เปิดเมนูหลัก

ชิงร้อยชิงล้าน (ยุคแรก)

ชิงร้อยชิงล้าน เป็นรายการเกมโชว์และเป็นรายการลำดับที่ 2 ของบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน)ออกอากาศในวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2533 - 15 กันยายน พ.ศ. 2536 ออกอากาศทุกวันพุธ ตั้งแต่เวลา 22.00 - 23.00 น. (2533-2534) 22.15 - 23.15 น. (2535-2536) ทางช่อง 7 HD

ชิงร้อยชิงล้าน.jpg
ประเภทเกมโชว์
พัฒนาโดยเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์
เสนอโดยปัญญา นิรันดร์กุล
มยุรา เศวตศิลา
ผู้อำนวยการสร้างวัชระ ปานเอี่ยม
กิ่งกาญจน์ เมธีสุวกุล [1]
เครือข่าย/ช่องช่อง 7 HD (2533-2536)
เวิร์คพอยท์ ทีวี (3 ตุลาคม พ.ศ. 2554)
เรตไม่มีการจัดระดับ

ประวัติแก้ไข

ชิงร้อยชิงล้านออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2533 ซึ่งเป็นรายการลำดับที่ 2 ของบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) และเป็นรายการแรกที่มี Jackpot เงินรางวัลสูงสุดในบรรดาเกมโชว์ทั้งหมด (ในสมัยนั้น) คือเงินรางวัล 1,000,000 บาท โดยเปิดโอกาสให้เพื่อนสนิท, พ่อ-ลูก, แม่-ลูก, พระเอก-นางเอก, พี่น้อง และ คู่รักดารา มาเล่นเกมเพื่อลุ้นเงินรางวัล 1,000,000 บาท

เกมในชิงร้อยชิงล้านแก้ไข

สำหรับเกมของชิงร้อยชิงล้านนั้นจะมีชื่อเกมการแข่งขันทั้ง 2 รอบคือ เกมชิงบ๊วยและชิงดำ ซึ่งในชิงร้อยชิงล้านนั้นจะถูกแบ่งยุคต่างๆและกฎกติกาในเกมนั้นจะถูกปรับเปลี่ยนในช่วงปี 2535

ชิงบ๊วยแก้ไข

รอบชิงบ๊วย จะมีการใช้ลูกคะแนน 3 ช่วงยุคคือ

1. จะมีทั้งหมด 10 ลูก มีเลขตั้งแต่ 0-9

2. จะมีทั้งหมด 12 ลูก มีเลขตั้งแต่ 0-9 และ รูปคุณปัญญา และ คุณมยุรา

3. จะมีทั้งหมด 12 ลูก มีเลขตั้งแต่ 1-9 และ รูปคุณปัญญา , รูปคุณมยุรา และ รูปคุณหม่ำ

การแข่งขันแบ่งเป็นยุคดังนี้

ยุคที่ 1แก้ไข

กติกาคือ ทุกทีม จะต้องเลือกลูกคะแนนทีมละ 1 ลูกคะแนน แล้วเปิดดูของตัวเองว่าได้เลขอะไร และจากนั้นตัดสินใจจะเปลี่ยนหรือไม่ โดยจะมีคำถามปริศนาอ้วน-ผอม 2 ข้อ จากคุณ หมี ปลื้ม และ โน้ส อุดม โดยวิธีการตอบคำถาม จะต้องแย่งกดไฟ "ขยุ้ม" ไฟติดที่คู่ไหนจะได้ตอบก่อน ถ้าตอบถูกจะได้สิทธิ์ในการเปลี่ยนถ้าตอบผิด จะไม่สามารถเปลี่ยนได้ เมื่อเล่นจนครบคำถาม 2 ข้อ จะทำการเฉลยลูกคะแนนของแต่ละทีม ทีมใดได้คะแนนน้อยที่สุดจะตกรอบทันที แล้วรับเงินรางวัล 10,000 บาท กลับบ้านไป

ยุคที่ 2แก้ไข

กติกาจะคล้ายกับยุคที่ 1 ทุกประการ แต่มีข้อแตกต่างคือ คำถามปริศนาจะเหลือเพียงข้อเดียว และ ในแต่ละคู่ คู่ใดได้ลูกคะแนนที่เป็นรูปคุณปัญญาหรือคุณมยุรา จะได้รับรางวัลพิเศษ 10,000 บาท

ยุคที่ 3แก้ไข

กติกาคือ ผู้แข่งขันทุกทีม จะต้องเลือกลูกคะแนนทีมละ 1 ลูกคะแนน แล้วทำการตอบคำถามจาก "ตัวปริศนา" โดยการถามเพื่อหาข้อมูลว่า "ใช่ หรือ ไม่ใช่" ถ้าใช่ ก็จะถามไปเรื่อยๆและมีสิทธิ์ตอบได้ทุกเมื่อ ทีมที่ตอบถูกจะได้ลูกคะแนนเพิ่มอีก 1 ลูก เมื่อเล่นจบ จะทำการเฉลยลูกคะแนนของแต่ละทีม ทีมไหนได้ลูกคะแนนน้อยที่สุดจะต้อง ตกรอบไป แล้วรับเงินรางวัล 10,000 บาท และกรณีทีมที่เลือก 1 ลูกคะแนน ยังมีสิทธิ์ลุ้น 10,000 บาท ถ้าเป็นรูปคุณปัญญาหรือคุณมยุรา แต่ในกรณีที่ทีมใดที่ได้ลูกคะแนนที่เป็นรูปคุณปัญญาหรือรูปคุณมยุรา จะได้รับ 30,000 บาทแต่ต้องตกรอบไป เพราะมีค่าคะแนนเป็น 0 คะแนน

ยุคที่ 4แก้ไข

ผู้แข่งขันทั้ง 5 คนจะต้องตอบคำถามจาก "ตัวปริศนา" แล้วผลัดกันถามตามลำดับผู้แข่งขันและสามารถกดไฟเพื่อตอบแต่มีสิทธิ์กดตอบได้คนละ 2 ครั้ง หากตอบผิดครบ 2 ครั้งจะไม่มีโอกาสตอบทันที ผู้ที่ตอบถูกจะได้ลูกคะแนนอีก 1 ลูกคะแนน โดยเลือกลูกคะแนนให้คนที่ได้ 2 ลูกเลือกก่อนแล้วเรียงตามลำดับ แล้วทำการเฉลยหลังจากจบคำถาม ใครได้คะแนนน้อยที่สุดหรือได้ "หม่ำ" จะต้องตกรอบไป แล้วรับเงินรางวัล 10,000 บาทกลับบ้านไป แต่ถ้าผู้ที่ได้ 2 ลูกสามารถได้คะแนนรวมกันได้ 10 คะแนนหรือได้ ลูกคะแนนรูปคุณปัญญาและลูกคะแนนรูปคุณมยุรา จะได้รับเงินรางวัลพิเศษ 100,000 บาทไป

กติกาพิเศษสำหรับผู้ตกรอบ ผู้ตกรอบจะตัดสินใจเล่นเกมพิเศษเพื่อลุ้นรับเงินรางวัลเพิ่มขึ้นถึง 60,000 บาท โดยการหาลูกคะแนนที่สูงที่สุดโดยจะมีดังนี้

ถ้าเลือกเล่น 2 ลูก จะมีสิทธิ์ลุ้นถึง 20,000 บาท

ถ้าเลือกเล่น 3 ลูก จะมีสิทธิ์ลุ้นถึง 30,000 บาท

ถ้าเลือกเล่น 4 ลูก จะมีสิทธิ์ลุ้นถึง 40,000 บาท

ถ้าเลือกเล่น 5 ลูก จะมีสิทธิ์ลุ้นถึง 50,000 บาท

ถ้าเลือกเล่น 6 ลูก จะมีสิทธิ์ลุ้นถึง 60,000 บาท

ในกรณีที่ไม่เลือกเล่น 6 ลูก จะต้องมีการเอาลูกคะแนนที่เลือกออกไปแล้วเลือกลูกที่คะแนนสูงสุดในส่วนที่เล่น แต่ถ้าเล่น 6 ลูกก็ไม่ต้องเอาออกแล้วหาลูกที่คะแนนสูงที่สุด โดยจะต้องเลือก 1 ลูกจากส่วนที่เลือก ถ้าได้ลูกคะแนนสูงที่สุดรับเงินรางวัลในรอบนั้นทันที แต่ถ้าไม่ได้ลูกคะแนนสูงสุดจะเหลือ 1,000 บาท

ชิงดำแก้ไข

รอบชิงดำ จะมีรูปแบบ ดังนี้

ยุคที่ 1แก้ไข

ผู้แข่งรอบทั้ง 3 คู่ จะได้แท่งคะแนนคู่ละ 4 แท่ง โดยคู่ที่มีคะแนนสูงสุดในรอบชิงบ๊วยจะได้สิทธิ์ "โจมตี" ก่อน โดยเลือกคู่ไหนก็ได้มาแข่งขัน แล้วจะมีคำถามที่กำหนดในแต่ละรอบ จะต้องตอบคำถามภายใน 10 วินาทีและผู้ที่โจมตีจะได้เล่นก่อน เมื่อทำคะแนนเสร็จจะตัดสินใจว่าจะโจมตีกี่แท่ง ถ้าโจมตีด้วยแท่งคะแนน 2 แท่ง ฝ่ายถูกโจมตี ก็จะต้องลงแท่งคะแนน 2 แท่งเช่นกัน แล้วฝ่ายถูกโจมตีจะต้องตอบคำถามเช่นกันภายใน 10 วินาที โดยในแต่ละรอบคู่ไหนทำคะแนนได้มากกว่าจะได้แท่งคะแนนที่โจมตีไป คู่ไหนได้แท่งคะแนนครบ 12 แท่งจะได้เข้าไปรอบชิงล้าน แล้ว 2 คู่ที่ไม่มีแท่งคะแนนเลย จะต้องตกรอบไปและรับเงินรางวัลคู่ละ 10,000 บาท

ยุคที่ 2แก้ไข

มีจุดต่างจากยุคที่ 1 ดังนี้

1.ลดจำนวนแท่งคะแนนเหลือ 2 แท่ง

2.ในแต่ละรอบที่แข่งขันจะต้องเลือกคำถาม 1 คำถาม จากทั้งหมด 10 คำถาม แล้วแข่งขันกันทำคะแนนเหมือนเดิมจนกว่าจะมีคู่ที่ได้ครบ 6 แท่ง เพื่อที่จะไปในรอบชิงล้าน

รอบตัดสินแก้ไข

ในชิงร้อยชิงล้าน ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2536 ถึง 15 กันยายน 2536 มีการปรับเปลี่ยนเกมใหม่ โดยในเกมนี้เป็นเกมรอบตัดสินให้ผู้เข้าแข่งขันเข้าสู่รอบสุดท้าย ซึ่งจะคล้ายกับเกมชิงล้าน โดยจะมีคำถามอยู่ 5 ข้อ (ช่วงแรกจะมี 3 ข้อ) โดยคนหนึ่งจะอยู่ในห้องที่กั้นเสียงทั้งหมด ส่วนอีกคนหนึ่งจะบอกคำเฉลย โดยคนหนึ่งจะต้องตอบคำถามว่าคน ๆ นั้นชอบอะไรบ้าง เป็นต้น โดยผู้ที่อยู่ในห้องต้องตอบคำตอบทั้ง 5 ข้อ ถ้าใครตอบคำถามได้มากที่สุดจะเข้าสู่รอบสุดท้ายต่อไป

ชิงล้านแก้ไข

รอบสุดท้าย (Jackpot) หรือรอบชิงล้าน ของรายการชิงร้อยชิงล้านนั้น จะเป็นคำถามทายใจซึ่งเป็นเกมที่ผู้ชมในยุคนั้นรู้จักเป็นอย่างดีโดยเกมนี้เฉพาะผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านเข้ารอบเพียง 1 คู่เท่านั้น โดยที่จะต้องให้ผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านเข้ารอบ 1 คู่นั้นแยกตัวออกมา ซึ่งจะต้องให้ใครคนใดคนหนึ่งเข้าไปอยู่ข้างใน ส่วนอีกคนหนึ่งจะต้องอยู่ข้างนอกในห้องส่ง และส่วนพิธีกรนั้นจะแยกตัวออกมาเหมือนกัน โดยทำหน้าที่ถามคำถาม ซึ่งพิธีกรใครคนใดคนหนึ่งเข้าไปอยู่ข้างในกับผู้เข้าแข่งขันที่อยู่ข้างในด้วย และส่วนพิธีกรอีกคนหนึ่งอยู่ข้างนอกในห้องส่งกับผู้เข้าแข่งขันอีกคนหนึ่งด้วย กติกานั้นจะเป็นคำถามทายใจผู้ที่เข้าแข่งขันอยู่ด้านนอก ซึ่งเกมคำถามทายใจในรอบ Jackpot นั้นจะมีคำถามทั้งหมด 4 ข้อ พร้อมตัวเลือก 4 ตัวเลือก ถ้าผู้เข้าแข่งขันทั้งข้างนอกและข้างในตอบคำถามตรงกัน นั่นหมายความว่าถูกต้องนั่นเอง ถ้าตอบคำถามตรงกันถูกต้องครบทั้ง 4 ข้อ จะได้เงินรางวัล 1,000,000 บาท ซึ่งในช่วงแรกสนับสนุนเงินรางวัลโดย แชมพูสระผมยี่ห้อ ไดเมนชั่นทูอินวัน ต่อมาจึงมีผู้ร่วมสนับสนุนเป็นสินค้าอื่นๆ ด้วย แต่ถ้าตอบคำถามไม่ตรงกัน นั่นหมายความว่าผิดนั่นเอง จะได้เงินรางวัล 100 บาท และเกมจะจบลงทันที ต่อมาภายในปี 2535 เงินรางวัลจะเพิ่มอีก 1,000,000 บาทเป็น 2,000,000 บาท โดยแบ่งเงินรางวัลเป็น 1,000,000 บาทให้กับผู้เข้าแข่งขันทั้ง 2 คน และอีก 1,000,000 บาท สำหรับผู้โชคดีจากทางบ้านที่ส่งภาพถ่ายที่ล้างอัดโดยกระดาษสี โกดัก รอยัล เปเปอร์มายังรายการ

ต่อมาตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2536 ถึง 15 กันยายน 2536 มีการปรับเปลี่ยนเกมใหม่ โดยใช้วิธีการเปิดแผ่นป้ายซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเกมโชว์และใช้มาตลอดเกือบ 19 ปี โดยมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการทั้ง 12 แผ่นป้ายด้วยกัน แบ่งเป็นแผ่นป้ายเลข 0 ซึ่งจะมี 6 แผ่นป้าย โดยมีเงินรางวัล 10,000 บาท และแผ่นป้ายรูปหม่ำ จ๊กมก ซึ่งจะมี 6 แผ่นป้าย เป็นแผ่นป้ายเปล่าไม่มีเงินรางวัลแต่อย่างใด ซึ่งถ้าเปิดแผ่นป้ายเลข 0 ครบทั้ง 6 แผ่นป้าย จะได้รับเงินรางวัล 2,000,000 บาท โดยจะแบ่งให้คนละ 1,000,000 บาทให้กับผู้เข้าแข่งขัน และผู้โชคดีที่มาจากการจับรางวัลซึ่งเป็นฉลากชิ้นส่วนของผู้สนับสนุนรายการที่ผู้ชมทางบ้านส่งมาร่วมสนุกนั่นเอง แต่บางครั้งพิธีกรจะให้แถมเลือกแผ่นป้ายเพิ่ม เพื่อสะสมเงินรางวัล ในกรณีที่เปิดได้ป้ายหม่ำมากกว่า 3 ป้ายขึ้นไป

ผู้เข้าแข่งขันแก้ไข

ในชิงร้อยชิงล้านนั้นมีในช่วงแรก (2533 - 2534) จะมีผู้เข้าแข่งขัน 2 คนต่อทีม โดยส่วนมากจะเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียง รวมไปถึงคนดังในแวดวงอื่นๆ ด้วย แต่บางครั้งจะให้ผู้เข้าแข่งขันจากทางบ้านมาเล่นไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสนิทหรือพี่น้องเป็นต้น โดยจะมี 4 ทีมในเกม แต่ในเกมชิงร้อยชิงล้าน (ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2535 - 15 กันยายน 2536) นั้นมีการเปลี่ยนแปลงจำนวนผู้เข้าแข่งขันโดยเหลือ 3 ทีม ทีมละ 2 คน (เช่นเดียวกันกับ ชิงร้อยชิงล้าน Super Game) โดยทางรายการจะเชิญดาราที่เป็นเพื่อนสนิท, คู่พระเอก-นางเอก, พ่อ-ลูก, แม่-ลูก ด้วยตามโอกาสของรายการ

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

ก่อนหน้า ชิงร้อยชิงล้าน (ยุคแรก) ถัดไป
-   ชิงร้อยชิงล้าน (ยุคแรก)
(17 มกราคม 2533 - 15 กันยายน 2536)
  ชิงร้อยชิงล้าน Top Secret
  1. "ไตเติ้ล ชิงร้อยชิงล้าน ยุคแรก ตัวเต็ม". Youtube.com. สืบค้นเมื่อ 29 ตุลาคม 2561.