วัคซีนไข้หวัดใหญ่

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ หรือ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี เป็นวัคซีนชนิดหนึ่งมีฤทธิ์สร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัสไข้หวัดใหญ่[2] เนื่องจากไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ได้ง่ายและบ่อย จึงมีการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ออกมาปีละ 2 ครั้ง[2] ผลของวัคซีนนี้แตกต่างกันไปในแต่ละปี แต่โดยรวมแล้วถือว่าป้องกันการติดไข้หวัดใหญ่ได้ผลดี[2][3] ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐประมาณการว่าการให้วัคซีนป้องกันไวรัสไข้หวัดใหญ่สามารถลดจำนวนผู้ป่วย จำนวนครั้งของการเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล และจำนวนผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ได้จริง[4][5] คนงานที่ได้รับวัคซีนเมื่อติดโรคไข้หวัดใหญ่แล้วสามารถกลับมาทำงานได้เร็วกว่าคนที่ไม่ได้รับวัคซีนประมาณครึ่งวันโดยเฉลี่ย[6] ข้อมูลเกี่ยวกับผลของวัคซีนในคนที่อายุมากกว่า 65 ปียังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด เนื่องจากยังขาดงานวิจัยที่มีคุณภาพสูงมายืนยันผล[7][8] การให้วัคซีนกับเด็กอาจมีผลช่วยป้องกันโรคไปยังคนรอบข้างด้วย[2]

วัคซีนไข้หวัดใหญ่
Defense.gov News Photo 041028-N-9864S-021.jpg
US Navy crew member receiving an influenza vaccination
รายละเอียดวัคซีน
โรคที่เป็นข้อบ่งชี้influenza virus
ชนิดinactivated, attenuated, recombinant
ข้อมูลทางคลินิก
ชื่อทางการค้าAfluria, Fluarix, Fluzone, others
AHFS/Drugs.comInactivated: Monograph Intranasal: Monograph Recombinant: Monograph
ระดับความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์
  • AU: B2 [1]
  • US: C (ยังไม่ชี้ขาด) [1]
ช่องทางการรับยาIntramuscular (IM), intranasal
รหัส ATC
กฏหมาย
สถานะตามกฏหมาย
  • AU: S4 (ต้องใช้ใบสั่งยา)
  • UK: POM (Prescription only)
  • US: ℞-only
  • EU: Rx-only
  • In general: ℞ (Prescription only)
ตัวบ่งชี้
ChemSpider
  • none
KEGG
Pharmaklog.png สารานุกรมเภสัชกรรม

โดยทั่วไปแล้ววัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปีแต่ละชุดจะประกอบด้วยสารวัคซีนต่อไวรัสไข้หวัดใหญ่ 3 ชนิด คือ ชนิด A (H3N2) ตัวหนึ่ง ชนิด A (H1N1) ซึ่งพบบ่อยตามฤดูกาล ตัวหนึ่ง (ซึ่งตั้งแต่ พ.ศ. 2553 เป็นต้นมา ได้ถูกแทนที่ด้วยวัคซีนไข้หวัดใหญ่ "สายพันธุ์ใหม่" A H1N1 2009) และชนิด B ตัวหนึ่ง[9]

องค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (CDC) แนะนำให้ทุกคนที่มีอายุมากกว่า 6 เดือน โดยเน้นไปที่กลุ่มเสี่ยง[2][10][11][12] ได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งยุโรป (ECDC) ก็แนะนำให้กลุ่มเสี่ยงได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี[13] กลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ เด็กอายุ 6 เดือนถึง 5 ปี ผู้มีโรคประจำตัว และผู้ให้บริการในระบบบริการสุขภาพ[2][12]

วัคซีนนี้ถือว่าเป็นวัคซีนที่มีความปลอดภัย[2] เด็กทีได้รับวัคซีนนี้จะมีไข้ประมาณ 5-10%[2] และอาจมีอาการปวดกล้ามเนื้อหรือรู้สึกไม่สบายตัวได้ชั่วคราว[2] ในบางปีจะพบว่าวัคซีนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการกิลแลงบาร์เรในผู้สูงอายุในสัดส่วน 1 คน ต่อ 1 ล้านคนที่รับวัคซีน[2] แม้วัคซีนไข้หวัดใหญ่จำนวนมากจะยังใช้ไข่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตวัคซีน แต่ก็ไม่มีข้อห้ามทางการแพทย์ไม่ให้ผู้ที่มีภูมิแพ้ไข่ได้รับวัคซีนนี้[14] แต่มีข้อห้ามทางการแพทย์ไม่ให้ผู้ที่เคยแพ้วัคซีนไข้หวัดใหญ่อย่างรุนแรงมาก่อนเข้ารับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในปีต่อๆ ไป[2][14] วัคซีนแบ่งออกเป็นชนิดเชื้อเป็นและชนิดเชื้อตาย[2] โดยชนิดเชื้อเป็นจะมีเชื้อไวรัสที่ถูกทำให้อ่อนฤทธิ์ ไม่แนะนำให้ใช้กับหญิงตั้งครรภ์, เด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี, ผู้ใหญ่อายุมากกว่า 50 ปี, และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง[2] วิธีการให้วัคซีนจะแตกต่างกันไปขึ้นกับชนิดของวัคซีน โดยมีทั้งการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ การพ่นจมูก และการฉีดเข้าชั้นผิวหนัง (intradermal)[2] โดยวัคซีนชนิดฉีดเข้าชั้นผิวหนังไม่มีการผลิตออกมาใช้สำหรับรอบฤดูกาลการระบาดปี 2018-2019 และ 2019-2020[12][15][16][17]

การสร้างภูมิคุ้มกันต่อไข้หวัดใหญ่ด้วยวัคซีนเริ่มมีขึ้นในช่วงคริสตทศวรรษ 1930 และการให้วัคซีนเป็นวงกว้างในสหรัฐเริ่มมีขึ้นครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1945[18][19] วัคซีนนี้มีชื่ออยู่ในรายการยาพื้นฐานขององค์การอนามัยโลก[20]

การใช้ทางการแพทย์แก้ไข

ประสิทธิผลแก้ไข

US vaccine effectiveness by start year:[21][22][23]
2004 10%
2005 21%
2006 52%
2007 37%
2008 41%
2009 56%
2010 60%
2011 47%
2012 49%
2013 52%
2014 19%
2015 48%
2016 40%
2017 38%
2018 29%
2019 45% est

โดยปกติแล้วการประเมินผลวัคซีนจะใช้ทั้งค่าประสิทธิศักย์ (efficacy) ซึ่งหมายถึงอัตราที่วัคซีนลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้ในสภาพควบคุม เช่นที่เกิดขึ้นในการทดลองทางคลินิก และประสิทธิผล (effectiveness) ซึ่งหมายถึงอัตราที่วัคซีนลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเมื่อนำไปใช้จริง[24] ในกรณีของวัคซีนไข้หวัดใหญ่คาดได้ว่าประสิทธิผลของวัคซีนเมื่อนำไปใช้จริงจะมีค่าต่ำกว่าประสิทธิศักย์ที่ได้จากการทดลองเป็นพิเศษเนื่องจากข้อมูลการป่วยไข้หวัดใหญ่ที่นำมาคำนวณเป็นประสิทธิผลจะคิดจากจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ ซึ่งจะนับรวมผู้ป่วยบางรายที่ไม่ได้ป่วยจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่เข้าไปด้วย[6]

การแนะนำแก้ไข

องค์การทางสาธารณสุขต่างๆ รวมทั้งองค์การอนามัยโลก ได้แนะนำให้ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการป่วยภาวะแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่ และผู้ดูแลหรืออาศัยอยู่ใกล้ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี ทุกปี ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ได้แก่

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 "Influenza virus vaccine, inactivated Use During Pregnancy". Drugs.com. 10 July 2019. สืบค้นเมื่อ 25 January 2020.
  2. 2.00 2.01 2.02 2.03 2.04 2.05 2.06 2.07 2.08 2.09 2.10 2.11 2.12 2.13 World Health Organization (November 2012). "Vaccines against influenza WHO position paper". Weekly Epidemiological Record. 87 (47): 461–76. hdl:10665/241993. PMID 23210147. Lay summary (PDF).
  3. Manzoli L, Ioannidis JP, Flacco ME, De Vito C, Villari P (July 2012). "Effectiveness and harms of seasonal and pandemic influenza vaccines in children, adults and elderly: a critical review and re-analysis of 15 meta-analyses". Human Vaccines & Immunotherapeutics. 8 (7): 851–62. doi:10.4161/hv.19917. PMC 3495721. PMID 22777099.
  4. Rolfes MA, Foppa IM, Garg S, Flannery B, Brammer L, Singleton JA, และคณะ (December 9, 2016). "2015–2016 Estimated Influenza Illnesses, Medical visits, and Hospitalizations Averted by Vaccination in the United States". U.S. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ December 2, 2019. สืบค้นเมื่อ December 24, 2017.   บทความนี้รวมเอาเนื้อความจากแหล่งอ้างอิงนี้ ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติ
  5. Centers for Disease Control and Prevention (16 January 2020). "Benefits of Flu Vaccination During 2018-2019 Flu Season". Centers for Disease Control and Prevention (CDC). สืบค้นเมื่อ 10 April 2020.
  6. 6.0 6.1 Demicheli V, Jefferson T, Ferroni E, Rivetti A, Di Pietrantonj C (February 2018). "Vaccines for preventing influenza in healthy adults". Cochrane Database of Systematic Reviews. 2: CD001269. doi:10.1002/14651858.CD001269.pub6. PMC 6491184. PMID 29388196.
  7. Osterholm MT, Kelley NS, Sommer A, Belongia EA (January 2012). "Efficacy and effectiveness of influenza vaccines: a systematic review and meta-analysis". The Lancet. Infectious Diseases. 12 (1): 36–44. doi:10.1016/S1473-3099(11)70295-X. PMID 22032844.
  8. Demicheli V, Jefferson T, Di Pietrantonj C, Ferroni E, Thorning S, Thomas RE, Rivetti A (February 2018). "Vaccines for preventing influenza in the elderly". Cochrane Database of Systematic Reviews. 2: CD004876. doi:10.1002/14651858.CD004876.pub4. PMC 6491101. PMID 29388197.
  9. CDC - Seasonal Influenza (Flu) - Key Facts About Seasonal Flu Vaccine
  10. "Who Should and Who Should NOT get a Flu Vaccine". U.S. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). October 11, 2019. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ December 2, 2019. สืบค้นเมื่อ December 2, 2019.   บทความนี้รวมเอาเนื้อความจากแหล่งอ้างอิงนี้ ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติ
  11. World Health Organization (October 2017). The immunological basis for immunization series: module 23: influenza vaccines. World Health Organization (WHO). hdl:10665/259211. ISBN 978-9241513050.
  12. 12.0 12.1 12.2 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ pmid31441906
  13. "Implementation of the Council Recommendation on seasonal influenza vaccination (2009/1019/EU)" (PDF). European Centre for Disease Prevention and Control. January 2014. สืบค้นเมื่อ 10 April 2020. Lay summary.
  14. 14.0 14.1 "Flu Vaccine and People with Egg Allergies". U.S. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). November 25, 2019. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ December 2, 2019. สืบค้นเมื่อ December 2, 2019.   บทความนี้รวมเอาเนื้อความจากแหล่งอ้างอิงนี้ ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติ
  15. "Intradermal Influenza (Flu) Vaccination". U.S. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). October 31, 2018. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ October 14, 2019. สืบค้นเมื่อ October 14, 2019.   บทความนี้รวมเอาเนื้อความจากแหล่งอ้างอิงนี้ ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติ
  16. "Influenza vaccines – United States, 2019–20 influenza season". U.S. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). August 22, 2019. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ October 14, 2019. สืบค้นเมื่อ October 14, 2019.   บทความนี้รวมเอาเนื้อความจากแหล่งอ้างอิงนี้ ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติ
  17. "Influenza Virus Vaccine Inactivated". The American Society of Health-System Pharmacists. พฤศจิกายน 19, 2018. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ ตุลาคม 14, 2019. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 13, 2019.
  18. Compans, Richard W. (2009). Vaccines for pandemic influenza. Dordrecht: Springer. p. 49. ISBN 978-3540921653. Unknown parameter |name-list-style= ignored (help)
  19. Vaccine Analysis: Strategies, Principles, and Control. Springer. 2014. p. 61. ISBN 978-3662450246.
  20. World Health Organization (2019). World Health Organization model list of essential medicines: 21st list 2019. Geneva: World Health Organization. hdl:10665/325771. WHO/MVP/EMP/IAU/2019.06. License: CC BY-NC-SA 3.0 IGO.
  21. "Past Seasons Vaccine Effectiveness Estimates". U.S. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). January 29, 2020. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ February 12, 2020. สืบค้นเมื่อ March 4, 2019.   บทความนี้รวมเอาเนื้อความจากแหล่งอ้างอิงนี้ ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติ
  22. Doyle JD, Chung JR, Kim SS, Gaglani M, Raiyani C, Zimmerman RK, และคณะ (February 2019). "Interim Estimates of 2018-19 Seasonal Influenza Vaccine Effectiveness - United States, February 2019" (PDF). MMWR. Morbidity and Mortality Weekly Report. 68 (6): 135–39. doi:10.15585/mmwr.mm6806a2. PMC 6375657. PMID 30763298.   บทความนี้รวมเอาเนื้อความจากแหล่งอ้างอิงนี้ ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติ
  23. Dawood FS, Chung JR, Kim SS, Zimmerman RK, Nowalk MP, Jackson ML, และคณะ (February 2020). "Interim Estimates of 2019-20 Seasonal Influenza Vaccine Effectiveness - United States, February 2020" (PDF). Morbidity and Mortality Weekly Report (MMWR). 69 (7): 177–82. doi:10.15585/mmwr.mm6907a1. PMC 7043386. PMID 32078591.   บทความนี้รวมเอาเนื้อความจากแหล่งอ้างอิงนี้ ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติ
  24. Fedson DS (1998). "Measuring protection: efficacy versus effectiveness". Developments in Biological Standardization. 95: 195–201. PMID 9855432.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข