เปิดเมนูหลัก

ยุทธการที่คูสค์

(เปลี่ยนทางจาก ยุทธการเคิร์สก์)

ยุทธการที่คูสค์ (รัสเซีย: Курская битва, Битва на Курской дуге) เกิดขึ้นเมื่อกำลังเยอรมนีและโซเวียตเผชิญหน้ากันในแนวรบด้านตะวันออกระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง บริเวณย่านชานนครคูสค์ (Kursk) ห่างจากกรุงมอสโกไปทางใต้ 450 กิโลเมตร ในสหภาพโซเวียต ช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ค.ศ. 1943 ยุทธการที่คูสค์เป็นทั้งชุดของการสงครามยานเกราะที่ใหญ่ที่สุด รวมถึงยุทธการที่โปรโฮรอฟกา และการสงครามทางอากาศวันเดียวราคาแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ ยุทธการนี้นับเป็นการรุกทางยุทธศาสตร์ครั้งสุดท้ายของเยอรมนีที่สามารถดำเนินการได้ในทางตะวันออก ชัยชนะเด็ดขาดของโซเวียตที่เป็นผลให้กองทัพแดงมีการริเริ่มทางยุทธศาสตร์ในช่วงที่เหลือของสงคราม

ยุทธการคูสค์
ปฏิบัติการซิทาเดล
เป็นส่วนหนึ่งของ แนวรบด้านตะวันออกในสงครามโลกครั้งที่สอง
Bundesarchiv Bild 101III-Zschaeckel-206-35, Schlacht um Kursk, Panzer VI (Tiger I).jpg
แพนเซอร์เกรนาเดียร์กับรถถังไทเกอร์ 1 แห่งกองพลแพนเซอร์เอสเอสที่ 2 ดัส ไรช์ รุกคืบผ่านแนวรบโวโรเนชทางใต้
วันที่ ระยะการรุกของเยอรมนี: 4-20 กรกฎาคม 1943
ระยะการรุกของโซเวียต: 4 กรกฎาคม - 23 สิงหาคม 1943
สถานที่ คูสค์ สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตรัสเซีย สหภาพโซเวียต
ผลลัพธ์ โซเวียตชนะ
คู่ขัดแย้ง
 ไรช์เยอรมัน  สหภาพโซเวียต
ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
กำลัง
ทหาร 780,900 นาย[1]
รถถัง 2,928 คัน[1]
ปืนใหญ่และปืนครก 9,966 กระบอก[2]
อากาศยาน 2,110 ลำ[3]
ทหาร 1,910,361 นาย
รถถัง 5,128 คัน
ปืนใหญ่และปืนครก 25,013 กระบอก[2]
อากาศยาน 2,792 ลำ[4]
กำลังพลสูญเสีย
ปฏิบัติการซิทาเดล:[nb 1]
ทหาร 54,182 นาย[nb 2]
รถถังและรถปืนใหญ่อัตตาจร (assualt gun) 323 คัน[6]
อากาศาน 159 ลำ[7]
ปืนใหญ่ ~500 กระบอก[8]

ยุทธการคูสค์:[nb 3]
ทหาร 203,000 นาย[9]
รถถังและรถปืนใหญ่อัตตาจร 720 คัน[10]
อากาศยาน 681 ลำ[11]
ปืนใหญ่ไม่ทราบจำนวน
ปฏิบัติการซิทาเดล:[nb 1]
ทหาร 177,847 นาย[12]
รถถังและรถปืนใหญ่อัตตาจร 1,614[13] – 1,956 คัน[14]
อากาศยาน 459[13] – 1,961[14] ลำ
ปืนใหญ่ 3,929 กระบอก

ยุทธการคูสค์:[nb 3]
ทหาร 863,303 นาย[nb 4]
รถถังและรถปืนใหญ่อัตตาจร 6,064 คัน[nb 5]
อากาศยาน 1,626[13] ลำ
ปืนใหญ่ 5,244 กระบอก[13]

ฝ่ายเยอรมนีหวังจะย่นแนวรบของตนโดยกำจัดส่วนที่ยื่นออกมาที่คูสค์ ซึ่งเป็นผลมาจากความพ่ายแพ้ในยุทธการที่สตาลินกราด คีมตามที่คิดไว้ล่วงหน้าเจาะผ่านปีกด้านเหนือและใต้เพื่อบรรลุการล้อมกำลังกองทัพแดงใหญ่ อย่างไรก็ดี ฝ่ายโซเวียตมีข่าวกรองเจตนาของกองทัพเยอรมัน ด้วยเหตุนี้ ประกอบกับความล่าช้าของเยอรมนีที่ต้องรออาวุธใหม่ ส่วนใหญ่คือ รถถังไทเกอร์และแพนเธอร์[17][18] ทำให้กองทัพแดงมีเวลาสร้างแนวป้องกันเป็นชุดและเก็บกำลังหนุนขนาดใหญ่เพื่อการตีโต้ตอบทางยุทธศาสตร์[19]

โดยได้รับแจ้งล่วงหน้าหลายเดือนว่าการโจมตีจะเกิดแก่คอของส่วนที่ยื่นออกมาที่คูสค์ ฝ่ายโซเวียตวางแผนที่จะชะลอ หันเห ตลอดจนทำให้หัวหอกแพนเซอร์อันทรงพลังของเยอรมนีอ่อนกำลังและค่อย ๆ ยอมจำนน โดยบีบให้พวกเขาโจมตีผ่านเครือข่ายเขตทุ่นระเบิด เขตยิงปืนใหญ่มองเห็นล่วงหน้า (pre-sighted artillery fire zone) และที่มั่นแข็งแรงต่อสู้รถถังที่อำพรางไว้ ประกอบด้วยแนวป้องกันมีพื้นที่ว่างแปดแนว ลึก 250 กิโลเมตร ซึ่งลึกกว่า 10 เท่าของแนวมากีโน และมีปืนใหญ่ต่อสู้รถถังกว่าอัตรา 1:1 ของยานพาหนะที่จะเข้าตี ซึ่งเชื่อมต่อถึงกันอย่างกว้างขวาง จนถึงปัจจุบันยังเป็นงานการป้องกันที่กว้างขวางที่สุดที่เคยก่อสร้างมา และพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า มีความลึกเกินกว่าสามเท่าของความลึกที่จำเป็นต่อการชะลอขอบเขตไกลที่สุดของการโจมตีฝ่ายเยอรมัน[20]

เมื่อกองทัพเยอรมันหมดกำลังไปกับการป้องกัน ฝ่ายโซเวียตก็สนองด้วยการตีโต้ตอบ ซึ่งทำให้กองทัพแดงยึดโอเรลและเบลโกรอดคืนได้เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม และฮาร์คอฟเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม และผลักดันฝ่ายเยอรมันกลับไปข้ามแนวรบอันกว้างใหญ่

แม้กองทัพแดงจะเคยประสบความสำเร็จในฤดูหนาว แต่ชัยชนะครั้งนี้นับเป็นการรุกทางยุทธศาสตร์ในฤดูร้อนของโซเวียตที่ประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรกในสงคราม ปฏบัติการยุทธศาสตร์อันเป็นต้นแบบนี้ได้บรรจุในหลักสูตรวิทยาลัยการทัพ[21] ยุทธการคูสค์เป็นยุทธการครั้งแรกซึ่งการรุกบลิทซครีกประสบความล้มเหลวก่อนที่จะสามารถเจาะผ่านการป้องกันของข้าศึกและเข้าไปในความลึกเชิงยุทธศาสตร์ (strategic depth)[22]

แม้ว่ากองทัพเยอรมันจะถูกผลักดันแต่จอมพลเอริค ฟอน มันสไตน์ตั้งใจจะตั้งรับโซเวียตในแนวรบตะวันออกให้ได้แต่ทว่ากลับไม่เป็นไปอย่างที่คิด เนื่องจากฮิตเลอร์ได้สั่งให้ถอนกำลังยานเกราะแพนเซอร์ไปยังอิตาลี เพราะได้ข่าวว่ากองทัพสัมพันธมิตรได้บุกยึดเกราะซิซิลีแล้ว อิตาลีภายใต้การนำของเบนิโต มุสโสลินีกำลังตกอยู่ในอันตราย ดังนั้นฮิตเลอร์ต้องช่วยเหลือด่วน. ฟอน มันสไตน์ได้พยายามคัดค้านแต่กลับไร้ผล เมื่อไร้ยานเกราะแพนเซอร์ กองทัพแดงกลับสามารถรุกได้อย่างรวดเร็วจนกองทัพเยอรมันต้องออกจากดินแดนรัสเซีย. ฟอน มันสไตน์ได้โทษฮิตเลอร์ว่าการวางแผนรบของฮิตเลอร์นั้นไร้สาระ

เชิงอรรถแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 Glantz & House 2004, p. 338.
  2. 2.0 2.1 Glantz & House 1995, p. 165.
  3. Bergström 2007, pp. 123–125.
  4. Bergström 2007, pp. 127–128.
  5. Frieser 2007, p. 154.
  6. Glantz & House, p. 276.
  7. Frieser 2007, p. 154 Luftflotte 6 45 losses Luftflotte 4 144 losses.
  8. ไม่มีตัวเลขบันทึก ตัวเลขนี้เป็นการประเมินโดย Frieser 2007, p. [ต้องการหน้า]
  9. Zetterling/Frankson Kursk 1943 p. 117, 116, and endnote 18. สำหรับกองทัพที่เข้าร่วมรบทั้งหมดในพื้นที่คูสค์ มีความสูญเสีย 203,000 นายทั้งในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม
  10. Frieser 2007, p. 201. ไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด ทั้ง "โอสท์ฟรอนท์" (ostfront) เสียรถถังและรถปืนใหญ่อัตตาจรไป 1,331 คันในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ดังนั้น ตัวเลข 720 จึงเป็นการประเมิน
  11. Bergström 2008, p. 120: ตัวเลข 5–31 กรกฎาคม ให้โดย Generalquartiermeister der Luftwaffe.
  12. Krivosheev Kursk
  13. 13.0 13.1 13.2 13.3 Krivosheev Kursk equipment
  14. 14.0 14.1 Frieser 2007, p. 150.
  15. Krivosheev p.188-190
  16. Krivosheev p. 370.
  17. Dunn 1997, p. p. x.
  18. Kasdorf, p. 16.
  19. Glantz 1989, pp. 149–59.
  20. Keegan 2006.
  21. Glantz 1986.
  22. Glantz & House 1995, p. 167.


บรรณานุกรมแก้ไข

  • Bergström, Christer (2007). Kursk — The Air Battle: July 1943. Hersham: Chervron/Ian Allen. ISBN 978-1-903223-88-8.
  • Bergström, Christer (2008). Bagration to Berlin — The Final Air Battle in the East: 1941–1945. Burgess Hill: Chervron/Ian Allen. ISBN 978-1-903223-91-8.
  • Carell, Paul; Osers, Ewald (1966–1971). Hitler's War on Russia: V1: Hitler Moves East, V2: Scorched Earth. Translated from the German Unternehmen Barbarossa. London: Corgi. ISBN 9780552086387.
  • Clark, Alan (1966). Barbarossa: The Russian-German Conflict 1941–1945. New York: William Morrow. ISBN 0688042686. OCLC 40117106.
  • Dunn, Walter (1997). Kursk: Hitler's Gamble, 1943. Westport, Conn: Greenwood Press. ISBN 978-0-275957-33-9.
  • Frieser, Karl-Heinz (2007). Das Deutsche Reich und der Zweite Weltkrieg – Vol. 8: Die Ostfront 1943/44 – Der Krieg im Osten und an den Nebenfronten (in German). München: Deutsche Verlags-Anstalt München. ISBN 978-3-421-06235-2. Unknown parameter |coauthors= ignored (|author= suggested) (help)
  • Glantz, David M. & House, Jonathon (1995). When Titans Clashed: How the Red Army Stopped Hitler. Lawrence, Kan: University of Kansas Press. ISBN 9780700608997.
  • Glantz, David M. & Orenstein, Harold S. (1999). The Battle for Kursk 1943: The Soviet General Staff Study. London; Portland, OR: Frank Cass. ISBN 0714649333.
  • Glantz, David M. & House, Jonathan M. (2004). The Battle of Kursk. Lawrence, Kan: University Press of Kansas. ISBN 0700613358.
  • Glantz, David M. (1990). The Role of Intelligence in Soviet Military Strategy in World War II. Novato, CA: Presidio Press. ISBN 0891413804.
  • Glantz, David M. (1989). Soviet Military Deception in the Second World War. London: Routledge. ISBN 9780714633473.
  • Glantz, David M. (1986). "Soviet Defensive Tactics at Kursk, July 1943" (PDF). U.S. Army Command and General Staff College. Ft. Belvoir. Soviet Army Studies Office Combined Arms Center Combat Studies Institute (CSI Report No. 11). OCLC 320412485. Unknown parameter |month= ignored (help)
  • Healy, Mark (1992). Kursk 1943: Tide Turns in the East. London: Osprey Publishers. ISBN 978-1-855322-11-0.
  • Kasdorf, Colonel Bruno. "The Battle of Kursk – An Analysis of Strategic and Operational Principles" (PDF). U.S. Army War College.
  • Keegan, John, ed. (2006). Atlas of World War II. London: Collins. ISBN 0-00-721465-0.
  • Krivosheev, Grigoriy (1997). Soviet Casualties and Combat Losses in the Twentieth Century. London: Greenhill Books. ISBN 1853672807.
  • Krivosheev, Grigoriy. "Россия и СССР в войнах XX века: Потери вооруженных сил: Статистическое исследование" (in Russian). Olma Press. ISBN 9785224015153. Unknown parameter |trans_title= ignored (help) Google translation
  • Manstein, Erich von (1983) [1955]. Verlorene Siege (in German). München: Monch. ISBN 9783763750511. Unknown parameter |trans_title= ignored (help)
  • Manstein, Erich von (2000) [1955]. Verlorene Siege (in German). München: Monch. ISBN 3763752536. Unknown parameter |trans_title= ignored (help)
  • Mawdsley, Evan (2007). Thunder in the East: The Nazi-Soviet War, 1941–1945. London: Hodder Arnold. ISBN 0340613920.
  • Mulligan, Timothy P. (1987). "Spies, Ciphers and 'Zitadelle': Intelligence and the Battle of Kursk, 1943" (PDF). Journal of Contemporary History. 22 (2): 235–260. doi:10.1177/002200948702200203.
  • Newton, Stephen H. (2003). Kursk: The German View. Cambridge, Mass: Westview Press. ISBN 0306811502.
  • Nipe, George (1996). Decision In the Ukraine, Summer 1943, II. SS and III. Panzerkorps. Winnipeg: J.J. Fedorowicz. ISBN 0921991355.
  • Overy, Richard (1995). Why the Allies Won. New York City: Norton Press. ISBN 9780393039252.
  • Restayn, Jean & Moller, N. (2002). Operation "Citadel", A Text and Photo Album, Volume 1: The South. Altona, Man: J.J. Fedorowicz Publishing. ISBN 0921991703.
  • Restayn, Jean & Moller, N. (2006). Operation "Citadel", A Text and Photo Album, Volume 2: The North. Altona, Man: J.J. Fedorowicz Publishing. ISBN 092199172X.
  • Robbins, David L. (2004). Last Citadel. London: Orion. ISBN 0752859250.
  • Taylor, A.J.P & Kulish, V.M (1974). A History Of World War Two. London: Octopus Books. ISBN 0-70640-399-1.
  • Töppel, Roman (2001). "Die Offensive gegen Kursk 1943 – Legenden, Mythen, Propaganda" (MA Thesis)|format= requires |url= (help). Dresden: Technical University.
  • Zetterling, Niklas & Frankson, Anders (2000). Kursk 1943: A Statistical Analysis. Cass Series on the Soviet (Russian) Study of War. London: Routledge. ISBN 0714650528.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข


อ้างอิงผิดพลาด: มีป้ายระบุ <ref> สำหรับกลุ่มชื่อ "nb" แต่ไม่พบป้ายระบุ <references group="nb"/> ที่สอดคล้องกัน หรือไม่มีการปิด </ref>