เปิดเมนูหลัก

ศรีรังคนาถสวามีมนเทียร (ศรีรังคัม)

บทความนี้กล่าวถึงศรีรังคนาถสวามีมนเทียรในศรีรังคัม สำหรับรังคนาถสวามีมนเทียรแห่งอื่น ดูที่ รังคนาถมนเทียร (แก้ความกำกวม)

ศรีรังคนาถสวามีมนเทียร หรือ ติรุวรังคัม เป็นมนเทียรที่สร้างถวายบูชาพระศรีรังคนาถ คือปางไสยาสน์ของพระวิษณุ มนเทียรนี้ตั้งอยู่ในเมืองศรีรังคัม เขตติรุจิรปัลลี รัฐทมิฬนาฑู ประเทศอินเดีย[3] และสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมทราวิฑ มนเทียรได้รับการเชิดชูโดยนักบวชอาลวาระ (Alvar) ใน ทิพยประพันธ์ (Divya Prabhandha)[4] และถือเป็นมนเทียรสำคัญใน 108 โบสถ์พราหมณ์ "ทิพยทสัม (Divya Desam)" ที่สร้างถวายแต่องค์มหาวิษณุ[3]

รังคนาถสวามีมนเทียร
ติรุวรังคัม
Some gopurams of the Ranganathaswamy Temple
ภาพมุมสูง สังเกตเห็นโคปุระโดดเด่นชัดเจน
ศรีรังคนาถสวามีมนเทียร (ศรีรังคัม) is located in อินเดีย
ศรีรังคนาถสวามีมนเทียร (ศรีรังคัม)
ที่ตั้งในแผนที่อินเดีย
ข้อมูลพื้นฐาน
ที่ตั้งศรีรังคัม
พิกัดภูมิศาสตร์10°51′45″N 78°41′23″E / 10.86250°N 78.68972°E / 10.86250; 78.68972พิกัดภูมิศาสตร์: 10°51′45″N 78°41′23″E / 10.86250°N 78.68972°E / 10.86250; 78.68972
ศาสนาศาสนาฮินดู
เทพพระศรีรังคนาถ
เทศกาลVaikuntha Ekadasi
Uriyadi
Jeeyarpuram[1]
ตำบลติรุจิรปัลลี
รัฐทมิฬนาฑู
ประเทศอินเดีย
เว็บไซต์http://www.srirangam.org/
รูปแบบสถาปัตยกรรมสถาปัตยกรรมทราวิฑ[2]
สิ่งจำรึกมากกว่า 600[note 1]

มนเทียรนี้ถือเป็นไวษณวมนเทียรที่มีสีสันฉูดฉาดและงดงามที่สุดในอินเดียใต้ มนเทียรนี้ยังมีส่วนสำคัญยิ่งในประวัติของลัทธิไวษณพ เริ่มจากงานของรามนุชา และผู้สานต่อที่ชื่อ นาฐมุนี และ ยมุนาจรรย์ในศรีรังคัม[5] สถานที่ตั้งซึ่งอยู่บนเกาะระหว่างแม่น้ำกลลิทัม และแม่น้ำกาเวรี[3] นั้นทำให้ประสบกับอุทกภัยได้ง่าย รวมทั้งทำให้ง่ายต่อการรุกรานและเปลี่ยนเป็นค่ายทหาร[6] มนเทียรเคยถูกทำลายและปล้นชิงของมีค่าไปโดยกองทัพของรัฐสุลต่านเดลีซึ่งบุกเข้าโจมตีและทำลายล้างอาณาจักรปันทยะ (Pandya) เมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 14 และมนเทียรก็ถูกสร้างขึ้นใหม่อีกในปลายคริสต์ศตวรรษเดียวกัน[7][8] มนเทียรได้รับการสร้างให้แข็งแรงขึ้น ป้องกันมากขึ้น และสร้างโคปุรัมจำนวนมาก ขยายอาณาเขตของมนเทียรมากในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 16 และ 17[9][10] มนเทียรนี้เคยเป็นหนึ่งในจุดศูนย์กลางสำคัญของขบวนการภักติ ร่วมไปกับการร่ายรำและขับร้อง[11]

อาณาเขตของศรีรังคัมมนเทียรคือ 155 เอเคอร์ มีศาลเจ้า 81 ศาล, หอและโคปุรัม 21 หอ, ศาลาและมณฑป 39 หลัง และแท็งก์น้ำจำนวนอีกมากมายที่ประกอบเข้ากับระบบไขน้ำและอนุชลประทานที่ซับซ้อนของมนเทียร มนเทียรนี้ในปัจจุบันถือว่าเป็นโบสถ์พราหมณ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ยังคงมีการใช้ประกอบศาสนพิธีเป็นนิจอยู่[12][3]และถือเป็นแหล่งสำคัญของสถาปัตยกรรมทราวิฑดั้งเดิมที่ซับซ้อนและงดงามอย่างมีเสน่ห์

อ้างอิงแก้ไข

  1. Aguilar, Rafael; Torrealva, Daniel; Moreira, Susana; Pando, Miguel A.; Ramos, Luis F. (2018). Structural Analysis of Historical Constructions: An Interdisciplinary Approach (in อังกฤษ). Springer. ISBN 9783319994413. สืบค้นเมื่อ 26 February 2019.
  2. Stella Kramrisch 1988, p. 202-204 with footnotes.
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 3.4 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ unescosrirang
  4. David N. Lorenzen 2005, pp. 52-54, 87-93.
  5. Spencer 1978, pp. 16-19.
  6. Spencer 1978, pp. 14-19.
  7. Hopkins 2002, pp. 68-69.
  8. Spencer 1978, pp. 19-21, Quote: "It was Malik Kafur's spectacular southern raid of 1310-11 AD which resulted in the initial plundering of the Srirangam, Chidambaram, and other famous temples of the Tamil country.".
  9. Abdur Rahman 1999, pp. 377-378.
  10. George Michell & Clare Arni 1999, pp. 76-77.
  11. T.S. Parthasarathy (1978), Music and Dance in Tamil Literature, Indian Literature, Vol. 21, No. 4, pages 137-148; Quote: "The hymns of the Divyaprabandham bad also been set to music and were being sung till the 14th century when the sack of Srirangam by Malik Kafur put an end to the practice."
  12. Mittal & Thursby 2005, p. 456.

บรรณานุกรมแก้ไข

ดูเพิ่มแก้ไข


อ้างอิงผิดพลาด: มีป้ายระบุ <ref> สำหรับกลุ่มชื่อ "note" แต่ไม่พบป้ายระบุ <references group="note"/> ที่สอดคล้องกัน หรือไม่มีการปิด </ref>