เปิดเมนูหลัก

ตำบลบางแก้ว (อำเภอบ้านแหลม)

ตำบลในอำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ประเทศไทย
บทความนี้เกี่ยวกับตำบลในจังหวัดเพชรบุรี สำหรับความหมายอื่น ดูที่ บางแก้ว (แก้ความกำกวม)

ตำบลบางแก้ว เป็นตำบลตั้งอยู่ในเขตการปกครองส่วนภูมิภาคของอำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ห่างจากที่ทำการอำเภอบ้านแหลม ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 20 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 24.760 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 15,475 ไร่ มีองค์การบริหารส่วนตำบลบางแก้วรับผิดชอบอยู่ ในพื้นที่ 39,616 ตารางกิโลเมตร[1] ประกอบไปด้วย 8 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านบางแก้ว, บ้านนาแค, บ้านทำเนียบ, บ้านบนดอน, บ้านหนองแห้ว, บ้านนาบัว, บ้านร่องใหญ่ และบ้านเหมืองกลาง [2]

ตำบลบางแก้ว
ข้อมูลทั่วไป
อักษรไทยตำบลบางแก้ว
อักษรโรมันTambon Bang Kaeo
อำเภออำเภอบ้านแหลม
จังหวัดเพชรบุรี
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่24.760 ตร.กม.
ประชากร4,999 คน (พ.ศ. 2556 (ก.พ.))
ความหนาแน่นคน/ตร.กม.
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

ปัจจุบันมีประชากรในเขตความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลบางแก้ว 4,999 คน หรือ 1,339 ครัวเรือน อาชีพหลักของประชาชนคือเกษตรกร (ทำนา ทำประมง เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และนาเกลือ[2]

เนื้อหา

ตำนานแก้ไข

เล่ากันว่าสมัยก่อนนั้น เมืองเพชรยังคงเป็นท้องทะเลจนถึงเขาแด่น เขาวัง เขาหลวง เขาบันไดอิฐสมัยนั้นยังคงมีสภาพความเป็นเกาะอยู่ ได้มีพ่อค้าชาวจีนได้แล่นเรือสำเภาจีนเพื่อเข้ามาติดต่อค้าขายกับอาณาจักรบรรพบุรุษคนไทยในยุคนั้น แต่ทว่าเรือสำเภาที่แล่นมาไกลโพ้นทะเลมาถึงหาดเจ้าสำราญก็ได้เกิดลมพายุขึ้นในท้องทะเล เรือกระทบกับหินโสโครกในท้องทะเลทำให้พื้นท้องเรือทะลุ กัปตันเรือก็ให้ทอดสมอ ปรากฏว่าสมอเกิดด้าน จึงทำให้เรืออับปางจมลง สินค้าที่มากับเรือได้ถูกกระแสน้ำพัดพาแก้วแหวนเงินทอง ถ้วยโถ เครื่องลายคราม และได้เรียกพื้นที่ที่แก้วแหวนเงินทองที่ไหลไปว่า "บางแก้ว"เชื่อกันสืบต่อมาว่าในผืนแผ่นดินของตำบลบางแก้วนี้มีทรัพยสินมีค่าอยู่เป็นจำนวนมาก[3] ส่วนพื้นที่ที่ภาชนะจาน ชามลายคราม อันขึ้นชื่อของชาวจีนได้ไหลไปได้เรียกว่า "บางจาน"อันเป็นพื้นที่ติดกับตำบลบางแก้วด้านทิศตะวันเฉียงเหนือ ภายหลังเปลือกโลกได้ยกตัวสูงขึ้นอันเนื่องจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก จึงทำให้น้ำที่เคยท่วมเป็นทะเลกลายเป็นแผ่นดิน ต่อมาพบว่ามีการขุดพบเสากระโดงเรือขึ้น สถานที่ที่ขุดพบได้พูดเพี๊ยนเป็น "สำมะโรง" (เสากระโดง-สามพันโทรง-สำมะโรง) จุดที่สมอด้านปัจจุบันได้เพี้ยนเป็น "สมอดาน" จุดที่เรือเกิดการกระทบหินโสโครกจนทะลุได้เรียว่า "บางทะลุ" สำหรับบางทะลุนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เคยเสด็จไปประทับแรมเพื่อรักษาพระวรกาย โปรดเกล้าฯ ให้สร้าง "ค่ายหลวงบางทะลุ" ขึ้นที่ตำบลบางทะลุ ครั้นทรงหายจากพระอาการประชวร ทรงให้เปลี่ยนชื่อเสียใหม่ ชื่อเดิมไม่เป็นมงคล โดยพระราชทานนามเสียใหม่คือ "หาดเจ้าสำราญ" และได้เรียกตำบลบางทะลุว่าตำบลหาดเจ้าสำราญสืบต่อมาจนถึงทุกวันนี้

เมื่อแผ่นดินโผล่พ้นน้ำแล้ว จังหวัดเพชรบุรีได้เป็นเมืองท่าที่สำคัญในการติดต่อซื้อขายกับอาณาจักรอื่น จนทำให้เมืองเพชรเป็นเมืองที่มีความเจริญมั่งคั่งรองจากเมืองหลวงในสมัยกรุงศรีอยุธยาและกรุงรัตนโกสินทร์ จนกระทั่งสนธิสัญญาเบาว์ริงที่ประเทศไทยต้องทำสนธิสัญญากับต่างชาติ โดยสนธิสัญญาได้ให้ปิดเมืองท่าอื่นในการติดต่อซื้อขาย โดยเหลือแค่ท่าเรือคลองเตยเพียงท่าเรือเดียว จนกระทั่งสนธิสัญญานี้ได้ถูกยกเลิกไป รัฐบาลต่อ ๆ มาก็มิได้มีนโยบายที่จะฟื้นฟูเมืองท่าเดิมตามหัวเมืองที่ติดต่ายฝั่งทะเลอีกเลย ความเป็นเมืองท่าที่สำคัญที่เคยใช้ติดต่อค้าขายกับต่างชาติก็หมดไปเหลือไว้ซึ่งร่องรอยของความเจริญด้วยศิลปและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองเพชร จากตำนานนี้ก็เป็นตำนานหรือนิยายปรัมปราที่เล่ากันต่อๆมาให้คนรุ่นหลังได้ฟังหรือศึกษาต่อไป

ที่ตั้งและอาณาเขตแก้ไข

  • ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลปากทะเล อำเภอบ้านแหลมและตำบลบางจาน อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี โดยมีแนวเขตเริ่มต้นจากจุดตัดระหว่างคลองชลประทานกับคลองสี่ร้อย บริเวณ พิกัด PQ ๑๑๕๔๙๑ ไปทางทิศตะวันออกเชื่อมเข้าคลองนกกระทุง จดคลองชลประทาน ดี ๒๕ บริเวณพิกัด PQ ๑๐๓๔๙๖ ไปทางทิศตะวันออก ไปตามคลองชลประทาน ดี ๒๕ สิ้นสุดคลอง ดี ๒๕ ที่อ่าวไทย พิกัด PQ ๑๕๙๕๑๕ ระยะทางด้านทิศเหนือประมาณ ๘ กิโลเมตร
  • ทิศตะวันออก ติดต่อกับ อ่าวไทย โดยมีเขตเริ่มต้นจากคลองร่องใหญ่จรดกับอ่าวไทย บริเวณพิกัด PQ ๑๖๓๔๔๙ ไปทางทิศตะวันออกตามคลองร่องใหญ่ สิ้นสุด ณ จุดตัดถนนคันกั้นน้ำเค็ม บริเวณพิกัด PQ ๑๕๖๔๔๗ รวมระยะทางด้านทิศตะวันออกประมาณ ๐.๗๕๐ กิโลเมตร
  • ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี และตำบลนาพันสาม อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี โดยมีแนวเขตจากจุดตัดถนนคันกั้นน้ำเค็ม บริเวณพิกัด PQ ๑๕๖๔๔๗ ไปทางทิศตะวันออกตามคลองร่องใหญ่จดคลองเจ็กสี บริเวณจุดตัดพิกัด PQ ๑๔๔๔๔๔ ไปทางคลองทิศเหนือตามคลองเจ็กสี ถึงจุดเชื่อมคลองธรรมชาติ บริเวณพิกัด PQ ๑๔๒๔๖๒ ไปทางทิศตะวันออกตามคลองเจ็กสี ถึงชุดเชื่อมคลองเจ็กสี กับคลองหนองทะเล บริเวญจุดตัดพิกัด PQ ๑๔๖๓๗๐ ไปทางทิศตะวันตกตามคลองหนองทะเล สิ้นสุดที่จุดเชื่อมระหว่างคลองหนองทะเลกับเหมืองมะขามเทศ (เหมืองยายนวล) บริเวณพิกัด PQ ๑๓๙๔๗๑ ระยะทางด้านทิศใต้ประมาณ ๕ กิโลเมตร
  • ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลช่องสะแก ตำบลโพพระ อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี โดยมีจุดเชื่อมคลองหนองทะเลกับเหมืองมะขามเทศ (เหมืองยายนวล) บริเวณพิกัด PQ ๑๓๙๔๗๑ ไปทางทิศเหนือ ไปตามเหมืองมะขามเทศ (เหมืองยายนวล) ระยะทาง ๒๕๐ เมตร ถึงหลักไม้หลักที่ ๔ อยู่บนคันนาด้านทิศตะวันตกของเหมืองมะขามเทศ (เหมืองยายนวล)บริเวณพิกัด ๑๓๔๔๗๒ ไปทางทิศตะวันตกตามคันนา ระยะทาง ๑.๕ กิโลเมตร ถึงหลักไม้ที่ ๕ บริเวณพิกัด PQ ๑๒๕๔๗๒ อยู่บนคันนา ไปทางทิศเหนือ ระยะทาง ๑๒๐ เมตร จดคลองเจ็กสี ไปทางทิศตะวันตกตามคลองเจ้กสี ระยะทาง ๒๕๐ เมตร เล็งไปในแนวทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามคันนา ถึงหลักไม้หลักที่ ๖ บริเวณพิกัด PQ ๑๒๑๔๗๒ อยู่บนคันนา ไปทางทิศเหนือตามคันนา ถึงจุดกึ่งกลางถนนสายเพชรบุรี-บางแก้ว ระยะทาง ๑๐๐ เมตร บริเวณพิกัด PQ ๑๒๑๔๗๓ ไปทางทิศตะวันออกของถนนสายเพชรบุรี-บางแก้ว ระยะทาง ๒๕๐ เมตร เล็งไปทางทิศเหนือตามคันนา ถึงหลักไม้หลักที่ ๗ บริเวณพิกัด PQ ๑๒๔๔๗๔ อยู่ห่างจากถนนสายเพชรบุรีบางแก้ว ๒๐ เมตร ไปทางทิศตะวันตกตามคันนา ระยะทาง ๒๐๐ เมตร ไปทางทิศเหนือตามคันนา ๒๐๐ เมตร ไปทางทิศตะวันออก ๒๐๐ เมตร ไปทางทิศเหนือ ๒๐๐ เมตร เจอเหมืองนาดอน บริเวณพิกัด PQ ๑๒๑๔๗๙ ไปทางทิศตะวันตกตามเหมืองนาดอน ระยะทาง ๑๐๐ เมตร เล็งทิศเหนือตามคันนาจดคลองบางแก้ว บริเวณพิกัด PQ ๑๒๐๔๘๕ ไปทางทิศตะวันตกตามคลองบางแก้ว จดคลองสี่ร้อย บริเวณพิกัด PQ ๑๑๔๔๘๕ ไปทางทิศเหนือตามคลองสี่ร้อยสิ้นสุดที่จุดตัดระหว่างคลองจลประทานกับคลองสี่ร้อย บริเวณพิกัด PQ ๑๑๕๔๙๑ รวมระยะทางด้านทิศตะวันตก ประมาณ ๖ กิโลเมตร [4]

สภาพทางภูมิศาสตร์แก้ไข

ชายฝั่งทะเลแก้ไข

ลักษณะชายฝั่งทะเลเป็นทะเลโคลน อันเนื่องจากในน้ำมีปริมาณตะกอนแม่น้ำสูงมาก จากการไหลของน้ำจืดออกจากปากแม่น้ำชายฝั่งตั่งแต่ชลบุรีจนถึงเพชรบุรี มีปากแม่น้ำอยู่หลายสาย เช่น แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำเพชรบุรี จนทำให้ตะกอนในทะเลแถบนี้มีจำนวนสูงสงผลให้ชายฝั่งปากแม่น้ำตั่งแต่จังหวัดฉะเชิงเทรามาถึงแหลมหลวงของจังหวัดเพชรบุรีนั้นเป็นหาดโคลน เกิดเป็นระบบนิเวศป่าชายเลน

ป่าชายเลนแก้ไข

ในเขตตำบลบางแก้วนั้นไม่มีพื้นที่ป่าชายเลนมากนัก เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ได้มีการพังทลายของดินชายฝั่งค่อนข้างสูง จะมีเพียงปรากฏตามชายฝั่งหลังเขื่อนหินที่กั้นแรงการกัดเซาะชายฝั่ง ป่าชายเลนของตำบลบางแก้วนั้นส่วนใหญ่ถูกทำลายไปก่อนหน้านี้ อันเนื่องจากการเข้าไปตัดไม้ในการเผาถ่านเป็นหลัก การตัดไม้ป่าชายเลนในอดีตส่งผลให้ชายหาดบางแก้วขาดความสมดุลทางระบบนิเวศป่าชายเลนไป อีกทั้งแนวปราการที่จะป้องกันการกัดเซาะพลังทลายของชายฝั่งทะเลก็เสียหายไปด้วย โดยการขุดกระซ้า (เปลือกหอยป่นละเอียดจากธรรมชาติ) ไปขายหรือนำไปเป็นส่วนผสมอาหารสัตว์ในภาคอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นการรู้เท่าไม่ถึงการณ์อันก่อให้เกิดผลเสียหายนานัปการ จนในที่สุดหมู่บ้าน ในตำบลบางแก้วได้ถูกกัดเซาะหายกลายเป็นทะเล ด้วยปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลที่มีความรุนแรงทวีมากขึ้นในยามที่มีคลื่นใหญ่ จึงได้มีการเข้าไปศึกษาปัญหาและการแก้ไขโดยมีสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งเอเชีย ทำการศึกษาชายฝั่งทะเล ณ ตำบลบางแก้ว ในปี พ.ศ. 2532 ทั้งนี้ได้ทำเขื่อนเป็นกองหิน จำนวน 14 กอง เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว การกัดเซาะได้เพียงแค่ชลอความรุนแรงเท่านั้น จึงได้มีการวางแนวปราการเป็นเขื่อนหินเป็นแนวยาวตามชายฝั่งของตำบลบางแก้วที่มีการกัดเซาะรุนแรง

 
การกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางแก้ว อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี

ปัญหาของตำบลแก้ไข

พื้นที่ตำบลบางแก้ว อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ในอดีตเป็นท้องที่น้ำทะเลเคยท่วมถึง มีสภาพเป็นทะเล ซึ่งต่อมาแผ่นดินได้มีการยกตัวสูงขึ้น มีสภาพเป็นป่าชายเลนด้านทิศตะวันออกของตำบล ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงได้มีการเข้ามาใช้พื้นที่บุกป่าถางพงออกเพื่อใช้เป็นพื้นที่ทำการเกษตร ทำนาเกลือ และบ่อขังน้ำเพื่อใช้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเล

กาลเวลาผ่านไป ประเทศไทยได้มีการพัฒนาประเทศจากเกษตรแบบพึ่งพาอาศัยเกื้อกูล มาเป็นเกษตรอุตสาหกรรม ทำให้กระซ้า(เปลือกหอย) ถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ชาวบ้านที่อาศัยใกล้เคียงชายทะเลอ่าวบางแก้วจึงได้ลักลอบเข้าขุดกระซ้าบรรจุถุงจำหน่าย และปัญหาการบุกรุกป่าชายเลนได้มีความรุนแรงขึ้นจนไม่มีสภาพความเป็นป่าชายเลน เกิดปัญหาการกัดเซาะชายทะเลอย่างรุนแรงแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนของประชาชน วัดวาอาราม ต้องรื้อย้ายเข้ามาในแผ่นดินมากขึ้น อันเนื่องจากไม่มีปราการธรรมชาติในการป้องกันแรงกระแทรกของคลื่นลมที่พัดเข้าชายฝั่งในฤดูกาลที่คลื่นลมแรง ประกอบกับการสร้างเขื่อนทำให้มีการขังน้ำไว้ในเขื่อน ตะกอนที่แขวนลอยในน้ำจึงตกตะกอนในเขื่อน ตะกอนที่จะลอยตามน้ำออกปากอ่าวแล้วมาเติมให้กับชายฝั่งจึงลดลง

ทางด้านชายฝั่งทะเลอ่าวบางแก้ว (อ่าวไทย) ประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งมากที่สุด มีการกัดเซาะชายฝั่ง ทำให้หมู่บ้าน ศาลากลางบ้านบางแก้ว วัดโคมนารามต้องดำเนินการย้ายสิ่งก่อสร้างขยับเข้ามาในผืนดินให้มากขึ้น จนกระทั่งได้มีศึกษาผลกระทบจากปัณหาดังกล่าวเพื่อแก้ไขอย่างเร่งด่วน และได้ทำการสร้างเขื่อนหินโดยสร้างจากชายฝั่งเป็นจำนวน 14 กอง เพื่อช่วยในการลดความแรงที่จะเข้ามาปะทะชายฝั่งของคลื่นลมที่จะปะทะกับชายฝั่งได้ หลังจากสร้างเขื่อนแล้วปัญหาการกัดเซาะได้ลดความรุนแรงของการพังทลายของชายฝั่งลง

โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างตามพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถแก้ไข

โครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตำบลบางแก้ว อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เกิดขึ้นจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชดำริจะใช้ที่ดินซึ่งนางวาสนา เทพหัสดิน ณ อยุธยา น้อมเกล้าฯ ถวาย จำนวน 82 ไร่ 2 งาน 50 ตารางวา พัฒนาเป็นฟาร์มตัวอย่างให้ผู้จับสัตว์น้ำ ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และผู้ที่สนใจทั่วไป ได้ใช้เป็นแหล่งพัฒนา แลกเปลี่ยน เรียนรู้ดูงานนำไปปรับใช้ให้ถูกต้องเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมท้องถิ่นของตน ต่อไปรวมถึงการเสริมสร้างให้ชาวบ้านในพื้นที่มีงานทำ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงพระราชทานพระราชดำริมาตั้งแต่ปี 2551 เนื่องจากเห็นว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าวมีเกษตรกรทำการประมงและการทำนาเกลือ ซึ่งส่วนนี้น่าจะมีการจัดตั้งศูนย์เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้เรียนรู้การทำประมงทะเลเพื่อให้เห็นว่าฟาร์มทะเลแบบผสมผสาน

พื้นที่ทั้งหมดจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนที่หนึ่งดูแลเรื่องพันธุ์สัตว์น้ำหรือเพาะพันธุ์สัตว์น้ำกร่อย ส่วนที่ 2 ใช้เพาะพันธุ์สัตว์น้ำเค็มและส่วนสุดท้ายจะทำการเลี้ยงไรน้ำเค็ม


การดำเนินการแก้ไข

ปี พ.ศ. 2551 หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 13 ได้เข้าไปสนับสนุนทำปรับพื้นที่ศาลาทรงงาน 4,025,287 ตร.ม. ปรับปรุงทางมาตรฐานความกว้าง 6.00 ม. ไม่มีไหล่ทาง ระยะทาง 0.645 กม. ปรับปรุงทางมาตรฐานความกว้าง 2.50 ม. ไม่มีไหล่ทาง ระยะทาง 2.839 กม. ปรับปรุงทางมาตรฐานความกว้าง 3.50 ม. ไม่มีไหล่ทาง ระยะทาง 1.586 กม. โดยลงลูกรังปรับระดับหนา 0.10 ม. ลงหินคลุก หนา 0.20 ม. บดทับตามมาตรฐาน

กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เข้าพื้นที่ทำโครงสร้างโรงเรือนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ กรมชลประทานได้เข้าปรับพื้นที่เพื่อก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค โครงส้างพื้นฐาน ศูนย์ศึกษาและพัฒนาประมงแห่งเอเชียตะวันออกเชียงใต้ได้สนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างโครงสร้างการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

พื้นที่ตั้งโครงการแก้ไข

พื้นที่ตั้งโครงการอยู่ใน หมู่ที่ 4 และ หมู่ที่ 5 ตำบลบางแก้ว อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี บนเนื้อที่ 82 ไร่ 2 งาน 50 ตารางวา

การติดต่อ : โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างตามพระราชดำริ หมู่ 5 ต.บางแก้ว อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี 76110

สถานที่สำคัญแก้ไข

 
ซุ้มประตูวัดโคมนาราม หมู่ 4 ต.บางแก้ว อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี
  • ศาสนสถาน

1. วัดพิกุลแก้ว 2. วัดราษฎร์ศรัทธา 3. วัดโคมนาราม

  • สถานศึกษา

1. โรงเรียนวัดราษฎร์ศรัทธา‎ 2. โรงเรียนบ้านบางแก้ว 3. โรงเรียนบ้านเหมืองกลาง

  • สถานีอนามัย

1. สถานีอนามัยนาบัว 2. สถานีอนามัยบางแก้ว

  • สถานีตำรวจภูธรบ้านแหลม ศูนย์บริการตำบลบางแก้ว, ตำรวจชุมชนบางแก้ว
  • สำนักงานเกษตรตำบลบางแก้ว
  • ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรตำบลบางแก้ว
  • อู่ต่อเรือประมง
  • ตลาดนัด

1. ตลาดนัดบางแก้ว 2. ตลาดนัดวัดใหม่ตีนคุ 3. ตลาดนัดเปิดท้าย


เส้นทางคมนาคมขนส่งแก้ไข

  • ทางหลวงชนบท หมายเลข พบ 6022 สายช่องสะแก-บางแก้ว ใช้สัญจรเชื่อมต่อระหว่างตัวจังหวัดเพชรบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง
  • ทางหลวงชนบท หมายเลข สส 2021 ถนนเลียบชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตะวันตก หรือ ถนนริเวียร่า หรือ ถนนชลประทานคันกั้นน้ำเค็มเดิม
  • ทางหลวงชลประทาน
  • ทางหลวงหมู่บ้าน

อ้างอิงแก้ไข

  1. ข้อมูลองค์การบริหารส่วนตำบล สืบค้นวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
  2. 2.0 2.1 ข้อมูลทั่วไปตำบลบางแก้ว สืบค้นวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
  3. ประวัติความเป็นมาของตำบลบางแก้ว http://www.bangkaewphet.com/index.php?option=com_content&task=view&id=2&Itemid=22
  4. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรีราชกิจจานุเบกษา เล่มที ๑๑๘ ตอนที่ ๖๖ ง ประกาส ณ วันที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ หน้าที่ ๑๐

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข