โจว ไห่เม่ย (อักษรจีน: 周海媚, พินอิน: Zhōu Hǎimèi, กวางตุ้ง:Chow1 Hoi2 Mei6) หรือในชื่อภาษาอังกฤษ แคที โจว (Kathy Chow) นักแสดงหญิงชื่อดังชาวฮ่องกง ที่อดีตเคยมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมากในระดับเอเชีย โดยในช่วงปลายทศวรรษ 1980 ถึง ต้นทศวรรษ 1990 (พ.ศ. 2532-2536) เธอได้รับการยกย่องให้เป็นนักแสดงหญิงที่โด่งดังทางสายงานละครมากที่สุดในฮ่องกง ติดต่อกันถึง 3 ปีและยังเคยได้รับการโหวตให้เป็นหญิงสาวในฝันของชายหนุ่มในไต้หวันอีกด้วย เธอ มีฉายาให้ว่า "ชารอน สโตนแห่งเอเชีย" ขึ้นมาและกลายเป็นฉายาที่ใช้เรียกแทนตัวเธอมาจนถึงทุกวันนี้[1][2][3][4][5][6][7][8][9][10]

โจว ไห่เม่ย
Kathy Chow.JPG
โจวไห่เม่ย ในวัยใกล้ 50 ปี
ชื่อเกิดโจวไห่เม่ย
เกิด 6 ธันวาคม พ.ศ. 2509 (53 ปี)
ฮ่องกง
ชื่ออื่น แคที โจว (Kathy Chau)
อาชีพ นักแสดง,นางแบบ
ปีที่แสดง 2528-ปัจจุบัน
ผลงานเด่น -บท ฟางเซียะหนิง เรื่อง คู่ทรนง (พ.ศ. 2529)
-บท ฉีเจียอวี้ เรื่อง ค่าของคน (พ.ศ. 2530)
-บทเจ้าแม่วังผีเสื้อ เรื่อง อิทธิฤทธิ์เจ้ายุทธภพ (พ.ศ. 2531)
-บทอาหัว เรื่อง คู่แค้นสายโลหิต (พ.ศ 2532)
-บทเสิ่นเหวินอี้ เรื่อง เพื่อนรักเพื่อนแค้น (พ.ศ. 2534)
-บทจิวจี้เยียก เรื่อง ดาบมังกรหยก (พ.ศ. 2536-2537) ฉบับไต้หวัน
ค่าย สถานีโทรทัศน์ทีวีบี

(พ.ศ. 2528-2540, 2551-2552, 2555-2557)
สถานีโทรทัศน์เอทีวี (พ.ศ. 2541-2544)

ข้อมูลบนเว็บ IMDb

ประวัติแก้ไข

โจวไห่เม่ย เกิดเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2509 ที่ฮ่องกงในครอบครัวฐานะดี เธอมีชื่อเล่นว่า "อาเม่ย" (Amei) เป็นลูกคนกลางของครอบครัวโดยมีพี่ชายและน้องสาวอีกอย่างละ 1 คน ในวัยเด็กสุขภาพของเธอไม่ค่อยดีนักเพราะเธอมีโรคประจำตัวเป็นภูมิแพ้หรือไซนัส (Sinusitis) แต่เธอใฝ่ฝันที่จะเข้าวงการบันเทิง เพราะเธอชอบการเต้นรำเป็นอย่างมาก และมีกีฬาโปรดคือบาสเกตบอล เธอมักใช้เวลาว่างจากการเรียนไปเล่นบาสเกตบอลอยู่เป็นประจำจึงทำให้เธอตัวสูงกว่าเด็กสาวในวัยใกล้ ๆ กันแต่ด้วยปัญหาสุขภาพที่มีมาแต่เกิดทำให้เธอไม่สามารถเล่นบาสเก็ตบอลได้อย่างสม่ำเสมอ ด้วยความที่เธอสนิทกับพี่ชายและมักจะไปเล่นคลุกคลีกับเด็กผู้ชายเป็นประจำ จึงทำให้เธอมีนิสัยเหมือนเด็กผู้ชายที่ทั้งห้าวและซุกซนเป็นอย่างมาก ดังนั้นคุณพ่อของเธอซึ่งมีเชื้อสายบรรพบุรุษเป็นขุนนางเก่ามาก่อนจึงคอยอบรมเลี้ยงดูโจวไห่เม่ยอย่างเข็มงวดตั้งแต่วัยเด็กจนโตเป็นวัยรุ่นเพื่อที่จะปลูกฝังให้เธอมีนิสัยที่อ่อนหวานเรียบร้อยและเป็นกุลสตรี มากขึ้น

ด้วยวัย 18 ปีสุขภาพของเธอเริ่มดีขึ้นหลังจากเรียนจบในระดับชั้นมัธยมปลายแล้วในขณะที่เธอกำลังมองหามหาวิทยาลัยที่จะเข้าไปศึกษาต่อในระดับชั้นปริญญาตรีแต่แล้วพ่อของเธอได้ชวนเธอไปสมัครลงแข่งขันประกวดนางงามฮ่องกงในปีพ.ศ. 2528 (Miss Hong Kong Beauty Contest 1985) แต่ด้วยปัญหาสุขภาพที่เธอมีและเป็นคนไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเธอจึงลังเล ต่อมาพ่อของเธอจึงแอบไปสมัครให้กับเธอและบอกเธอในภายหลังเมื่อถึงวันคัดเลือกรอบแรก เธอไม่มีความมั่นใจเลยแต่พ่อของเธอสนับสนุนลูกสาวของเขาอย่างเต็มที่และพยายามสร้างความมั่นใจให้กับตัวเธอ และบนเวทีการประกวดด้วยหน้าตาที่จิ้มลิ้มน่ารักและสูงยาวเข่าดี ทำให้ในตอนแรกที่ลงเข้าแข่งขันเธอเป็นหนึ่งในตัวเก็งที่คาดว่าจะสามารถคว้ามงกุฎชนะเลิศของปีนั้นและเธอก็สามารถฝ่าด้านผู้สมัครหลายร้อยคนเข้าสู่รอบ 30คนได้อย่างง่ายดาย แต่พอมาถึงในวันคัดเลือกรอบชิงชนะเลิศจริงเธอกลับตกรอบและไม่มีรายชื่อติดใน 15 คนสุดท้ายที่เข้าชิงมงกุฎ สาเหตุเพราะด้วยบุคลิกของเธอที่ดูไม่ฉลาดโดยเฉพาะการตอบคำถามที่ขาดไหวพริบไม่โดนใจคณะกรรมการจึงทำให้เธอไม่สามารถฝ่าด่านผู้สมัครคนอื่น ๆ ที่ตอบคำถามได้ดีกว่าได้ อย่างไรก็ตามด้วยความสวยพร้อมที่เธอมีทำให้โชคเข้าข้างเธออยู่บ้าง เพราหลังจากการประกวดเสร็จสิ้นเธอก็ได้รับการติดต่อจากฝ่ายโปรดิวเซอร์ของทางสถานีโทรทัศน์ทีวีบีให้เข้าไปเซ็นต์สัญญาเป็นนักแสดง 2 ปีกับทางช่องทันทีและต้องเข้าฝึกอบรมการแสดงกับทางค่ายในหลักสูตรระยะสั้น 6 เดือนเมื่อแม่ของเธอรู้ว่าเธอเลือกที่จะเข้าสู่วงการบันเทิงและไม่คิดจะเรียนต่อในระดับปริญญาตรี ถึงกับโกรธมากและไม่เห็นด้วยแต่ในที่สุดแม่ของเธอก็ยินยอมโดยทั้งสองมีข้อตกลงกันว่า "ภายในสองปีนี้ถ้าเธอไม่สามารถเป็นดาราที่มีชื่อเสียงได้เมื่อหมดสัญญากับทางช่องทีวีบีให้เธอถอนตัวออกจากวงการและกลับไปศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีให้จบ" และโจวไห่เม่ยรับปากตกลงกับเงื่อนไขนี้

เมื่อเธอได้เข้าชั้นเรียนในโรงเรียนการแสดงของทีวีบี เพียง 3 เดือนต่อมาในขณะที่เธอยังคงเรียนการแสดงอยู่นั่น ทางช่องทีวีบี ก็ได้ให้เธอประเดิมบทบาทการแสดงครั้งแรกในชีวิต กับบท "หยางจิ่วเม่ย" น้องเล็กแห่งตระกูลหยาง ซึ่งเป็นบทตัวประกอบเล็ก ๆ ออกไม่กี่ฉากในละครดังเรื่องขุนศึกตระกูลหยาง (The Yang's Saga 1985) ซึ่งเป็นละครโปรเจกต์ใหญ่ประจำปีที่สร้างขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษครบรอบ 18 ปีของทางสถานีโทรทัศน์ทีวีบี อีกทั้งยังเป็นละครที่สามารถเอานักแสดงดัง ๆ ในค่ายเกือบทั้งหมดมาร่วมแสดงด้วยกันโดยมีดาราชายกลุ่ม 5 พยัคฆ์ทีวีบีแสดงนำ นับได้ว่าเป็นผลงานละครเรื่องแรกในชีวิตการแสดงของเธอ ซึ่งบทที่เธอได้รับมักจะเป็นหญิงสาวซื่อไร้เดียงสาไม่ทันคนโดนหลอกและถูกข่มขืนอยู่หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการร่วมแสดงในผลงานละครเรื่อง คู่ทรนง ( The Feud of Two Brothers 1986) ที่แจ้งเกิดให้กับได้เธออย่างเต็มตัวกับบทบาทสมทบที่น่าเห็นใจ และค่าของคน (The Price of Growing Up 1987) ที่เธอได้รับบทคล้าย ๆ กันแต่โดดเด่นมากขึ้น รวมไปถึงผลงานละครสากลเรื่อง เจ้าแม่ฮ่องกง (The Upheaval 1986) ที่นางเอกในเรื่อง คือ เฉิน อวี้เหลียน ละครเรื่องนี้ทำให้เธอได้พบรักกลางกองถ่ายกับพระเอกของเรื่องนี้คือ หลี่เหลียงเหว่ย ซึ่งตอนนั้นโจวไห่เม่ยเพิ่งเข้าวงการมาได้ไม่นานและฝ่ายชายคอยดูแลเอาใจใส่เธออย่างมากในช่วงที่ถ่ายทำละครเรื่องนี้ด้วยกัน ทำให้โจวไห่เม่ยตกหลุมรักเขาและตัดสินใจคบหากับเขาในเวลาต่อมา และในช่วงนี้เธอมีผลงานเด่นเรื่อง อื่น ๆ ตามมา เช่น ลิขิตฮ่องเต้ (Heir to the Throne Is 1986) ที่มีนางเอกคือ หลันเจี๋ยอิง โดยหลายต่อหลายเรื่องที่ผ่านมาเธอจะได้เป็นแค่นางรองเท่านั้นเองจนเธอรู้สึกน้อยใจและคิดว่าถ้าภายในสองปีนี้เธอยังไม่ได้รับบทเป็นนางเอกเต็มตัว เธอจะถอนตัวออกจากวงการบันเทิงไปทำอย่างอื่นและในช่วงของปลายปีนั้นเอง ทางช่องได้คัดเลือกเธอให้เข้าร่วมแสดงนำกับบทนางรอง ประกบกับนางเอกหลักคือ หลิวเจียหลิง ในละครสากลแนวดราม่าฟอร์มใหญ่ 50 ตอนจบที่กำลังจะเปิดกล้องและจะออนแอร์ลงจอโทรทัศน์ในปีหน้าเรื่อง "คู่แค้นสายโลหิต" โดยมี หวงเย่อหัว แสดงนำเป็นพระเอก และดาราชายดาวรุ่ง เวินเจ้าหลุน รับบทนำเป็นตัวร้าย รวมถึงดาราสาวสวย เส้าเหม่ยฉี ได้เข้ามาร่วมแสดงในบทสมทบด้วยอีกคน ในช่วงกลางปีพ.ศ. 2532 (1989) ผลงานละครสากลฟอร์มใหญ่แห่งปีเรื่อง คู่แค้นสายโลหิต (Looking Back in Anger 1989) ได้ออนแอร์ลงสู่จอโทรทัศน์และได้สร้างปรากฏการณ์เป็นละครสากลแนวดราม่าที่มีเรตติ้งผู้ชมสูงสุดประจำปีทำให้เหล่านักแสดงนำทั้ง 5 คนในเรื่องนี้ ได้แก่ หวงเย่อหัว เวินเจ้าหลุน หลิวเจียหลิง เส้าเหม่ยฉี และเธอ ต่างมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมากกับบทบาทที่แต่ละคนได้แสดง และจากความสำเร็จของละครเรื่องนี้ได้ทำให้หวงเย่อหัว กลับมาเป็นพระเอกเบอร์หนึ่งแห่งค่ายทีวีบีอีกครั้งหลังจากที่เขาได้เสียแชมป์ความนิยมทางด้านเรตติ้งละครให้กับเหลียงเฉาเหว่ยมานาน และยังทำให้นักแสดงชายที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักมากนักอย่าง เวินเจ้าหลุน โด่งดังเป็นพลุแตกทั่วเอเชียกับบทบาทตัวร้ายที่แสดงได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งยังส่งให้ หลิวเจียหลิง เส้าเหม่ยฉีและเธอได้ก้าวขึ้นมาเป็นนักแสดงหญิงเบอร์แรกของทางค่ายทีวีบีอีกด้วย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประจวบเหมาะพอดีกับเหล่านักแสดงหญิงแถวหน้าของทางช่องหลายคนได้ทยอยออกจากสถานีโทรทัศน์ทีวีบี เช่น เฉิน อวี้เหลียน เติ้ง ชุ่ยเหวิน เจิ้ง หัวเชียน ชี เหม่ยเจินและคนอื่น ๆ หรือแม้กระทั่งหลิวเจียหลิง ที่ดังสุด ๆ กับเรื่องคู่แค้นสายโลหิตเช่นกัน ก็หันไปเอาดีทางด้านเล่นภาพยนตร์ จึงเป็นโอกาสดีที่ทั้งโจวไห่เม่ย กับเส้าเหม่ยฉี ได้ขยับขึ้นมาเป็นนักแสดงหญิงเบอร์แรกได้อย่างง่ายดายหลังจากที่ทั้งสองดาราสาวเป็นนักแสดงเบอร์รองมานานหลายปีแล้วนับตั้งแต่นั้นทางช่องทีวีบี ก็ได้ยื่นบทนางเอกให้กับเธอจนได้กลายเป็นนางเอกคิวทองและมีผลงานยอดนิยมตามมามากมาย ได้แก่ ละครสากลความยาว 30 ตอนเรื่อง เพลิงรักเพลิงแค้น (Where I Belong 1990) โดยเธอเล่นประกบ ว่านจื่อเหลียง และ จางเจ้าฮุยตามต่อด้วยละครยาวแนวสากลเรื่อง เลือดนักสู้ (Rain in the Heart 1990) ที่เธอได้แสดงนำร่วมกับ กัวจิ้นอันและหลินเจียหัว ซึ่งเรื่องหลังนี้ถือว่าประสบความสำเร็จมากเรื่องหนึ่งของปีนั้นว่ากันว่าเพราะมีโจวไห่เม่ยเล่นด้วย ปีนี้โจวไห่เม่ย ได้มีโอกาสแสดงนำร่วมกับดารานักร้องชายชื่อดัง หลี่หมิงในเรื่อง ย้อนรักรอยอดีต (Cherished Moments 1990) มาถึงละครที่ทำให้ทั้งสองยิ่งดังระเบิดกับผลงานเรื่องถัดมาที่ทั้งคู่ได้แสดงร่วมกันอีกครั้งในเรื่อง เพื่อนรักเพื่อนแค้น (The Breaking Point 1991) หลังจากละครเรื่องนี้ส่งให้ หลี่หมิงได้ก้าวขึ้นเป็นพระเอกยอดนิยมแถวหน้าคนหนึ่งของทางช่องทีวีบี ผลงานอื่น ๆ ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ฤทธิ์กระบี่ฟ้าคำรณ (The Sword Of Conquest 1991) หลังจากละครเรื่องนี้ในราวกลางปีพ.ศ. 2534 โจวไห่เม่ย เกิดรู้สึกเบื่อกับคาแรกเตอร์หญิงสาวผู้อ่อนหวาน ซึ่งเป็นบทเดิม ๆ ที่ทางสถานีโทรทัศน์ทีวีบีมอบให้เธอเล่น เมื่อหมดสัญญากับทางช่องเธอจึงตัดสินใจออกจากค่ายไปเพื่อจะหันไปรับงานแสดงทางด้านอื่น ๆ ดูบ้างเช่น งานทางด้านภาพยนตร์หรืองานละครกับค่ายอื่น ที่สามารถยื่นบทตัวละครที่แตกต่างบทตัวละครเดิม ๆ ที่เคยเล่นกับช่องทีวีบีเพราะเธออยากจะพัฒนาฝีมือการแสดงและได้ไปเล่นละครในไต้หวันทำให้เธอได้มีโอกาสแสดงละครกับทางไต้หวันอีกเรื่อง คือ ดาบมังกรหยก (กระบี่อิงฟ้า ดาบฆ่ามังกร) เวอร์ชันในปี 1994 ที่มีความยาวถึง 64 ตอน กับการสวมบทบาทเป็น จิวจี้เยียก ร่วมแสดงนำกับ หม่าจิ่งเทา (Steve Ma) และเยี่ยถง (Cecilia Yip) ซึ่งทั้งสองคนเป็นดาราชื่อดังทางฝั่งไต้หวัน หลังจากละครกำลังภายในฟอร์มใหญ่เรื่องนี้ลงสู่จอทำให้ชื่อเสียงของโจวไห่เม่ยกลับมาโด่งดังทั่วเอเชียอีกครั้ง

ต่อมาโจวไห่เม่ย กลับคืนสู่วงการจอแก้วฮ่องกงในสังกัดทีวีบีอีกครั้งและแจ้งเกิดอีกรอบกับผลงานกึ่งสากลย้อนยุคเรื่อง ม่านรัก ม่านประเพณี (Plain Love 1995) ที่ร่วมแสดงนำกับ หลอเจียเหลียง ในบทพระเอก และจางจ้าวฮุย ในบทพระรอง ซึ่งเป็นผลงานที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีทั้งในฮ่องกงและประเทศอื่น ๆ ทั่วเอเชียทำให้ชื่อของเธอเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง แต่ทว่าก็มีข่าวซุบซิบออกมาในช่วงนั่นว่า ในระหว่างการถ่ายทำละครเรื่องนี่ โจวไห่เม่ยป่วยบ่อยและมากองสายตลอดจนทำให้เกิดมีปัญหากับพระรองของเรื่องนี้ ผลงานละครที่เธอประสบความสำเร็จในเฉพาะ ฮ่องกงอย่างมากในช่วงเวลานั้น ได้แก่ ละครกึ่งสากลแนวแฟนตาซีอภินิหารเรื่อง "อาถรรพณ์รักวิญญาณสาว" (Time Before Time 1997) โดยเธอแสดงนำคู่กับหลินเจียต้ง (Gordon Lam) นอกจากเรื่องนี้จะทำให้ชื่อของเธอกลับมาได้รับความนิยมอย่างสูงอีกครั้งในฮ่องกง ในปีเดียวกันเมื่อเธอกลับมารุ่งอีกครั้ง โจวไห่เม่ยได้ถูกติดต่อให้ถ่ายโฆษณามือถือกับมาซาโตชิ นางาเสะ (Masatoshi Nagase) อีกทั้งยังมีการนำเข้าผลงานเก่า ๆ ของเธอทั้งงานเพลงอัลบั้มชุดแรก และมิวสิควิดีโอเข้ามาเผยแพร่ แถมเธอยังได้ออกอัลบั้มภาพสุดหวือหวาและกลายเป็นดาราเซ็กซี่ไปในพริบตา ฉีกภาพลักษณ์สาวอ่อนหวานเดิม ๆ โดยสิ้นเชิง รวมทั้งมีงานถ่ายแบบนิตยสารและโฆษณาต่างๆ นับว่าโจวไห่เม่ยไปโกยเงินในประเทศญี่ปุ่นได้เป็นกอบเป็นกำ ด้วยภาพลักษณ์สุดเซ็กซี่ทำให้สื่อของทางไต้หวันและฮ่องกง ถึงขนาดยกให้เธอเป็น "ชาลอน สโตนแห่งเอเชีย" อีกทั้งเธอยังกลายเป็นพรีเซนเตอร์ชาวเอเชียคนแรกให้แก่นาฬิกายี่ห้อดัง EBEL (คนที่ 2 คือ จางม่านอวี้) เมื่อหมดงานกับทางญี่ปุ่นเธอต้องรีบกลับมาฮ่องกง เพื่อเข้าร่วมถ่ายทำในละครสากลฟอร์มใหญ่ประจำปีที่มีความยาว 62 ตอนจบเรื่อง เลือดรักเลือดทรนง (Secret of the Heart 1998) ที่เธอได้ร่วมแสดงนำกับ หวงเย่อหัว, หลอเจียเหลียง และ กัวอ้ายหมิง แต่ในขณะที่กำลังถ่ายทำละครเรื่องนี้อยู่ จู่ ๆ โจวไห่เม่ยก็เกิดล้มป่วยขึ้นมาและถูกตรวจพบว่าเป็นโรคเอสแอลอี หมอจึงสั่งให้เธอรับงานน้อยลงจนกว่าร่างกายจะดีขึ้น ทำให้ในช่วงนั้นระหว่างการถ่ายทำละครเรื่องนี้จึงเกิดปัญหาขึ้นมาเพราะเธอมาเข้ากองถ่ายสายเป็นประจำ ดังนั้นทางผู้กำกับจึงตัดสินใจสั่งให้คนเขียนบทเขียนให้เธอตายในตอนที่ 40 และเขียนบทใหม่ให้ดาราสาว กัวอ้ายหมิง นักแสดงหญิงในเรื่องนี้อีกคนเป็นนางเอกแทนเมื่อผลงานละครเรื่อง ตีแสกตะวัน ลงสู่จอปรากฏว่าเรทติ้งของละครเรื่องนี้สูงลิ่ว ช่วยให้ช่องเอทีวีสามารถเอาชนะเรตติ้งของทางช่องทีวีบีได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีจากสุขภาพที่แย่ลงทำให้เธอไม่สามารถรับงานแสดงละครได้ปีละหลายเรื่องเหมือนในอดีต แต่เธอก็ยังคงมีผลงานละครกับทางสถานีโทรทัศน์เอทีวี อีก 2 เรื่องตามมาและหนึ่งในนั้นคือเรื่อง เมืองมายา (Showbiz Tycoon 2000) โดยเธอร่วมแสดงนำกับเถาต้าหวี่,ฟางจงซิน และ หลีเหย้าเสียง ซึ่งก็ประสบความสำเร็จเช่นกัน

หลังจากปีพ.ศ. 2544 (2000) ด้วยสุขภาพที่อ่อนแอทำให้เธอไม่ค่อยรับงานเหมือนก่อน แต่ในยุคหลัง ๆ เธอยังคงมีผลงานละครกับทั้งทางฝั่งฮ่องกง, ไต้หวันและจีน แต่ส่วนใหญ่จะเน้นรับงานแสดงละครกับทางประเทศจึนและไต้หวันเป็นหลัก และละครต่าง ๆ เหล่านั้นก็จะดังเฉพาะในประเทศที่ตนเองผลิต ผลงานในยุคหลังของเธอที่โดดเด่นและพอจะเป็นที่รู้จักอยู่บ้าง ได้แก่ละครกำลังภายในรีเมคเรื่อง มังกรหยก ฉบับปีพ.ศ. 2551 (2008) ของไต้หวัน ที่เธอได้รับบท เปาเซียะเยียก, ละครแนวราชวงศ์เรื่อง บูเช็คเทียน พ.ศ. 2557 (2014) โดยเธอรับบทเป็น หยางซูเฟย (พระชายาลำดับที่ 2 ในองค์จักรพรรดิ) โดยเรื่องนี้เธอได้ประชันบทบาทเข้มข้นกับดาราสาวชื่อดัง ฟ่านปิงปิง, ในปี 2561 (2018) ร่วมแสดงรับบท จักรพรรดินีแห่งสรวงสวรรค์ ในซีรีส์แฟนตาซีเรื่อง มธุรสหวานล้ำ สลายเป็นเถ้าราวเกล็ดน้ำค้าง (Ashes of Love) และในปีพ.ศ. 2562 (2019) เธอก็กลับมาเป็นที่เกรียวกราวอีกครั้งกับการสวมบทบาท แม่ชีมิกจ้อ (มิกจ้อซือไท่) ในซีรีส์ ดาบมังกรหยก เวอร์ชัน 2562 (2019)

นอกจากงานแสดงแล้ว ปัจจุบันเธอได้เปิดสตูดิโอเป็นของตัวเอง ซึ่งเป็นความใฝ่ฝันของเธอมานาน

ผลงานด้านการแสดงแก้ไข

ละครโทรทัศน์แก้ไข

ภาพยนตร์แก้ไข

  • 2020 Returning from armor (卸甲归来)
  • 2019 Bone China (骨瓷)
  • 2019 The Rookies (素人特工)
  • 2019 The Magic School (捉妖学院)
  • 2019 The Incredible Monk 3 (济公之降龙有悔)
  • 2017 Mr.Pride VS Miss Prejudice (傲娇与偏见)
  • 2015 Hot Blood Band (熱血男人幫)
  • 2013 The Legend of Dunhuang (敦煌傳奇)
  • 2011 Legendary Amazons (楊門女將之軍令如山)
  • 2011 To Love or Not (一夜未了情)
  • 2007 Crazy Money & Funny Men (大話股神)
  • 2004 A Decisive Move (同步凶間)
  • 2004 City Crisis (中年危機)
  • 2003 We're Not the Worst (五個墮落的男女)
  • 2002 Memento (35米厘兇心人)
  • 2001 Vampire Controller (趕屍先生)
  • 2000 A Game of No Rule (無法無天)
  • 2000 Sound from the Dark (陰風耳)
  • 1998 Nude Fear (追兇20年)
  • 1998 The Sleepless Town (不夜城)
  • 1998 Beast Cops (野獸刑警)
  • 1998 Cheap Killers (愈墮落愈英雄)
  • 1998 The Love and Sex of the Eastern Hollywood (愛在娛樂圈的日子)
  • 1997 Cause We Are So Young (求戀期)
  • 1996 First Option (飛虎)
  • 1995 Don't Give a Damn (冇面俾)
  • 1994 Love Recipe (愛情色香味)
  • 1994 The Private Eye Blues (非常偵探)
  • 1993 Fight Back to School III (逃學威龍Ⅲ之龍過雞年)
  • 1993 Insanity (觸目驚心)
  • 1992 James Wong in Japan & Korea (帶你嫖韓日)
  • 1991 The Holy Virgin Versus the Evil Dead (魔唇劫)
  • 1990 King of Gambler (賭王)
  • 1990 The Wildgoose Chase (不文小丈夫)
  • 1989 My Dear Son (我要富貴)
  • 1989 Nobody's Hero (情義我心知)
  • 1988 The Truth (法內情)
  • 1988 How to Pick Girls Up! (求愛敢死隊)
  • 1986 Cadets on the Beat (豬仔出更)

อัลบั้มเพลงแก้ไข

  • 1995 Sunrise Love (日出愛情)
  • 1997 Loving You (迷戀你)

รางวัลที่ได้รับแก้ไข

ปีพ.ศ. รางวัล
2019 รางวัลการแสดงยอดเยี่ยม THE THIRD INTERNET FILM FESTIVAL 2019
2015 TV World 2015 "รางวัลศิลปะ
2011 การประชุมวิชาการนักสังคมสงเคราะห์ของจีนครั้งที่ 2 ประจำปี 2553
2010 รางวัลนักแสดงผู้อุทิศตนให้กับงานการกุศลสำหรับผู้พิการ
2010 รางวัลละครเก่ายอดนิยมเรื่อง (คู่แค้นสายโลหิต) ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปี 1990 ในรายการภาพยนตร์จีน - ฝรั่งเศส
2010 รางวัลเทศกาลแฟชั่นสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมรางวัลภาพยนตร์แฟชั่น
2002 รางวัลนักแสดงหญิงทรงอิทธิพล (เป็นเจ้าภาพโดยนิตยสารสุภาพบุรุษ)
2002 People's Car Alliance Award (จัดทำโดยนิตยสาร Che Wang)
1997 ดาวนับพัน Hui He Taiqing - รางวัลการแสดงยอดเยี่ยม "Grand Changlong"
1994 ไต้หวัน - ศิลปินหญิงฮ่องกงที่โด่งดังที่สุดในใต้หวัน
1994 ไต้หวัน - อันดับที่สี่ในคนรักในฝันของชาวใต้หวัน
1993 Minsheng Daily - ศิลปินหญิงที่โด่งดังที่สุดในไต้หวัน
1991 Minsheng Daily ศิลปินทีวียอดนิยมสิบอันดับแรกในปีที่ 1991 ของละครดราม่าไร้สาย
1991 ศิลปินทีวียอดนิยมอันดับสี่จัดทำโดย壹 Weekly
1990 ศิลปินหญิงทีวียอดนิยมอันดับสองจัดโดย second Weekly
1988 รางวัลไต้หวัน Golden Dragon Award ฮ่องกงรางวัลนักแสดงทีวียอดเยี่ยม

อ้างอิงแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข