กรมวิทยาศาสตร์บริการ

กรมวิทยาศาสตร์บริการ (The Department of Science Service: DSS) เป็นส่วนราชการระดับกรม ในสังกัด กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีหน้าที่และอำนาจ เกี่ยวกับการให้บริการทางวิทยาศาสตร์ โดยกำกับดูแล ส่งเสริม วิจัยพัฒนา ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเสริมสร้างการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน[1] กรมวิทยาศาสตร์บริการเป็นสมาชิกของสหภาพเคมีบริสุทธิ์และเคมีประยุกต์ระหว่างประเทศ (IUPAC)

กรมวิทยาศาสตร์บริการ
Department of Science Service
ที่ทำการ
75/7 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
ภาพรวม
วันก่อตั้ง พ.ศ. 2434
สืบทอดจาก ศาลาแยกธาตุ กระทรวงพาณิชย์และคมนาคม (2468-2475)
กรมวิทยาศาสตร์ กระทรวงเกษตรพาณิชย์การ (2476-2485)
กรมวิทยาศาสตร์ กระทรวงอุตสาหกรรม (2486-2522)
กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ การพลังงาน (2522-2535)
กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงวิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี (2545-2562)
เขตอำนาจ ประเทศไทย
ผู้บริหารหลัก นายแพทย์ ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ, อธิบดี
ดร. จันทร์เพ็ญ เมฆาอภิรักษ์, รองอธิบดี
ต้นสังกัด กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
เว็บไซต์
dss.go.th/

ประวัติแก้ไข

กรมวิทยาศาสตร์บริการ ก่อตั้งในปี 2434 โดยเป็น สถานปฏิบัติการวิเคราะห์แร่ ในสังกัด กรมราชโลหกิจและภูมิวิทยา ต่อมาได้โอนย้ายไปสังกัด กรมกษาปณ์สิทธิการ โดยมีหน้าที่หลักคือควบคุมดูแลเนื้อโลหะที่ใช้ในการทำ เหรียญกษาปณ์[2]

ต่อมาในปี 2468 ได้ยกกองแยกธาตุ (ชื่อในขณะนั้น) ขึ้นเป็น ศาลาแยกธาตุ (The Government Laboratory) มีสถานะเป็นกรมหนึ่ง ขึ้นกับ กระทรวงพาณิชย์และคมนาคม

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริว่าการพัฒนาเศรษฐกิจและพาณิชยกรรมของไทย ให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับนานาอารยประเทศนั้น จำเป็นที่จะต้องนำวิชาสมัยใหม่เช่นวิทยาศาสตร์ มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์เชิงพาณิชย์

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง ”ศาลาแยกธาตุ” สังกัดกระทรวงพาณิชย์ ทำหน้าที่ศึกษา วิเคราะห์ และทดลองทางวิทยาศาสตร์ เพื่อนำทรัพยากรในประเทศไทยมาผลิตเป็นสินค้าสำหรับส่งออก รวมทั้งเพื่อสนองความต้องการใช้สินค้าภายในประเทศ ทดแทนการนำเข้า อันเป็นหนทางหนึ่งที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศเจริญมั่งคั่งอย่างมั่นคง

นอกจากนี้ ศาลาแยกธาตุ ยังมีหน้าที่ให้บริการแก่หน่วยงานอื่นๆ ในการตรวจสอบ วิเคราะห์สารประกอบทางเคมี และแร่ธาตุ ด้วยเครื่องมือและวิธีทางการวิทยาศาสตร์ เพื่อประโยชน์ต่อกิจการต่างๆ อย่างกว้างขวาง

ตัวอย่างผลงานของศาลาแยกธาตุ ที่ได้ดำเนินการโดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่

- การทดลองคั้นน้ำมันจากเมล็ดพืชต่างๆ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้

- การวิเคราะห์พืชสมุนไพรที่อาจใช้ทำยาได้

- การวิเคราะห์ตรวจสอบดิน สารอาหารในดิน และสิ่งที่จะใช้ในการทำปุ๋ยเคมี

- การศึกษาเพื่อตรวจสอบหาวัตถุดิบที่จะใช้ในการฟอกหนัง และการทำกระดาษ

- การวิเคราะห์น้ำให้แก่กรมรถไฟหลวง เพื่อตรวจสอบน้ำที่เหมาะแก่การใช้กับหม้อน้ำรถไฟ โดยไม่ทำให้เกิดคราบและตะกรัน

- การแยกธาตุเงินตราของกรมกษาปณ์ เพื่อเปลี่ยนแปลงส่วนผสมเนื้อเงินใหม่ให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติ

- การตรวจสอบส่วนผสมของยาต่างประเทศ และยาที่โอสถศาลาของรัฐบาลปรุงเอง ว่ามีคุณสมบัติตามตำรับยาหรือไม่

- การตรวจสอบความบริสุทธิ์ของน้ำประปา

ศาลาแยกธาตุ ซึ่งกำเนิดขึ้นจากพระราชญาณทัศนะของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ ว่าสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเศรษฐกิจ ยังเป็นรากฐานของกิจการกรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในปัจจุบัน

ปี 2475 หลังจากการเปลื่ยนแปลงการปกครอง ก็ได้เปลื่ยนชื่อ จากศาลาแยกธาตุ เป็น กรมวิทยาศาสตร์ กระทรวงเกษตรพาณิชยการ โดยมี ตั้ว ลพานุกรม ได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์คนแรก[2]

โดยกรมได้ริเริ่มงานเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยได้จัดตั้ง กองเภสัชกรรม เพื่อวิจัยสมุนไพร ที่สามารถนำมาเป็นยารักษาโรคได้ สถานศึกษาเคมีปฏิบัติ ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่ออบรมบุคลากร ให้มีความรู้ในเชิงเคมีป และสามารถเข้ารับราชการในกรม หรือ หน่วยงานรัฐบาลอื่นๆ ได้ รวมไปถึงการจัดทำวารสารวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อว่า Siam Science Bulletin เพื่อเผยแพร่งานวิจัยในประเทศ และแลกเปลี่ยนความรู้ เชิงวิชาการกับต่างประเทศ

ต่อมาเมื่องานของกรม ได้ขยายมากขึ้น ทำให้ต้องมีการแยกออกจากรม เช่น องค์การเภสัชกรรม ในปี 2482, สถาบันวิจัยแห่งชาติ ในปี 2499, สำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ ในปี 2505, สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ในปี 2506, สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ในปี 2522[3] เป็นต้น

และเมื่อมีการจัดตั้ง กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ การพลังงาน ในปี 2522 กรมก็เป็นส่วนราชการหนึ่งของกระทรวง จนกระทั่งในปี 2535 จึงได้เปลื่ยนชื่อเป็น กรมวิทยาศาสตร์บริการ จวบจนปัจจุบัน และในปี 2541 งานด้านมาตรวิทยาแห่งชาติที่ริเริ่มและดำเนินการอยู่ในกองฟิสิกส์และวิศวกรรม ได้จัดตั้งเป็น สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ

ต่อมาภายหลังมีการปรับปรุงโครงสร้างระบบราชการ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2545 พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545[4] กำหนดให้กรม สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

และเมื่อ พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๑๙) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลงในราชกิจจานุเบกษา มีผลทำให้จัดตั้ง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กรม ก็เข้ามาเป็นส่วนราชการหนึ่งของกระทรวงด้วย[1]

อ้างอิงแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

แม่แบบ:กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย