เจ้าชายโรแมน เปโตรวิชแห่งรัสเซีย

เจ้าชายโรแมน เปโตรวิชแห่งรัสเซีย (อังกฤษ: Prince Roman Petrovich of Russia) ประสูติเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2439 ณ จักรวรรดิรัสเซีย เป็นพระโอรสลำดับที่ 2 และพระองค์เดียวใน แกรนด์ดยุกปีเตอร์ นิไคโลวิชแห่งรัสเซีย และ เจ้าหญิงมิลิตซาแห่งมอนเตเนโกร ทรงเป็นพระราชนัดดาใน พระเจ้านิกอลาที่ 1 แห่งมอนเตเนโกร ผานทางสายพระมารดา และเป็นพระราชปนัดดาใน จักรพรรดินีโคลัสที่ 1 แห่งรัสเซีย ผ่านทางสายพระบิดา

เจ้าชายโรแมน เปโตรวิชแห่งรัสเซีย
Romano Pavlov.jpg
พระนามเต็มโรแมน เปโตรวิช โรมานอฟ
พระอิสริยยศเจ้าชายแห่งรัสเซีย
ฐานันดร= ฮิสไฮเนส
ราชวงศ์ราชวงศ์โรมานอฟ
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ17 ตุลาคม พ.ศ. 2439
จักรวรรดิรัสเซีย
สิ้นพระชนม์23 ตุลาคม พ.ศ. 2521 (82 ปี)
ประเทศอิตาลี
พระบิดาแกรนด์ดยุกปีเตอร์ นิไคโลวิชแห่งรัสเซีย
พระมารดาเจ้าหญิงมิลิตซาแห่งมอนเตเนโกร
พระชายาเคาน์เตสพาโกเวีย เชอร์เมนเทรฟนา
พระบุตรนิโคลัส โรมานอฟ เจ้าชายแห่งรัสเซีย
เจ้าชายดิมิทรี โรมานอฟ

ในปี 2459 ภายหลังทรงสำเร็จการศึกษาจากสถาบันวิศวกรรม พระองค์ทรงถูกเรียกให้เป็นทหาร โดยทรงดำรงตำแหน่งทหารม้าเอกแห่งตุรกี ต่อมาเมื่อ จักรพรรดินิโคลัสที่ 2 แห่งรัสเซีย ทรงสละราชสมบัติ พระองค์จึงพำนักในดูลเบอร์ ซึ่งทรงมีพระตำหนักในแถวคาบสมุทรไครเมีย ในปี 2462 พระองค์ได้เข้าทำงานทหารอีกครั้ง ในตำแหน่งกองกำลังทหารอังกฤษ จนกระทั่งปี 2484 รัฐบาลมอนเตเนโกร มีข้อความทูลเกล้าถวายพระองค์ให้ดำรงตำแหน่งว่าที่องค์พระมหากษัตริย์ของมอนเตเนโกรถัดจาก พระเจ้านิกอลาที่ 1 แห่งมอนเตเนโกร พระอัยกาฝ่ายพระมารดา แต่พระองค์มิทรงรับ และพอพระทัยในการดำรงชีวิตแบบนี้

เสกสมรสแก้ไข

เจ้าชายโรแมน เปโตรวิชแห่งรัสเซีย ทรงเสกสมรสกับ เคาน์เตสพาโกเวีย เชอร์เมนเทรฟนา เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2464 ซึ่งพระชายามิได้รับการสถาปนาเป็นเจ้าหญิง เนื่องจากเป็นการเสกสมรสแบบมิเห็นด้วยต่อองค์ประชุมและรัฐบาล แต่ถึงกระนั้น พระบุตรมีสิทธิได้รับพระอิสริยยศ ทั้ง 2 มีพระโอรสคือ

  1. นิโคลัส โรมานอฟ เจ้าชายแห่งรัสเซีย
  2. เจ้าชายดิมิทรี โรมานอฟ

อ้างอิงแก้ไข

[1][2][3]

  1. Lundy, Darryl. "Roman Petrovich Romanov, Prince of Russia". The Peerage. Retrieved 2008-01-25.
  2. "Nikolai Romanov Prince of Russia Presentation". Archived from the original on 2008-06-17. Retrieved 2008-01-25.
  3. Cahoon, Ben. "Montenegro". Worldstatesmen. Retrieved 2008-01-25.