ปั้นชา หรือ ป้านชา คือการเล่นเครื่องน้ำชาอย่างไทย ที่ใช้ปั้นชาดินเผาแบบจีน โดยกำหนดวิธีการเล่นแบบไทย

ประวัติแก้ไข

ปั้นชาที่ใช้เล่นกันในไทย ส่วนมากผลิตจากเมืองงี่เฮ็ง (เมืองอี๋ซิง 宜興市) มณฑลเกียงซู (มณฑลเจียงซู 江蘇省) ซึ่งมีดินที่ละเอียด เนื้อแข็งดีกว่าที่อื่น ส่วนใหญ่ผลิตปั้นชาเป็น3สี คือ 1สีตับหมู (กัวเซ็ก 肝色) 2สีส้มสุก (กาเซ็ก 橙色) 3สีแดงเข้ม (จูซาอั๋ง 硃砂紅) ส่วนสีขาวกับสีสวาดเป็นของที่ไทยสั่งให้ทำ ส่วนใหญ่ผลิตขายให้แต้จิ๋วและฮกเกี้ยน เพราะเมืองอื่นไม่ใช้ปั้นในการชงชา แต่แต้จิ๋วและฮกเกี้ยนใช้ปั้นชาในการชิมรศน้ำชา ไทยจึงได้รับคติการใช้ปั้นชามาจากแต้จิ๋วและฮกเกี้ยน

ปั้นชาที่ไทยเล่นนั้น มี2ประเภท คือ 1ปั้นหู 2ปั้นสาย ที่ต่างกับจีนคือ จีนนิยมเล่นปั้นผิวด้าน และไม่เลี่ยมปั้น แต่ไทยนิยมขัดชักเงา (เฉพาะปั้นสีดำและสีขาว) และเลี่ยมปั้นด้วยทองบ้าง เงินบ้าง ทองเหลืองบ้าง

ปั้นในไทยที่เล่นกำหนดไว้3ประเภทคือ

  1. ปั้นจีน คือปั้นที่จีนคิดสร้างรูปทรง
  2. ปั้นไทย หรือ ปั้นอย่าง คือปั้นที่ไทยคิดรูปทรงและสั่งออกไปทำที่เมืองจีน
  3. ปั้นตลก คือปั้นที่ทำไม่มีรูปทรงตายตัว ผิดรูปจากปั้นอื่น[1]

ปั้นอย่างแก้ไข

ปั้นไทยหรือปั้นอย่างในสมัยกรุงศรีอยุธยา มี1อย่าง เป็นปั้นหูเท้าปุ่มสีดำ มีตรายี่ห้อ เตียวอ๋อง

ปั้นไทยหรือปั้นอย่างในสมัยกรุงธนบุรี มี1อย่าง เป็นปั้นหู เรียกว่า ปั้นปุ่มรวมคอหม้อ คือตรงคอริมปากปั้นทรงคล้ายหม้อข้าว ข้างก้นปั้นทำปุ่มไว้3ปุ่ม มีทั้งสีดำและสีแดง

ปั้นไทยหรือปั้นอย่างในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช มี2อย่าง คือ 1เป็นปั้นหูเรียกว่า ปั้นลูกแก้ว คือทั้งที่ปากและข้างก้นปั้นเป็นลวด ไม่ทำปุ่มข้างก้น มีทั้งสีดำและสีแดง 2เรียกว่า ปั้นเท้าปุ่มคอหม้อ มีทั้งสีดำและสีแดงเหมือนกัน

สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ทรงคิดหุ่นปั้นสั่งไปทำ3รูป คือ 1ปั้นลูกแก้ว 2ปั้นคอหม้อเท้าปุ่ม 3ปั้นก้นช้อยคอช้อย ทรงแก้ไขรูปทรงให้งดงาม มีทั้งสีขาว สีแดง สีดำ สีหนึ่งทำเป็น3ขนาด และยังทำปั้นสายด้วยทั้ง3สี เข้าใจว่าปั้นสมัย ร.2 ได้สั่งไปหลายรอบ เพราะตำแหน่งยี่ห้อกงเก็ก(貢局) อยู่คนละตำแหน่งกัน นับถือว่าปั้นอย่างสมัย ร.2 เป็นปั้นที่รูปทรงสวยงามที่สุด

สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพและสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ (ทัต บุนนาค) เมื่อยังเป็นพระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษา ได้นำแบบปั้นหลวงสมัย ร.2 สั่งออกไปทำอีก ของวังหน้าใช้ยี่ห้อกงเก็ก(貢局)ที่ตัวปั้น ของพระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษาใช้ยี่ห้อกงเก็ก(貢局)ที่ลิ้นปั้น

สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านผู้หญิงพัน ภรรยาสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ให้พระยาโชฎึกราชเศรษฐี (พุก)สั่ง ปั้นเท้าปุ่มคอหม้อ3ใบเถา ปั้นลูกแก้วรูปร่างแบนๆเรียก"ลูกจัน" ปั้นเท้าปุ่มคอหม้ออีกรูป เรียกว่า"กระโล่" และปั้นก้นช้อย มีทั้งปั้นขาว ปั้นแดง ปั้นดำ มียี่ห้อกงเก็ก(貢局)ที่ลิ้นปั้น พวยและหูเล็ก ตัวปั้นหนา

สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้อวดปั้นชาประกวดกันที่มิวเซียม (คือหอคองคอเดีย Concordia Hall ปัจจุบันคือศาลาสหทัยสมาคม)เมื่อพ.ศ. 2417 ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้ทำหุ่นถ่ายปั้นอย่างครั้ง ร.2 ให้พระยาโชฎึกราชเศรษฐี (ฮวด)สั่งออกไปทำปั้นหู ทั้งปั้นเท้าปุ่มคอหม้อ ปั้นลูกแก้ว ปั้นก้นช้อยคอช้อย มีทั้งสีขาว สีแดง สีดำ ยี่ห้ออักษรพระนาม จ.ป.ร. แล้วโปรดให้สั่งปั้นสายทรงกระบอก จุกทำเป็นรูปเงินบาท มียี่ห้ออักษรพระนาม จ.ป.ร. มีทั้งสีขาว สีแดง สีดำ นอกจากของหลวงยังมีผู้อื่นสั่งปั้นอย่าง ร.2 อีกหลายท่าน เช่น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงอดิศรอุดมเดช พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าปรีดา และพระยาโชฎึกราชเศรษฐี (ฮวด) สั่งหลายคราว แต่ทำสู้ปั้นหลวงไม่ได้[2]

การเล่นปั้นแก้ไข

การเล่นปั้นตามตำหรับเก่า ต้องรวมปั้นอย่างให้มีครบชุด3สี และให้ได้ยี่ห้อเดียวกันด้วย กำหนดชุดปั้นเป็น3อย่าง คือ

  1. ชุดนพตรี ประกอบด้วย ปั้นขาวปุ่ม3 ปั้นขาวคอช้อย3 ปั้นขาวลูกแก้ว3 ปั้นแดงปุ่ม3 ปั้นแดงคอช้อย3 ปั้นแดงลูกแก้ว3 ปั้นดำปุ่ม3 ปั้นดำคอช้อย3 ปั้นดำลูกแก้ว3 ปั้นตลกรูปต่างกัน9ปั้น รวมทั้งสิ้น 36 ปั้น
  2. ชุดนพโท ประกอบด้วย ปั้นขาวปุ่ม2 ปั้นขาวคอช้อย2 ปั้นขาวลูกแก้ว2 ปั้นแดงปุ่ม2 ปั้นแดงคอช้อย2 ปั้นแดงลูกแก้ว2 ปั้นดำปุ่ม2 ปั้นดำคอช้อย2 ปั้นดำลูกแก้ว2 ปั้นตลกรูปต่างกัน6ปั้น รวมทั้งสิ้น 24 ปั้น
  3. ชุดนพเก้า ประกอบด้วย ปั้นขาวปุ่ม1 ปั้นขาวคอช้อย1 ปั้นขาวลูกแก้ว1 ปั้นแดงปุ่ม1 ปั้นแดงคอช้อย1 ปั้นแดงลูกแก้ว1 ปั้นดำปุ่ม1 ปั้นดำคอช้อย1 ปั้นดำลูกแก้ว1 ปั้นตลกรูปต่างกัน3ปั้น รวมทั้งสิ้น 12 ปั้น

นับถือว่าชุดนพตรีเป็นชุดปั้นชาที่วิเศษสุด บางทีก็เล่นผสมกับที่ชา ปั้นชาที่ดีมักทำตู้ไว้ตั้งดูต่างหาก ตู้ปั้นที่วิเศษที่สุด เรียกกันว่า "ตู้ปั้นช้างเผือก" พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชิดเชื้อพงศ์ ทำตู้ด้วยไม้ลายประดับงา วางปั้นอย่างสีขาวครั้งรัชกาลที่2 คัดแต่ปั้นที่ดีที่สุด รวมในตู้20ปั้น[3]

ยี่ห้อปั้นชาแก้ไข

ปั้นชาจีนในไทยนั้น นับถือกันว่าดีเยี่ยมมีอยู่5ยี่ห้อกัน ตามลำดับคือ

  1. ยี่ห้อหยงเจี่ย (雍正) นับถือว่าเป็นยี่ห้อที่ดีที่สุด
  2. ยี่ห้อกุนเต๊ก (君德)
  3. ยี่ห้อโซก๊วน (?)
  4. ยี่ห้อเม่งฉิน (孟臣)
  5. ยี่ห้อซัวคา (手拉) ไม่ค่อยนิยมใช้ เนื่องจากปั้นทำที่ตำบลปังเคย (เฟิ่งซี 楓溪) เมืองแต้จิ๋ว (เฉาโจว 潮州市) มณฑลกวางตุ้ง (廣東省) เนื้อดินอ่อน ผิวและสีไม่ค่อยงาม ทั้งไทยและจีนไม่ค่อยมีผู้นับถือ[4]

อ้างอิงแก้ไข

  1. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพ , ตำนานเรื่องเครื่องโต๊ะและถ้วยปั้น
  2. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพ , ตำนานเรื่องเครื่องโต๊ะและถ้วยปั้น
  3. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพ , ตำนานเรื่องเครื่องโต๊ะและถ้วยปั้น
  4. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพ , ตำนานเรื่องเครื่องโต๊ะและถ้วยปั้น