เปิดเมนูหลัก

ในสาขาการแพทย์ รายงานผู้ป่วย[1] หรือ รายงานกรณี[1] หรือ รายงานเค้ส[2] (อังกฤษ: case report) เป็นรายงานอย่างละเอียดเกี่ยวกับอาการ อาการแสดง การวินิจฉัย การรักษาพยาบาล และการติดตามผู้ป่วยคนหนึ่ง และอาจจะมีข้อมูลทางประชากรอื่น ๆ เกี่ยวกับผู้ป่วย ปกติจะเป็นรายงานเกี่ยวกับเค้สที่แปลกหรือใหม่ และบางครั้งจะมีการทบทวนวรรณกรรมของเค้สอื่น ๆ ที่ได้รับรายงานมาแล้ว

รูปแบบแก้ไข

รายงานเค้สโดยมากจะมีประเด็น 6 อย่างคือ[3]

  • ความสัมพันธ์ที่ไม่คาดฝันระหว่างโรคกับอาการ
  • เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันในช่วงที่ทำการสังเกตการณ์หรือรักษาผู้ป่วย
  • การค้นพบที่เพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับพยาธิกำเนิดที่อาจเป็นไปได้ หรือเกี่ยวกับผลร้ายอย่างหนึ่ง ของโรค
  • ลักษณะที่เฉพาะเจาะจงหรือมีน้อยของโรค
  • วิธีการบำบัดที่ไม่เหมือนใคร
  • ความแตกต่างของโครงสร้างกายวิภาคโดยตำแหน่งหรือโดยจำนวน

บทบาทในงานวิจัยและการศึกษาแก้ไข

รายงานเค้สปกติจะพิจารณาว่า เป็นรูปแบบหนึ่งของหลักฐานโดยเรื่องเล่า (anecdotal evidence)[4] เพราะมีความจำกัดโดยธรรมชาติของระเบียบวิธีที่ใช้ รวมทั้งการขาดการสุ่มตัวอย่างทางสถิติ รายงานเค้สจัดเป็นหลักฐานที่เชื่อถือได้น้อยที่สุดในลำดับชั้นหลักฐานทางคลินิก เช่นเดียวกับ case series[5] แต่ก็ยังมีประโยชน์ในงานวิจัยทางการแพทย์และเวชปฏิบัติอิงหลักฐาน[6] โดยเฉพาะก็คือ ช่วยให้รู้จักโรคใหม่ ๆ และผลที่ไม่พึงประสงค์ของการรักษาพยาบาล[7] (ยกตัวอย่างเช่น ความสัมพันธ์ระหว่างการให้ยาคุมภูมิคุ้มกัน thalidomide แก่หญิงตั้งครรภ์ กับการพัฒนาอย่างผิดปกติของทารกในครรภ์ รู้จักเป็นครั้งแรกเนื่องจากรายงานเค้สกรณีหนึ่งโดยเฉพาะ[8][9]) รายงานเค้สมีบทบาทในการศึกษาเกี่ยวกับอาการไม่พึงประสงค์จากยา (pharmacovigilance)[7] ช่วยให้เข้าใจขอบเขตทางคลินิกของโรคหายากและอาการปรากฏที่ไม่ทั่วไปของโรคสามัญ[6] ช่วยสร้างสมมุติฐานเพื่อการศึกษารวมทั้งกลไกของโรค[6] และอาจช่วยแนะนำแนวทางในการปรับการรักษาพยาบาลให้เข้ากันกับคนไข้แต่ละคน[6]

ผู้สนับสนุนแบบงานศึกษาได้ร่างข้อดีอย่างย่อ ๆ ของรายงานเค้ส คือ ทั้ง case report (รายงานเค้ส) และ case series มีความไวสูงในการตรวจจับความแปลกใหม่ และดังนั้นจะดำรงเป็นหลักสำคัญในความก้าวหน้าทางการแพทย์ และสามารถให้ไอเดียใหม่ ๆ มากมายทางการแพทย์[10] เปรียบเทียบกับการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมซึ่งสามารถตรวจสอบตัวแปรอย่างหนึ่งหรือไม่กี่อย่าง ที่ไม่สามารถสะท้อนสภาพความเป็นจริงของสถานการณ์ทางการแพทย์ที่ซับซ้อน รายงานเค้สสามารถให้รายละเอียดด้านต่าง ๆ มากมายเกี่ยวกันสถานการณ์ของคนไข้ (เช่น ประวัติผู้ป่วย การตรวจร่างกาย ข้อวินิจฉัย สภาพจิตและสังคม และการดูแลติดตาม)[11]

แต่เพราะว่า เค้สที่ทั่วไปไม่แปลกมักจะไม่มีการตีพิมพ์ ดังนั้น การใช้รายงานเค้สเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์จะต้องระมัดระวังเกี่ยวกับความเอนเอียงในการตีพิมพ์ รายงานเค้สบางงานอาจจะมีการทบทวนวรรณกรรมทางการแพทย์อย่างละเอียดที่เกี่ยวข้องกับประเด็น และบางครั้งแม้แต่มีการปริทัศน์เป็นระบบของหลักฐานที่มีทั้งหมด รายงานที่ใช้วิธีการเช่นนี้สามารถกำหนดโดยใช้คำเช่นว่า "case report and review of the literature"

รายงานเค้สมีบทบาทในการศึกษาทางการแพทย์ คือเป็นส่วนของการศึกษาแบบใช้กรณีคนไข้[6]

ข้อดีของรายงานคนไข้อีกอย่างหนึ่งก็คือ สามารถตีพิมพ์ได้อย่างรวดเร็ว (ถ้าเทียบกับการศึกษาแบบอื่น ๆ ที่ละเอียดกว้างขวางยิ่งกว่าเช่นการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม) ซึ่งสามารถใช้เป็นสื่อข้อมูลแบบสั้น ๆ ที่ทำได้อย่างรวดเร็วระหว่างแพทย์รักษาที่งานยุ่ง ที่ไม่มีเวลาหรือทรัพยากรที่จะทำงานวิจัยที่ละเอียดกว้างขวางยิ่งกว่านั้น[11]

แนวทางการรายงานแก้ไข

คุณภาพในการรายงานกรณีคนไข้โดยเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์นั้นมีความต่าง ๆ กัน แต่การรายงานที่ไม่สมบูรณ์จะขัดขวางการใช้รายงานเค้สเพื่อออกแบบการทดลองหรือเพื่อแนะแนวทางเวชปฏิบัติทางคลินิก[6] ดังนั้น จึงมีการพัฒนาแนวทางการรายงาน (reporting guideline) ที่กำลังเป็นไปหลายแนว ที่จะช่วยสร้างความโปร่งใสและความสมบูรณ์ของข้อมูลที่ให้ในกรณีคนไข้แต่ละกรณี[6] EQUATOR Network[12] (ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มนานาชาติมีจุดมุ่งหมายที่จะสนับสนุนการรายงานงานวิจัยสุขภาพที่โปร่งใสและแม่นยำ เพื่อเพิ่มคุณค่าและความน่าเชื่อถือได้ของผลงานวิจัย) ได้ออกแนวทาง CARE (ย่อมาจาก CAse REport) ที่มีรายการตรวจสอบ ที่เข้าถึงได้ทางเว็บไซต์ของโครงการ[12] และโดยงานที่พิมพ์ในปี ค.ศ. 2013[6]

รายงานเค้สเป็นบทความบรรยายของผู้เชี่ยวชาญที่ร่างการวินิจฉัย การบำบัดรักษา และผลการรักษาของคนไข้จำนวนหนึ่ง ข้อมูลจากรายงานเค้สสามารถใช้เป็นฟี้ดแบ็กของแนวทางการปฏิบัติทางคลินิก สามารถให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับประสิทธิผล ผลที่ไม่พึงประสงค์ และค่าใช้จ่ายของการรักษา สามารถเผยแพร่เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ทางวิทยาศาสตร์ และทางการศึกษา รายการเช็ค 13 รายการรวมทั้งวิธีการเขียนชื่อ คำหลัก (keyword) บทคัดย่อ (abstract) บทแนะนำ (introduction) ข้อมูลคนไข้ สิ่งที่พบทางคลินิก ไทม์ไลน์ วินิจฉัย วิธีการบำบัด (therapeutic interventions) การติดตามดูแล (follow-up) และผล, บทสนทนา (discussion), มุมมองคนไข้ (patient perspective), และการยินยอมอนุญาตของคนไข้ (informed consent)[6]

การตีพิมพ์รายงานแก้ไข

วารสารนานาชาติจำนวนมากรับพิมพ์รายงานเค้ส แต่ว่าจะจำกัดจำนวนในฉบับพิมพ์ เพราะว่า จะมีผลต่อค่าวัดการอ้างอิงบทความ (impact factor) ของวารสาร บ่อยครั้งวารสารจะเผยแพร่รายงานทางอินเทอร์เน็ต แต่ว่าก็ยังต้องเสียค่าสมาชิกเพื่อจะเปิดดู แต่ว่า เริ่มมีวารสารจำนวนหนึ่งที่อุทิศพิมพ์แต่รายงานเค้สล้วน ๆ และเปิดให้เข้าถึงได้อย่างเสรี (open access) วารสารแรกเช่นนี้รายแรกเริ่มเผยแพร่ในปี ค.ศ. 2001 คือ วารสาร Grand Rounds[13] วารสารอื่น ๆ รวมทั้ง Case Reports in Medicine (รายงานเค้สในเวชศาสตร์)[14]Journal of Medical Case Reports (วารสารรายงานเค้สทางการแพทย์), Oncology Reports (รายงานวิทยาเนื้องอก), Oncology Letters (จดหมายวิทยาเนื้องอก) และ Cases Journal (วารสารกรณีผู้ป่วย); ซึ่งล้วนแต่เป็นวารสารทางการแพทย์ในสาขาการแพทย์ต่าง ๆ ที่มีการปริทัศน์โดยผู้ชำนาญงาน

Cases Journal พึ่งรวมตัวกับ Journal of Medical Case Reports แต่ก็ยังมีเว็บไซต์เป็นของตนเอง ส่วน BMJ Case Reports (รายงานเค้สของวารสารการแพทย์ BMJ) เป็นวารสารออนไลน์ มีการปริทัศน์โดยผู้ชำนาญ ที่พิมพ์กรณีผู้ป่วยในทุก ๆ สาขา ส่วน Radiology Case Reports (รายงานเค้สรังสีวิทยา)[15] และ Journal of Radiology Case Reports (วารสารรายงานเค้สรังสีวิทยา)[16] เป็นวารสารที่เข้าถึงได้อย่างเสรี ที่มีการปริทัศน์โดยผู้ชำนาญ ที่พุ่งความสนใจไปที่การสร้างภาพรังสี (medical imaging) ส่วน Journal Of Surgical Case Reports (วารสารรายงานเค้สศัลยกรรม)[17] เป็นวารสารที่เข้าถึงได้อย่างเสรี ที่มีการปริทัศน์โดยผู้ชำนาญ ที่พิมพ์รายงานในสาขาศัลยกรรม ส่วน Journal of Orthopaedic Case Reports (วารสารรายงานเค้สออร์โทพีดิกส์)[18] เป็นวารสารที่เข้าถึงได้อย่างเสรี ที่มีการปริทัศน์โดยผู้ชำนาญ ส่วน Oncology Reports และ Oncology Letters พิมพ์รายงานเค้สโดยเข้าถึงได้อย่างเสรีอย่างล้วน ๆ และมีการปริทัศน์โดยผู้ชำนาญ ในสาขาวิทยาเนื้องอก

ยังมีเว็บไซต์จำนวนหนึ่งอีกด้วย ที่เปิดโอกาสให้คนไข้แจ้งกรณีของตนเพื่อแชร์กับผู้อื่น PatientsLikeMe (คนไข้เหมือนกับฉัน)[19] และ Treatment Report (รายงานการรักษา)[20] เป็นตัวอย่างเว็บไซต์ประเภทนี้

การใช้คำนี้นอกสาขาวิทยาศาสตร์แก้ไข

คำว่า case report ก็มีการใช้ด้วยในสาขาการศึกษาอื่น ๆ

รายงานเค้สทางวิทยาศาตร์ที่มีชื่อเสียงแก้ไข

  • ซิกมุนด์ ฟรอยด์ทำรายงานคนไข้หลายกรณีรวมทั้ง Anna O (กรณีแรกในการรักษาด้วยจิตวิเคราะห์) Dora (รายงานเค้สงานแรกของฟรอยด์ ที่มีการถกเถียงมากที่สุด) Little Hans (เด็กกลัวม้าอายุ 5 ขวบผู้มี Oedipus complex) Rat Man (คนไข้ที่มีจินตนาการหมกมุ่นเกี่ยวกับหนู) และ Wolf Man (คนไข้ที่ฝันถึงต้นไม้ที่เต็มไปด้วยหมาป่าสีขาว เป็นคนไข้จิตวิเคราะห์ถึง 6 ทศวรรษ นานที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์จิตวิเคราะห์)
  • รายงานเกี่ยวกับโจเซฟ เมอร์ริค (มนุษย์ช้าง)
  • นายแพทย์ชาวฝรั่งเศส พอล โบรกา รายงานความบกพร่องทางภาษาหลังจากเกิดรอยโรคที่สมองซีกซ้ายในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1860
  • รายงานคนไข้ที่มีภาวะเสียการอ่านล้วน (Pure alexia)
  • รายงานคนไข้ที่มีโรค multiple myeloma ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1840
  • รายงานการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจรายแรกของโลก[21]
  • รายงานเค้สที่สัมพันธ์การใช้ Thalidomide กับความผิดปกติของทารก ในปี ค.ศ. 1961[9]

เชิงอรรถและอ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 "ศัพท์บัญญัติอังกฤษ-ไทย, ไทย-อังกฤษ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน (คอมพิวเตอร์) รุ่น ๑.๑", ให้ความหมายของ case ว่า "กรณี, ผู้ป่วย, คนไข้" และของ report ว่า "รายงาน"
  2. ให้ใช้คำว่า เค้ส แทน case ศัพท์ต่างประเทศที่ใช้คำไทยแทนได้ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน (2 ed.). กรุงเทพ: ราชบัณฑิตยสถาน. 2006. p. 45. ISBN 974-9588-58-4.
  3. Volkland, Debra; Iles, Robert L. (1997). Guidebook to better medical writing. Washington, DC: Island Press. ISBN 0-9661831-0-X. OCLC 41579709.
  4. Aronson, JK (2003-06). "Anecdotes as evidence". BMJ. 326 (7403): 1346. doi:10.1136/bmj.326.7403.1346. PMC 1126236. PMID 12816800. Check date values in: |date= (help)
  5. Greenhalgh, T (1997-07). "How to read a paper. Getting your bearings (deciding what the paper is about)". BMJ. 315 (7102): 243–6. doi:10.1136/bmj.315.7102.243. PMC 2127173. PMID 9253275. Check date values in: |date= (help)
  6. 6.0 6.1 6.2 6.3 6.4 6.5 6.6 6.7 6.8 Gagnier, JJ; Kienle, G; Altman, DG; Moher, D; Sox, H; Riley, D (2013). "The CARE guidelines: consensus-based clinical case reporting guideline development". Headache. 53 (10): 1541–7. doi:10.1111/head.12246. PMID 24266334.
  7. 7.0 7.1 Aronson, JK; Hauben, M (2006-12). "Anecdotes that provide definitive evidence". BMJ. 333 (7581): 1267–9. doi:10.1136/bmj.39036.666389.94. PMC 1702478. PMID 17170419. Check date values in: |date= (help)
  8. Vandenbroucke, Jan P (2003). "Vandenbroucke JP (2003). Thalidomide: an unanticipated adverse effect". James Lind Library. สืบค้นเมื่อ 2015-04-22.
  9. 9.0 9.1 McBride, W. G. (1961). "Thalidomide Case Report". The Lancet. 2 (1358).
  10. Vandenbroucke, JP (2001-02). "In defense of case reports and case series". Ann. Intern. Med. 134 (4): 330–4. doi:10.7326/0003-4819-134-4-200102200-00017. PMID 11182844. Check date values in: |date= (help)
  11. 11.0 11.1 Yitschaky, O; Yitschaky, M; Zadik, Y (2011-05). "Case report on trial: Do you, Doctor, swear to tell the truth, the whole truth and nothing but the truth?" (PDF). J Med Case Reports. 5 (1): 179. doi:10.1186/1752-1947-5-179. PMC 3113995. PMID 21569508. Check date values in: |date= (help)
  12. 12.0 12.1 "The CARE Guidelines: Consensus-based Clinical Case Reporting Guideline Development". The EQUATOR Network. สืบค้นเมื่อ 2014-05-28.
  13. "Online open peer-reviewed case report journal". Grand Rounds.
  14. "Case Reports in Medicine". hindawi.
  15. "Radiology Case Reports".
  16. "Case Reports". Journal of Radiology Case Reports.
  17. "JSCR". Journal of Surgical Case Reports.
  18. "Journal of Orthopaedic Case Reports".
  19. "Treatment and Side Effect Information". Patients Like You.
  20. "Share and Find Treatment Reviews for Medical Conditions". Treatment Report.
  21. "Cardiac transplantation: since the first case report". Grand Rounds.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

เว็บไซต์