หอดูดาวอาเรซิโบ

หอดูดาวอาเรซิโบ (สเปน: Observatorio de Arecibo; อังกฤษ: Arecibo Observatory) เป็นกล้องโทรทรรศน์วิทยุขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองอาเรซิโบทางตอนเหนือของปวยร์โตรีโก ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ร่วมกับมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Science Foundation, NSF) ของสหรัฐอเมริกา ภายใต้หน่วยงานที่ชื่อว่า "ศูนย์ดาราศาสตร์และชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์แห่งชาติ" (National Astronomy and Ionosphere Center, NAIC)

หอดูดาวอาเรซิโบ
Arecibo radio telescope SJU 06 2019 6144.jpg
ชื่ออื่นศูนย์ดาราศาสตร์และชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์แห่งชาติ
การตั้งชื่อตามอาเรซิโบ
หน่วยงานUniversity of Central Florida
ที่ตั้งอาเรซิโบ, ปวยร์โตรีโก
พิกัด18°20′39″N 66°45′10″W / 18.34417°N 66.75278°W / 18.34417; -66.75278พิกัดภูมิศาสตร์: 18°20′39″N 66°45′10″W / 18.34417°N 66.75278°W / 18.34417; -66.75278
ระดับความสูง498 เมตร (1,634 ฟุต)
เว็บไซต์www.naic.edu
กล้องโทรทรรศน์กล้องโทรทรรศน์วิทยุอาเรซิโบ 12m
กล้องโทรทรรศน์อาเรซิโบ
ศูนย์ดาราศาสตร์และชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์แห่งชาติ
นครใกล้สุดอาเรซิโบ
พื้นที่118 เอเคอร์ (48 เฮกตาร์)
สร้างเมื่อ1963
สถาปนิกKavanaugh, T. C.
วิศวกรvon Seb, Inc., T. C. Kavanaugh of Praeger-Kavanagh, และ Severud-Elstad-Krueger Associates[1]
NRHP reference No.07000525
ขึ้นทะเบียน NRHP23 กันยายน 2008[2]
ภาพถ่ายทางอากาศของหอดูดาวอาเรซิโบ

กล้องโทรทรรศน์วิทยุที่นี่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ยาว 305 เมตร เป็นกล้องโทรทรรศน์เดี่ยวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยสร้างขึ้นมา[3] โครงการก่อสร้างเริ่มต้นนำเสนอตั้งแต่ปี พ.ศ. 2501 โดยศาสตราจารย์ วิลเลียมส์ อี. กอร์ดอน แห่งมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ เพื่อที่จะใช้ศึกษาบรรยากาศชั้นไอโอโนสเฟียร์ของโลก แต่ได้ขยายขอบเขตของโครงการออกไป การก่อสร้างเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 เริ่มเปิดใช้งานตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2506[4]

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2517 หอดูดาวแห่งนี้ได้ส่งสัญญาณวิทยุขนาด 1,679 บิต (ประมาณ 205 ไบต์) ที่มีชื่อว่า "ข้อความอาเรซิโบ" ขึ้นสู่อวกาศไปยังกระจุกดาวเอ็ม 13 ที่อยู่ห่างจากโลก 25,000 ปีแสง[5] เป็นข้อมูลกราฟิกขนาด 23 คูณ 73 จุด ซึ่งออกแบบโดย ดร. แฟรงก์ เดรก และคาร์ล เซแกน สื่อความหมายถึงระบบตัวเลข ธาตุเคมี ดีเอ็นเอ และระบบสุริยะ เป็นสัญลักษณ์ของก้าวสู่ยุคอวกาศของโลก และคาดหวังว่าอาจมีสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาจากนอกโลกได้รับสัญญาณนี้และส่งสัญญาณตอบมาในอนาคต

หอดูดาวแห่งนี้มีการปรับปรุงเครื่องมืออุปกรณ์มาตลอดอายุการใช้งาน ครั้งสำคัญคือเมื่อ พ.ศ. 2517 และ พ.ศ. 2540 และใช้เป็นแหล่งข้อมูลของโครงการ SETI@home ของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กเลย์ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542

กล้องโทรทรรศน์วิทยุอาเรซิโบเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่อง Goldeneye (ชื่อไทย: พยัคฆ์ร้าย 007 รหัสลับทลายโลก) ออกฉายใน พ.ศ. 2538 และเรื่อง Contact (ชื่อไทย: อุบัติการณ์สัมผัสห้วงเวลา) ออกฉายใน พ.ศ. 2540 และเป็นฉากหลังในนิยายวิทยาศาสตร์เรื่อง 2010: Odyssey Two (ชื่อไทย: 2010 จอมจักรวาล) ของอาร์เทอร์ ซี. คลาร์ก (แต่ในการถ่ายทำภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2525 ได้เปลี่ยนสถานที่เป็นเวรีลาร์จอาร์เรย์แทน)

เครื่องรับสัญญาณ

ปิดทำการแก้ไข

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. สำนักข่าว BBC รายงานว่า หอดูดาวอาเรซีโบ กล้องโทรทรรศน์วิทยุขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่ในเขตป่าชื้นใกล้เมืองอาเรซีโบ ของเปอร์โตริโก ได้เกิดการพังถล่มลงมาทั้งในส่วนของจานรับสัญญาณขนาดยักษ์ของหอดูดาว และโครงสร้าง 900 ตัน ที่แขวนอยู่เหนือพื้นราว 137 เมตร หลังจากที่เมื่อสัปดาห์ก่อน มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติสหรัฐอเมริกา (National Science Foundation-NSF) ของสหรัฐฯ เพิ่งประกาศยุติการทำงานของหอดูดาวแห่งนี้

อ้างอิงแก้ไข

  1. "Radio-Radar Telescope Will Probe Solar System". Electrical Engineering. 80 (7): 561. July 1961. doi:10.1109/EE.1961.6433355.
  2. National Park Service (October 3, 2008). "Weekly List Actions". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ March 29, 2013. สืบค้นเมื่อ February 6, 2018.
  3. Frederic Castel (2000-05-08). "Arecibo: Celestial Eavesdropper". Space.com. สืบค้นเมื่อ 2008-09-02.
  4. "Description of Engineering of Arecibo Observatory". Acevedo, Tony (June 2004). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-05-04. สืบค้นเมื่อ 2009-05-05.
  5. arecibo message สืบค้นเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2553

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข