ลัทธิสโตอิก

ลัทธิสโตอิก (อังกฤษ: Stoicism) เป็นสำนักหนึ่งของปรัชญาเฮลเลนนิสติก ก่อตั้งโดยเซโนแห่งซิเทียมในเอเธนส์ เมื่อราวต้น 300 ปีก่อนคริสต์กาล สโตอิกเป็นแนวคิดทางจริยศาสตร์ส่วนบุคคลมีลักษณะมุ่งเน้นระบบของตรรกะและมุมมองต่อโลกธรรมชาติ ตามคำสอนของสโตอิกถือว่ามนุษย์ในฐานะสิ่งมีชีวิตทางสังคมจะมีหนทางสู่ยูไดโมเนีย (eudaimonia; ความสุข) คือการยอมรับชั่วขณะที่มันแสดงตนออกมาเอง โดยการไม่ยอมให้บุคคลถูกควบคุมได้โดยแรงปราถนาซึ่งความสุขหรือโดยความกลัวต่อความเจ็บปวด โดยใช้จิตใจของบุคคลหนึ่งเพื่อเข้าใจโลก และเพื่อทำหน้าที่ตามส่วนของบุคคลในแบบแผนของธรรมชาติ รวมไปถึงการอยู่ร่วมกับผู้อื่นภายใต้ความยุติธรรม

รูปปั้นส่วนหัวของเซโนแห่งซิเทียม ผู้ก่อตั้งลัทธิสโตอิก จากของสะสมฟาร์นีสที่เนเปิลส์
สโตอา ที่มาของชื่อลัทธิสโตอิก (ในภาพคือสโตอาแห่งแอตตาลุสในเอเธนส์

สโตอิกเป็นที่รู้จักมากจากคำสอนว่า "คุณธรรม (virtue) เป็นสิ่งดีสิ่งเดียว (only good)" สำหรับมนุษย์ และสิ่งภายนอกเช่นสุขภาพ ความมั่งคั่ง และความสุข ล้วนแล้วแต่ไม่ได้ดีหรือเลวร้ายในตัวของมันเอง (อะไดอะฟอรา) แต่มูลค่าในฐานะ "วัตถุเพื่อให้คุณธรรมสามารถเกิดขึ้น/เกิดแก่ได้" ลัทธิสโตอิกและจริยศาสตร์ตระกูลอริสโตเติล รวมกันเป็นหนึ่งในแนวคิดแรก ๆ ที่ศึกษาเกี่ยวกับจริยศาสตร์คุณธรรม[1] นอกจากนี้ สโตอิกยังถือว่า อารมณ์ทำลายล้างบางประการ เป็นผลมาจากความผิดพลาดในการติดสิน (errors of judgment) และเชื่อว่ามนุษย์ควรมีเป้าหมายในการดำรงไว้ซึ่งความต้องการ (เรียกว่า ไพรไฮเรซิส) ซึ่ง "เป็นไปตามธรรมชาติ" ดังนั้น สโตอิกจึงเชื่อว่าสิ้งที่เป็นตัวแทนของปรัชญาของบุคคลหนึ่งได้ดีที่สุดไม่ใช่คำที่พูดออกมาแต่คือการกระทำ[2] โดยสรุป ในการจะมีชีวิตที่ดีได้นั้น บุคคลย่อมต้องเข้าใจกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ เนื่องมาจากความเชื่อว่าทุกสิ่งดำรงอยู่ในธรรมชาติ

ชาวสโตอิกจำนวนมาก เช่น เซเนกา กับ เอพิเทกทัส เน้นย้ำว่า "คุณธรรมนั้นเพียงพอต่อความสุข" บัณฑิตย่อมมีความยืดหยุ่นทางอารมณ์ (emotionally resilient) ต่อเรื่องร้าย ๆ ความเชื่อนี้คล้ายคลึงกับความหมายของวลี "ความเยือกเย็นแบบสโตอิก" (stoic calm) อย่างไรก็ตามคำนี้ไม่ได้รวมถึงมุมมองของสโตอิกแบบ "จริยธรรมมูลฐาน" (radical ethical) ที่จะมีเพียงบัณฑิตเท่านั้นที่สามารถถือว่าเป็นอิสระและว่า การล้มเหลวทางจริยธรรมล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งอันเสื่อมทรามเหมือนกันหมด[3]

ลัทธิสโตอิกเฟื่องฟูมากในสมัยยุคโรมันโบราณและกรีก-โรมัน กระทั่งราวศตวรรษที่ 3 ถึง 4 ในบรรดาสาวกของลัทธิ เช่น จักรพรรดิมาร์คัส ออเรเลียส ลัทธิสโตอิกเสื่อมความนิยมลงภายหลังศาสนาคริสต์กลายมาเป็นศาสนาประจำรัฐในศตวรรษที่ 4 อย่างไรก็ตามในยุคถัด ๆ มาได้มีการฟื้นฟูแนวคิดสโตอิกขึ้นมาใหม่ในเรนเนซองส์ (ลัทธิสโตอิกใหม่) และในยุคปัจจุบัน (ลัทธิสโตอิกร่วมสมัย)[4]

อ้างอิงแก้ไข

  1. Sharpe, Matthew. "Stoic Virtue Ethics." Handbook of Virtue Ethics, 2013, 28–41.
  2. John Sellars. Stoicism, 2006, p. 32.
  3. Stoicism, Stanford Encyclopedia of Philosophy.
  4. Becker, Lawrence C. (2001). A New Stoicism. Princeton: Princeton University Press. ISBN 9781400822447.

อ่านเพิ่มแก้ไข

แหล่งข้อมูลปฐมภูมิแก้ไข

  • A. A. Long and D. N. Sedley, The Hellenistic Philosophers Cambridge: Cambridge University Press, 1987.
  • Inwood, Brad & Gerson Lloyd P. (eds.) The Stoics Reader: Selected Writings and Testimonia Indianapolis: Hackett 2008.
  • Long, George Enchiridion by Epictetus, Prometheus Books, Reprint Edition, January 1955.
  • Gill C. Epictetus, The Discourses, Everyman 1995.
  • Irvine, William, A Guide to the Good Life: The Ancient Art of Stoic Joy (Oxford: Oxford University Press, 2008) ISBN 978-0-19-537461-2
  • Hadas, Moses (ed.), Essential Works of Stoicism, Bantam Books 1961.
  • Harvard University Press Epictetus Discourses Books 1 and 2, Loeb Classical Library Nr. 131, June 1925.
  • Harvard University Press Epictetus Discourses Books 3 and 4, Loeb Classical Library Nr. 218, June 1928.
  • Long, George, Discourses of Epictetus, Kessinger Publishing, January 2004.
  • Lucius Annaeus Seneca the Younger (transl. Robin Campbell), Letters from a Stoic: Epistulae Morales Ad Lucilium (1969, reprint 2004) ISBN 0-14-044210-3
  • Marcus Aurelius, Meditations, translated by Maxwell Staniforth; ISBN 0-14-044140-9, or translated by Gregory Hays; ISBN 0-679-64260-9. Also Available on wikisource translated by various translators
  • Oates, Whitney Jennings, The Stoic and Epicurean Philosophers, The Complete Extant Writings of Epicurus, Epictetus, Lucretius and Marcus Aurelius, Random House, 9th printing 1940.

งานค้นคว้าแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

#

แม่แบบ:ปรัชญาตะวันตก