ความกตัญญู (อังกฤษ: Gratitude, thankfulness หรือ gratefulness, จากศัพท์ภาษาละติน gratus แปลว่า "ความพอใจ ความรู้คุณ")[1] เป็นความรู้สึกชื่นชมยินดี (หรือผลตอบรับเชิงบวกที่คล้ายคลึงกัน) ของผู้ได้รับความเมตตา,[2][3][4] ของขวัญ, ความช่วยเหลือ, ความโปรดปราน หรือความเอื้ออาทรอื่น ๆ[5] ต่อผู้ให้สิ่งนั้น[6][7]

รูปปั้น Gratitude ที่Palácio Nacional da Ajuda

ในอดีต ประสบการณ์แห่งความกตัญญูถือเป็นจุดสนใจในศาสนาของโลกหลายแห่ง[8] นอกจากนี้ก็ยังเป็นหัวข้อที่น่าสนใจสำหรับนักปรัชญาในสมัยโบราณ สมัยกลาง และสมัยใหม่ และยังคงมีส่วนร่วมต่อนักปรัชญาร่วมสมัย[9]

การศึกษาความกตัญญูในด้านจิตวิทยาอย่างเป็นระบบเริ่มต้นขึ้นใน ค.ศ. 1998 เมื่อมาร์ติน เซลิกมานก่อตั้งจิตวิทยาสาขาใหม่ที่มีชื่อว่า จิตวิทยาเชิงบวก[10] ซึ่งมุ่งเน้นถึงการเสริมสร้างลักษณะเชิงบวก การศึกษาความกตัญญูภายในสาขาจิตวิทยาได้รวมถึงความเข้าใจในประสบการณ์ระยะสั้นตามอารมณ์ของความรู้สึกขอบคุณ (ความกตัญญูของรัฐ) ความแตกต่างในความถี่ของผู้รู้สึกขอบคุณในแต่ละบุคคล (ลักษณะความกตัญญู) และความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองด้าน ตลอดจนประโยชน์ในการรักษาความกตัญญู[11][12]


ความกตัญญู ในภาษาบาลี เเปลว่า รู้บุญคุณอันท่านกระทำให้แล้ว มักใช้คู่กับคำว่า กตเวที ที่แปลว่า ตอบแทนบุญคุณอันท่านกระทำให้แล้ว รวมเป็นคำว่า กตัญญูกตเวที มีพุทธสุภาษิตบทหนึ่ง กล่าวว่า นิมิตฺตํ สาธุรูปานํ กตัญฺญูกตเวทิตา แปลว่า ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี และพระพุทธศาสนา ได้จัดให้คนที่มีความกตัญญูกตเวทีเป็นหนึ่งในสองของอรรถบุคคลผู้หาได้ยากสองอย่าง คือ บุพการี ผู้ทำอุปการะก่อน และ กตัญญูกตเวที บุคคลผู้รู้อุปการะและตอบแทน

ในวัฒนธรรมพุทธได้แบ่งบุญคุณของผู้มีอุปการะได้5อย่างด้วยกัน คือ

1.อุปัตติคุณ บุญคุณที่ให้กำเนิด ให้ชีวิตและร่างกาย

2.อุปถัมภคุณ บุญคุณที่เลี้ยงดู ให้ข้าวให้น้ำให้ที่อยู่

3.อารักขคุณ บุญคุณที่เฝ้าปกป้องรักษา ไม่ให้เกิดอันตราย หาหมอยามเจ็บ ห้ามกระทำที่จะทำให้เราเกิดอันตราย และห้ามไม่ให้เราทำสิ่งผิดที่ให้เราเดือดร้อนในภายหลัง

4.สาสคุณ บุญคุณที่ให้การสั่งสอน ให้ความรู้

5.ปิยคุณ บุญคุณที่ให้ความรัก

พ่อแม่จัดว่ามีบุญคุณครบทั้ง5ประการ ส่วนครูอาจารย์จัดว่ามีบุญคุณข้อที่3 ข้อที่4 และข้อที่5

แต่ถ้าบุพพการีไม่มีข้อไหนก็ถือว่าไม่มีข้อนั้น เช่น พ่อแม่ให้กำเนิดแต่ไม่เคยเลี้ยงดูเลย ก็ถือว่ามีแค่ข้อแรกข้อเดียว

อ้างอิงแก้ไข

  1. Definition of Gratitude - Oxford Dictionary
  2. M I, Polikarpov (1996). Continuous Advances In Qcd 1996 - Proceedings Of The Conference. World Scientific, 1996. p. 128.
  3. Feild, Edward (1847). "A charge delivered to the clergy of the diocese of Newfoundland ... 1847". The British Library: 22. Cite journal requires |journal= (help)
  4. BLACKWOOD, WILLIAM (1839). "THE QUARTERLY JOURNAL OF AGRICULTURE, VOL IX JUNE 1838- MARCH 1839". The Quarterly Journal of Agriculture. 9: 181.
  5. Parliament, Legislative Assembly, Canada, Parliament (1855). "Journals of the Legislative Assembly of the Province of Canada, Volume 13, Part 2". Journals of the Legislative Assembly of the Province of Canada. 13 (2): 811.
  6. Definition of Gratitude - Cambridge Dictionary
  7. Britton, John (1814). "Cathedral Antiquities: Salisbury. 1814. Gloucester. 1829". Cathedral Antiquities. Longman. 2: 5.
  8. Emmons, Robert A.; Crumpler, Cheryl A. (2000). "Gratitude as a Human Strength: Appraising the Evidence". Journal of Social and Clinical Psychology. 19 (1): 56–69. doi:10.1521/jscp.2000.19.1.56.
  9. Manela, Tony. Gratitude. In Stanford Encyclopedia of Philosophy, edited by Edward N. Zalta, 2015. [1]
  10. "The 5 Founding Fathers and A History of Positive Psychology". PositivePsychology.com (ภาษาอังกฤษ). 12 February 2015. สืบค้นเมื่อ 3 July 2021.
  11. Wood, A. M.; Maltby, J.; Stewart, N.; Linley, P. A.; Joseph, S. (2008). "A social-cognitive model of trait and state levels of gratitude" (PDF). Emotion. 8 (2): 281–290. doi:10.1037/1528-3542.8.2.281. PMID 18410201. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม (PDF) เมื่อ 2011-07-17. สืบค้นเมื่อ 2022-02-05.
  12. McCullough, M. E.; Tsang, J.; Emmons, R. A. (2004). "Gratitude in intermediate affective terrain: Links of grateful moods to individual differences and daily emotional experience" (PDF). Journal of Personality and Social Psychology. 86 (2): 295–309. doi:10.1037/0022-3514.86.2.295. PMID 14769085. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม (PDF) เมื่อ 2011-09-28. สืบค้นเมื่อ 2022-02-05.

อ่านเพิ่มแก้ไข

  • "Gratitude," in the Stanford Encyclopedia of Philosophy..
  • A Network for Grateful Living, founded by Br. David Steindl-Rast.
  • "How I found Gratitude in a Bowl of Stew by Chad Daniels Archived 2018-02-01 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน.
  • David DeSteno (2018). Emotional Success: The Power of Gratitude, Compassion, and Pride. Eamon Dolan/Houghton Mifflin Harcourt. ISBN 978-0544703100. Description & contents, summarizing scientific studies.
  • Kenner, Ellen (Summer 2020). "How to Savor Gratitude and Disarm 'Gratitude Traps'". The Objective Standard. Glen Allen Press. 15 (2): 13–22.
  • Kristi Nelson (2020). Wake Up Grateful: The Transformative Practice of Taking Nothing for Granted. ISBN 9781635862447.
  • https://www.goodreads.com/book/show/740273.Aging_with_Grace.
  • Emmons, R.A. (2016). The Little Book of Gratitude: Create a Life of Happiness and Well-Being By Giving Thanks. London: Gaia. 2016 ISBN 9781856753654.
  • Emmons, Robert A. (2013) Gratitude Works!: A Twenty-One-Day Program for Creating Emotional Prosperity. San Francisco : Jossey-Bass, 2013 SBN 9781118131299.
  • Emmons, R.A. (2007). THANKS! How the New Science of Gratitude Can Make You Happier. Boston, MA: Houghton-Mifflin. ISBN 9780618620197 (reprinted in paperback titled THANKS! How Practicing Gratitude Can Make You Happier New York: Mariner Books, 2008 ISBN 9780547085739). Translated into French as Merci ! : quand la gratitude change nos vies, Turkish as Teşekkür ederim, and Chinese as 愈感恩, 愈富足 /Yu gan en, yu fu zu.
  • Emmons, R.A. & Hill, J. (2001). Words of gratitude for mind, body, and soul. Radnor, PA: Templeton Foundation Press.
  • Emmons, R.A. (1999). The psychology of ultimate concerns: Motivation and spirituality in personality. New York: The Guilford Press.ISBN 9781572304567.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข