เปิดเมนูหลัก

ฝุ่นละออง หรือ ละอองธุลี[1] คือ ของแข็งขนาดเล็กที่ลอยอยู่ในอากาศหรือน้ำ ซึ่งเกิดจากธรรมชาติหรือมนุษย์โดยนับเป็นมลพิษทางอากาศและมลพิษทางน้ำประเภทหนึ่ง

ฝุ่นละอองมีที่มาหลากหลายทั้งจากธรรมชาติ อาทิเช่น ภูเขาไฟ พายุทราย ไฟป่า ไอเกลือ หรือการกระทำของมนุษย์เช่น ไอของเสียจากรถยนต์ โรงงานไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรม รวมไปถึง การเผาหญ้า และการเผาป่า ในประเทศกำลังพัฒนาฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นมักจะเกิดจากโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากถ่านหิน

ปริมาณฝุ่นละอองในอากาศจำนวนมากส่งผลต่อสุขภาพของมนุษย์ ก่อให้เกิดปัญหาหลากหลายเช่น โรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจ โรคปอด รวมไปถึงมะเร็งปอด ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยพวกตัวกรองแบบต่างๆ เช่น หน้ากาก

การกำจัดฝุ่นละอองนั้น ฝุ่นละอองที่มีขนาดใหญ่จะตกอยู่บนพื้นตามแรงโน้มถ่วงของโลก ขณะที่ฝุ่นขนาดเล็กกว่า 10 ไมโครเมตร (PM10) จะลอยอยู่ในอากาศได้หลายสัปดาห์ และจะถูกกำจัดโดยฝนหรือหยาดน้ำฟ้าประเภทอื่น

ปัญหาสุขภาพแก้ไข

ปัญหาฝุ่นละอองมีการบันทึกว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก[2] และผู้ป่วยที่เพิ่มจำนวนขึ้นสูงในช่วงสามสิบปีที่ผ่านมา[3] ในสหรัฐอเมริกามีการประมาณการว่ามีผู้เสียชีวิตประมาณ 22,000-52,000 คนต่อปีเนื่องจากปัญหาฝุ่นละออง[4] และ 200,000 คนต่อปีในทวีปยุโรป ผลที่เกิดจากการสูดดมฝุ่นละอองเข้าไปในร่างกายมนุษย์หรือสัตว์ สามารถก่อให้เกิด หอบหืด มะเร็งปอด โรคหัวใจ ความผิดปกติแต่กำเนิด และการตายก่อนกำหนด

ขนาดของอนุภาคจะส่งผลต่อสุขภาพ โดยอนุภาคที่มีขนาด 10 ไมโครเมตรหรือเล็กกว่า (PM10) สามารถเข้าไปในส่วนที่ลึกสุดของปอดได้ เช่น หลอดลมฝอย หรือ ถุงลม[5] อนุภาคขนาดใหญ่โดยทั่วไปจะถูกกรองด้วยจมูกและลำคอ โดยขนจมูกและขี้มูก แต่อนุภาคที่มีขนาดเล็กกว่า 10 ไมโครเมตร (PM10) สามารถผ่านเข้าไปในปอดและก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพได้

ฝุ่นละออง PM2.5แก้ไข

ฝุ่นละออง PM2.5 คือฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็ก 2.5 ไมโครเมตร ซึ่ง 2.5 ไมโครเมตรนั้นเป็นขนาดฝุ่นละอองที่เล็กมากๆ มนุษย์เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ฝุ่น PM2.5 นั้นจะล่องลอยอยู่ในอากาศ รวมตัวกับก๊าซหรือไอน้ำ ทำให้เกิดเป็นหมอกควันจำนวนมากในอากาศ และด้วยขนาดที่เล็กมากๆของฝุ่นละอองประเภทนี้ ทำให้ฝุ่นเดินทางผ่านเส้นขนในจมูกของเราของไปได้ นำพาสารประเภท แคดเมียม โลหะหนัก ปรอท แทรกซึมเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ กระแสเลือด และอื่นๆของตัวเราได้

ปัญหาสุขภาพแก้ไข

ผลกระทบต่อทางเดินหายใจแก้ไข
  • ไอ จาม เจ็บคอ
  • เลือดกำเดาไหล
  • มะเร็งปอด
  • ถุงลมโป่งพอง
ผลกระทบต่อทางระบบผิวหนังแก้ไข
  • ลมพิษ
  • มะเร็งผิวหนัง
  • ผิวคล้ำไม่สดใส
ผลกระทบต่อทางระบบสมองแก้ไข
  • โรคอัลไซเมอร์
  • เสี่ยงเป็นโรคพาร์กินสันสูงขึ้นถึง 34%
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • โรคไมเกรน
ผลกระทบต่อทางระบบหัวใจและหลอดเลือดแก้ไข
  • โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ
  • โรคหัวใจ
  • อัมพาต

อ้างอิงแก้ไข

  1. ศัพท์บัญญัติ ราชบัณฑิตยสถาน particulate
  2. "Air Pollution & Cardiovascular Disease". National Institute of Environmental Health Sciences.
  3. Lave, Lester B. (1973). "An Analysis of the Association Between U.S. Mortality and Air Pollution". J. Amer. Statistical Association. 68: 342. Unknown parameter |coauthors= ignored (|author= suggested) (help)
  4. Mokdad, Ali H. (2004). "Actual Causes of Death in the United States, 2000". J. Amer. Med. Assoc. 291 (10): 1238–45. doi:10.1001/jama.291.10.1238. PMID 15010446. Unknown parameter |coauthors= ignored (|author= suggested) (help)
  5. Region 4: Laboratory and Field Operations — PM 2.5 (2008).PM 2.5 Objectives and History. U.S. Environmental Protection Agency.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข