พระยาเทพวงศ์

พระยาเทพวงศ์ เจ้าหลวงเทพวงศ์ พระยาอุปเสน หรือ เจ้าหลวงอุปเสน ทรงเป็นเจ้าผู้ครองนครแพร่ องค์ที่ 23 (องค์ที่ 2 แห่งราชวงศ์เทพวงศ์) ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

พระยาเทพวงศ์
พระนามเจ้าน้อยอุปเสน
พระนามเต็มพระยาเทพวงศ์
พระอิสริยยศพระเมืองไชย (พระเมืองใจ)
พระยานครแพร่
ฐานันดรพระยาประเทศราช
ราชวงศ์ราชวงศ์เทพวงศ์
ครองราชย์ก่อน พ.ศ. 2348-พ.ศ. 2359[1]
รัชกาลก่อนพระยาแสนซ้าย
รัชกาลถัดไปพระยาอินทวิไชย
ข้อมูลส่วนพระองค์
พิราลัยพ.ศ. 2359
พระบิดาพระยาแสนซ้าย
พระชายาแม่เจ้าสุชาดาราชเทวี
ชายาแม่เจ้ากันธิมาเทวี
พระบุตรพระยาอินทวิไชย
เจ้าพุทธวงศ์
เจ้าหญิงกัลยา
เจ้าผู้ครองนครแพร่แห่ง
ราชวงศ์เทพวงศ์
*พระยาแสนซ้าย
พระยาเทพวงศ์
*พระยาอินทวิไชย
เจ้าหลวงพิมพิสาร.jpgพระยาพิมพิสารราชา
เจ้าหลวงพิริยะเทพวงศ์.jpgเจ้าพิริยเทพวงษ์

ราชประวัติแก้ไข

พระยาเทพวงศ์ มีพระนามเดิมว่า "เจ้าน้อยอุปเสน" และมีอีกพระนามว่า "เทพวงษ์" ซึ่งมาจากชื่อทางพระ เป็นโอรสของพระยาแสนซ้าย เจ้าผู้ครองนครแพร่ องค์ที่ 22[2] และก่อนขึ้นเป็นพระยาแพร่ ทรงเคยดำรงตำแหน่งพระเมืองไชย (พระเมืองใจ) มาก่อน ตามที่พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 4 ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศมหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค) กล่าวว่า

"...เมืองแพร่นั้น เมื่อแผ่นดินพระบาทสมเด็จฯ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกนั้น พระยาแสนซ้ายได้เป็นเจ้าเมือง ครั้นถึงแก่กรรมแล้ว โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ตั้งพระเมืองใจบุตรพระยาแสนซ้ายเป็นพระยาแพร่..."[3]

เมื่อพระยาเทพวงศ์ถึงแก่พิราลัย ในปี พ.ศ. 2359 พระอินทวิไชย ราชโอรสองค์โต จึงได้เสด็จขึ้นครองนครแพร่ต่อจากพระองค์เป็นพระยาอินทวิไชย

ราชโอรส-ธิดาแก้ไข

พระยาเทพวงศ์ มีราชเทวี และราชโอรส-ธิดา ดังนี้

  • เจ้าน้อยอินทวิไชย (อินต๊ะวิไจย) ต่อมาคือ พระยาอินทวิไชย เจ้าผู้ครองนครแพร่ องค์ที่ 24 (องค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์เทพวงศ์) ราชเทวีคือแม่เจ้าสุพรรณวดี
  • เจ้าพุทธวงศ์
  • แม่เจ้ากันธิมาเทวี ราชธิดาในเจ้าหลวงเศรษฐีคำฟั่น เจ้าผู้ครองนครลำพูน องค์ที่ 1 และเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 3 กับหม่อมคำแลบ มีราชธิดา 1 พระองค์ คือ
  • แม่เจ้ากัลยา[5]

ราชกรณียกิจแก้ไข

  • ทรงบูรณะวัดหัวข่วง(วัดสำเภา) และวัดศรีชุม(วัดท่านางเหลียว) เมืองแพร่
  • ก่อนปีพ.ศ. 2353 มีการขุดเหมืองหลวง เพื่อให้ชาวเมืองได้ใช้น้ำโดยการผันน้ำจากลำน้ำแม่สาย

พระองค์ทรงเป็นเจ้าหลวงที่พูดจาไพเราะน่าฟัง พูดเก่ง พูดจาสิ่งใด ใครๆก็เชื่อฟังหมดจนชาวเมืองให้การเคารพนับถือ พับสาที่เก็บรักษาไว้ที่วัดดอยจ่าคำเรียกพระนามพระองค์ว่า "เจ้าหลวงลิ้นทอง (ลิ้นตอง)" อันเป็นนามที่สื่อถึงความสามารถด้านเจรจากับทุกฝ่ายผลประโยชน์ที่ลงตัวของกลุ่มชน มีผลสืบเนื่องให้เมืองแพร่ธำรงอยู่หนึ่งในห้าหัวเมืองประเทศราชล้านนา

พระอิสริยยศแก้ไข

  • ก่อน พ.ศ. 2348 พระเมืองไชย (พระเมืองใจ)
  • พ.ศ. 2348-2359 พระยานครแพร่

อ้างอิงแก้ไข

  1. วรชาติ มีชูบท. เจ้านายฝ่ายเหนือและตำนานรักมะเมียะ. กรุงเทพฯ : สร้างสรรค์บุ๊คส์, 2556. 428 หน้า. หน้า 20. ISBN 978-616-220-054-0
  2. ภูเดช แสนสา.เจ้าผู้ครองนครแพร่ยุคประเทศราชของสยาม ใน หมุดหมายประวัติศาสตร์ล้านนา: รวมบทความวิชาการในวาระครบรอบ ๖ ทศวรรษ ศาสตราจารย์สรัสวดี-รองศาสตราจารย์สมโชติ อ๋องสกุล. บริษัทโรงพิมพ์ตะวันออกจำกัด (มหาชน), พ.ศ. 2556.
  3. พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชชกาลที่ ๔ พ.ศ. ๒๓๙๔ – ๒๔๑๑ ฉะบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ พิมพ์เป็นที่ระลึก ในงานพระราชทานเพลิงศพ คุณหญิงธรรมสารเนติ (อบ บุนนาค); วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๗ ณ วัดประยูรวงศาวาส; พิมพ์ที่โรงพิมพ์พระจันทร์ ท่าพระจันทร์ พระนคร
  4. "เจ้าหลวงเทพวงศ์ลิ้นตอง (ลิ้นทอง)". วังฟ่อนดอตคอม. 17 กรกฎาคม 2554. สืบค้นเมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2559. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  5. วรเทวี (ณ ลำพูน) ชลวณิช. เจ้าหลวงลำพูน กรุงเทพฯ : อัมรันทร์พริ้นติ้ง. 2552