เปิดเมนูหลัก

สงครามยาเสพติดเม็กซิโก

สงครามยาเสพติดเม็กซิโก (สเปน: guerra contra el narcotráfico en México)[24] เป็นความขัดแย้งแบบไม่สมมาตร[25][26]ที่ยังดำเนินอยู่ ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างรัฐบาลเม็กซิโกกับแก๊งค้ายาเสพติดจำนวนมากตั้งแต่ปี ค.ศ. 2006 เมื่อทหารเม็กซิโกเริ่มแทรกแซง โดยเป้าหมายหลักของรัฐบาลคือการลดสถานการณ์ความรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด[27] รัฐบาลเม็กซิโกยืนยันว่าเป้าหมายหลักของพวกเขาคือการทำลายกลุ่มธุรกิจยาเสพติดที่มีอำนาจสูง มากกว่าการขัดขวางการลักลอบขนยาเสพติด ซึ่งเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่สหรัฐ[28][29][30]

สงครามยาเสพติดเม็กซิโก
เป็นส่วนหนึ่งของ สงครามยาเสพติด
วันที่ 11  ธันวาคม 2006 (2006-12-11) – ปัจจุบัน
(12 ปี 1 วัน)
สถานที่ ทั่วประเทศเม็กซิโก กับการรั่วไหลข้ามพรมแดนระหว่างประเทศเป็นครั้งคราวในรัฐเท็กซัส, แอริโซนา, นิวเม็กซิโก และแคลิฟอร์เนีย[6][7] รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านอย่างเอลซัลวาดอร์, นิการากัว, เบลีซ และกัวเตมาลา[8][9]
สถานะ ยังดำเนินอยู่
คู่ขัดแย้ง
เม็กซิโก

ให้คำปรึกษาและสนับสนุนการฝึกโดย:
 สหรัฐ ผ่านการริเริ่มเมริดา
Coat of arms of colombian national police.svg ตำรวจแห่งชาติโคลอมเบีย

แก๊งค้ายาซินาโลอา[11] โลสเซตัส[1]

สนับสนุนโดย:
เอเมเอเซ-13[4][5]

ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
เม็กซิโก อันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์
โอลกา ซันเชซ กอร์เดโร
ซัลบาดอร์ ซิเอนฟูเอโกส เซเปดา
มานูเอล มอนดรากอน อี กัลบ์
มาเนลิช กัสติยา กราบิโอโต
อัลเบร์โต เอลิอัส เบลตรัน
อิสมาเอล ซัมบาดา การ์ซิอา (หลบหนี)
โฆอากิน กุซมัน โลเอรา (ถูกจับ)[13]
ฆวน โฆเซ เอสปาร์ราโกซา โมเรโน (หลบหนี)
โอเมโร การ์เดนัส กิเยน (อาจตาย)
อิกนาซิโอ โกโรเนล บิยาร์เรอัล 
อันโตนิโอ การ์เดนัส กิเยน 
ฆอร์เฆ เอดัวร์โด โกสติยา ซันเชซ (ถูกจับ)
นาซาริโอ โมเรโน กอนซาเลซ 
โอมาร์ เตรบิญโญ โมราเลส (ถูกจับ)
เอริเบร์โต ลัซกาโน ลัซกาโน  
มิเกล เตรบิญโญ โมราเลส (ถูกจับ)
อาร์ตูโร เบลตรัน เลย์บา  
เอกตอร์ เบลตรัน เลย์บา (ถูกจับ)
ลุยส์ เฟร์นันโด ซันเชซ อาเรยาโน (ถูกจับ)
บิเซนเต การ์ริโย ฟูเอนเตส (ถูกจับ)
กำลัง
 เม็กซิโก
  • ทหาร 260,000 คน[14]
  • ตำรวจสหพันธ์ 35,000 คน[15]
100,000 คนขึ้นไป[16][17][18]
กำลังพลสูญเสีย
เม็กซิโก:

กองกำลังติดอาวุธ 395 คนถูกสังหาร และ 137 คนสูญหาย,[19] ตำรวจสหพันธ์, รัฐ และท้องที่ 4,020 คนถูกสังหาร[20]

สมาชิกแก๊งค้ายา 12,456 คนถูกสังหาร[21]
สมาชิกแก๊งค้ายา 121,199 คนถูกคุมขัง[22]
สมาชิกแก๊งค้ายา 8,500 คนถูกตัดสินว่ากระทำผิด[23]

ถึงแม้ว่าองค์การค้ายาเสพติดของเม็กซิโกจะมีมาหลายทศวรรษ แต่อิทธิพลของพวกเขาก็ยังคงเพิ่มขึ้น[31][32] หลังจากการสิ้นสุดของแก๊งค้ายากาลิและเมเดยินของโคลอมเบียในคริสต์ทศวรรษ 1990 แก๊งค้ายาเสพติดเม็กซิโกก็ได้เป็นผู้ครองตลาดยาเสพติดผิดกฎหมายในปัจจุบัน และในปี ค.ศ. 2007 ได้มีการควบคุม 90 เปอร์เซ็นต์ของโคเคนที่เข้าสู่สหรัฐ[33][34] การจับกุมผู้นำแก๊งค้ายาที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแก๊งค้ายาติฆัวนาและอ่าว ได้นำไปสู่การเพิ่มความรุนแรงเนื่องจากการต่อสู้ของแก๊งค้ายาเพื่อควบคุมเส้นทางการค้าสู่สหรัฐ[35][36][37]

การบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลางได้รับการจัดโครงสร้างใหม่อย่างน้อยห้าครั้งนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1982 ในความพยายามที่หลากหลายในการควบคุมการทุจริตและลดความรุนแรงของแก๊งค้ายา ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นมีกองกำลังพิเศษชั้นยอดอย่างน้อยสี่กองกำลัง ที่สร้างขึ้นในฐานะทหารปลอดการทุจริตขึ้นใหม่ ที่สามารถทำสงครามกับระบบการติดสินบนเฉพาะถิ่นของเม็กซิโก[38] นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ารายได้ขายส่งจากการขายยาผิดกฎหมายจะอยู่ในช่วงตั้งแต่ 13.6 ถึง 49.4 พันล้านดอลลาร์ต่อปี[33][39][40]

รัฐสภาสหรัฐได้มีการออกกฎหมายในปลายเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2008 เพื่อให้เม็กซิโกมีเงิน 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับการริเริ่มเมริดาเพื่อให้เม็กซิโกมีการฝึกอบรมการบังคับใช้กฎหมายและเครื่องมือ ตลอดจนคำแนะนำด้านเทคนิคเพื่อเสริมสร้างระบบยุติธรรมของประเทศ เมื่อสิ้นสุดการบริหารของเฟลิเป กัลเดรอน (1 ธันวาคม ค.ศ. 2006 – 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 2012) มียอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการจากสงครามยาเสพติดเม็กซิโกอย่างน้อย 60,000 คน[41] และประมาณการยอดผู้เสียชีวิตกว่า 120,000 คนภายในปี ค.ศ. 2013 โดยไม่นับรวม 27,000 คนที่หายไป[42][43]

ภูมิหลังแก้ไข

เนื่องจากตำแหน่งที่ตั้ง ประเทศเม็กซิโกถูกใช้มานานแล้วในฐานะจุดแวะและจุดขนถ่ายสารเสพติดและของเถื่อนระหว่างตลาดละตินอเมริกาและสหรัฐ ผู้ลักลอบชาวเม็กซิโกจัดหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับแก๊งสหรัฐ ตลอดระยะเวลาของการห้ามสุราในสหรัฐ[34] และการเริ่มของการค้ายาเสพติดผิดกฎหมายกับสหรัฐที่เริ่มขึ้นเมื่อการห้ามสิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1933[34] ในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 1960 ผู้ลักลอบนำเข้าสารเสพติดชาวเม็กซิโกเริ่มลักลอบค้ายาเสพติดในระดับสำคัญ[34]

ช่วงคริสต์ทศวรรษ 1970 และต้นคริสต์ทศวรรษ 1980 ปาโบล เอสโกบาร์ ของประเทศโคลอมเบียเป็นผู้ส่งออกโคเคนรายใหญ่ และติดต่อธุรกิจกับเครือข่ายอาชญากรรมที่จัดตั้งทั่วโลก เมื่อมีความพยายามบังคับใช้กฎหมายมากขึ้นในเซาท์ฟลอริดาและแคริบเบียน องค์กรโคลอมเบียก็ได้สร้างความเป็นหุ้นส่วนกับผู้ค้าขายในเม็กซิโกเพื่อขนส่งโคเคนโดยทางบกผ่านทางเม็กซิโกไปยังสหรัฐ[44]

นี่เป็นเรื่องง่ายเพราะเม็กซิโกเป็นแหล่งสำคัญของเฮโรอีนและกัญชา และผู้ค้ายาเสพติดจากเม็กซิโกได้สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมอำนวยแก่ผู้ค้าในโคลอมเบีย ในช่วงกลางคริสต์ทศวรรษ 1980 องค์กรจากประเทศเม็กซิโกได้รับการยอมรับอย่างดีและมีผู้ขนส่งโคเคนโคลอมเบียที่ไว้ใจได้ ในตอนแรก แก๊งเม็กซิโกได้รับการจ่ายเป็นเงินสดสำหรับการบริการขนส่งของพวกเขา แต่ในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 1980 องค์กรขนย้ายเม็กซิโกและผู้ค้ายาเสพติดโคลอมเบียได้ตัดสินใจในข้อตกลงการชำระเงินในสินค้า[45]

ผู้ขนส่งจากเม็กซิโกมักได้รับ 35 เปอร์เซ็นต์ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ของการขนส่งโคเคนแต่ละครั้ง ข้อตกลงนี้หมายความว่าองค์กรจากเม็กซิโกได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดจำหน่าย รวมทั้งการขนส่งโคเคน และกลายเป็นผู้ค้าที่มีอำนาจมากในสิทธิของตนเอง ในปีที่ผ่านมา แก๊งค้ายาซินาโลอาและแก๊งค้ายาอ่าว ได้ดำเนินการค้าโคเคนจากโคลอมเบียไปยังตลาดทั่วโลก[45]

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.00 1.01 1.02 1.03 1.04 1.05 1.06 1.07 1.08 1.09 1.10 1.11 1.12 1.13 1.14 1.15 1.16 http://www.ucdp.uu.se/gpdatabase/gpcountry.php?id=107#
  2. Buggs. "Borderland Beat: Tijuana Cartel". สืบค้นเมื่อ 23 April 2016.
  3. "El narco en México recurre a violencia sin precedentes: ONU". EL INFORMADOR. สืบค้นเมื่อ 23 April 2016.
  4. Los Zetas and MS-13 team up in Central America. Borderland Beat. Retrieved on 2014-03-08.
  5. Proceso Magazine (in spanish) («‘Los Zetas’ reclutan y entrenan a pandilleros de la Mara Salvatrucha»)
  6. "These maps show how Mexican cartels dominate the U.S. drug market".
  7. "Here are the powerful Mexican drug cartels that operate in the U.S."
  8. "El Salvador Fears Ties Between Cartels, Gangs".
  9. "Mexican drug cartels reach into tiny Belize". The Washington Post.
  10. "Policías comunitarios retiran bloqueo carretero en Guerrero tras 23 horas". CNN. 2013-08-28. Archived from the original on 2013-11-12.
  11. "Archived copy". Archived from the original on 2013-06-03. สืบค้นเมื่อ 2013-01-22.
  12. "Cachiros". Insightcrime.org (in อังกฤษ). InSight Crime. 2014-01-21. สืบค้นเมื่อ 23 March 2017.
  13. "'El Chapo' recaptured after jail break". BBC News. 2016-01-09. สืบค้นเมื่อ 23 April 2016.
  14. "Four Gunmen Die in Clash with Mexican Troops". Latin American Herald Tribune. March 4, 2010. สืบค้นเมื่อ 2010-03-05.
  15. Romo, Rafael (9 February 2011). "Mexico sees hope among drug violence". CNN. สืบค้นเมื่อ 2011-02-09.
  16. Washington, The (2009-03-03). "EXCLUSIVE: 100,000 foot soldiers in Mexican cartels". The Washington Times. สืบค้นเมื่อ 2013-06-29.
  17. "Mexico Federal Troops and police rush into Juarez to try and retake the city". Americanchronicle.com. Archived from the original on 2012-05-27. สืบค้นเมื่อ 2013-06-29.
  18. "U.S. Says Threat of Mexican Drug Cartels Approaching 'Crisis Proportions'". Foxnews.com. 2009-03-03. สืบค้นเมื่อ 2013-06-29.
  19. Muedano, Marcos (23 November 2012). "El sexenio deja 395 militares muertos y 137 desaparecidos". El Universal. สืบค้นเมื่อ 2013-12-31.
  20. "W.M. Consulting: Knowledge is Security". Police Reform. 2012. สืบค้นเมื่อ 2013-12-31.
  21. "México cuenta más muertos por la "violencia extrema"" (in Spanish). BBC Mundo. January 12, 2011. สืบค้นเมื่อ 2014-01-01.
  22. "Oficial: más de 22 mil 700 muertos por violencia". El Universal (in Spanish). April 13, 2010. สืบค้นเมื่อ 2010-04-14.
  23. Ruiz, José Luis (10 January 2011). "Guerra al narco asfixia penales". El Universal (in Spanish). สืบค้นเมื่อ 2011-01-10.
  24. 'Mexico's war on drugs is one big lie' | The Observer
  25. Geoffrey Ramsey (2011-08-11). "U.S. Special Forces Trained Mexican Troops in Colorado". insightcrime.org. สืบค้นเมื่อ 25 June 2015.
  26. Lehmuth, Erica L.; Etter, Gregg W. (2011-11-15). "The Mexican Drug Wars: Organized Crime, Narco-Terrorism, Insurgency or Asymmetric Warfare?". allacademic.com. สืบค้นเมื่อ 25 June 2015.
  27. "ANUNCIO SOBRE LA OPERACIÓN CONJUNTA MICHOACÁN". Presidencia de la Republica, Mexico. 11 Dec 2006.
  28. "Calderón: Estamos luchando en contra de los criminales". TeleSur TV. Aug 30, 2011.
  29. "Poiré defiende estrategia del Gobierno Federal en lucha antinarco; entrevista AlJazeera". Al Jazeera. Aug 18, 2011.
  30. "Sugiere Sarukhán que Calderón no busca reducir tráfico de drogas". SDP Noticias. 2011-05-17. Archived from the original on October 20, 2014.
  31. Beittel, June S. (22 July 2015). "Mexico: Organized Crime and Drug Trafficking Organizations" (PDF). Congressional Research Service. สืบค้นเมื่อ 10 May 2016.
  32. "Mexico's Drug War". Council on Foreign Relations. สืบค้นเมื่อ 25 June 2015.
  33. 33.0 33.1 Cook, Colleen W. (16 October 2007). Mexico's Drug Cartels (PDF). CRS Report for Congress. Congressional Research Service. p. 7. สืบค้นเมื่อ 10 May 2016.
  34. 34.0 34.1 34.2 34.3 Vulliamy, Ed. Amexica: War Along the Borderline. New York: Farrar, Straus and Giroux, 2010.
  35. Carl, Traci (November 3, 2009). "Progress in Mexico drug war is drenched in blood". INSI. Associated Press. สืบค้นเมื่อ 2010-03-16.
  36. "High U.S. cocaine cost shows drug war working: Mexico". Reuters. September 14, 2007. สืบค้นเมื่อ 2009-04-01.
  37. Seelke, Clare Ribando (29 January 2013). Mexico and the 112th Congress (PDF). Congressional Research Service. pp. 2, 13, 14. สืบค้นเมื่อ 10 May 2016.
  38. Longmire, Sylvia. Cartel: The Coming Invasion Of Mexico’s Drug Wars. 2011. ‘Revamping Mexico’s Police Forces’ p. 120. Palgrave McMillan ISBN 978-0-230-11137-0
  39. Fantz, Ashley (January 20, 2012). "The Mexico drug war: Bodies for billions". CNN News. สืบค้นเมื่อ 2012-03-05.
  40. "Mexican drug gangs 'spread to every region of US'". BBC News. 26 March 2010. สืบค้นเมื่อ 2010-04-23.
  41. Miroff, Nick; Booth, William (26 November 2011). "Mexico's drug war is at a stalemate as Calderon's presidency ends". The Washington Post. Archived from the original on 1 December 2012. สืบค้นเมื่อ 1 December 2012.
  42. Booth, William (30 November 2012). "Mexico's crime wave has left about 25,000 missing, government documents show". The Washington Post. Archived from the original on 1 December 2012. สืบค้นเมื่อ 1 December 2012.
  43. Counting Mexico's drug victims is a murky business National Catholic Reporter, by Claire Schaeffer-Duffy, Mar. 1, 2014
  44. DEA History (PDF). US DEA. Archived from the original (PDF) on 2006-08-23. สืบค้นเมื่อ 2008-09-21.
  45. 45.0 45.1 "Mexico, U.S., Italy: The Cocaine Connection". Stratfor Intelligence. September 18, 2008. Archived from the original on November 22, 2008. สืบค้นเมื่อ 2008-09-20.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข