เปิดเมนูหลัก

สโมสรฟุตบอลฌีรงแด็งเดอบอร์โด

(เปลี่ยนทางจาก FC Girondins de Bordeaux)

สโมสรฟุตบอลฌีรงแด็งเดอบอร์โด (ฝรั่งเศส: Football Club des Girondins de Bordeaux) เป็นสโมสรที่เล่นในลีกเอิง ก่อตั้ง ปี ค.ศ.1881 คว้าแชมป์ลีกไปแล้ว 6 สมัย ในฐานะสโมสรกีฬาหลายสโมสรและเป็นหนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประเทศฝรั่งเศส สโมสรได้รับชัยชนะจากลีกเอิง ตำแหน่งซึ่งเป็นอันดับที่สี่ในประวัติศาสตร์มากที่สุด บอร์โดยังได้รับรางวัลสี่ Coupe de France ชื่อสาม Coupe de la Liguetitles และสามTrophée des championstitles เช่นกัน สโมสรได้รับเกียรติให้ได้ปรากฏตัวในรอบชิงชนะเลิศมากที่สุดใน Coupe de la Ligue มีจุดเด่นในหกของผู้ที่เข้าร่วมแข่งขัน จากปีที่ผ่านมาสนามกีฬาของสโมสรคือสนามกีฬา Stade Chaban-Delmas แต่ตั้งแต่ปี 2015 บ้านเกิดของบอร์โดได้รับการ Matmut Atlantique

บอร์โด
Logo
ชื่อเต็มสโมสรฟุตบอลฌีรงแด็งเดอบอร์โด
ฉายาLes Girondins (The Girondins)[1]
Le club au scapulaire (The Club with the Chevron)[2]
Les marine et blanc (The Navy-and-Whites)[3]
ก่อตั้ง1881; 138 ปีที่แล้ว (1881)
สนามนูโวสตาดเดอบอร์โด, บอร์โด
(ความจุ: 41,458)
ประธานสโมสรFrédéric Longuépée
ผู้จัดการทีมRicardo Gomes
ลีกลีกเอิง
2018–19อันดับที่ 14
เว็บไซต์เว็บไซต์สโมสร
สีชุดเหย้า
สีชุดเยือน
สีชุดที่ 3
ฤดูกาลปัจจุบัน

ประวัติของสโมสรแก้ไข

ช่วงยุคแรกแก้ไข

บอร์โดก่อตั้งขึ้น ในปี ค.ศ.1881 โดยเป็นสโมสรที่มีกีฬาหลายชนิด แต่กีฬาฟุตบอลประสบความสำเร็จมากที่สุด โดยทีมได้แชมป์ ลีกเอิง 1 จำนวน 6 ครั้ง มากเป็นอันดับ 4 ของประเทศ ได้แชมป์ Coupe de la Ligue 3 ครั้ง แชมป์ Coupe de France 4 ครั้ง และแชมป์ Trophee des champions 3 ครั้ง มีสนาม the Stade Chaban-Delmas ในปี 2015 ก่อนหน้านี้ใช้สนาม Matmut Atlantique เป็นสนามเหย้า แต่เดิมสโมสรถูกตั้งในชื่อ Girondins จากกลุ่มนักปฏิรูปฝรั่งเศสภูมิภาค และก่อตั้งขึ้นในวันที่ 1 ตุลาคม 1881 โดยมีกรีฑา และยิงปืนเป็นกีฬาตอนต้น มี อันเดร ชาโวอิส เป็นประธาน ต่อมาได้เพิ่มกีฬาอีก เช่น การพายเรือ,ขี่ม้า,ว่ายน้ำ และอื่นๆอีกหลายอย่าง จนกระทั่งปี ค.ศ.1910 ฟุตบอลกลายเป็นกีฬาที่โดดเด่นที่สุด และได้ก่อตั้งเป็นสโมสรฟุตบอลโดยมี เรย์มอนด์ แบรร์ด เป็นประธานพร้อมด้วยสมาชิกในทีม ค.ศ.1919 สโมสรได้ทดลองเกี่ยวกับการอยู่รอดสำหรับฟุตบอลอย่างเดียวได้ 1 ปี ปี ค.ศ.1920 พวกเขาก็มีการแข่งขันอย่างเป็นทางการ โดยชนะทีม เบอร์ดิกาเลียนเน่ 12-0 วันที่ 2 กรกฎาคม 1936 พวกเขาได้รับการรับรองให้เป็นสโมสรระดับอาชีพเต็มตัว ส่วนนึงเกิดจากที่พวกเขารวมเข้ากับสโมสรของชาวบอร์เดเลส คือ Girondins Guyenne Sport จนถึงปัจจุบันนี้ พวกเขาได้ลงแข่งในระดับ ดิวิชั่น 2 ในฤดูกาล 1937-1938 มี เบนิโต้ ดิแอซ ชาวสเปนเป็นผู้จัดการทีมคนแรก เขาได้เซ็นสัญญานักเตะเข้ามาหลายคน ไม่ว่าจะเป็นนักเตะสเปนอย่าง ซานติเอโก อูร์ติซเบเรีย และ จาอิเม แมนคิซิเดอร์ นักเตะตัวรุกชื่อดังชาวฝรั่งเศส อองรี อาร์นัวเดา และผู้รักษาประตู อันเดร เจราร์ด บอร์โดลงแข่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 พฤษภาคม 1937 โดยเอาชนะทีม เอฟซี สโญเนเซียร์ 2-1 ที่สนาม the Stade de Colombes การแข่งขันครั้งแรกในฟุตบอลลีกคือ วันที่ 22 สิงหาคม โดยแพ้ต่อ ตูลูส 2-3 แต่บอร์โดบันทึกว่าพวกเขาชนะ นีมส์ ในนัดแรก ฤดูกาลแรกนั้นพวกเขาได้อันดับที่ 6 ในรายการ the Southern region of the division ปีถัดมาพวกเขาย้ายสนามเหย้าไปอยู่ที่ The Stade Chaban-Delmas สนามที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับฟุตบอลโลกปี ค.ศ.1938 ปัจุจบันใช้สนามแห่งนี้เป็นสนามซ้อม วันที่ 15 ตุลาคม 1940 บอร์โด ได้ร่วมเข้ากับสโมสรท้องถิ่น เอเอส พอร์ต และรู้จักกันในชื่อ บอร์โด เอเอส ปี ค.ศ.1941 พวกเขาได้เข้ารอบชิงชนะเลิศการแข่งขัน the Coupe de France และเอาชนะทีม เอสซี ไฟว์ 2-0 ได้แชมป์รายการหลักเป็นครั้งแรกของสโมสร

ยุคหลังสงครามแก้ไข

หลังได้รับการปลดปล่อยจากฝรั่งเศส บอร์โดก็กลับมาแข่งในลีก และได้เลื่อนชั้นในฤดูกาล 1948-1949 ในฐานะอันดับ 2 หลังจบฤดูกาล ได้แต่งตั้ง อันเดร เจราร์ด เป็นผู้จัดการทีม เขาได้เซ็นสัญญา เบอร์ตัส เด ฮาร์เดอร์ อีดัวอาร์ด การ์กู และ คามิลเล่ ลิบาร์ สามประสานที่ได้ฉายาว่า ปีศาจ 3 หัว ช่วยให้บอร์โดได้แชมป์ลีกเป็นครั้งแรก ในการแข่งขันในระดับสูงสุดในฤดูกาลแรก มากกว่าอันดับ 2 อย่างลีลล์ ถึง 6 คะแนน จะการคว้าแชมป์ทำให้ทีมได้เข้าร่วมการแข่งขัน the Latin Cup ทีมเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ก่อนจะเสมอกับ เบนฟิก้า 3-3 แต่แพ้ในช่วงต่อเวลาพิเศษ หลังจากนั้น 2 ฤดูกาลพวกเข้าก็ได้รองแชมป์ โดยนีซเป็นแชมป์ทั้ง 2 ปี และทีมทำผลงานได้ดีในฟุตบอลรายการ the Coupe de France โดยเข้าชิงในปี ค.ศ.1952,1955 แต่ได้แค่รองแชมป์ โดยนีซ และลีลล์เป็นแชมป์ตามลำดับ ฤดูกาล 1955-1956 บอร์โด ตกชั้น ก่อนจะกลับมาแข่งในลีกเอิง 1 ได้ในฤดูกาล 1959-1960 แต่แค่ปีเดียว พวกเขาก็ตกชั้นอีกครั้งหลังทำได้แค่ 21 คะแนน ปี ค.ศ.1960 ได้แต่งตั้งผู้จัดการทีมชาวซัลวาดอร์ อาร์ติกัส ฤดูกาล 1962-1963 เขานำทีมเลื่อนชั้นกลับไปแข่งใน ลีกเอิง 1 และได้อันดับ 4 ในฤดูกาลแรกหลังเลื่อนชั้น และทีมได้เข้าชิง the Coupe de France อีกครั้ง แต่ก็แพ้ต่อ ลียง ในรอบชิงชนะเลิศ แต่ทีมก็ได้สิทธิไปแข่งฟุตบอลรายการ Inter-Cities fairs Cup ในฤดูกาล 1964-1965 แต่ก็แพ้ต่อทีมจากเยอรมันอย่าง โบรุสซีอาดอร์ทมุนท์ 4-3 หลังจากนั้น 4 ฤดูกาลทีมได้เข้าชิง the Coupe de France แต่ก็แพ้ต่อ แซง เอเตียนต์ 1-2 ได้แค่รองแชมป์ ฤดูกาลัดมาก็เข้าชิงอีกครั้ง แต่ก็แพ้ต่อทีมมาร์กเซย

คริสต์ทศวรรษ 1970-1990แก้ไข

หลังปี ค.ศ.1970 ทีมเริ่มถอถอยลง นักเตะต้องลงแข่งภายใต้การเปลี่ยนแปลงของผู้จัดการทีมถึง 7 คน จนกระทั่งปี ค.ศ.1979 ทีมถูกขายให้กับเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ เคล้าซ์ เบซ เข้ามาเป็นประธานสโมสร ในช่วงหน้าร้อนปี ค.ศ.1983 บอร์โดได้จัดการแข่งขันฉลอง 100 ปีของสโมสร พวกเขาชนะบาร์เซโลนา 2-0 ก่อนจะไปแพ้ วีเอฟบี สตุตการ์ต ในรอบชิงชนะเลิศ ภายใต้ประธานสโมสร เคล้าซ์ เบซ ซึ่งอัดฉีดเงินหลายล้านยูโรเข้าสโมสร บอร์โดได้แชมป์ลีกจำนวน 3 ครั้ง the Coupe de France ครั้ง และเข้าร่วมในรายการระดับยุโรป ทีมได้แชมป์ลีกครั้งแรกในปี ค.ศ.1950 ฤดูกาล 1983-1984 บอร์โดมีคะแนนเท่ากับทีมโมนาโก แต่เฮดทูเฮด ดีกว่าทำให้ทีมเป็นฝ่ายได้แชมป์ ปีต่อมาก็ได้แชมป์ลีกโดยมีคะแนนมากกว่าอันดับสองอย่าง นีมส์ 4 คะแนน ในระดับยุโรป บอร์โดเข้าถึงรอบรองชนะเลิศรายการ ยูโรเปียนคัพ ได้ในฤดูกาล 1984-1985 ก่อนจะแพ้ต่อทีมจากประเทศอิตาลี ยูเวนตุส ไปด้วยสกอร์ 1-2 ปี ค.ศ.1986 พวกเขาเข้าชิง the Coupe de France และชนะต่อมาร์กเซยได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของสโมสร หลังจากเข้าชิงมาถึง 8 ครั้ง ปีต่อมา บอร์โดได้แชมป์อีกครั้งโดยการชนะมาร์กเซย เหมือนที่เจอกันปีที่แล้ว ต่อด้วยฤดูกาล 1986-1987 พวกเขาได้แชมป์ฟุตบอลลีก เป็นครั้งที่ 4 และแชมป์ the Coupe de France ปี ค.ศ 1989 บอร์โดซ์ ได้รองแชมป์ลีกเอิง 1 พร้อมเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในการแข่งขัน ยูโรเปียนคัพ ด้วยปัญหาทางการเงินของสโมสร หลังจากนั้น 2 ปี พวกเขาตกชั้นสู่ลีกเอิง 2 อย่างไรก็ตามปี ค.ศ. 1992 บอร์โดได้แชมป์ลีกเอิง 2 เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดได้เหมือนเดิม และได้เกิดดาวรุ่งคนสำคัญขึ้นคือ ซีนาดีน ซีดาน และคริสตอฟ ดูการ์รี และ บิเซนเต้ ลิซ่าราซู ปี ค.ศ.1995 พวกเขาได้แชมป์ อินเตอร์โตโต้ คัพ โดยชนะทีม เอฟซี โวลโกการ์ด ได้แชมป์ยูฟ่า คัพ ในปี ค.ศ.1996 บอร์โดได้แชมป์ลีกเอิง 1 นักเตะอย่าง ซิลแวงน์ วิลตอร์ ได้รับรางวัลรองเท้าทองคำ จากการทำได้ 22 ประตู

คริสต์ทศวรรษ 2000-2010แก้ไข

ฤดูกาล 1999-2000 บอร์โดลงแข่งยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นในปีนี้ ปี ค.ศ.2002 พวกเขาได้แชมป์ the Coupe de France โดยเอาชนะทีม ลอริยองต์ 3-0 ในนัดชิงชนะเลิศ ปี ค.ศ.2004 เข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศยูฟ่า คัพ ก่อนแพ้ให้กับบาเลนเซีย ปี 2007 พวกเขาได้แชมป์ the Coupe de France อีกครั้ง ฤดูกาล 2008-2009 ได้แชมป์ลีกเอิง 1 และ the Coupe de France ปี ค.ศ.2013 เอาชนะทีม เอวิยองน์ 3-2 ในนัดชิงชนะเลิศ the Coupe de France ฤดูกาล 2013-2014 ทีมได้อันดับที่ 7 ปี ค.ศ.2015 ได้แต่งตั้ง วิลลี่ ซาโยล์ เป็นโค้ช แต่คุมทีมชนะได้1นัดจาก 8 นัด ทำให้ถูกไล่ออกและแทนที่ด้วย อุลริช ราเม่ ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2016 และต่อมาถูกแทนที่ด้วย จัวร์เวนเนค ในวันที่ 20 มกราคม 2018 กุส โปเยต์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีม วันที่ 14 กรกฎาคม 2018 ทีมถูกซื้อโดยกลุ่มทุนจากอเมริกา ในราคา 70 ล้านยูโร และวันที่ 5 กันยายน 2018 ได้แต่งตั้ง ริคาร์โด แทนโปเยต์ที่มีปัญหากับบอร์ดบริหารทีม โดยริคาร์โด ได้รับตำแหน่งผู้จัดการทีมทั่วไป เพราะเขายังไม่มีใบอนุญาตในการเป็นโค้ช

เกียรติประวัติแก้ไข

ระดับประเทศแก้ไข

ระดับทวีปยุโรปแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. "Live Bordeaux Monaco". Le Figaro (in French). France. 23 May 2009. สืบค้นเมื่อ 31 December 2010.
  2. "Les derniers pas de Chamakh" (in French). Europe 1. 1 February 2009. สืบค้นเมื่อ 31 December 2010.
  3. "Pele reve de Bordeaux" (in French). L'Equipe. 23 May 2009. Archived from the original on 3 September 2009. สืบค้นเมื่อ 31 December 2010.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข