พระนางศุภยาจี (พม่า: စုဖုရားကြီး; พ.ศ. 2397 – 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2455) เป็นพระอัครมเหสีในพระเจ้าธีบอ พระมหากษัตริย์พระองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์โก้นบอง

พระนางศุภยาจี
စုဖုရားကြီး
สมเด็จพระราชินีนาถแห่งพม่า
ดำรงพระยศ30 ตุลาคม พ.ศ. 2421 – 12 เมษายน พ.ศ. 2422
ก่อนหน้าพระนางสิริปวรมหาราชินทารตนาเทวี
ถัดไปพระนางศุภยาลัต
เจ้าหญิงแห่งMong Nawng
ดำรงพระยศพ.ศ. 2397 – 2421
ถัดไปยุบเลิก
ประสูติพ.ศ. 2397
มัณฑะเลย์ พม่า
สวรรคต25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2455 (57 พรรษา)
มี่นกู้น บริติชพม่า
ฝังพระศพเจดีย์ชเวดากอง ย่างกุ้ง ประเทศพม่า
คู่อภิเษกพระเจ้าธีบอ
พระราชบุตรไม่มี
ราชวงศ์โก้นบอง
พระราชบิดาพระเจ้ามินดง
พระราชมารดาพระนางอเลนันดอ
ศาสนาพุทธนิกายเถรวาท

พระประวัติ

แก้

พระนางศุภยาจี พระราชสมภพใน พ.ศ. 2397[1] พระนามเดิมว่า อไท้ซุ พญาจี (ထိပ်စုဖုရားကြီး) เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในสามพระองค์ของพระเจ้ามินดงและพระนางอเลนันดอ พระองค์เป็นพระเชษฐภคินีในพระนางศุภยาลัตและพระนางศุภยาเล แฮโรลด์ ฟีลดิ้ง ฮอลล์ บรรยายว่า เจ้าหญิงศุภยาจี ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนัก เป็นคนเงียบๆ เรียบร้อย พร้อมที่จะทำตามคำสั่ง ต่อมาพระนางอเลนันดอได้จัดการให้พระเจ้าธีบอได้ครองบัลลังค์ แล้วจึงได้เสนอให้ อไท้ซุ พญาจี พระราชธิดาพระองค์ใหญ่ เป็นพระราชินี เมื่อเจ้าหญิงศุภยาลัตทรงทราบว่าพระเจ้าธีบออภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงศุภยาจี เจ้าหญิงศุภยาลัต ทรงเขียนจดหมายถึงพระเจ้าธีบอ และเสด็จไปเข้าเฝ้า ทรงมุ่งตรงไปยังที่ประทับของกษัตริย์และพำนักที่นั่น แม้ว่าพระชนนีจะทรงรับสั่งอย่างไร เหล่าเสนาบดีทูลทัดทานอย่างไร ก็ไม่เป็นผล พระองค์จึงรับพระนางไว้ เหตุการณ์ที่น้องสาวแย่งสิทธิครอบครองจากพี่สาว และสถาปนาตัวเองเป็นราชินีถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรัชสมัยก่อนหน้านี้ และเป็นการฝ่าฝืนประเพณีโบราณ

 
พระราชวังสีป่อในรัตนคีรี สถานที่ที่พระนางศุภยาจี และพระราชวงศ์ถูกเนรเทศ

รัชสมัยของพระราชวงศ์กินเวลาเพียงเจ็ดปี เมื่อพระเจ้าธีบอพ่ายแพ้ในสงครามอังกฤษ–พม่าครั้งที่สามและถูกบังคับให้สละราชสมบัติโดยอังกฤษในปี พ.ศ. 2428 เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2428 เหล่าพระราชวงศ์ทรงถูกเชิญออกจากพระราชวังมัณฑะเลย์ผ่านประตูทางทิศใต้ของเมืองที่มีกำแพงล้อมรอบ ตามถนนที่เรียงรายไปด้วยทหารอังกฤษและอาสาสมัครที่ร่ำไห้ไปยังแม่น้ำอิรวดีที่ซึ่งเรือกลไฟรอคอยอยู่ พระนางศุภยาจีและพระราชชนนีถูกส่งไปทวาย[2] พระองค์สวรรคตในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2455 ในเมืองมี่นกู้นหลังจากพระชนนีของพระองค์สวรรคตในปี พ.ศ. 2443[1] พระศพถูกฝังไว้ทางตอนใต้ของเจดีย์ชเวดากองในย่างกุ้งในปัจจุบัน[3]

อ้างอิง

แก้
  1. 1.0 1.1 Shah, Sudha (2012-06-14). The King In Exile : The Fall Of The Royal Family Of Burma (ภาษาอังกฤษ). Harper Collins. ISBN 9789350295984.
  2. "Forty Years in Burma, by John Ebenezer Marks". anglicanhistory.org. สืบค้นเมื่อ 2018-10-04.
  3. "Not the right time to repatriate King Thibaw, says descendant". The Myanmar Times (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-01-18. สืบค้นเมื่อ 2018-10-04.