ฟ้า (ภาพยนตร์ไทย)

ภาพยนตร์ไทย

ฟ้า (อังกฤษ: Fah) ภาพยนตร์ไทยแนวแอ๊คชั่นออกฉายในปลายปี พ.ศ. 2541 นำแสดงโดย สุนิสา เจทท์, ดอน ธีระธาดา, ฉัตรชัย เปล่งพานิช, จอนนี่ แอนโฟเน่ กำกับการแสดงโดย วิชช์ เกาไศยนันท์

ฟ้า
Fah.JPG
กำกับวิชช์ เกาไศยนันท์
เขียนบทวิชช์ เกาไศยนันท์
นักแสดงนำสุนิสา เจทท์
ดอน ธีระธาดา
ฉัตรชัย เปล่งพานิช
จอนนี่ แอนโฟเน่
เกริก ชิลเลอร์
ตัดต่อวิชช์ เกาไศยนันท์
ผู้จัดจำหน่ายบีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเมนท์
วันฉาย31 ธันวาคม พ.ศ. 2541
ความยาว118 นาที
ประเทศไทย
ภาษาไทย
ทุนสร้าง22 ล้านบาท
ข้อมูลจาก IMDb
ข้อมูลจากฐานข้อมูลภาพยนตร์ไทย

เนื้อเรื่องแก้ไข

ริค (ดอน ธีระธาดา) นายตำรวจหนุ่มผู้เพิ่งจบหลักสูตรเอฟบีไอจากสหรัฐอเมริกา และเชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้ ต้องมาจับคู่กับ นายตำรวจวัยกลางคน (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) ที่ยังคงใช้วิธีการทำงานแบบเก่า ๆ เพื่อตามไล่ล่ากลุ่มโจร 8 คน ที่อุกอาจปล้นเพชรล้ำค่า ซึ่งหัวหน้าโจร (จอนนี่ แอนโฟเน่) กลุ่มนี้และลูกน้องทุกคนจะแต่งตัวกันอย่างสุดเนี้ยบ โดยที่มี ฟ้า (สุนิสา เจทท์) คู่หมั้นสาวของริคที่เพิ่งตั้งครรภ์ได้อ่อน ๆ ถูกจับเป็นตัวประกันไป

เบื้องหลังและคำวิจารณ์แก้ไข

ฟ้า เป็นผลงานภาพยนตร์จากการกำกับเรื่องแรกของ วิชช์ เกาไศยนันท์ ผู้กำกับหนุ่มชาวไทยที่อาศัยและเรียนวิชาภาพยนตร์จากสหรัฐอเมริกา และได้อยู่ในแวดวงภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดด้วย ซึ่งในขณะนั้นวิชช์มีอายุเพียง 24 ปีเท่านั้น[1]

อีกทั้งยังเป็นผลงานการแสดงเรื่องแรกของ สุนิสา เจทท์ ซึ่งต่อมากลายเป็นนักแสดงชื่อดังสังกัดช่อง 3 และได้ ดอน ธีระธาดา นักแสดงหนุ่มที่เชี่ยวชาญเทควันโดมารับบทเป็นพระเอกในเรื่อง ร่วมด้วยนักแสดงชื่อดังอย่าง ฉัตรชัย เปล่งพานิช, จอนนี่ แอนโฟเน่ และนักแสดงประกอบที่เป็นสีสันอีกมาก เช่น เกริก ชิลเลอร์ และกาญจนาพร ปลอดภัย ที่รับบทเป็นผู้บังคับบัญชาตำรวจระดับสูงที่เป็นผู้หญิง

แต่เมื่อออกฉายแล้ว เสียงวิจารณ์ไปในทางลบทั้งสิ้น โดยมีเสียงวิจารณ์ว่า แม้ภาพยนตร์จะกล้าที่จะแหกกฎของภาพยนตร์แนวตำรวจไล่จับผู้ร้ายไปจากขนบเดิม ๆ ของแวดวงภาพยนตร์ไทย โดยให้ ผู้ร้ายดูดีและหล่อกว่าตำรวจ รวมทั้งมุมกล้องที่ถ่ายภาพแบบใหม่ แต่ทว่าบทภาพยนตร์ซึ่งเขียนโดยตัววิชช์เอง ก็อ่อนมาก การกระทำของตัวละครในหลายครั้งขาดเหตุผล ขาดความต่อเนื่อง การตัดต่อก็ทำได้ไม่ดีเลย และตัวละครฝ่ายผู้ร้ายก็มีมากเกินความจำเป็น อีกทั้งเนื้อหาจริง ๆ ของเรื่องไม่ได้มีประเด็นอะไรมากเลย จนสามารถทำให้จบได้ภายในเวลาแค่ครึ่งชั่วโมง แต่กลับยืดออกไปเกือบสองชั่วโมงได้ และปัญาหาสำคัญอีกประการหนึ่งคือ การพูดภาษาไทยที่ไม่ชัดของพระเอก ทำให้ดูเป็นภาพยนตร์ตลกไปทุกครั้งที่ตัวพระเอกพูด[2] และในเว็บไซต์ IMDbได้ให้คะแนนภาพยนตร์เรื่องนี้ไปเพียงแค่ 3.6 ดาวจากทั้งหมด 10 ดาว[3]

ซึ่งในหลายปีต่อมา วิชช์ ก็ได้สร้างภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดในเรื่อง Ballistic: Ecks vs. Sever ซึ่งเป็นภาพยนตร์ในแนวแอ๊คชั่นเช่นเดียวกัน ได้รับการวิจารณ์จากนักวิจารณ์ชาวต่างประเทศให้เป็นภาพยนตร์ยอดแย่แห่งปี และต่อมาได้รับเลือกให้เป็นภาพยนตร์ยอดแย่ในรอบทศวรรษอีกต่างหาก[4]

อ้างอิงแก้ไข