เปิดเมนูหลัก
คลองฉะไกรใหญ่หรือคลองท่อ เมื่อปี 2556

คลองฉะไกรใหญ่ หรือ คลองท่อ เป็นแนวคลองขุดโบราณบนเกาะเมืองในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เชื่อมแม่น้ำลพบุรีทางทิศเหนือกับแม่น้ำเจ้าพระยาทางทิศใต้ ถือเป็นเส้นทางหลักในการคมนาคมระหว่างเกาะเมืองไปสู่นอกเกาะเมือง

ประวัติแก้ไข

คลองฉะไกรใหญ่ หรือ คลองท่อ เป็นคลองขุดมาตั้งแต่รัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 สถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี โดยคลองขุดในแนวเหนือใต้เพื่อเชื่อมแม่น้ำลพบุรีทางทิศเหนือกับแม่น้ำเจ้าพระยาทางทิศใต้เลียบข้างพระราชวังหลวง ทั้งเป็นคลองที่พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ใช้ในการเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคโดยมีชื่อปรากฏในกฎมณเฑียรบาลห้ามมิให้ราษฎรมาลงเรือเล่นเพลงในคลองดังกล่าวเพราะเป็นเขตพระราชฐาน หากแต่เป็นช่วงเวลาที่ไม่มีการเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารค คลองฉะไกรใหญ่นี้ก็จะเป็นเส้นทางคมนาคมระหว่างเกาะเมืองและนอกเกาะเมือง และเป็นย่านการค้าที่มีการตั้งตลาดขายของสดทั้งเช้าเย็นด้วย[1] และคลองนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการระบายน้ำอันแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการระบบจัดการน้ำของชาวกรุงศรีอยุธยา[2]

ส่วนชื่อ "คลองท่อ" ที่เป็นชื่อนิยมนั้น มาจากการวางท่อส่งน้ำประปาที่เลียบตามคลองดังกล่าวเมื่อทศวรรษก่อน[1] ทั้งนี้คลองฉะไกรใหญ่ยังมีโบราณสถานจำนวนมากเรียงรายตลอดลำคลอง[1] และมีสะพานโบราณทอดผ่านถึง 5 แห่ง[1]

คลองฉะไกรใหญ่ประสบปัญหาขยะมูลฝอยทิ้งเกลื่อนกลาดจนเกิดทัศนะอุจาด[3] เป็นเหตุให้คณะกรรมการมรดกโลก ให้อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อปี 2538 ได้ใบเหลืองหรือเป็นมรดกโลกในสภาวะอันตราย เพื่อเตือนเกี่ยวกับปัญหาด้านการจัดการหรืออนุรักษ์โบราณสถาน ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน[4] ช่วงต้นปี 2560 คลองฉะไกรใหญ่ได้เข้าสู่โครงการอนุรักษ์และพัฒนาคลองโบราณ ซึ่งจากการขุดค้นของนักโบราณคดีทำให้พบประตูน้ำโบราณบริเวณฝั่งตะวันตกของคลองตรงข้ามสำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา[5][6] และคลองฉะไกรใหญ่และคลองในไก่ถือเป็นหนึ่งในสองคลองภายในเกาะเมืองที่รอดพ้นการบุกรุกหรือถมคลองและคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน[2]

คลองสาขาแก้ไข

คลองฉะไกรใหญ่สามารถออกไปยังแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านคลองฝางและคลองแกลบทางทิศตะวันตก[2] ส่วนคลองป่ามอนั้นเชื่อมระหว่างคลองฉะไกรใหญ่กับคลองฉะไกรน้อยทางทิศตะวันออก[2]

นอกจากนี้ยังมีคลองเล็ก ๆ สายหนึ่งแยกมาจากคลองฉะไกรใหญ่เรียกว่า คลองน้อย ที่ไหลเข้าสระแก้วพระคลังใน ในอดีตกรมวังจะอนุญาตให้พ่อค้าวานิชนำสินค้าจากต่างประเทศเข้าไปขายบริเวณสระแก้วเพื่อใช้หญิงชาววังออกมาซื้อสินค้าได้โดยสะดวก[1] และมีอีกคลองที่แยกจากคลองฉะไกรใหญ่คือ คลองนครบาล ชักน้ำไปที่บึงคุ้มขุนแผน[2] ซึ่งใช้สำหรับกักขังนักโทษ โดยเฉพาะบาทหลวงไว้บนเกาะกลางคลองนครบาลที่มีอยู่หลายเกาะ[7]

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 กำพล จำปาพันธ์. อยุธยา จากสังคมเมืองท่านานาชาติ สู่มรดกโลก. นนทบุรี : มิวเซียมเพรส, 2559. หน้า 25-26
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 ณัฐดนัย ใหม่ซ้อน (8 พฤศจิกายน 2558). "อยุธยา (อยู่) กับน้ำ ฟื้นคูคลองเมืองมรดกโลก". อิศรา. สืบค้นเมื่อ 18 มีนาคม 2560.
  3. "'อยุธยายศล่มแล้ว' สุจิตต์ วงษ์เทศ ชี้พินาศเพราะการศึกษาไทยไม่มี "ประวัติศาสตร์สังคม"". มติชนออนไลน์. 10 กุมภาพันธ์ 2559. สืบค้นเมื่อ 18 มีนาคม 2560.
  4. สุจิตต์ วงษ์เทศ (26 พฤศจิกายน 2559). "อยุธยา ได้ใบเหลือง "ภาวะอันตราย"". มติชนออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 18 มีนาคม 2560.
  5. "ขุด "คลองท่อ"อยุธยา เจอโบราณสถาน คาดเป็น"ประตูน้ำ" ครั้งกรุงเก่า". มติชนออนไลน์. 21 กุมภาพันธ์ 2560. สืบค้นเมื่อ 18 มีนาคม 2560.
  6. "นักโบราณคดีพบแนวอิฐปริศนา บริเวณ "ประตูน้ำโบราณ" คลองฉะไกรใหญ่ อยุธยา". มติชนออนไลน์. 17 มีนาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 18 มีนาคม 2560.
  7. "รายการคันฉ่องส่องไทย ชุด สายโลหิตและองคาพยพแห่งพระนครศรีอยุธยา ตอน คลองนครบาล". กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร. สืบค้นเมื่อ 18 มีนาคม 2560.