พระยาอนุสสรธุระการ (จ่าง วัจนะพุกกะ)

พันตำรวจเอก พระยาอนุสสรธุระการ นามเดิม จ่าง เกิดเมื่อวันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2423 ที่บ้านในตำบลหัวรอ อำเภอรอบกรุง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นบุตรของ นายเขียว และ นางเพ็ง โดยปู่ของท่าน ชื่อ นายพุก ซึ่งสืบสายลงมาจาก นายคำ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงพระราชทานนามสกุลให้ท่านว่า "วัจนะพุกกะ"

พระยาอนุสสรธุระการ (จ่าง วัจนะพุกกะ)
อธิบดีกรมตำรวจ
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
14 กุมภาพันธ์ 2476
ก่อนหน้า พันตำรวจเอก พระยาบุเรศผดุงกิจ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2423
ตำบลหัวรอ อำเภอรอบกรุง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เสียชีวิต 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2497 (73 ปี)
บิดา เขียว
มารดา เพ็ง
บุตร 11 คน
การเข้าเป็นทหาร
ยศ RTP OF-6 (Police Brigadier).svg พันตำรวจเอก

ในวัยเยาว์ ท่านได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนสำเหร่บอยคริสเตียนไฮสคูล (กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ในปัจจุบัน) จนสำเร็จการศึกษาได้ประกาศนียบัตร ชั้น 7 จากนั้นจึงรับราชการในกระทรวงนครบาล เริ่มที่ตำแหน่งผู้ช่วยนายเวรสรรพากร ในกรมกองตระเวน เมื่อ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2444 และได้รับความเจริญในราชการเรื่อยมา คือ เป็นผู้กำกับการโรงพักสามแยก เมื่อ พ.ศ. 2464 ปฏิบัติงานอยู่ 5 ปี จึงย้ายไปรั้งตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจภูธรมณฑลภูเก็ต เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2469[1]และได้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจมณฑลภูเก็ต เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2470[2]ถึงวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2472 กลับเข้ามากรุงเทพฯ เป็นผู้บังคับการตำรวจนครบาล บางรัก [3]

จนหลังเปลี่ยนการปกครอง พ.ศ. 2475 แล้ว ท่านจึงได้เป็นรองอธิบดีกรมตำรวจ ในสมัย พันตำรวจเอก พระยาบุเรศผดุงกิจ เป็นอธิบดี เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2475 [4] และในที่สุด ท่านก็ได้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมตำรวจ เมื่อ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2476[5]

ได้รับยศเป็นนายพันตำรวจเอกเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2471[6]และอีก 2 ปีต่อมา คือ ในวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2473 จึงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระยาอนุสสรธุระการ ถือศักดินา 1000 [7]

นอกจากนี้ ในระหว่างที่รับราชการ ได้มีโอกาสปฏิบัติราชการพิเศษหลายคราว ที่สำคัญ คือ

  • เป็นเจ้าพนักงาน เรี่ยไรเก็บเงิน ในการหล่อพระบรมรูปทรงม้า ระหว่างปี พ.ศ. 2451-2452
  • เป็นเจ้าพนักงาน ตามเสด็จประจำ เจ้าหญิงวอลดิมาร์ แห่งประเทศเดนมาร์ค เมื่อปี พ.ศ. 2456
  • ตามเสด็จพระราชดำเนิน รัชกาลที่ 6 คราวประพาสลานเท ที่พระนครศรีอยุธยา ,ลำน้ำสมุทรสาคร และมณฑลราชบุรี เมื่อ พ.ศ. 2460
  • เป็นผู้จับกุมชนชาติศัตรู (เยอรมัน) คราวสงครามโลกครั้งที่ 1 และคุมศัตรูไปส่งที่สิงคโปร์ เมื่อ พ.ศ. 2461
  • มีส่วนร่วม ในการปฏิบัติงานคราวปราบกบฏบวรเดช เมื่อ พ.ศ. 2476

ฯลฯ

ท่านออกจากราชการเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2479[8]รวมอายุราชการ 34 ปี ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตริตาภรณ์ช้างเผือก และ ตริตาภรณ์มงกุฎไทย กับทั้งเหรียญจักรมาลา และ เหรียญพิทักษ์รัฐธรรมนูญ เป็นเกียรติยศ

พระยาอนุสสรธุระการ มีบุตร-ธิดา รวม 11 คน คือ

  • นายดาบตำรวจดำริห์ วัจนะพุกกะ
  • พันตำรวจโทดำรัส วัจนะพุกกะ
  • พลตำรวจตรีสุชาติ วัจนะพุกกะ
  • นางสาวผกา วัจนะพุกกะ
  • นายสัตว์แพทย์จินดา วัจนะพุกกะ
  • นายสัตว์แพทย์สมจิตต์ วัจนะพุกกะ
  • นางชูศรี แจ้งเจนกิจ
  • นางสาวพิศวง วัจนะพุกกะ
  • นายสุดจิตต์ วัจนะพุกกะ
  • นายโฆสิต วัจนะพุกกะ
  • พันตำรวจโทโกสุม วัจนะพุกกะ

หลังออกจากราชการแล้ว ท่านก็ได้ชีวิตอย่างสงบ ณ บ้านของท่านที่ถนนสาธร จนถึงอนิจกรรม เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2497

ยศและบรรดาศักดิ์แก้ไข

  • 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2453 หลวงอนุสสรธุระการ ถือศักดินา 600[9]
  • พันตำรวจตรี
  • 21 สิงหาคม พ.ศ. 2460 พันตำรวจโท[10]
  • 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2471 พันตำรวจเอก

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

อ้างอิงแก้ไข