เอเค-74

เป็นปืนไรเฟิลจู่โจมรุ่นถัดจากAK-47/AKM

เอเค-74 (รัสเซีย: Автомат Калашникова образца 1974 года หรือ "Kalashnikov automatic rifle model 1974") เป็นปืนที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงก่อนปี 2515 โดยนักออกแบบชาวรัสเซีย มีฮาอิล คาลาชนิคอฟเพื่อทดแทน AKM (เป็นรุ่นต่อยอดของ AK-47) ซึ่งใช้กระสุนที่เล็กขนาด 5.45×39mm โดยหวังมาทดแทน 7.62×39mm ซึงเป็นกระสุนที่นิยมใช้ปืนรุ่นก่อนหน้านี้

เอเค-74
Ak74l.jpg
ปืนไรเฟิลจู่โจม เอเค-74 รุ่นแรก พร้อมซองกระสุนแบบ bakelite
ชนิด ปืนเล็กยาวจู่โจม
Carbine (AKS-74U)
อาวุธป้องกันประจำบุคคล (AKS-74U)
สัญชาติ สหภาพโซเวียต
รัสเซีย
บทบาท
ประจำการ ค.ศ.1974–ปัจจุบัน[1]
ผู้ใช้งาน See Users
สงคราม สงครามโซเวียต–อัฟกานิสถาน
Lord's Resistance Army insurgency
Sri Lankan Civil War
สงครามอ่าวเปอร์เซีย
Georgian Civil War[2]
Transnistria War
Tajikistani Civil War
East Prigorodny Conflict
Burundian Civil War
สงครามเชชเนียครั้งที่หนึ่ง
สงครามเชชเนียครั้งที่สอง
สงครามในอัฟกานิสถาน
สงครามอิรัก
สงครามรัสเซีย-จอร์เจีย
สงครามกลางเมืองลิเบีย
สงครามในดอนบัสส์
สงครามกลางเมืองซีเรีย
สงครามกลางเมืองอิรัก (พ.ศ. 2557–2560)
สงครามกลางเมืองเยเมน
Saudi Arabian-led intervention in Yemen
Saudi–Yemeni border conflict (2015–present)
2016 Nagorno-Karabakh clashes
ประวัติการผลิต
ผู้ออกแบบ มีฮาอิล คาลาชนิคอฟ
ช่วงการออกแบบ AK-74: 1974
AK-74M: 1991
บริษัทผู้ผลิต Kalashnikov Concern
(formerly Izhmash)
ช่วงการผลิต AK-74: 1974–1991
AK-74M: 1991–present
จำนวนที่ผลิต 5,000,000+[3]
แบบอื่น See Variants
ข้อมูลจำเพาะ
น้ำหนัก AK-74: 3.07 kg (6.8 lb)
AKS-74: 2.97 kg (6.5 lb)
AKS-74U: 2.7 kg (6.0 lb)
AK-74M: 3.4 kg (7.5 lb)[4]
without magazine
30-round magazine: 0.23 kg (0.51 lb)
6H5 bayonet: 0.32 kg (0.71 lb)
ความยาว AK-74: 943 mm (37.1 in)
AKS-74 (stock extended): 943 mm (37.1 in)
AKS-74 (stock folded): 690 mm (27.2 in)
AKS-74U (stock extended): 735 mm (28.9 in)
AKS-74U (stock folded): 490 mm (19.3 in)
AK-74M (stock extended): 943 mm (37.1 in)
AK-74M (stock folded): 700 mm (27.6 in)
ความยาวลำกล้อง AK-74, AKS-74, AK-74M: 415 mm (16.3 in)
AKS-74U: 206.5 mm (8.1 in)
ความกว้าง AK-74M: 70 mm (2.8 in)
ความสูง AK-74M: 195 mm (7.7 in)

กระสุน 5.45×39mm
การทำงาน Gas-operated, rotating bolt
อัตราการยิง Cyclic: 600–650 rounds/min[5]
Practical:
Automatic: 100 rounds/min[6]
Semi-auto: 40 rounds/min[6]
ความเร็วปากกระบอก 880–900 m/s (2,887–2,953 ft/s) (AK-74, AKS-74, AK-74M)[6][5]
735 m/s (2,411 ft/s) (AKS-74U)
ระยะหวังผล 500 m (550 yd) ((AK-74, AKS-74, AK-74M point target)
800 m (870 yd) ((AK-74, AKS-74, AK-74M area target)[6]
300–400 m (330–440 yd) (AKS-74U)[7]
พิสัยไกลสุด 3,150 m (3,440 yd)
ระบบป้อนกระสุน 30-round or 45-round RPK-74 detachable box magazine or 60-round casket magazine
ศูนย์เล็ง Adjustable iron sights, front post and rear notch on a scaled tangent

ปืนนี้เปิดตัวสู่สายตาโลกครั้งแรกใน พ.ศ. 2517 ช่วงสงครามในอัฟกานิสถาน เหล่าหัวหน้ากลุ่มต่าง ๆ ในอัฟกานิสถานรวมไปถึงหน่วยสืบราชการลับปากีสถานต่างกล่าวตรงว่าถ้าสามารถยึดปืนกระบอกมาส่งให้ซีไอเอจะได้รางวัลตอบแทนเป็นเงิน 5,000 ดอลลาร์ แต่ปืนเอเค-74 กระบอกแรกถูกยึดโดยกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า มูจาฮิดีน ในช่วงสงครามโซเวียต–อัฟกานิสถาน ปัจจุบันปืนนี้กระจายทั่วไปในประเทศอดีตสหภาพโซเวียต ยังมีรุ่นที่ถูกคัดลอกสร้างในประเทศบัลแกเรีย (เช่น เอเค-74, AKS-74 and AKS-74U), ในอดีตเยอรมันตะวันออก (เช่น MPi-เอเค-74N, MPi-AKS-74N, MPi-AKS-74NK) รวมไปถึงประเทศที่เคยได้รับการสนุบสนุนจากสหภาพโซเวียต เช่น ประเทศในเอเชียกลาง มองโกเลีย เกาหลีเหนือ และเวียดนาม เป็นต้น

ปัจจุบันเป็นปืนประจำกายหลักของกองทัพรัสเซีย ซึ่งในปี พ.ศ. 2554 ได้เปิดตัว AK-12 เพื่อทดแทนปืนเอเค-74M ที่ใช้อยู่กองทัพรัสเซียแต่เวลาก็ล่วงมาถึงปี พ.ศ. 2558 ก็ยังไม่มีทีทางว่าจะสมบูรณ์พร้อมใช้งานจนกระทั่งมีเปิดตัว AK-15/RPK-16 ในปีเดียวกันเอง ซึ่งเป็นการปรับคอนเซ็ปปืนให้เข้ากับความต้องการของกองทัพรัสเซียมากขึ้น โดยต้นปี พ.ศ. 2561 รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซียกล่าวจะปืนชนิดนี้เขาประจำการในหน่วยปฏิบัติการพิเศษในปี พ.ศ. 2561 ให้ครบ

รายละเอียดแก้ไข

การออกแบบแก้ไข

 
ซองกระสุน 30นัด ขนาด 5.45x39 มม. สำหรับปืนเอเค-74

ปืน เอเค-74 แต่เดิมออกแบบไว้โดยА. D. Kryakushin's group ภายใต้การดูแลของมีฮาอิล คาลาชนิคอฟ ซึ่งปรับปรุงมาจากไรเฟิลจู่โจม AKM ขนาด 7.62×39mm โดยเพิ่มคุณลักษณะพิเศษลงไปด้วย ซึงมีการปรับปรุงกระสุนให้ขนาดเล็กลงเกิดเป็นกระสุนขนาดกลางความเร็วขนาด 5.45×39mm โดยความจริงในแรกเริม่ตามรายงานได้ตัวปืนเดิมของ AKMs มาเปลื่ยนลำกล้องให้มีขนาด 5.45×39mm ซึ่งเมื่อเปรียบกับแล้ว AKM มีระยะหวังผลต่ำรวมไปถึงความแม่นยำเมื่อเทียบกับ เอเค-74 ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายหลักของผู้พัฒนา โดย เอเค-74 และ AKM สามารถใช้อะไหล่รวมกันได้ประมาณ 50 เปอร์เซนต์

ระบบศูนย์เล็งแก้ไข

คล้ายกับ AK-47/AKM เดิม แต่มีระบบรางข้างเพื่อติดอุปกรณ์เสริมต่าง (เริ่มพบได้ในเอเค-74M) เช่น กล้องเล็งจุดแดง, กล้องมองกลางคืน, กล้องช่วยเล็ง เป็นต้น

ซองกระสุนแก้ไข

มีซองบรรจุ 30 / 45 (ของ RPK-74) / 50 / 60 นัด ซึ่งทำจาก Bakelite และพอลิเมอร์ (ในรุ่นเอเค-74M) และซองบรรจุกระสุนแบบกลมที่ใส่กระสุนได้ 95 นัด

รุ่นย่อยต่าง ๆแก้ไข

 
ทหารรัสเซียขณะปฏิบัติพร้อมปืนไรเฟิลจู่โจมเอเค-74M พร้อมเครื่องยิงลูกระเบิด GP-30 และกล้องช่วยเล็ง 1P29 Universal sight[8]

AKs-74แก้ไข

ทุกอย่างเหมือนกันกับเอเค-74 ในรูปแบบปกติ มีเพียงพานท้ายที่สามารถพับได้เพื่อความสะดวกได้เข้าในที่กำบังหรือนั่งไปในยานลำเลียงพล

เอเค-74M (Model 1991)แก้ไข

เป็นรุ่นปรับรุงโดยบริษัท Izhmash (อยู่เครือของ Kalashnikov Concern) โดยลักษณะเด่นที่พบคือ ประกับและพานท้ายถูกทดแทนได้พอลีเมอร์จากของเดิมที่เป็นไม้ มีระบบรางด้านข้างสำหรับติดอุปกรณ์เสริมพวกอุปกรณ์ช่วยเล็ง สามารถติดเครื่องยิงระเบิดขนาด 40 มม. GP-25/30/34 ไว้ใต้บริเวณประกับหน้าได้ เป็นต้น

AKs-74Uแก้ไข

เป็นปืนเล็กสั้นอัตโนมัติที่ได้ไอเดียมาจาก XM177 ของกองทัพสหรัฐในช่วงสงครามเวียดนาม ซึ่งเหมาะสำหรับหน่วยปฏิบัติการพิเศษหรือพลร่มที่ต้องเข้าทำการรบระยะประชิด ถูกใช้มากในเหล่าพลขับรถถัง ยานเกราะต่าง ๆ รวมไปถึงนักบินเฮลิคอปเตอร์

RPK-74/74Mแก้ไข

เป็นปืนกลเบาที่อาศัยพื้นฐานมาจากเอเค-74/74M ซึ่งมีลำกล้องที่หนาและยาวขึ้นเพื้อรองรับการยิงสนับสนุนหมู่รบ ใช้ซองกระสุน 45 นัด

คุณสมบัติทั่วไปแก้ไข

ใช้กระสุนขนาด: 5.45×39 ม.ม

ระบบปฏิบัติการ: Gas-operated, rotating bolt

อัตราการยิง

  • ยิงเป็นชุด: 600-650 นัดต่อนาที
  • ยิงแบบอัตโนมัติ: 100 นัดต่อนาที
  • ยิงทีละนัด: 40 นัดต่อนาที

ความเร็วปากลำกล้อง : 880–900 เมตรต่อวินาที (2,887–2,953 ฟุตต่อวินาที) (เอเค-74, AKS-74, เอเค-74M) 735 เมตรต่อวินาที (2,411 ฟุตต่อวินาที) (AKS-74U)

ระยะหวังผล :

  • 300–400 เมตร (330–440 หลา) (เอเค-74, AKS-74, เอเค-74M point target)
  • 500 เมตร (550 หลา) (เอเค-74, AKS-74, เอเค-74M area target)
  • 400 เมตร (440 หลา) (AKS-74U)

ระยะยิงไกลสุด : 3,150 เมตร (3,440 หลา)

ซองกระสุน : 30 นัด หรือ 45 นัดสำหรับ RPK-74 60 นัด casket magazine ซองกระสุนแบบกลม 95 นัด

ศูนย์เล็ง : เล็งผ่านศูนย์เล็งตาเปล่า หรือ อุปกรณ์ช่วงเล็งต่าง ๆ เช่น กล้องมองกลางคืน, กล้องเล็งจุดแดง เป็นต้น

อ้างอิงแก้ไข

  1. https://web.archive.org/web/20110804035337/http://www.izhmash.ru/eng/arc/021205.shtml Presentation of the unique Kalashnikov small arms collection in the Moscow Kremlin Museum
  2. Small Arms Survey (2003). "Dangerous Supply: Small Arms and Conflict in the Republic of Georgia". Small Arms Survey 2003: Development Denied. Oxford University Press. p. 197. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม (PDF) เมื่อ 2018-08-29. สืบค้นเมื่อ 2018-08-29.
  3. "militaryparitet.com (Russian)". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 10 February 2012. สืบค้นเมื่อ 16 November 2014.
  4. "Modern Firearms". 2010-10-27. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 25 October 2014. สืบค้นเมื่อ 16 November 2014.
  5. 5.0 5.1 "Izhmash—manufacturer's website 5.45 mm Kalashnikov assault rifles AK74M, AK105". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 21 February 2015. สืบค้นเมื่อ 16 November 2014.
  6. 6.0 6.1 6.2 6.3 https://fas.org/man/dod-101/sys/land/row/weg2001.pdf Archived 2015-04-25 at the Wayback Machine. OPFOR Worldwide Equipment Guide, Sep 2001, DEPARTMENT OF THE ARMY, TRADOC DCSINT, Threat Support Directorate, 700 Scott Avenue, Bldg 53, FORT LEAVENWORTH, KS, 66027-1323, page 1-3
  7. "Автомат Калашникова АКС-74У (Kalashnikov rifle AKS-74U)" (ภาษารัสเซีย). คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2014-11-02. สืบค้นเมื่อ 2014-11-02.
  8. http://www.avtomats-in-action.com/variants0.html