มหาวิทยาลัยแอเคริน

มหาวิทยาลัยแอเคริน (อังกฤษ: University of Akron) เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ที่มีชื่อเสียงทางด้านการวิจัยพอลิเมอร์ในระดับแถวหน้าของโลก[2] ตั้งอยู่ในเมืองแอเคริน รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา อันได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งการผลิตยาง และเป็นสมาชิกของกลุ่มระบบสถาบันอุดมศึกษาแห่งรัฐโอไฮโอ (the University System of Ohio)[3] ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2413 โดยเป็น วิทยาลัยขนาดเล็กที่มีความร่วมมือกับ Universalist Church จากนั้นในปี พ.ศ. 2456 ได้โอนกรรมสิทธิ์ให้แก่เมืองแอเคริน และในปี พ.ศ. 2510 วิทยาลัยแห่งนี้จึงถูกยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยแห่งรัฐ (state institution) มหาวิทยาลัยแห่งนี้มุ่งเน้นงานวิจัยไปที่ STEM, พอลิเมอร์, วัสดุศาสตร์ขั้นสูง และวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งในช่วงสิบปีหลังได้มีผลงานวิจัยและได้รับการยอมรับมากขึ้นตามลำดับ [4]

มหาวิทยาลัยแอเคริน
UAkron Seal.svg
ชื่อย่อAkron U
คติพจน์Fiat Lux (ลาติน)
Let there be light (อังกฤษ)
ประเภทมหาวิทยาลัยรัฐ
สถาปนาพ.ศ. 2413
งบประมาณUS $1.519 billion (พ.ศ. 2553)
ที่ตั้ง
เว็บไซต์http://www.uakron.edu/

คณะที่เปิดสอนแก้ไข

  • วิทยาลัยศิลปะและวิทยาศาสตร์ (Buchtel College of Arts and Sciences)
  • วิทยาลัยบริหารธุรกิจ (College of Business Administration)
  • วิทยาลัยแห่งความคิดสร้างสรรค์และความเชี่ยวชาญศิลปะ (College of Creative and Professional Arts)
  • วิทยาลัยครุศาสตร์ (College of Education)
  • วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ (College of Engineering)
  • วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สุขภาพและการบริการ (College of Health Sciences and Human Services)
  • คณะนิติศาสตร์ (School of Law)
  • วิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ (College of Nursing)
  • วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมพอลิเมอร์ (College of Polymer Science & Polymer Engineering)
  • Honors College
  • บัณฑิตวิทยาลัย (The Graduate School)
  • University College
  • Wayne College
  • Summit College

บุคคลที่มีชื่อเสียงแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. University of Akron at a Glance Admissions Guide เก็บถาวร 2011-09-27 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน. Official UA Colors. 2007. Accessed April 7, 2008.
  2. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-04-28. สืบค้นเมื่อ 2011-07-14.
  3. "สำเนาที่เก็บถาวร" (PDF). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2011-07-20. สืบค้นเมื่อ 2011-07-14.
  4. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-05-30. สืบค้นเมื่อ 2011-07-14.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข