การก่อการกำเริบควังจู

การก่อการกำเริบควังจู (ฮันกึล: 광주 민주화 항쟁, ฮันจา: 光州民主化運動, อังกฤษ: Gwangju Uprising) เป็นเหตุการณ์การเรียกร้องประชาธิปไตยหรือการก่อการกำเริบโดยประชาชนในเกาหลีใต้ ถือเป็นเหตุการณ์นองเลือดที่สุดในประวัติศาสตร์เกาหลีร่วมสมัย นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเกาหลี [2] เหตุการณ์เกิดขึ้นที่เมืองควังจู เมืองใหญ่อันดับที่ 5 ของเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 18 พฤษภาคม ถึง 27 พฤษภาคม ค.ศ. 1980 ขณะนั้นเกาหลีใต้อยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง ภายหลังการเสียชีวิตของประธานาธิบดี นายพลพัก ช็อง-ฮี หลังถูกยิงโดยคิม แจ-เกียว หัวหน้าสำนักข่าวกรองของเกาหลี

การก่อการกำเริบควังจู
ส่วนหนึ่งของ การเคลื่อนไหวมินจุง
May 18th Memorial Monument.jpg
หอรำลึกการดิ้นรน 18 พฤษภาคม
วันที่18–27 พฤษภาคม ค.ศ. 1980
สถานที่ควังจู, เกาหลีใต้
สาเหตุ
เป้าหมายการทำให้เป็นประชาธิปไตย
วิธีการเดินขบวนประท้วงและการดื้อแพ่ง หลังจากนั้นคือการกบฏ
ผลการจลาจลของกลุ่มเคลื่อนไหวที่สนับสนุนประชาธิปไตย; ประชาชนและทหารบางส่วนบาดเจ็บ
คู่ขัดแย้ง
ประชาชนควังจู

ฮานาโฮ
ทหารเกาหลีใต้

  • ROKA SWC (ในตอนนั้นรู้จักกันในชื่อ "Airborne unit")

ตำรวจเกาหลีใต้

  • Jeollanam-do (Jeonnam) Provincial Police Agency
ผู้นำ
ไม่มีผู้นำเป็นศูนย์กลาง
ความสูญเสีย
ถูกฆ่า 165 คน, หายตัว 76 คน, บาดเจ็บ 3,515 คน[ต้องการอ้างอิง]
ถูกฆ่า 41 นาย (ทหาร 37 นาย, เจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 นาย) และบาดเจ็บ 253 นาย (ทหาร 109 นาย, เจ้าหน้าที่ตำรวจ 144 ราย) (ทหาร 14 นายถูกฆ่าโดยการยิงที่ผิดพลาด)[ต้องการอ้างอิง]
สูงถึง 2,000 คน; ดูส่วนคนบาดเจ็บและตาย

นายพลช็อน ดู-ฮวัน หัวหน้าหน่วยสืบราชการลับของกองทัพบก ได้ร่วมมือกับนายพลโน แท-อู แม่ทัพที่คุมกองกำลังด้านชายแดนเกาหลีเหนือ ยึดอำนาจเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ค.ศ. 1979 ทำให้ประชาชนทั่วประเทศก่อความเคลื่อนไหวคัดค้าน นายพลช็อน ดู-ฮวัน และนายพลโน แท-อู ต้องสั่งการให้กองทัพใช้กำลังปราบปรามประชาชนอย่างเด็ดขาด ยกเว้นอยู่ที่เดียว คือที่เมืองควังจู ที่นักศึกษาและประชาชนร่วมมือกันต้านทานกองทัพได้อย่างเข้มแข็ง

ช็อน ดู-ฮวัน ประกาศใช้กฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ. 1980 และส่งกำลังทหารกว่า 100,000 นาย เข้าปิดล้อมควังจู แต่ชาวเมืองรวมทั้งตำรวจ ร่วมกันต่อต้าน ทั้งสองฝ่ายเริ่มยิงต่อสู้กันเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม จนฝ่ายทหารเข้ายึดควังจูได้เมื่อเวลา 4.00 น. ของวันที่ 27 พฤษภาคม ค.ศ. 1980[3] จากรายงานของรัฐบาล ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตเป็นประชาชน 144 คน ทหาร 22 คน และตำรวจ 4 คน มีผู้บาดเจ็บเป็นประชาชน 127 คน ทหาร 109 คน ตำรวจ 144 คน [4] แต่จากรายงานของกลุ่มญาติผู้เสียชีวิต ระบุว่าประชาชนอย่างน้อย 165 คนเสียชีวิตระหว่างวันที่ 18 ถึง 27 พฤษภาคม มีผู้สูญหาย 65 คน สันนิษฐานว่าเสียชีวิตแล้ว [5]

ช็อน ดู-ฮวัน ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี 2 สมัย ระหว่างปี ค.ศ. 1980 ถึง ค.ศ. 1988 ตามด้วยโน แท-อู ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีก 2 สมัย ระหว่างปี ค.ศ. 1988 ถึง ค.ศ. 1993 จนกระทั่งถึงสมัยของประธานาธิบดีพลเรือน นายคิม ยองซัม ได้ประกาศนโยบายปฏิรูปการเมือง และปราบปรามการฉ้อราษฎร์บังหลวง และนำคดียึดอำนาจการปกครอง และคดีสังหารประชาชนที่ควังจู ขึ้นสู่ศาลในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2539

ศาลอาญาประจำโซล มีคำตัดสินเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ค.ศ. 1996 ลงโทษประหารชีวิตนายพลช็อน ดู-ฮวัน จำเลยที่หนึ่ง และจำคุกนายพลโน แท-อู จำเลยที่สอง 22 ปี 6 เดือน และจำคุกนายพลอื่น ๆ อีก 13 คน [3]

ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2017 ภายหลังการขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของมุน แจ-อิน ได้สั่งให้มีการรื้อฟื้นคดีนี้ขึ้นมาใหม่[2]

อ้างอิงแก้ไข

  1. ศาลสูงสุดแห่งเกาหลีใต้
  2. 2.0 2.1 หน้า 10 ต่างประเทศ, นองเลือดที่สุดในประวัติศาสตร์เกาหลีใต้. คมชัดลึกปีที่ 16 ฉบับที่ 5690: วันศุกร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
  3. 3.0 3.1 ทวีป วรดิลกคดีแห่งศตวรรษ (ตีพิมพ์เป็นตอนใน มติชนสุดสัปดาห์). กรุงเทพฯ : สุขภาพใจ, 2540. 216 หน้า. ISBN 974-7112-66-3
  4. The Kwangju Popular Uprising and the May Movement
  5. 1980: The Kwangju uprising | libcom.org

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข