เปิดเมนูหลัก

กองทัพดัมเบิลดอร์ (อังกฤษ: Dumbledore's Army - D.A.) ก่อตั้งขึ้นโดยแนวคิดของ เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ ว่าอยากให้ แฮร์รี่ พอตเตอร์ เพื่อนซี้ของเธอเป็นครูสอนวิชา ป้องกันตัวจากศาสตร์มืด ภาคปฏิบัติ โดยโครงการนี้ก่อตั้งขึ้นในภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์กับภาคีนกฟีนิกซ์ เพื่อให้สมาชิกที่เรียกตนเองว่า กด. ร่วมกันเรียนรู้เกี่ยวกับวิชา ป้องกันตัวจากศาสตร์มืด ที่ไม่เคยได้เรียนอย่างเป็นชิ้นเป็นอันเท่าไหร่นัก


ประวัติแก้ไข

กองทัพดัมเบิลดอร์ เริ่มก่อตั้งครั้งแรก ณ ร้านหัวหมู หมู่บ้านฮอกส์มี้ด โดยได้ใช้อักษรย่อว่า ก.ด. เพื่อเป็นการรักษาความลับ โดยชื่อกด. ถูกเสนอให้ใช้ชื่อนี้โดย จินนี่ วีสลีย์ กองทัพดัมเบิลดอร์ได้ชุมนุมกันในห้องต้องประสงค์ที่อยู่บนชั้น 7 ของฮอกวอตส์ มีจุดประสงค์หลักเพื่อสอนคาถาและการป้องกันตัวจากศาสตร์มืด ได้มีสมาชิกเข้าร่วมมากขึ้นเนื่องจากเหล่านักเรียนนั้นไม่พอใจโดโรเลส อัมบริดจ์ อย่างไรก็ตาม กองทัพดัมเบิลดอร์ต้องยุติบทบาทลงเมื่อมารีเอตต้า เอจคอมป์ หนึ่งในสมาชิกบ้านเรเวนคลอได้นำความลับของกองทัพไปบอกแก่อัมบริดจ์ ภายหลังมารีเอ็ตต้าก็ได้คำสาปที่ปรากฏเป็นคำว่า "ปากบอน" บนแก้มของเธอ ซึ่งเป็นคำสาปที่เฮอร์ไมโอนี่เสกไว้ลงโทษคนที่นำความลับของกองทัพไปบอกผู้อื่น

แม้แฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี่จะไม่ได้เรียนต่อในปีที่ 7 กองทัพดัมเบิลดอร์ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในเล่มสุดท้าย ภายใต้การนำของเนวิลล์ ลองบัตท่อม มีจุดประสงค์เพื่อสอนคาถาและต่อต้านการปกครองฮอกวอตส์ของเหล่าผู้เสพความตาย

ประวัติสมาชิกแก้ไข

แฮร์รี่ พอตเตอร์แก้ไข

ดูบทความหลักที่: แฮร์รี่ พอตเตอร์

รับหน้าที่เป็นอาจารย์สอน

เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์แก้ไข

ดูบทความหลักที่: เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์

รับหน้าที่ในการตามตัวสมาชิก และ ดูแลความเรียบร้อย

รอน วีสลีย์แก้ไข

ดูบทความหลักที่: รอน วีสลีย์

หนึ่งในสมาชิกการเรียนการสอน

เนวิลล์ ลองบัตท่อมแก้ไข

เนวิลล์ ลองบัตท่อม เป็นนักเรียนบ้านบ้านกริฟฟินดอร์ เกิดวันที่ 31 กรกฎาคม ค.ศ 1980 วันเดียวกับวันเกิดของแฮร์รี่ พอตเตอร์ เขาจึงมีคุณสมบัติแค่เกือบตรงกับคำพยากรณ์หายนะ ผู้ที่จะปราบเจ้าแห่งศาสตร์มืด เพียงแค่ว่าโวลเดอมอร์ไม่ได้เลือกเขา เขาจึงไม่ใช่ผู้ที่ถูกเลือก โวลเดอมอร์ตีความหมายของคำพยากรณ์นั่นว่าหมายถึง แฮร์รี่ พอตเตอร์ และนั่นทำให้เขารอดพ้นชะตากรรมอันแสนสาหัสแบบเดียวกับแฮร์รี่ต้องเผชิญไปได้ เนวิลล์ ลองบัตท่อม เป็นลูกชายของ แฟรงค์และอลิซ ลองบัตท่อม พ่อและแม่ของเขาเป็นสมาชิกภาคีนกฟีนิกซ์ อีกทั้งพวกเขาทั้งสองคนยังเป็นมือปราบมารด้วย แต่เขาทั้งสองก็ถูกพวกผู้เสพความตาย นำโดย เบลลาทริกซ์ เลสแตรงจ์ ใช้คำสาปกรีดแทงจนเสียสติจนต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเซนต์มังโก พวกแฮร์รี่ซึ่งไปเยี่ยมคุณวีสลีย์เจอพวกเขาโดยบังเอิญ และได้รับการเปิดเผยถึงสาเหตุที่พ่อแม่ของเนวิลล์ต้องมาอยู่ที่เซนต์มังโกแห่งนี้ ที่นั่นเนวิลล์มองหน้าพวกแฮร์รี่เหมือนกับจะประชดประชันให้พวกเขาหัวเราะเยาะที่มีพ่อแม่เสียสติ ทว่าในเวลานั้นถูกบรรยายว่า แฮร์รี่ไม่เคยเจอเหตุการณ์ใดที่ไม่ชวนหัวเราะมากที่สุดในชีวิตขนาดนี้มาก่อน

เนวิลล์เป็นเด็กผู้ชายที่ซุ่มซ่าม ขี้ลืม ทำอะไร ๆ พลาดบ่อย ถึงขนาดต้องพกลูกแก้วเตือนความจำ และ จดรหัสผ่านเข้าหอพักพกติดตัว อาศัยอยู่กับคุณย่าออกัสต้า ลองบัตท่อม ซึ่งมีนิสัยเข้มงวดตั้งแค่เขายังเล็กๆ เมื่อเนวิลล์เติบโตขึ้น เขากลายเป็นเด็กหนุ่มที่มีความคิดกล้าตัดสินใจ มีความเป็นผู้นำ กล้าหาญ และใจถึงเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังรักเพื่อนพ้อง ไม่ยอมทรยศแม้แต่ครั้งเดียว ใน แฮร์รี่ พอตเตอร์กับภาคีนกฟินิกส์ เนวิลล์เป็นสมาชิกของกองทัพดัมเบิลดอร์ และได้ร่วมต่อสู้กับผู้เสพความตายที่กองปริศนา กระทรวงเวทมนตร์ และเป็นคนทำลูกแก้วพยากรณ์ ลูกแก้วที่ทำนายผู้ที่จะปราบลอร์ดโวลเดอมอร์แตกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ จึงทำให้ไม่รู้คำทำนายของลูกแก้วนั้น ภายหลังแฮร์รี่ได้รู้จากศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ว่า สิ่งที่ลูกแก้วพยากรณ์ได้เก็บไว้คือ ผู้ที่จะปราบลอร์ดโวลเดอมอร์คือคนที่เกิดวันสุดท้ายของเดือนกรกฎาคม ท้าทายลอร์ดโวลเดอมอร์มาแล้วสามครั้ง และโวลเดอมอร์ได้ทำเครื่องหมายเขาในฐานะผู้เท่าเทียมกัน ซึ่ง 2 ข้อแรกนั้นอาจเป็นแฮร์รี่หรือเนวิลล์ ออกัสต้ากล่าวว่า เธอภาคภูมิใจในตัวเนวิลล์เป็นอย่างมาก หลังจากจบการสู้รบที่กระทรวงเวทมนตร์ในภาคภาคีนกฟีนิกซ์

ในภาคสุดท้ายเหล่าผู้เสพความตายครอบงำฮอกวอตส์ เนวิลล์ทำหน้าที่ผู้นำแทนแฮร์รี่และคอยติดตามข่าวของแฮร์รี่เป็นระยะๆ แต่สิ่งที่ขัดขวางเขาคือพวกพี่น้องแคร์โรลพี่น้องผู้เสพความตายที่มาสอนวิชาการป้องกันตัวจากศาสตร์มืดที่คราวหลังถูกพวกนี้ใช้คำว่าศาสตร์มืดแทนเนื่องจากสอนเรื่องศาสตร์มืดของจริง เนวิลล์พยายามขโมยดาบกริฟฟินดอร์ของจริงจากห้องทำงานของสเนปแต่ถูกจับได้จึงทำให้เขาถูกลงโทษแสนสาหัส และในวิชาต่างที่พวกแคร์โรลสอนเขามักพูดต่อต้านทุกครั้งซึ่งเป็นสิ่งที่แฮร์รี่เคยทำในสมัยที่โดโลเรส อัมบริดจ์ครองฮอกวอตส์ ในวันที่แฮร์รี่กลับมาเขายังต่อสู้ได้อย่างสมเกียรติในสงครามฮอกวอตส์และยังตัดหัวนากินีงูของโวลเดอมอร์ทำให้แฮร์รี่ฆ่าโวลเดอมอร์ได้สำเร็จ

สิบเก้าปีต่อมาเนวิลล์เป็นอาจารย์สอนวิชาสมุนไพรศาสตร์ที่ฮอกวอตส์ เนวิลล์ แต่งงานกับ ฮันนาห์ อับบอต โดยอาศัยร่วมกันที่ร้านหม้อใหญ่รั่ว ที่ฮันนาห์ได้เป็นเจ้าของคนต่อมา

จินนี่ วีสลีย์แก้ไข

จิเนฟรา "จินนี่" มอลลี่ วีสลีย์ เป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัว"วีสลีย์" และเป็นน้องคนสุดท้องของพี่ชายทั้ง 6 คน เธอจึงมีลักษณะนิสัยที่ค่อนข้างเด็ดขาดและเข้มแข็ง เธอยังเป็นที่ชื่นชอบของนักเรียนทั้งชายและหญิงในฮอกวอตส์หลาย ๆ คนอีกด้วย เธออายุน้อยกว่ารอนและแฮร์รี่หนึ่งปี แอบหลงรักแฮร์รี่มานาน จินนี่พบกับแฮร์รี่ครั้งแรกในภาคหนึ่ง ตอนที่เธอและครอบครัวไปส่งพี่ ๆ ขึ้นรถไฟไปฮอกวอตส์ ในภาค 2 เธอเข้ามาเรียนที่ฮอกวอตส์เป็นปีแรก และได้รับการคัดสรรมาสู่บ้านกริฟฟินดอร์ เธอคือผู้เปิดห้องแห่งความลับขึ้นมาอีกครั้ง ภายใต้การครอบงำของโวลเดอมอร์ผ่านสมุดบันทึกของเขา และในท้ายที่สุดแฮรี่ก็ช่วยเธอไว้ได้

จินนี่ยังเป็นเชสเซอร์ของทีมกริฟฟินดอร์ โดยเธอยังสามารถเล่นตำแหน่งซีกเกอร์แทนแฮร์รี่ได้อีกด้วย ในภาค 5 จินนี่ได้เข้าร่วมกองทัพดัมเบิลดอร์และได้มีส่วนร่วมในการต่อสู้ที่กระทรวงเวทมนตร์ ในภาค 6 หนังสือได้บรรยายว่าจินนี่สวยขึ้นมากจนแฮร์รี่เริ่มสนใจเธอ เธอได้คบกับดีน โทมัสช่วงหนึ่งแต่ก็ได้เลิกรากันไป เธอได้คบกับแฮร์รี่ในที่สุด แต่ภายหลังการตายของดัมเบิลดอร์ แฮร์รี่ได้ตัดสินใจค้นหาฮอร์ครักซ์ที่เหลือเพื่อปราบโวลเดอมอร์ตามหน้าที่ที่ดัมเบิลดอร์มอบหมายให้ ทำให้เขาตัดสินใจยุติความสัมพันธ์กับจินนี่ในที่สุด จินนี่ได้กลับไปเรียนที่ฮอกวอตส์ในปีที่หกของเธอ ซึ่งฮอกวอตส์ได้ถูกควบคุมโดยผู้เสพความตายโดยสมบูรณ์ ทำให้เธอและเนวิลล์ได้เริ่มต้นตั้งกองทัพดัมเบิลดอร์ขึ้นอีกครั้งเพื่อฝึกสอนเวทมนตร์ในห้องต้องประสงค์ แฮร์รี่พบกับจินนี่อีกครั้งในสงครามฮอกวอตส์ จินนี่ได้เข้าร่วมการต่อสู้แม้อายุจะไม่ถึงเกณฑ์และเกือบถูกฆ่าตายโดยเบลาทริกซ์ เลสแตรงค์ แต่มอลลี่ แม่ของเธอได้เข้ามาช่วยและสังหารเบลาทริกซ์ได้ ภายหลังสงคราม จินนี่ได้เป็นนักควิดดิชอาชีพก่อนที่จะผันตัวเป็นคอลัมนิสของเดลี่พรอเฟ็ต หมวดกีฬา เธอแต่งงานกับแฮร์รี่และมีลูกด้วยกันสามคนคือ เจมส์ ซิเรียส พอตเตอร์,อัลบัส 'อัล' เซเวอร์รัส พอตเตอร์ และลิลี่ ลูน่า พอตเตอร์

ลูน่า เลิฟกู๊ดแก้ไข

ลินนี่เลิฟ ลูน่า เลิฟกู๊ด หรือ ลู่น่า เลิฟกู๊ด เด็กหญิงสติเฟื่องอยู่ปีเดียวกับจินนี่ วีสลีย์ เชื่อในสิ่งแปลกๆ เคยเห็นคนตายมาแล้วคือแม่ของเธอเอง เป็นหนึ่งในกองทัพดัมเบิลดอร์ และได้ไปต่อสู้กับผู้เสพความตายที่กองปริศนา กระทรวงเวทมนตร์พร้อมกับแฮร์รี่ รอน เฮอร์ไมโอนี่ เนวิลล์ และจินนี่ พ่อของลูน่าเป็นบรรณาธิการของนิตยสาร เดอะ ควิบเบลอร์ ในภาคสุดท้ายลูน่าโดนผู้เสพความตายจับตัวไปกักขังไว้ที่คฤหาสถ์มัลฟอย ภายหลังพวกแฮรฺรี่ได้ไปช่วยเธอและพาเธอหนีกลับมาได้ เธอยังได้ต่อสู้ในสงครามฮอกวอตส์อีกด้วย

ลูน่าปรากฏตัวครั้งแรกในภาคที่ห้า แฮร์รี่ พอตเตอร์กับภาคีนกฟีนิคส์ในฉากรถไฟที่แฮร์รี่นั่งกับจินนี่และเนวิลล์ เธออยู่บ้านเรเวนคลอมักเป็นคนแปลกๆจนมีฉายาว่าลูน่าสติเฟื่อง เนื่องจากนิสัยที่แปลกๆของเธอนั่นเอง ในวันที่พวกแฮร์รี่นัดพบกันเพื่อตั้งกองทัพต่อต้านกระทรวงเวทมนตร์ที่เข้า ยึดฮอกวอตส์อย่างเงียบๆ ลูน่าได้เข้าร่วมกองทัพต่อต้านกระทรวงในชื่อกองทัพดัมเบิลดอร์และได้ฝึกการ ป้องกันตัวจากศาสตร์มืดของจริงกับแฮร์รี่ที่ฝึกกันอย่างลับๆในห้องต้องประสงค์อีก ด้วย เธอสามารถฝึกจนเสกคาถาผู้พิทักษ์ได้ แต่ภายหลังอัมบริดจ์ค้นพบความลับของกองทัพดัมเบิลดอร์จากมารีเอ็ตต้า เอจแคมป์ผู้ทรยศกองทัพ ทำให้การชุมนุมของกองทัพดัมเบิลดอร์ต้องยกเลิกไป แต่ในวันที่อัมบริดจ์จับตัวแฮร์รี่ได้และพาแฮร์รี่ไปสืบความลับเกี่ยวกับ ดัมเบิลดอร์ ลูน่าเองก็ถูกจับตัวไป แต่เนื่องจากเฮอร์ไมโอนี่สามารถหลอกอัมบริดจ์ได้พวกกองทัพดัมเบิลดอร์บาง ส่วนจึงบุกไปที่กระทรวงเพื่อช่วยซีเรียส แบล็ก แต่ความเข้าใจของแฮร์รี่ผิดพลาด เพราะแท้จริงแล้วโวลเดอมอร์หลอกเขามาที่นี่เพื่อฆ่าเขา ทำให้เกิดการต่อสู้ที่กระทรวง ลูน่าเองก็ร่วมด้วย จนการต่อสู้จบลง ในภาคสุดท้ายลูน่าถูกจับตัวไปโดยผู้เสพความตายไปขังไว้ที่คฤหาสถ์มัลฟอยแต่ แฮร์รี่สามารถช่วยเธอได้และพาเธอหนีมา ลูน่ายังได้ช่วยเหลือแฮร์รี่ในการค้นพบรัดเกล้าแห่งเรเวนคลอและเธอก็ได้ร่วมต่อสู้ในสงครามฮอกวอตส์ จนเรื่องทั้งหมดจบลงด้วยดี ลูน่าได้แต่งงานกับรอล์ฟ สคามันเดอร์ ซึ่งเป็นหลานชายของนิวส์ สคามันเดอร์ ผู้เขียนหนังสือเรื่อง สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่

โช แชงแก้ไข

โช แชง เป็นสาวน้อยบ้านเรเวนคลอที่แฮร์รี่เคยชอบ ชื่อของเธอแสดงให้เห็นว่าเธอมีเชื้อสายเอเชีย ปรากฏตัวครั้งแรกในเล่ม 3 แฮร์รี่เห็นโชครั้งแรก ในนัดแข่งควิชดิชกับเรเวนคลอ เขาคิดว่าเธอสวยน่ารักมากทีเดียว ในเล่มที่ 4 แฮร์รี่ต้องเข้าร่วมการประลองเวทย์ไตรภาคี ซึ่งมีตัวแทนจากฮอกวอตส์สองคน นั่นคือแฮร์รี่ และเซดริก ดิกกอรี่ คู่รักของโช

หลังจากดิกกอรี่ตาย โชพยายามเข้ามาติดพันกับแฮร์รี่ ในเล่ม 5 เธอเข้าร่วมกลุ่ม กองทัพดัมเบิลดอร์ ในปีที่ 5 นี้เองแฮร์รี่ก็ได้จูบแรกจากเธอ หลังจากเหตุการณ์ที่มารีเอ็ตต้า เพื่อนของเธอได้ไปฟ้องอัมบริดจ์เกี่ยวกับ กองทัพดัมเบิลดอร์(ในภาพยนตร์ถูกเปลี่ยนเป็นโชแทน) แฮร์รี่และโชจึงยุติความสัมพันธ์กันในที่สุด เพราะสาเหตุหลักคือเธอยังลืมเซตดิก ดิกกอรี่ไม่ได้และเห็นว่าแฮรี่เป็นเพียงคนคั่นเวลา แต่เมื่อแฮร์รี่รู้ เขาก็ยอมรับและทำใจได้

จากข้อมูลในหนังสือนั้น แสดงให้เห็นว่า โช แชง มีอายุมากกว่าแฮร์รี่ 1 ปี โช แชง เป็นซีกเกอร์ ประจำทีมควิชดิช ของบ้านเรเวนคลอ หลังจบสงครามฮอกวอตส์ โช แชง ได้แต่งงานกับมักเกิ้ลคนหนึ่ง แต่ไม่ทราบว่ามีลูกด้วยกันหรือไม่

เฟร็ด และ จอร์จ วีสลีย์แก้ไข

ฝาแฝดวีสลีย์ เป็นพี่ชายของรอน วีสลีย์ ชื่นชอบการทำเรื่องยุ่ง และแกล้งคน เฟร็ดและจอร์จ เป็นสีสันในหนังสือ แฮร์รี่ พอตเตอร์เป็นอย่างยิ่ง ฝาแฝดมีเพื่อนสนิทที่ฮอกวอตส์ คือ ลี จอร์ดัน (ผู้ทำหน้าที่พากย์เกมส์ควิชดิชจนถึงเล่ม 5) ฝาแฝดเองก็เล่นควิชดิชด้วย พวกเขาเป็นบีตเตอร์ของทีมควิชดิชกริฟฟินดอร์จนถึงเล่ม 5 เพราะอัมบริดจ์ได้ยึดไม้กวาดของพวกเขาและสั่งห้ามเล่นตลอดชีวิต ฝาแฝดได้ออกจากโรงเรียนไป หลังจากก่อเรื่องแก้แค้นอย่างสาสมกับอัมบริดจ์ พวกเขาได้ตั้งร้านที่ตรอกไดแอกอน ชื่อร้าน "เกมกลวิเศษวีสลีย์" โดยได้เงินในการตั้งร้าน จากเงินรางวัลการประลองเวทไตรภาคีของแฮร์รี่ ด้วยพรสวรรค์ในการประดิษฐ์ของตลก กิจการ "ร้านเกมกลวีสลีย์" นั้นจึงเป็นที่นิยมอย่างมาก จนนางมอลลี่ยอมรับให้ลูกชายของเธอทำร้านต่อไป

ในภาค 7 จอร์จ หูขาดเพราะโดนคาถาเซ็กตัมเซมปร้า จากเซเวอร์รัส สเนป ที่พยายามจะใช้คาถายิงไปที่มือของผู้เสพความตาย ในตอนที่โวลเดอร์มอร์ไล่ล่าแฮร์รี่ ส่วนเฟร็ด ตายในตอนท้ายที่กลับมาฮอกวอตส์ด้วยฝีมือของผู้เสพความตาย จอร์จโศกเศร้ากับการสูญเสียเฟร็ด ภายหลังเขาแตงงานกับแอนเจลินา จอห์นสัน และตั้งชื่อลูกชายว่าเฟร็ด เพื่อรำลึกถึงฝาแฝดของเขา

ลาเวนเดอร์ บราวน์แก้ไข

ลาเวนเดอร์ บราวน์ เป็นนักเรียนจากบ้านกริฟฟินดอร์และเป็นเพื่อนสนิทกับปาราวตี พาติล เธอมีบทบาทในการร่วมกองทัพดัมเบิลดอร์ในปี 5 แต่ภายหลังอัมบริดจ์รู้ความลับเข้ากองทัพดัมเบิลดอร์เลยไม่ได้ชุมนุมอีก ในปี 6 ลาเวนเดอร์มีบทบาทสำคัญอย่างมากในฐานะคนรักของรอน วีสลีย์ เธอเริ่มการคบกับรอนโดยการมาเชียร์รอนที่สนามการคัดเลือกคีปเปอร์ประจำปีและภายหลังลาเวนเดอร์และรอนก็เริ่มคบกัน สร้างความอึดอัดใจให้กับเฮอร์ไมโอนี่มาก ภายหลังความรักรอนกับลาเวนเดอร์เริ่มแตกแยก จนในที่สุดลาเวนเดอร์เห็นรอนกับเฮอร์ไมโอนี่เดินลงมาจากหอนอนชายด้วยกันเลยเข้าใจผิดคิดว่าทั้งสองขึ้นไปทำอะไรกันบนนั้น ลาเวนเดอร์จึงเลิกกับรอน รอนเองก็คบกับเฮอร์ไมโอนี่แทน ในปี 7 ในสงครามฮอกวอตส์ ลาเวนเดอร์ได้เข้าร่วมการต่อสู้ที่ฮอกวอตส์และรอดชีวิตมาได้ แต่ในฉบับภาพยนตร์ได้มีการเปลี่ยนแปลงให้เธอถูกเฟนเรีย เกรย์แบ็กฆ่าตายด้วยการกัดที่ต้นคอ

ดีน โทมัสแก้ไข

ดีน โทมัส เป็นเพื่อนร่วมบ้านกริฟฟินดอร์ของแฮร์รี่ เขาอาศัยอยู่กับแม่ที่เป็นมักเกิ้ลเนื่องจากพ่อของเขาได้ทิ้งเขาไปตั้งแต่เด็ก ดีน โทมัสมีความผูกพันกับมักเกิ้ลมากกว่าเพื่อนหลายคนและเป็นแฟนฟุตบอลทีมเวสต์แฮม ยูไนเต็ด เขาได้ข้าร่วมกองทัพดัมเบิลดอร์ในเล่ม 5 ต่อมาดีนได้คบกับจินนี่ ซึ่งสร้างความหึงหวงให้แก่แฮร์รี่เป็นอย่างมาก แต่แล้วดีนกับจินนี่ก็เลิกรากันไป ในเล่ม 7 ดีนเป็นหนึ่งในพ่อมดที่ถูกขึ้นทะเบียนว่าเป็นพ่อมดที่เกิดจากพ่อแม่ที่เป็นมักเกิ้ลเช่นเดียวกับเฮอร์ไมโอนี่ ทำให้เขาต้องหนีการจับกุม แต่สุดท้ายก็ถูกพวกนักล่าค่าหัวจับพร้อมกับแฮร์รี่ รอน เฮอร์ไมโอนี่ กริ๊ปฮุก และลูน่า แต่แล้วก็รอดมาได้ เขาคือหนึ่งในนักเรียนที่ได้เข้าต่อสู้ในสงครามฮอกวอตส์ และเขาก็ได้เป็นแฟนกับเชมัส ฟินนิกัน

เชมัส ฟินนิกันแก้ไข

เชมัสเป็นเพื่อนร่วมชั้นเดียวกับแฮร์รี่ พอตเตอร์ เขาเป็นลูกครึ่ง โดยมีแม่เป็นแม่มด ส่วนพ่อเป็นมักเกิ้ลเชมัสเป็นเพื่อนสนิทกับดีน โทมัส มีนิสัยซุ่มซ่ามและชอบทำอะไรระเบิดบ่อยครั้ง ในภาค 5 เชมัสขัดแย้งกับแฮร์รี่อย่างรุนแรงเนื่องจากเขาเชื่อว่าแฮร์รี่โกหกเรื่องการกลับมาของโวลเดอมอร์ แต่แล้วเขาก็ได้เปลี่ยนใจและเข้าร่วมเป็นหนึ่งในกองทัพดัมเบิลดอร์ แต่ไม่นานกองทักก็ต้องถูกล้มเลิกเนื่องจากอัมบริดจ์จับได้ ในภาคสุดท้าย เชมัสได้กลับไปเรียนต่อที่ฮอกวอตส์และได้สานต่อกองทัพดัมเบิลดอร์ขึ้นอีกครั้งร่วมกับเนวิลล์และจินนี่ เนวิลล์ได้ระบุว่าเชมัสคือหนึ่งในคนที่ต่อสู้กับพวกผู้เสพความตายมากที่สุด ทำให้เขาถูกลงโทษอย่างรุนแรงหลายครั้ง เชมัสได้เข้าร่วมการต่อสู้ที่ฮอกวอตส์เช่นเดียวกับเพื่อนๆ และเขาได้เป็นแฟนกับดีน โทมัส

อ้างอิงแก้ไข