สภาขุนนาง[1] (อังกฤษ: House of Lords) เป็น สภาสูงในรัฐสภาแห่งสหราชอาณาจักร มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า คณะขุนนางฝ่ายศาสนจักรและอาณาจักรผู้ทรงเกียรติแห่งสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือในที่ประชุมรัฐสภา (the Right Honourable the Lords Spiritual and Temporal of the United Kingdom of Great Britain and Northern Ireland in Parliament assembled) ประกอบด้วยขุนนางมีบรรดาศักดิ์จำนวนเจ็ดถึงแปดร้อยคน ทุกคนมาจากการแต่งตั้งและสืบตระกูล ทำหน้าที่ร่วมกับกับสภาสามัญชนซึ่งเป็นสภาล่างซึ่งมีสมาชิกทั้งหมดจากการเลือกตั้ง

สภาขุนนางแห่งสหราชอาณาจักร
House of Lords of the United Kingdom
Coat of arms or logo.
ประเภท
ประเภทสภาสูง เป็นส่วนหนึ่งของรัฐสภาแห่งสหราชอาณาจักร
ผู้บริหาร
ประธานสภานอร์มัน ฟอลเลอร์, บารอน ฟอลเลอร์
(Norman Fowler, Baron Fower)
ตั้งแต่ 1 กันยายน พ.ศ. 2559
รองประธานสภาอาวุโสจอนห์ แมคฟาลว์, บารอนแมคฟาลว์ แห่ง อัลคลุยธ์
(John McFall, Baron McFall of Alcluith)
ตั้งแต่ 1 กันยายน พ.ศ. 2559
ผู้นำสภาขุนนางนาตาลี อีแวนส์, บารอนเนสอีแวนส์ แห่งโบวส์พาร์ค
(Natalie Evans, Baroness Evans of Bowes Park) (พรรคอนุรักษนิยม)
ตั้งแต่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
ผู้นำสภาขุนนาง (เงา)แองเจลลา สมิทธ์, บารอนเนสสมิทธ์ แห่งบาซิลดอน
(Angela Smith, Baroness Smith of Basildon) (พรรคแรงงาน)
ตั้งแต่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
โครงสร้าง
สมาชิก795 ที่นั่ง
     ประธานสภาขุนนาง (1)
ขุนนางฝ่ายศาสนจักร
     บิชอป (26) ขุนนางศาสนาจะนั่งในฝั่งรัฐบาล
ขุนนางฝ่ายอาณาจักร
ฝ่ายรัฐบาล
     พรรคอนุรักษนิยม (242)
ฝ่ายค้าน
     พรรคแรงงาน (183)
ฝ่ายอื่นๆ
     พรรคเสรีประชาธิปไตย (94)
     พรรคสหภาพประชาธิปไตย (4)
     พรรคกรีน (2)
     พรรคสหภาพอัลสเตอร์ (2)
     พรรคชาติเวลส์ (1)
     ไม่เข้าร่วมประชุม (48)
     สมาชิกอิสระ (6)
ฝ่ายเป็นกลาง
     สมาชิกที่เป็นกลาง (186) สมาชิกที่เป็นกลางจะนั่งบนม้านั่งขวาง
House of Lords composition.svg
ที่ประชุม
House_of_Lords_2011.jpg
พระราชวังเวสต์มินสเตอร์
เว็บไซต์
http://www.parliament.uk/lords/

ก่อนมีการตราพระราชบัญญัติรัฐสภา ค.ศ. 1911 ที่ลดทอนอำนาจของสภาขุนนาง สภาขุนนางมีหน้าที่เป็นสภาสูงในรัฐสภา โดยเมื่อร่างกฎหมายใดๆผ่านการลงมติจากสภาสามัญชนแล้ว จะต้องนำมาให้สภาขุนนางทำการลงมติอีกครั้ง หากสภาขุนนางมีมติไม่รับร่างกฎหมายนั้น ก็จะไม่สามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ ให้พระมหากษัตริย์ลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้เป็นกฎหมายได้ รวมไปถึงนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี อาจเป็นสมาชิกสภาขุนนางและบริหารประเทศผ่านสภาขุนนางได้ แต่ในปัจจุบันสภาขุนนางมีอำนาจให้คำปรึกษาและตรวจสอบการทำงานของรัฐสภา โดยเฉพาะการพิจารณาเพื่อผ่านร่างกฎหมาย โดยสภาขุนนางมีอำนาจที่จะระงับการบังคับใช้กฎหมายได้ในระยะเวลาหนึ่ง เพื่อให้รัฐบาล สภาสามัญชน และประชาชนร่วมกันพิจารณาและทบทวนถึงความจำเป็นของร่างกฎหมายนั้นๆอย่างรอบคอบ แต่หากสภาสามัญชนเห็นว่าร่างกฎหมายนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ก็สามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อลงพระปรมาภิไธยได้ทันทีโดยไม่ต้องนำเข้าที่ประชุมสภาขุนนาง นอกจากนี้สภาขุนนางยังมีหน้าที่พิทักษ์รัฐธรรมนูญ และป้องกันมิให้มีกฎหมายใดขัดต่อรัฐธรรมนูญ และสิทธิมนุษยชน ซึ่งในประเทศอื่นๆ จะมีศาลรัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่แทน จนกระทั่งมีการตั้งศาลฎีกาแห่งสหราชอาณาจักรในปี ค.ศ. 2009

สภาชิกสภาขุนนางแบ่งเป็นสี่ประเภท คือ

  1. ขุนนางตลอดชีพ (Life Peers) - มาจากการแต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์ ผ่านการเสนอจากนายกรัฐมนตรี และจะดำรงตำแหน่งไปตลอดชีวิต ปัจจุบัน สมาชิกประเภทนี้มีจำนวนมากที่สุด
  2. ขุนนางสืบตระกูล (Hereditary Peers) - มาจากการสืบทอดตำแหน่งทางสายโลหิต เดิมสภาขุนนางมีแต่สมาชิกประเภทนี้เท่านั้น ในสมัยหลัง ๆ สมาชิกประเภทนี้ลดจำนวนลง โดย "พระราชบัญญัติรัฐสภา ค.ศ. 1999" (Parliament Act 1999) กำหนดให้มีเพียงเก้าสิบสองคนเท่านั้น ในการนี้ ให้เก้าสิบคนมาจากการสรรหากันเองโดยสมาชิกสืบตระกูลที่ดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนแล้ว อีกสองคน คือ "สมุหพระราชวัง" (Great Lord Chamberlain) และ "สมุหพระราชมนเทียร" (Grand Marshal)
  3. ขุนนางศาสนา (Spiritual Peers) - มาจากตัวแทนของศาสนจักร เช่น บิชอปและอาร์ชบิชอปต่าง ๆ (โดยจะต้องมาจากคริสตจักรแห่งอังกฤษเท่านั้น)
  4. ขุนนางกฎหมาย (Law Lords) - เป็นสมาชิกที่มีความรู้ด้านกฎหมาย และทำหน้าที่เป็นตุลาการศาสสูงสุดของสหราชอาณาจักรจนถึง พ.ศ. 2552 มียี่สิบหกคน

ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข