บัตรประจำตัวประชาชนจีน

บัตรประจำตัวประชาชน (อังกฤษ: resident identity card, จีน: 居民身份证; พินอิน: Jūmín Shēnfènzhèng, คำอ่าน: จฺวีหมินเซินเพิ่นเจิ้ง แปลตรงตัวว่าบัตรประจำตัวผู้พักอาศัย) ของสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นเอกสารที่ออกให้แก่ประชาชนชาวจีนอายุ 16 ปีขึ้นไป[1] โดยกระทรวงตำรวจ (ที่สถานีตำรวจ) สำหรับถือติดตัวแสดงว่าเป็นคนจีน[2] เริ่มใช้เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2527[3] ตามนัยแห่งรัฐกำหนดว่าด้วยบัตรประจำตัวประชาชนแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (中华人民共和国居民身份证试行条例) ในปีต่อมา รัฐกำหนดดังกล่าวยกฐานะเป็นรัฐบัญญัติว่าด้วยบัตรประจำตัวประชาชนแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งบังคับใช้สืบมาจนถึงวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2546 จึงได้ปรับปรุงกฎหมายให้เจ้าพนักงานตำรวจ เจ้าพนักงานทหาร และบุคคลอายุต่ำกว่า 16 ปี มีสิทธิ์ทำบัตรได้[4]

บัตรประจำตัวประชาชนจีน
ชื่อภาษาจีน
อักษรจีนตัวย่อ居民身份证
อักษรจีนตัวเต็ม居民身份證
ชื่อภาษาทิเบต
อักษรทิเบต གཞུང་གི་ལག་ཁྱེར་དང་པ་སེའི།
ชื่อภาษาจ้วง
ภาษาจ้วงCuhminz Sonhfwnceng
ชื่อภาษาอุยกูร์
ภาษาอุยกูร์
كىملىك قانۇنى
ตัวอย่างบัตรประจำตัวประชาชนจีน

บนเอกสารด้านหลังประกอบด้วยชื่อสกุลตามด้วยชื่อตัว (姓名) เพศ (性别) วันเกิด (出生日期) เชื้อชาติ (民族) ที่อยู่ (住址) ภาพถ่ายผู้ถือ และเลขประจำตัวประชาชน 15 หลัก ส่วนเอกสารด้านหน้าปราะกอบด้วยคำ 中华人民共和国 คือสาธารณรัฐประชาชนจีน บรรทัดรองลงมาประกอบด้วย 居民身份证 ซึ่งหมายถึงบัตรประชาชน ทั้งสองบรรทัดอยู่เบื้องขวาของตราแผ่นดิน ด้านล่างระบุชื่อสถานีตำรวจหรือสำนักงานออกบัตร (签发机关) และระยะเวลาที่ใช้ได้

เลขประจำตัวประชาชนจีน เริ่มใช้เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2542 ประกอบด้วย 18 หลัก ดังนี้ 6 หลักแรก เป็นรหัสสำนักทะเบียน 8 หลักต่อมาเป็นวันเกิดในรูปแบบ ปปปปดดวว 3 หลักถัดมาเป็นลำดับเลขที่ของบุคคล ตามด้วยรหัสตรวจสอบ 1 หลัก (ต่างจากเลขประจำตัวประชาชนไทย ซึ่งประกอบด้วยประเภทบุคคล 1 หลัก รหัสสำนักทะเบียน 4 หลัก รหัสเล่มสูติบัตร 5 หลัก ลำดับที่ 2 หลัก และเลขตรวจสอบ 1 หลัก) การคำนวณรหัสตรวจสอบ ใช้ตามมาตรฐาน ดังนี้คือ

  1. ทบเลขประจำตัวประชาชนจากขวาไปซ้าย นับหนึ่งที่หลักแรกไปจนถึง 17 ที่หลักสุดท้าย
  2. คำนวณตัวคูณแต่ละหลักโดยใช้สูตร
  3. เอาค่าแต่ละหลักคูณตัวคูณ
  4. หาผลบวกของผลคูณที่ได้ เอา 11 หาร เศษเอาไปลบออกจาก 12 แล้วเอา 11 หารซ้ำ เศษเป็นรหัสตรวจสอบ

อ้างอิงแก้ไข