ทางทีวี และการโปรโมตในอนาคตในสหรัฐอเมริกาของวงถูกยกเลิกทั้งหมด[63]

ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2013 อดีตสมาชิกของวง ซ็อนมี ได้เปิดตัวเป็นศิลปินเดี่ยวด้วยซิงเกิลแรก "24 Hours"[64][65] และในปีถัดมาซ็อนมีได้ปล่อยอีพีแรกของเธอในชื่อ "Full Moon" ต่อมาในวันที่ 23 กรกฎาคม ค.ศ. 2014 มีการประกาศว่าเยอึนจะเปิดตัวเป็นศิลปินเดี่ยวภายใต้นามแฝง Ha:tfelt (การรวมกันของคำว่า "Hot" และ "Heartfelt") มินิอัลบั้มชุดแรกแรกของเธอ "Me?" ได้ถูกปล่อยในวันที่ 31 กรกฎาคม ค.ศ. 2014[66]

ปี 2015 การเปลี่ยนแปลงไลน์สมาชิกและคัมแบคด้วยอัลบั้ม REBOOTแก้ไข

วันที่ 24 มิถุนายน ค.ศ. 2015 เจวายพีเอนเตอร์เทนเมนต์ได้ประกาศว่าวันเดอร์เกิลส์จะคัมแบคหลังจากว่างจากการทำกิจกรรมในสามปีที่ผ่านมา ตัวแทนของค่ายยืนยันว่าอดีตสมาชิกซ็อนมีจะเข้าร่วมวงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ถอนตัวในปี 2010[67] วันเดอร์เกิลส์เปลี่ยนรูปแบบจากวงร้องเต้นเป็นวงดนตรีที่มีสมาชิกสี่คน โดยที่สมาชิกแต่ละคนเล่นเครื่องดนตรี ได้แก่ ยูบิน (กลอง), เยอึน (คีย์บอร์ด), ฮเยริม (กีตาร์) และซ็อนมี (เบส) การกลับมาของพวกเธอมีจุดเด่นเป็นคอนเซ็ปต์สไตล์เรโทรยุค 80 ที่มีเสียงสะท้อนตลอดทั้งอัลบั้มคล้ายกับผลงานเพลงที่ผ่านมาของพวกเธอ[68] "I Feel You" ซิงเกิ้ลโปรโมตจากอัลบั้มได้ถูกปล่อยในวันที่ 2 สิงหาคม ต่อมาในวันที่ 3 สิงหาคม วงปล่อยอัลบั้มที่เต็มชุดที่สามในชื่อ "REBOOT"[69] อัลบั้มประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์โดยได้อันดับที่ 5 บนชาร์ต Gaon Albums Chart และอันดับที่สองบนชาร์ต Billboard World Albums[70] โดยสมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในขั้นตอนการเรียบเรียงและการผลิตอัลบั้ม[71]

ในวันที่ 2 ตุลาคม มีประกาศว่าวันเดอร์เกิลส์จะเป็นแขกรับเชิญในรายการ Saturday Night Live Korea พวกเธอได้แสดงเพลงที่มีชื่อเสียงของวงได้แก่ "I Feel You", "Nobody" และ "Tell Me" ต่อมาในวันที่ 27 ธันวาคม พวกเธอได้ขึ้นแสดงในรายการ SBS Gayo Daejeon และในวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2015 ในรายการ MBC Gayo Daejejeon โดยอัลบั้ม "REBOOT" ได้อันดับที่ 1 จากการจัดอันดับในรายฃื่อ The Best 10 K-Pop Albums ประจำปี ค.ศ. 2015 โดยบิลบอร์ด[72] และอันดับที่ 18 จากการจัดอันดับในรายชื่อ The 20 Best Albums of 2015 โดย FuseTV[73]

ปี 2016 - 2017 อัลบั้ม Why So Lonely และการยุบวงแก้ไข

ในช่วงกลางปี ​​2016 วงเริ่มโปรโมตซิงเกิลที่กำลังจะมาถึงของพวกเธอ ในวันที่ 18 มิถุนายน วงได้ปล่อยเพลง "To The Beautiful You" หนึ่งในเพลงบีไซด์ในแทร็ค ต่อมาในวันที่ 5 กรกฎาคม วันเดอร์เกิลส์ได้ปล่อยเพลง "Why So Lonely" พร้อมกับ "To the Beautiful You" และ "Sweet & Easy" ที่เป็นเพลงบีไซด์ในรูปแบบของซีดีและดิจิทัลซิงเกิ้ล ซิงเกิลนี้ประสบความสำเร็จเชิงพาณิชย์ในเกาหลีใต้ โดยมียอดดาวน์โหลดเพลงในรูปแบบดิจิทัลติดอันดับสูงสุดบนชาร์ต Gaon Digital Chart และในวันที่ 12 กรกฎาคม วงได้แสดงเวอร์ชันแดนซ์ของเพลง "Why So Lonely" เป็นครั้งแรกในรายการ The Show ทางช่อง SBS MTV และชนะรางวัลจากรายการเพลงในสัปดาห์นี้ ถือเป็นการชนะรางวัลที่หนึ่งครั้งแรกของพวกเธอในรายการเพลงนับตั้งแต่การปล่อย "Like This" ในปี ค.ศ. 2012[74] และในวันที่ 19 กรกฎาคม วงยังได้แสดงเพลงนี้ในพิธีเปิดงานสำหรับทีมนักกีฬาโอลิมปิกของเกาหลีใต้[75]

ในวันที่ 26 มกราคม ค.ศ. 2017 เจวายพีเอนเตอร์เทนเมนต์ประกาศว่าวันเดอร์เกิลส์ได้ยุบวงอย่างเป็นทางการ โดยมีเพียง ยูบิน และ ฮเยริมที่ต่ออายุสัญญาในขณะที่เยอึน และ ซ็อนมี ตัดสินใจออกจากบริษัท[76][77] ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2017 วงได้ปล่อยซิงเกิลสุดท้าย "Draw Me" และเพลงนี้ยังถือเป็นซิงเกิลฉลองครบรอบ 10 ปีของวงนับตั้งแต่เปิดตัวในปี ค.ศ. 2007[78][79]

สมาชิกแก้ไข

วงประกอบด้วยสมาชิกห้าคนในช่วงเวลาของการเปิดตัวในปี ค.ศ. 2007 ได้แก่ ซ็อนเย, โซฮี, ฮย็อนอา, ซ็อนมี และ เยอึน ไม่นานหลังจากนั้นในปีเดียวกันฮย็อนอาได้ออกจากวงเนื่องจากปัญหาเรื่องสุขภาพของเธอซึ่งนำไปสู่การเพิ่มยูบินแทน และต่อมาในปี ค.ศ. 2010 ซ็อนมีได้ถอนตัวออกจากวงเพื่อกลับไปศึกษาต่อ และฮเยริมได้รับเลือกให้ทำหน้าที่แทนตำแหน่งของเธอ โซฮีออกจากวงในช่วงปลายปี ค.ศ. 2013 หลังจากหมดสัญญากับ JYP Entertainment ในขณะที่ ซ็อนเย ออกจากวงในช่วงปลายปี ค.ศ. 2014 วงได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม 2015[80] สำหรับการคัมแบคของวง ในปี ค.ศ. 2015 ซ็อนมีได้กลับมาร่วมวงและทำหน้าที่เป็นสมาชิกร่วมกับ เยอึน , ยูบิน และ ฮเยริม และวันเดอร์เกิลส์ยังคงเป็นวงในรูปแบบวงดนตรีสี่คนจนกระทั่งยุบวงในปี ค.ศ. 2017

ไลน์สมาชิกแก้ไข

สมาชิกวันเดอร์เกิลส์เป็นที่รู้จักกันในชื่อภาษาอังกฤษได้แก่ Yubin, Yenny, Sun, Mimi, HyunA, Sohee และ Lim

  • ยูบิน – แร็ปเปอร์หลัก, เสียงร้อง (2007–2017); กลอง[81] (2015–2017)
  • เยอึน – เสียงร้องนำ (2007–2015); เสียงร้องหลัก, คีย์บอร์ด, กีตาร์จังหวะ, หัวหน้าวง[81] (2015–2017)
  • ช็อนเย – เสียงร้องหลัก, นักเต้นนำ, หัวหน้าวง (2007–2014)[81]
  • ซ็อนมี – เสียงร้องเสริม (2007–2010); เสียงร้องนำ, กีตาร์เบส[81] (2015–2017)
  • ฮย็อนอา – แร็ปเปอร์หลัก, เสียงร้อง (2007)
  • โซฮี – เสียงร้องเสริม, นักเต้นหลัก (2007–2013)
  • ฮเยริม – เสียงร้องเสริม, แร็ปเปอร์ (2010–2017); กีตาร์นำ (2015–2017)

ไทม์ไลน์แก้ไข

 

ข้อมูลพื้นฐานแก้ไข

ชื่อ วันเกิด ตำแหน่ง เครื่องดนตรี เข้าร่วมวง ออกจากวง ปัจจุบัน สังกัดปัจจุบัน
ไทย โรมัน ฮันกึล
คิม ยู-บิน Kim Yu-Bin 김유빈 4 ตุลาคม พ.ศ. 2531 (31 ปี) นักร้องสนับสนุน, นักเต้นนำ, แร็ปเปอร์หลัก กลอง 2007 2017 ศิลปินเดี่ยว JYP Entertainment
พัก เย-อึน Park Ye-Eun 박예은 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2532 (30 ปี) นักร้องเสียงหลัก คีย์บอร์ด 2007 2017 ศิลปินเดี่ยว Ameoba Culture
มิน ช็อน-เย Min Sun-Ye 민선예 12 สิงหาคม พ.ศ. 2532 (30 ปี) หัวหน้าวง, นักร้องเสียงหลัก N/A 2007 2014 N/A Polaris Entertainment
อี ซ็อน-มี Lee Sun-Mi 이선미 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 (27 ปี) นักร้องนำ, นักเต้นนำ, แร็ปเปอร์ เบส 2007, 2015 2010, 2017 ศิลปินเดี่ยว MakeUs Entertainment
คิม ฮย็อน-อา Kim Hyun-a 김현아 6 มิถุนายน พ.ศ. 2535 (27 ปี) แร็ปเปอร์หลัก, นักเต้นหลัก, นักร้องสนับสนุน N/A 2007 2007 ศิลปินเดี่ยว P-Nation
อัน โซ-ฮี Ahn So-Hee 안소희 27 มิถุนายน พ.ศ. 2535 (27 ปี) นักร้องเสริม, นักเต้นหลัก N/A 2007 2013 นักแสดง KeyEast Entertainment
อู ฮเย-ริม Woo Hye-Rim 우혜림 1 กันยายน พ.ศ. 2535 (27 ปี) นักร้องเสริม,นักเต้นหลัก, แร็ปเปอร์นำ กีตาร์ 2010 2017 ศิลปินเดี่ยว JYP Entertainment

รายชื่อผลงานเพลงแก้ไข

  • The Wonder Years (2007)
  • Wonder World (2011)
  • Reboot (2015)

ผลงานแก้ไข

ภาพยนตร์แก้ไข

เรื่อง ปี บทบาท หมายเหตุ
The Last Godfather 2010 ตัวละครรับเชิญ แสดงเพลง "Nobody"
The Wonder Girls 2012 ตัวเอง ภาพยนตร์ทางทีวี

รายการโทรทัศน์แก้ไข

รายการ ปี หมายเหตุ
MTV Wonder Girls 2006 – 2010 รายการเรียลลิตี้โชว์รายการแรก
Wonder Bakery[82] 2008 รายการเรียลลิตี้โชว์รายการที่ 2
Welcome to Wonderland[83] 2009 สารคดีของวันเดอร์เกิลส์
Made in Wonder Girls 2010 รายการเรียลลิตี้โชว์รายการที่ 3
Star Life Theater 2011 รายการเรียลลิตี้การคัมแบคในอัลบั้ม Wonder World

อ้างอิงแก้ไข

  1. Yi, Dong-jun (March 13, 2007). 원더걸스, "남자 가수로 구성된 팬클럽 있다!" (in Korean). Paran Media. Archived from the original on October 14, 2007. สืบค้นเมื่อ March 18, 2007.
  2. "《On Air》代言人神秘美女5人组" (in Chinese). Eastday. March 7, 2007. Archived from the original on May 21, 2007. สืบค้นเมื่อ March 19, 2007.
  3. "Sunye and Sohee Confirm Wonder Girls Departure - IdolWow!". idolwow.com. July 21, 2015. สืบค้นเมื่อ June 25, 2017.
  4. 4.0 4.1 Pietroluongo, Silvio (October 22, 2009). "Jay Sean Recaptures Hot 100's Top Slot". Billboard. สืบค้นเมื่อ October 22, 2009.
  5. Nobody Songfacts. Songfacts.com. Retrieved August 14, 2012.
  6. "Wonder Girls Make Big Return to Billboard Charts With 'Reboot' Album". Billboard. สืบค้นเมื่อ March 12, 2016.
  7. "Ranking K-Pop's best 15 retro concepts". allkpop. October 21, 2016. สืบค้นเมื่อ February 10, 2017.
  8. "Wonder Girls - generasia". www.generasia.com. สืบค้นเมื่อ June 25, 2017.
  9. "MIAK: 2007 Sales Summary" (in Korean). Music Industry Association of Korea. Archived from the original on May 8, 2008. สืบค้นเมื่อ October 10, 2007.
  10. Kim, Gyeong Min (April 11, 2007). 완벽한 그녀들, 원더걸스 중국 쇼케이스 현장 (in Korean). ETN. Archived from the original on January 21, 2008. สืบค้นเมื่อ January 13, 2008.
  11. Park, Eun-kyung (June 25, 2007). 원더걸스 소희, 촬영 중 오토바이 사고. Joynews24 (in Korean). สืบค้นเมื่อ August 27, 2007.
  12. 12.0 12.1 Yang, Jeff. ASIAN POP: Next stop, Wonderland. San Francisco Chronicle. April 9, 2008. Retrieved March 2, 2009.
  13. Kim, Won-gyum (September 5, 2007). 원더걸스, 새멤버 공개..19세 김유빈. Star News (in Korean). Archived from the original on August 2, 2008. สืบค้นเมื่อ October 8, 2007.
  14. "[2007연예결산]올해의 사자성어 '원더걸스(原多渴水)'" (in Korean). Gonews. December 31, 2007. Archived from the original on January 21, 2008. สืบค้นเมื่อ January 19, 2007.
  15. "Sohee's trademark look is all natural". allkpop. November 19, 2009. สืบค้นเมื่อ February 15, 2017.
  16. "Wonder Girls to Enter U.S. Market". KBS WORLD. December 20, 2007. สืบค้นเมื่อ December 31, 2007.
  17. "원더걸스 'So Hot', 온라인 3관왕". สืบค้นเมื่อ May 29, 2008.
  18. 18.0 18.1 "Wonder Girls' Yubin Suffers Vocal Cord Injury". KBS World. May 28, 2008. สืบค้นเมื่อ June 10, 2008.
  19. 원더걸스 JYP 선배 비 제치고 뮤직뱅크 1위 등극. Newsen/Joins.com. October 24, 2008. Retrieved November 6, 2008.
  20. "원더걸스 '노바디' 싸이월드 판매량 2달 연속 1위". 아시아경제 asiae.co.kr. November 18, 2008. สืบค้นเมื่อ November 4, 2019.
  21. Nobody sparks dance craze. The Straits Times. May 17, 2009. Retrieved June 13, 2009.
  22. Kim, Shi-eun (November 16, 2008). "'MKMF 3관왕' 원더걸스 "변치 않는 원더걸스 되겠다"" [MKMF Triple Winner Wonder Girls "Will Never Change"]. HanKyung.com. Archived from the original on February 14, 2012. สืบค้นเมื่อ November 16, 2008.
  23. Jin, Hyang-hui (December 10, 2008). "추락하는 '골든디스크상'…10만장으로 '티격태격'?" [Falling "Golden Disk Awards"...Bickering over 100,000?]. Maeil Gyungjae. สืบค้นเมื่อ December 10, 2008.
  24. "원더걸스, '서울가요대상' 대상" [Wonder Girls, "Seoul Music Awards" Artist of the Year]. 연합뉴스 Yonhapnews. February 12, 2009. สืบค้นเมื่อ November 4, 2019.
  25. 원더걸스 `돈방석` 올 120억 벌었다 (Wonder Girls "Cash Cow", Have Earned 120 Billion). HanKyung.com. November 4, 2008. Retrieved November 6, 2008.
  26. "The JYP Tour 2009 with JYP and Wondergirls". Asian Journal. March 18, 2009. Archived from the original on March 22, 2012. สืบค้นเมื่อ August 17, 2011.
  27. Wonder Girls Pull Off First Concert With Success. The Korea Times. March 29, 2009. Retrieved April 9, 2009.
  28. Wonder Girls on MySpace. Retrieved March 2, 2009.
  29. Wondergirls to Make US Debut. The Korea Times. June 6, 2009. June 13, 2009.
  30. Jin, Hyang-hee. `원더걸스` 소희-선미, 고교 자퇴.. 왜? "Wonder Girls' So-hee & Sun-mi, High School Dropouts...Why?". Maeil Kyeongjae. June 14, 2009. Retrieved June 14, 2009. (เกาหลี)
  31. Han, Sang-hee. "Two Members of Wonder Girls Quit School for US Debut". The Korea Times. June 15, 2009. Retrieved June 18, 2009.
  32. Newsdesk. "Wonder Girls Make Waves in the US as Opening Act for Jonas Brothers' Tour" Archived August 28, 2009, at the Wayback Machine.. MTV Asia. July 24, 2009. Retrieved August 23, 2009.
  33. "Wonder Girls Enters Billboard Hot 100". The Korea Times. October 22, 2009. สืบค้นเมื่อ August 17, 2011.
  34. "Wondergirls Top Taiwan and Hong Kong's Music Charts". KBS Global. April 1, 2010. Archived from the original on July 7, 2012. สืบค้นเมื่อ April 11, 2010.
  35. Wonder Girls World. wondergirlsworld.com (January 22, 2010).
  36. Park Han-na, ed. (August 20, 2013). "선미 "원더걸스 탈퇴..후회 없다면 거짓말"" [No regrets leaving would be a lie: Ex-Wonder Girl Sunmi]. The Korea Herald. สืบค้นเมื่อ November 4, 2019.
  37. Bell, Crystal. "Breaking & Entering: The Wonder Girls". Billboard. November 20, 2009. Retrieved November 23, 2009.
  38. "Wonder Girls cancel tour after Sun Mi announces departure" Archived February 9, 2010, at the Wayback Machine.. JoongAng Daily. February 4, 2010. Retrieved February 6, 2010.
  39. Wonder Girls World. wondergirlsworld.com (April 5, 2010).
  40. "Wonder Girls Webchat!". Ustream.tv. September 14, 2009. สืบค้นเมื่อ August 17, 2011.
  41. http://www.todaykorea.co.kr/news/contents.php?idxno=106188
  42. "Wonder Girls Release New Video – In Three Languages!". UsMagazine.com. สืบค้นเมื่อ August 17, 2011.
  43. "Wonder Girls reality TV to air". Korea Times. July 26, 2010. สืบค้นเมื่อ August 17, 2011.
  44. "MTV World Stage Live in Malaysia 2011". Worldstage.mtvasia.com. Archived from the original on August 16, 2011. สืบค้นเมื่อ August 17, 2011.
  45. ""New Reality Program for Wonder Girls on Mnet Coming Soon!"". kpoplive.com. June 28, 2010. Archived from the original on July 4, 2010.
  46. "Wonder Girls to perform at Singfest 2010 on 3 August in Singapore". Dkpopnews.net. สืบค้นเมื่อ August 17, 2011.
  47. Park, J. Y. (January 13, 2011). "Just wrote a new Wonder Girls song while shooting Dream High. So excited cuz I think it's PRETTY good...Get ready girls!". twitter.com. สืบค้นเมื่อ June 25, 2017.
  48. Park, J. Y. (January 14, 2011). "I'm the most low-profile among the musicians and producers making the WG's new album. So get ur hopes up and hold tight everyone!". twitter.com. สืบค้นเมื่อ June 25, 2017.
  49. "Wonder Girls Cover B.o.B / Bruno Mars: The Poll Winner! – Mashup Mondays". Billboard.com. August 1, 2011. สืบค้นเมื่อ August 17, 2011.
  50. " Wonder Girls Arrives In Taiwan, Lim Sheds Tears In Upcoming Movie". Wonderfuls World (January 7, 2012). Retrieved August 14, 2012.
  51. Wonder Girls :: Official Site " OFFICIAL ANNOUNCEMENT FROM JYPE //원더걸스 국내 활동에 관한 공지입니다. Wondergirlsworld.com (May 11, 2012). Retrieved August 14, 2012.
  52. Wonder Girls Official Website(ワンダーガールズ オフィシャルウェブサイト) Archived May 16, 2012, at the Wayback Machine.. Wondergirls.jp (July 25, 2012). Retrieved 14 August 20.
  53. AXS TV (October 29, 2012). "Exclusive: In the Studio with Nick Cannon & Wonder Girls". สืบค้นเมื่อ June 25, 2017 – โดยทาง YouTube.
  54. Benjamin, Jeff (February 6, 2013). "Wonder Girls Begin Hiatus After Special Olympics Concert". Billboard. สืบค้นเมื่อ January 9, 2015.
  55. "Sunye Reveals the Korean Name of her Baby". Mwave. October 17, 2013.
  56. "'아이티行' 선예..JYP "원걸 탈퇴·해체? 모두 아냐"". Naver News. March 18, 2014. สืบค้นเมื่อ March 19, 2014.
  57. "JYP Says Sunye Isn't Leaving Wonder Girls and Wonder Girls Isn't Disbanding". Mwave. March 18, 2014. สืบค้นเมื่อ March 19, 2014.
  58. "JYP "선예, 원더걸스 탈퇴 아냐..여전히 소속 멤버"". Korea Daily (in Korean). December 10, 2014. สืบค้นเมื่อ December 10, 2014.
  59. 원더걸스 멤버 선예 "가수에 대한 공허감 컸다". Sports Donga (in Korean). Naver. December 10, 2014. สืบค้นเมื่อ December 13, 2014.
  60. "소희 BH엔터테인먼트 "연기자 꿈, 원걸 멤버-JYP 식구 지지에 용기"". M-Wave. February 10, 2014. สืบค้นเมื่อ March 19, 2014.
  61. "Sohee's upcoming plans with BH Entertainment revealed". Allkpop. สืบค้นเมื่อ June 25, 2015.
  62. "Sunye officially retires from entertainment industry". koreaboo.com. December 10, 2014. สืบค้นเมื่อ June 25, 2017.
  63. "003. NOBODY // WONDER GIRLS". k-pendium.com. March 2, 2015. สืบค้นเมื่อ June 25, 2017.
  64. KpopStarz (June 24, 2015). "[BREAKING] Wonder Girls Announce Comeback As 4 Member Act Including Reintroduction of Original Member Sunmi". KpopStarz. สืบค้นเมื่อ January 30, 2017.
  65. jypentertainment (August 20, 2013), Sunmi(선미) "24 hours(24시간이 모자라)" M/V, สืบค้นเมื่อ January 30, 2017
  66. Jackson, Julie (July 31, 2014). "Wonder Girls' Yenny makes solo debut as HA:TFELT". The Korea Herald. สืบค้นเมื่อ September 12, 2014.
  67. "JYP "선예-소희, 원더걸스에서 공식 탈퇴" [공식입장]". 다음 연예. July 20, 2015. สืบค้นเมื่อ June 25, 2017.
  68. "Wonder Girls Make Their Comeback as an '80s-Inspired Band With 'I Feel You'". Billboard. สืบค้นเมื่อ January 30, 2017.
  69. Ho-jung, Won (June 24, 2015). "Wonder Girls confirmed to return as band". Kpop Herald. The Korean Herald. สืบค้นเมื่อ June 25, 2015.
  70. "The 10 Best K-Pop Albums of 2015: Wonder Girls, Seventeen, f(x), BTS, Red Velvet & More | Billboard". Billboard. สืบค้นเมื่อ December 31, 2015.
  71. ":: WONDERGIRLS Discorgraphy ::". wondergirls.jype.com (in เกาหลี). สืบค้นเมื่อ January 30, 2017.
  72. "The 10 Best K-Pop Albums of 2015: Wonder Girls, Seventeen, f(x), BTS, Red Velvet & More | Billboard". Billboard. สืบค้นเมื่อ December 31, 2015.
  73. "The 20 Best Albums of 2015". Fuse. สืบค้นเมื่อ December 16, 2015.
  74. Kim Ji-ha (July 12, 2016). "'더쇼' 원더걸스 1위 "팬들에게 제일 고맙다"" [Wonder Girls' win number one on 'The Show' – "Many thanks to the fans"]. TV Daily (in เกาหลี). สืบค้นเมื่อ July 12, 2016.
  75. Lee Ji-hae (August 5, 2016). "Wonder Girls cheer on Korea's Olympic athletes". K-Pop Herald. สืบค้นเมื่อ August 5, 2016.
  76. "[BREAKING] Wonder Girls to disband + release last digital single on their 10th anniversary - allkpop.com". allkpop.com. สืบค้นเมื่อ June 25, 2017.
  77. "'Thank You For Being So Wonderful': Wonder Girls Announce Breakup & Final Single". billboard.com. สืบค้นเมื่อ June 25, 2017.
  78. "After nearly ten years, Wonder Girls disband". Korea JoongAng Daily. January 27, 2017. สืบค้นเมื่อ February 24, 2017.
  79. "Cover image for final single features Wonder Girls in watercolors". K-Pop Herald. February 9, 2017. สืบค้นเมื่อ February 24, 2017.
  80. "Sunye and Sohee Confirm Wonder Girls Departure - IdolWow!". idolwow.com. July 21, 2015. สืบค้นเมื่อ June 25, 2017.
  81. 81.0 81.1 81.2 81.3 "Wonder Girls says its rock band concept permanent". Yonhap News Agency. August 3, 2015. สืบค้นเมื่อ July 19, 2016.
  82. "mnet.mnet.com". mnet.mnet.com. สืบค้นเมื่อ December 10, 2011.
  83. 원더랜드 (April 10, 2009). "mnet.mnet.com". mnet.mnet.com. สืบค้นเมื่อ December 10, 2011.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข