หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ (ป่วน อินทุวงศ์)

ศาสตราจารย์หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ (ป่วน อินทุวงศ์) เป็นบุคคลสำคัญทางด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์ศิลปะ เข้าทำงานในหอพระสมุดสำหรับพระนคร ภัณฑารักษ์ประจำพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และดำรงตำแหน่งคณบดีคนแรกของคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร

หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ (ป่วน อินทุวงศ์)
เกิดป่วน อินทุวงศ์
2 ธันวาคม พ.ศ. 2440
อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
เสียชีวิต7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2529 (88 ปี)
บ้านบุรีภัณฑ์ ตำบลนครชัยศรี อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
อาชีพนักเขียน, ครู, นักประวัติศาสตร์. นักโบราณคดี
บิดามารดานายกลั่น
นางปาด

ประวัติแก้ไข

หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ (ป่วน อินทุวงศ์) เกิดเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2440 ที่บ้านปลายคลองใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นบุตรของนายกลั่น กับนางปาด เมื่ออายุ 8 ปี บิดาได้พาไปฝากเป็นศิษย์กับพระอาจารย์เชย เจ้าคณะตะวันออก รองเจ้าอาวาสวัดท่าข้าม โดยได้ศึกษาอักขระสมัย หนังสือขอม และอ่านหนังสือพระมาลัย เป็นเวลา 3 ปี จากนั้นศึกษากับพระอาจารย์แหวน วัดบางช้างเหนือ จนถึง พ.ศ. 2452 พระอาจารย์แหวนได้นำไปฝากท่านพระครูสังฆกิจจารักษ์ (จืด) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร อยู่ที่คณะ 10 หลังจากนั้นได้บรรพชาเป็นสามเณร และได้เข้าเรียนบาลีไวยากรณ์ในมหาธาตุวิทยาลัย และได้สอบบาลีสนามหลวงเมื่อ พ.ศ. 2458 ได้เปรียญธรรม 3 ประโยค ต่อมาเป็นครูในโรงเรียนบาลีไวยากรณ์รุ่นแรก และเป็นครูสอนบาลีไวยากรณ์ที่วัดทองนพคุณ เมื่อ พ.ศ. 2461 จนกระทั่งได้ลาสิกขาบทในปี พ.ศ. 2465

ท่านได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กเรือนนอกกับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้เข้าทำงานในหอพระสมุดแผนกต่างประเทศตั้งแต่ พ.ศ. 2466 ต่อมาได้รับบรรจุในตำแหน่งรองบรรณารักษ์หอพระสมุดสำหรับพระนคร พ.ศ. 2467 ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยของศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดส์ ในการตรวจพระราชพงศาวดารและจดหมายเหตุต่าง ๆ ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ได้ย้ายจากตำแหน่งหน้าที่เดิมในหอสมุดสำหรับพระนครมาอยู่ประจำทำการที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร[1] จากนั้นดำรงตำแหน่งคณบดีคนแรกของคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร[2] ระหว่าง พ.ศ. 2498–2504

การศึกษาของหลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ทางด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์ศิลปะ ได้จำแนกรูปแบบศิลปวัตถุตามฝีมือช่างและการลำดับอายุโดยเรียงลำดับเวลาจากราชวงศ์ที่เรืองอำนาจ ซึ่งเป็นลำดับเวลาตามแบบพงศาวดารไทย ต่อมาได้กลายเป็นมาตรฐานในการลำดับยุคสมัยในงานโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์ของไทยในเวลาต่อมา[3]

หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคหัวใจวาย ณ บ้านบุรีภัณฑ์ ตำบลนครชัยศรี อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2529 รวมอายุได้ 88 ปี[4]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

ศาสตราจารย์หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดตระกูลต่างๆ ดังนี้[5]

อ้างอิงแก้ไข

  1. ธงทอง จันทรางศุ (3 กุมภาพันธ์ 2564). "พระทัยกว้าง". มติชนสุดสัปดาห์. Check date values in: |date= (help)
  2. "เด็กม.ปลาย อยากเข้าคณะโบราณคดี ม.ศิลปากร ต้องเตรียมอะไรบ้าง?". สนุก.คอม. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2020-11-28. สืบค้นเมื่อ 2021-07-12.
  3. ณัฎฐา ชื่นวัฒนา. "แวววับ จับใจ ไร้ลิ้น: พัฒนาการของโบราณคดีชาตินิยมอลังการ กับ มื้ออาหารที่หายไป (2)".
  4. อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ ศาสตราจารย์ หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ (ป่วน อินทุวงศ์). หจก. โรงพิมพ์ยูไนเต็ดโปรดักชั่น. 2531. Check date values in: |date= (help)
  5. บริบาลบุรีภัณฑ์ (ป่วน อินทุวงศ์), หลวง. เรื่องโบราณคดี. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พิมพ์พระราชทานในงานพระราชทานเพลิงศพหลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ (ป่วน อินทุวงศ์) ท.ช., ท.ม., ต.จ.ว. ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๓๑. กรุงเทพฯ : สำนักราชเลขาธิการ, 2531. 345 หน้า.
  6. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๘๐ ตอนที่ ๓ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๕๖๙, ๔ มกราคม ๒๕๐๖
  7. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักคณะรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๗๑ ตอนที่ ๘๗ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๓๓๗, ๒๙ ธันวาคม ๒๔๙๗
  8. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๗๖ ตอนที่ ๕๓ ง หน้า ๑๔๐๒, ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๐๒
  9. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๖๖ ตอนที่ ๖๙ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๓๖๑, ๒๐ ธันวาคม ๒๔๙๒