เปิดเมนูหลัก

ก้องธรณี พยัคฆ์อรุณ (ชื่อจริง: ชาติชาย ทิพย์ท่าไม้; ชื่อเล่น: ชาติ; เกิดที่จังหวัดฉะเชิงเทรา) เป็นอดีตนักมวยไทยและนักมวยสากลอาชีพ เป็นพี่ชายแท้ ๆ ของ สามารถ พยัคฆ์อรุณ ก้องธรณีเป็นนักมวยไทยที่มีฝีมือและชื่อเสียงมากคนหนึ่ง ส่วนในด้านมวยสากลนั้น ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักมวยที่มีฝีมือเช่นกัน แต่ไม่ประสบความสำเร็จในการชิงแชมป์โลกถึง 2 ครั้ง

ก้องธรณี พยัคฆ์อรุณ
(Kongtoranee Payakaroon)
ก้องธรณี.jpg
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อจริง ชาติชาย ทิพย์ท่าไม้
ฉายา ฉลามร้ายจากฝั่งทะเลตะวันออก
วันเกิด 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2503 (59 ปี)
สถานที่เกิด จังหวัดฉะเชิงเทรา
รุ่น พินเวท (มวยไทย)
ไลท์ฟลายเวท (มวยไทย)
ฟลายเวท (มวยไทย)
แบนตั้มเวท (มวยไทย)
จูเนียร์แบนตั้มเวท (มวยสากล)
ผู้จัดการ ทรงชัย รัตนสุบรรณ
ผู้ฝึกสอน ยอดธง เสนานันท์ (มวยไทย)
สุดใจ สัพพะเลข (มวยสากล)
สถิติ
ชก 14
ชนะ 12
ชนะน็อก 9
แพ้ 2
เสมอ

เนื้อหา

มวยไทยแก้ไข

ก้องธรณีเริ่มหัดมวยตั้งแต่อายุ 9 ปี โดยหัดกับพี่ชายคือ สมพงษ์ ทิพย์ท่าไม้ เมื่อจบชั้น ป.4 จึงขึ้นชกมวยครั้งแรกที่เวทีมวยวัดคลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการ ขณะอายุเพียง 11 ปี แต่ก็ชนะคะแนน ไก่แก้ว สิงห์คลองปกได้อย่างงดงาม

เมื่อตระเวนชกมวยไปทั่วจนมีประสบการณ์ พี่ชายได้พาไปฝากไว้กับครูยอดธง เสนานันท์ ชกไต่อันดับจนเป็นดาวรุ่งของเวทีใหญ่ ของอำเภอบางละมุง เมื่อ พ.ศ. 2518 ก้องธรณีตระเวนชกมวยจนเป็นยอดมวยในภาคตะวันออก จากนั้นจึงเข้ามาชกมวยในกรุงเทพฯที่เวทีลุมพินี เมื่อ พ.ศ. 2520 ขณะอายุ 17 ปี ได้ชกกับยอดมวยในยุคนั้นหลายคน เช่น บางคล้าน้อย ส.ธนิกุล สำราญศักดิ์ เมืองสุรินทร์ ฉมวกเพชร ห้าพลัง (ต่อมาคือ ฉมวกเพชร ช่อชะมวง) เป็นนักมวยที่มีค่าตัวสูงที่สุด ถึง 120,000 บาท ในการชกกับ สมิงหนุ่ม สิทธิบุญธรรม ที่ เวทีมวยราชดำเนิน ได้ครองแชมป์มวยไทยของเวทีลุมพินีถึง 5 รุ่น ในช่วง พ.ศ. 2521 – 2527 ได้แก่

  • รุ่นพินเวท ครองแชมป์ด้วยการชนะคะแนน หนุมาน ศิษย์พ่อหลวง เสียแชมป์ให้ บางคล้าน้อย ส.ธนิกุล
  • รุ่นจูเนียร์ฟลายเวท ครองแชมป์ด้วยการชนะคะแนน เขี้ยวพิษ ชูวัฒนะ ต่อมาสละตำแหน่ง
  • รุ่นฟลายเวท ครองแชมป์ด้วยการชนะคะแนน สิงห์ทอง ประสพชัย เสียแชมป์ให้ฉมวกเพชร ห้าพลัง
  • รุ่นจูเนียร์แบนตัมเวท ครองแชมป์ด้วยการชนะคะแนน พระศักดิ์น้อย ศิษย์ช่าง ต่อมา สละตำแหน่ง
  • รุ่นแบนตัมเวท ครองแชมป์ด้วยการชนะคะแนนฉมวกเพชร ห้าพลัง เสียแชมป์ให้เพชรดำ ลูกบ่อไร่

มวยสากลแก้ไข

เมื่ออิ่มตัวในการชกมวยไทยแล้ว ก้องธรณีจึงหันมาชกมวยสากล เมื่อ พ.ศ. 2528 ชกชนะรวด 9 ครั้ง โดยหนึ่งในนั้นเป็นการชนะคะแนนอดีตแชมป์โลก พเยาว์ พูนธรัตน์ ด้วย ก้องธรณีจึงได้ชิงแชมป์โลกรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท WBC กับ กิลเบอร์โต โรมัน ผลการชกปรากฏว่าก้องธรณีสู้ชั้นเชิงของโรมันไม่ได้เลย ถูกถลุงจนบอบช้ำหวิดถูกน็อค แต่ก้องธรณีก็ยืนหยัดสู้ได้จนครบยก แพ้ไปเพียงคะแนน

ก้องธรณีกลับมาชกชนะอีก 3 ครั้ง จึงมีโอกาสได้ชิงแชมป์โลกรุ่นจูเนียร์แบนตั้มเวท WBA กับ เขาทราย แกแล็คซี่ เมื่อ พ.ศ. 2531 ซึ่งถือเป็นศึกสายเลือดคู่ที่สองของไทย การชกในครั้งนั้น ก้องธรณีเป็นฝ่ายใช้ชั้นเชิงคอยดักจังหวะชก และเป็นฝ่ายต่อยเขาทรายลงไปให้กรรมการนับแปดในยกที่ 5 แต่หลังจากนั้น ก้องธรณีกลับเอาแต่หนี ไม่ค่อยออกอาวุธ ในขณะที่เขาทรายเป็นฝ่ายรุกไล่เกือบตลอด เมื่อครบยกปรากฏว่าเขาทรายเป็นฝ่ายชนะคะแนนไปอย่างเป็นเอกฉันท์ ก้องธรณีจึงต้องพบกับความผิดหวังอีกครั้งหนึ่ง

หลังจากนั้นก้องธรณีหันกลับไปชกมวยไทยอีกครั้ง แต่สภาพร่างกายไม่แข็งแรงเหมือนเดิมแล้ว จึงตัดสินใจแขวนนวมในปี พ.ศ. 2533 และเดินทางไปเป็นครูสอนศิลปะมวยไทยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น นาน 2 ปี แล้วกลับมาเปิดค่ายมวยในประเทศไทย ปัจจุบัน ก้องธรณี พยัคฆ์อรุณ เป็นเทรนเนอร์ ดูแลนักมวยในค่ายศิษย์ยอดธง ของครูยอดธง เสนานันท์ และได้เปิดสอนมวยไทยที่กรุงบากู ประเทศอาเซอร์ไบจัน

เกียรติประวัติแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  • ชายพจน์. มวยดังไทยแลนด์ในอดีต: “นักชกใจเพชร” ก้องธรณี พยัคฆ์อรุณ ชิงแชมป์โลก 2 เกือบสำเร็จ. นิตยสารมวยโลก. เล่มที่ 884 หน้า 42-46
  • สถิติการชก

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข