เปิดเมนูหลัก

กัสซีนี–เฮยเคินส์

(เปลี่ยนทางจาก ยานแคสสินี)

ภารกิจ กัสซีนี–เฮยเคินส์ หรือ คัสซีนี–ฮอยเกนส์ (Cassini–Huygens) เป็นความร่วมมือระหว่างนาซา, องค์การอวกาศยุโรป (ESA) และองค์การอวกาศอิตาลี (ASI) เพื่อส่งยานไปศึกษาดาวเสาร์และระบบดาวเสาร์ อันรวมถึงวงแหวนดาวเสาร์และดาวบริวาร ยานอวกาศหุ่นยนต์ไร้คนบังคับชั้นแฟลกชิปประกอบด้วยยานกัสซีนีของนาซา และส่วนลงจอดเฮยเคินส์ของ ESA ซึ่งจะลงจอดบนไททัน ดาวบริวารใหญ่ที่สุดของดาวเสาร์ กัสซีนีเป็นยานอวกาศลำที่สี่ที่เยือนดาวเสาร์และเป็นลำแรกที่เข้าสู่วงโคจร ยานนี้ตั้งชื่อตามโจวันนี โดเมนีโก กัสซีนี นักดาราศาสตร์ชาวอิตาลี และคริสตียาน เฮยเคินส์ นักดาราศาสตร์ชาวดัตช์

กัสซีนี–เฮยเคินส์
Cassini Saturn Orbit Insertion.jpg
ภาพยาน กัสซีนี โคจรรอบดาวเสาร์โดยศิลปิน
ประเภทภารกิจกัสซีนี: โคจรรอบดาวเสาร์
เฮยเคินส์: จอดบนดวงจันทร์ไททัน
ผู้ดำเนินการกัสซีนี: NASA / JPL
เฮยเคินส์: ESA / ASI
COSPAR ID1997-061A
SATCAT no.25008
เว็บไซต์
ระยะภารกิจ
ข้อมูลยานอวกาศ
ผู้ผลิตกัสซีนี: Jet Propulsion Laboratory
เฮยเคินส์: Thales Alenia Space
มวลขณะส่งยาน5,712 กก. (12,590 ปอนด์)[1][2]
มวลแห้ง2,523 กก. (5,560 ปอนด์)[1]
กำลังไฟฟ้า~885 วัตต์ (BOL)[1]
~670 วัตต์ (2010)[3]
~663 วัตต์ (EOM/2017)[1]
เริ่มต้นภารกิจ
วันที่ส่งขึ้นOctober 15, 1997, 08:43:00 (1997-10-15UTC08:43) UTC
จรวดนำส่ง Titan IV(401)B B-33
ฐานส่งCape Canaveral SLC-40
สิ้นสุดภารกิจ
การกำจัดControlled entry into Saturn[4][5]
ติดต่อครั้งสุดท้าย15 กันยายน ค.ศ.2017
  • 11:55:39 UTC X-band telemetry
  • 11:55:46 UTC S-band radio science[6]
ลักษณะวงโคจร
ระบบอ้างอิงKronocentric
บินผ่าน ดาวศุกร์ (Gravity assist)
เข้าใกล้สุด26 เมษายน ค.ศ.1998
ระยะห่าง283 กิโลเมตร (176 ไมล์)
บินผ่าน ดาวศุกร์ (แรงโน้มถ่วง)
เข้าใกล้สุด24 มิถุนายน ค.ศ.1999
ระยะห่าง623 กิโลเมตร (387 ไมล์)
บินผ่าน ระบบโลก-ดวงจันทร์ (แรงโน้มถ่วง)
เข้าใกล้สุด18 สิงหาคม ค.ศ.1999, 03:28 UTC
ระยะห่าง1,171 กิโลเมตร (728 ไมล์)
บินผ่าน 2685 Masursky (โดยบังเอิญ)
เข้าใกล้สุด23 มกราคม ค.ศ.2000
ระยะห่าง1,600,000 กิโลเมตร (990,000 ไมล์)
บินผ่าน ดาวพฤหัส (แรงโน้มถ่วง)
เข้าใกล้สุด30 ธันวาคม ค.ศ.2000
ระยะห่าง9,852,924 กิโลเมตร (6,122,323 ไมล์)
โคจรรอบ ดาวเสาร์
เข้าวงโคจร1 กรกฎาคม ค.ศ.2004, 02:48 UTC
แลนเดอร์ ไททัน
Spacecraft componentเฮยเคินส์
วันที่ลงจอด14 มกราคม ค.ศ.2005
 
ภาพจำลองสามมิติ ยานสำรวจอวกาศกัสซีนี ขณะโคจรรอบดาวเสาร์

ยานโดยสารไปกับไททัน 4บี/เซ็นทอร์เมื่อวันี่ 15 ตุลาคม 2540 ปฏิบัติภารกิจในอวกาศเป็นเวลากว่า 19 ปี โดยใช้เวลา 13 ปีโคจรรอบดาวเสาร์ แล้วศึกษาดาวเคราะห์และระบบดาวหลังเข้าสู่โคจรเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2547 การเดินทางสู่ดาวเสาร์มีการบินผ่านดาวศุกร์ (เมษายน 2541 ถึงกรกฎาคม 2542) โลก (สิงหาคม 2542) ดาวเคราะห์น้อย 2685 มาเซอร์สกี และดาวพฤหัสบดี (ธันวาคม 2543) ภารกิจสิ้นสุดลงในวันที่ 15 กันยายน 2560 เมื่อกัสซีนีได้รับคำสั่งให้บินเข้าชั้นบรรยากาศบนของดาวเสาร์และถูกเผาไหม้เพื่อป้องกันความเสี่ยงการทำให้ดาวบริวารของดาวเสาร์ปนเปื้อนจุลชีพจากโลกที่ติดไปกับยาน ทั้งนี้ ดาวบริวารของดาวเสาร์บางดวงมีสิ่งแวดล้อมที่อาจมีสิ่งมีชีวิตได้ ภารกิจดังกล่าวเป็นที่รู้กันแพร่หลายว่าประสบความสำเร็จเหนือความคาดหมาย ผู้อำนวยการกองวิทยาดาวเคราะห์ของนาซาเรียก กัสซีนี–เฮยเคินส์ ว่าเป็น "ภารกิจแห่งครั้งแรก" ซึ่งปฏิบัติความเข้าใจของมนุษย์เกี่ยวกับระบบดาวเสาร์ ซึ่งรวมทั้งดาวบริวารและวงแหวน และความเข้าใจว่าอาจพบสิ่งมีชีวิตได้ในระบบสุริยะ

ภารกิจดั้งเดิมของกัสซีนีวางแผนไว้กินเวลาสี่ปี ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2547 ถึงพฤษภาคม 2551 ต่อมาภารกิจถูกขยายเวลาไปสองปีถึงเดือนกันยายน 2553 เรียก ภารกิจวิษุวัตกัสซีนี (Cassini Equinox Mission)[7] และขยายเวลาครั้งที่สองและครั้งสุดท้ายด้วย ภารกิจอายันกัสซีนี (Cassini Solstice Mission) ที่กินเวลาต่อมาอีกเจ็ดปีถึงวันที่ 15 กันยายน 2560

16 ประเทศในทวีปยุโรปพร้อมทั้งสหรัฐจัดตั้งทีมซึ่งรับผิดชอบต่อการออกแบบ การก่อสร้าง การบิน และการเก็บข้อมูลจากส่วนโคจรกัสซีนีและยานสำรวจเฮยเคินส์ ภารกิจดังกล่าวบริหารจัดการโดยห้องปฏิบัติการการขับดันเจ็ตของนาซาในสหรัฐ ที่ซึ่งส่วนบนรนโคจรถูกออกแบบและประกอบ การพัฒนายานสำรวจไททันเฮยเคินส์บริหารจัดการโดยศูนย์วิจัยอวกาศและเทคโนโลยียุโรป อุปกรณ์เครื่องมือสำหรับยานสำรวจดังกล่าวได้รับการจัดหาจากหลายประเทศ องค์การอวกาศอิตาลี (ASI) จัดหาเสาวิทยุกำลังขยายสูงของยานสำรวจกัสซีนี และเรดาร์น้ำหนักเบาและกะทัดรัด ซึ่งทำหน้าที่อเนกประสงค์ทั้งเป็นการถ่ายภาพจากเรดาร์ (synthetic aperture radar) มาตรความสูงเรดาร์และมาตรรังสี

กัสซีนีได้รับพลังงานโดยพลูโทเนียม-238 หนัก 32.7 กิโลกรัม[8] โดยเป็นความร้อนจากการสลายกัมมันตรังสีของธาตุนั้นและเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า เฮยเคินส์ได้รับการสนับสนุนโดยกัสซีนีระหว่างการเดินทาง และเมื่อแยกออกมาใช้แบตเตอรีเคมี

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 "Cassini–Huygens: Quick Facts". NASA. สืบค้นเมื่อ August 20, 2011.
  2. Krebs, Gunter Dirk. "Cassini / Huygens". Gunter's Space Page. สืบค้นเมื่อ June 15, 2016.
  3. Barber, Todd J. (August 23, 2010). "Insider's Cassini: Power, Propulsion, and Andrew Ging". NASA. Archived from the original on April 2, 2012. สืบค้นเมื่อ August 20, 2011. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  4. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ NASA-20170915
  5. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ NYT-20170914
  6. "Cassini Post-End of Mission News Conference" (Interview). Pasadena, CA: NASA Television. September 15, 2017.
  7. "NASA extends Saturn mission - CNN.com".[ลิงก์เสีย]
  8. Ruslan Krivobok: Russia to develop nuclear-powered spacecraft for Mars mission. Ria Novosti, November 11, 2009, retrieved January 2, 2011

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข