เปิดเมนูหลัก

ชีเหม่ยเจิน (จีน:戚美珍) มีชื่อภาษาอังกฤษว่า "เจมี่ ชี" (อังกฤษ:Jaime Chik) เป็นนักแสดงหญิงชาวฮ่องกงที่มีชื่อเสียง คนหนึ่งในยุค 80s บทบาทที่เธอได้รับมักจะเป็นนางรองมากกว่านางเอก แต่ในอดีตด้วยใบหน้าที่สวยหวานคล้ายลูกครึ่ง ของเธอ และยังเป็นนักแสดงหญิงที่แต่งตัวขึ้นทั้งแนวสากล และชุดจีนโบราณ จึงทำให้เธอได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักแสดงหญิงที่สวยที่สุดของ "สถานีโทรทัศน์ทีวีบี"[1][2][3][4][5][6][7][8][9][10][11][12][13][14][15][16][17][18][19][20]

ชี เหม่ยเจิน
ชื่อเกิดชีเหม่ยเจิน
เกิด วันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2505 (57 ปี)
ฮ่องกง
คู่สมรส "เหมียวเฉียวเหว่ย" (พ.ศ. 2533-ปัจจุบัน)
ชื่ออื่น Jamie Chik
อาชีพ นักแสดง
ปีที่แสดง -ปีพ.ศ. 2525-2533
-ปีพ.ศ. 2551-ปัจจุบัน
ผลงานเด่น -บท "เย่ว์หลิงซัน" เรื่อง "กระบี่เย้ยยุทธจักร" (พ.ศ. 2527)
-บท "ฮูหยินหู" เรื่อง "จิ้งจอกภูเขาหิมะ" (พ.ศ. 2528)
-บท "สมเด็จ พระมเหสีเจิน" เรื่อง 13 ฮ่องเต้ตำนานจักรพรรดิราชวงศ์ชิง (พ.ศ. 2535)
ค่าย ทีวีบี
ข้อมูลบนเว็บ IMDb
เว็บทางการ

ชีเหม่ยเจิน จัดเป็นนักแสดงหญิงสาวสวยแห่งยุค 80s ที่ส่วนใหญ่จะได้รับบทเป็นนางรองมากกว่านางเอก ในยุคสมัยนั้นถือได้ว่าเธอเป็นนักแสดงหญิงที่มีใบหน้างดงามมากคนหนึ่ง ด้วยมีใบหน้าที่ดูเป็นลูกครึ่ง และดวงตาที่กลมโต บางสื่อตั้งฉายาให้เธอว่าเป็น "แหม่ม ไชนีส" แม้ผลงานช่วงแรก ๆ ของเธอจะอาศัยใบหน้าเป็นจุดขายเพียงอย่างเดียว เพราะฝีมือการแสดงยังไม่ดีนัก แต่ต่อมาก็ได้รับการฝึกฝีมือการแสดงกับดาราดัง ๆ รุ่นพี่ ๆ ที่เคยเป็นตัวประกอบมาก่อนอย่าง โจวเหวินฟะ เยิ่นต๊ะหัว และ หลี่ เหลี่ยงเหว่ย ทำให้ฝีมือการแสดงของเธอดีขึ้นมาได้ และแน่นอนว่า ตั้งแต่นั้นไม่ว่าจะเป็นละครแนว กำลังภายใน หรือละครแนว แนวสากล เธอก็ทำได้ดีกับบทบาทที่เธอได้รับ เธอมีผลงานที่ดังน้อยเรื่อง เมื่อเทียบกับนักแสดงสาวคนอื่นในยุคเดียวกันกับเธอ และบทบาทที่คอหนังฮ่องกงจดจำเธอได้มากที่สุด คือการรับบทนางรอง "เย่ว์หลิงซัน" ในละครเรื่อง กระบี่เย้ยยุทธจักร เวอร์ชันในปีพ.ศ. 2527 ที่มีผู้คนจดจำเธอได้มากกว่านางเอกของเรื่อง คือ เฉิน ซิ่วจู เสียอีก

ในปีพ.ศ. 2533 เธอได้แต่งงานกับ "เหมียวเฉียวเหว่ย" ซึ่งเป็นนักแสดงชายชื่อดังในกลุ่ม "5 พยัคฆ์ทีวีบี" ของยุค 80s และหลังจากนั้นเธอได้ถอนตัวออกจากวงการ เพื่อไปช่วยธุรกิจแว่นตา ของสามี ที่ทำธุรกิจร่วมกับครอบครัวของเธอและยังมียี่ห้อแว่นตาเป็นของตัวเอง จนธุรกิจประสบความสำเร็จมากมายทำให้ทั้งคู่กลายเป็นเศรษฐีผู้ร่ำรวย อีกทั้งเธอก็ยังเป็นแม่ของลูก 2 คน อีกด้วย

ในปีพ.ศ. 2545 ครอบครัวของเธอได้ตัดสินใจเซ้งธุรกิจแว่นตาให้ชาวออสเตรเลีย แล้วกลับเข้าวงการอีกครั้งในปีพ.ศ. 2551 มาจนถึงปัจจุบัน ถึงแม้ว่าจะหมดยุคทองของเธอไปนานแล้วก็ตาม

ประวัติแก้ไข

ชีเหม่ยเจิน เกิดเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2505 ที่ฮ่องกง ในครอบครัวที่อบอุ่นและมีฐานะร่ำรวย ทางบ้านของเธอเปิด "ธุรกิจแว่นตา" ในวัยเด็กเธอมีเพื่อนบ้านใกล้เคียง อย่าง โจวซิงฉือ ต่อมา โจวซิงฉือได้รู้จักกับพี่ของเธอ และสนิทกันทำให้ ชีเหม่ยเจิน กลายเป็นน้องสาวที่แสนดีของเขา คนหนึ่ง ต่อมาเมื่อเธอจบการศึกษาระดับมัธยมต้นที่โรงเรียนมัธยมศึกษา เซียงต้าว (Xiangdao) แล้วเธอได้เข้าเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนมัธยมศึกษาคาทอลิก หมิงหยวน (Mingyuan) หลังจากที่เธอเรียนจบม.6 แล้ว เธอได้ไปสมัครเรียนการแสดงที่โรงเรียนสอนการแสดงของสถานีโทรทัศน์ทีวีบี ในรุ่นที่ 10 ในปีพ.ศ. 2524 โดยในรุ่นเดียวกับเธอมี หลิวเต๋อหัว เหลียง เจียฮุย และ อู๋เจียลี่ ว่ากันว่า..ในช่วงที่เธอกำลังเรียนการแสดงอยู่นั้น ด้วยใบหน้าที่สวยโดดเด่นกว่าคนอื่นในรุ่นเดียวกัน ทำให้ครูสอนการแสดงชื่นชอบและผลักดันเธอเป็นอย่างมาก เธอใช้เวลาเรียนประมาณ 1 ปี หลังจากเรียนจบเธอก็ได้เซ็นสัญญาเป็นนักแสดงของทางช่อง ทีวีบี โดยทันที

ชีวิตในวงการบันเทิงแก้ไข

ในปีพ.ศ. 2525 เธอได้เริ่มงานแสดงอย่างเต็มตัวในบทบาทนางเอกจากละครสากลแนวตลกเรื่อง "เขย่าเหลี่ยมเซียน" หรือ (You only live twice 1982 :飞越十八层) เป็นการแสดงคู่กับนักแสดงหนุ่ม "เหมียวเฉียวเหว่ย" ทั้งคู่พบรักกันในกองถ่ายละครเรื่องนี้ ด้วยการปิ๊งกันดัวยสายตา เขาจีบเธอโดยการขับรถไปส่งเธอที่บ้านหลังเลิกกอง และซื้อของมาให้เธอทาน จนความสัมพันธ์เริ่มพัฒนา และต่อมาก็ได้คบกันเป็นแฟนอย่างเปิดเผย เรื่องนี้เป็นผลงานแจ้งเกิดที่ทำให้มีคนเริ่มรู้จักเธอ ต่อมาเธอได้เล่นละครกับหวงเย่อหัว กับบทนางเอกใน เรื่อง "รถไฟเหาะหรรษา" (The Roller Coaster 1982 :过山车) แต่เรื่องนี้ไม่ค่อยดัง ต่อมาเธอรับบทนางรอง จากละครกำลังภายในเรื่อง "ฤทธิ์ฝ่ามืออรหันต์" (七彩如來神掌 THE BUDDHA'S MAGIC PALM 1982) ร่วมแสดงกับ โอวหยัง เพ่ยซัน และ จิ่งไต้อิง เรื่องนี้ค่อนข้างได้รับความนิยม ในปีเดียวกันนั้น เธอก็เป็นหนึ่งในตัวเก็ง ที่คาดว่าจะได้รับบท"อึ้งย้ง" กับละครกำลังภายในฟอร์มใหญ่ เรื่อง มังกรหยก ภาค1 ที่จะมีการรีเมค ขึ้นมาอีกครั้ง แต่ทว่า..บทนี้กลับไปตกเป็นของดาราสาวหน้าใหม่อย่าง "องเหม่ยหลิง" แทน

ปีพ.ศ. 2527 เธอได้รับบทนางรองในละครกำลังภายในฟอร์มใหญ่ประจำปี ที่มีดาราดังอย่างโจวเหวินฟะ แสดงนำเรื่อง "กระบี่เย้ยยุทธจักร" หรือ (The Smiling, Proud Wanderer 1984 :笑傲江湖) และนางเอกคือ เฉินซิวจู่ แต่พอออกฉายปรากฏว่าเธอกลับดังกว่านางเอกของเรื่อง ด้วยบทนางรองที่แย่งซีนนางเอกเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะความสวยของเธอที่ถูกพูดถึง และถึงแม้ว่า...ละครชุดนี้จะไม่ประสบความสำเร็จในแง่คำวิจารณ์ เอาเสียเลย เพราะถูกหลายสื่อสับเละเป็นอย่างมากในตอนที่ออกฉาย แต่ถือได้ว่าละครเรื่องนี้เป็นผลงานชิ้นโบว์แดง ที่ทำให้เธอดังขึ้นมาและยังถือว่าเป็นผลงานของเธอที่ถูกจดจำจากแฟนละครหนังชุดฮ่องกงมากที่สุด ผลงานเด่นอีกเรื่องเป็นละครแนวอภินิหารเรื่อง "ศึกชิงจ้าวยุทธจักร" (The Sacred Commandment 1984 :武林圣火令) นำแสดงโดย ฮุ่ยเทียนซือ และ จ้าว หย่าจือ ต่อมาในปีเดียวกันก็ได้เกิดกระแสข่าวลือที่ดังกว่างานละครของเธอ เกี่ยวกับเรื่องราว รักสามเส้าระหว่างเธอ กับแฟนหนุ่ม เหมียวเฉียวเหว่ย และดาราสาวชื่อดัง องเหม่ยหลิง ขึ้นมา สาเหตุเพราะในปีนี้ผลงานละครที่เล่นคู่กันระหว่าง เหมียวเฉียวเหว่ย กับ องเหม่ยหลิง นั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ทำให้ทั้งสองกลายเป็นคู่ขวัญในจอ จนบรรดาแฟนคลับของคนทั้งคู่และบรรดาสื่อต่าง ๆ พยายามเชียร์ให้ทั้งสองเป็นแฟนนอกจอ กันจริง ๆ จนมีข่าวลือว่า ชีเหม่ยเจิน เกิดไม่พอใจที่ องเหม่ยหลิง ไปใกล้ชิด สนิทสนม กับ เหมียวเฉียวเหว่ย แฟนหนุ่มของเธอมากเกินไป ต่อมาก็มีข่าวลือออกมาอีกว่าความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนระหว่าง เธอ กับ องเหม่ยหลิง ถึงขึ้นแตกหักแบบเงียบ ๆ เพราะเธอเข้าใจผิดคิดว่า องเหม่ยหลิง คิดจะแย่ง เหมียวเฉียวเหว่ย ไปจากเธอ แต่ต่อมาเธอก็ออกมา ปฏิเสธว่า ข่าวลือดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะเธอไม่เคยถือโกรธ องเหม่ยหลิง เลย

ในปีพ.ศ. 2528 ปีนี้เข้าสู่ยุคทองของเธอ อย่างแท้จริง เพราะในปีนี้เธอดังมากทั้งเรื่องงานละคร และข่าวฉาวที่เข้าไปพัวพันถึงสาเหตุการตายของดาราสาวชื่อดัง องเหม่ยหลิง ในขณะนั้น มีทั้งกระแสข่าวด้านลบและด้านบวกเกี่ยวกับตัวเธอมากมาย เพราะทั้งเธอและ ทังเจิ้นเยี่ย ถูกนำไปเชื่อมโยงว่าเป็นเหตุทำให้ องเหม่ยหลิง ต้องคิดสั้น เพราะมีข่าวลือว่า ก่อนหน้านี้ ชีเหม่ยเจินได้ไปปรับทุกข์และพูดเกี่ยวกับ องเหม่ยหลิงในทางที่ไม่ดีให้ดาราหนุ่ม ทัง เจิ้นเยี่ย (ซึ่งเป็นแฟนของ องเหม่ยหลิง) ฟัง ประมาณว่า องเหม่ยหลิงคิดจะแย่งเหมียวเฉียวเหว่ยไปจากเธอ ทำให้ทังเจิ้นเยี่ยและองเหม่ยหลิงมีปากเสียงขัดแย้งกัน จนกลายเป็นหนึ่งในหลายสาเหตุซึ่งนำไปสู่การเลิกลาของทังเจิ้นเยี่ย กับ องเหม่ยหลิงในเวลาต่อมา หลายคนคาดเดาว่า นี้อาจเป็นหนึ่งในหลายสาเหตุที่ทำให้ องเหม่ยหลิง กลายเป็นโรคซึมเศร้า จนต้องคิดสั้นฆ่าตัวตาย ในเดือนพฤษภาคม ของปีเดียวกัน.

ถึงแม้..จะมีข่าวฉาวมากมาย แต่ในปีนี้เธอก็มีผลงานเด่นหลายต่อหลายเรื่องด้วยกัน และแต่ละเรื่องก็เพิ่มชื่อเสียงให้เธอมากขึ้น อาทิเช่น เรื่อง "จิ้งจอกภูเขาหิมะ" หรือ [The Flying Fox of Snowy Mountain 1985 :雪山飛狐) ที่ร่วมแสดงนำกับ หลี เหลี่ยงเหว่ย เจิ้ง หัวเชี่ยน และเจ้า หย่าจือ และยังเป็นผลงานเรื่องเยี่ยมอีกเรื่องในปีนั้นด้วย ตามด้วยละคร "ขุนศึกตระกูลหยาง" หรือ (The Yang's Saga 1985 :楊家將) ที่มีดาราชื่อดังคับคั่งมาร่วมแสดง และยังเป็นละครชุดที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 18 ปีของสถานีโทรทัศน์ทีวีบี อีกด้วย โดยเธอรับบท "องค์หญิงชิงเหลียน" ต่อมาผลงานเด่นกับบทนางรอง ในละครยอดนิยมเรื่อง "ขวัญใจโปลิส" ภาค2 หรือ (Police Cadet '85 :新紮師兄續集) ที่เธอร่วมแสดงกับดาราดังอย่าง โจวเหวินฟะ และ เหลียงเฉาเหว่ย ผลงานเหล่านี้ทำให้ในปีนั้นเธอมีรายชื่อติด หนึ่งในสิบ นักแสดงยอดนิยมสูงสุดแห่งปี ไปครอง

ในปีพ.ศ. 2529 เป็นปีทองของเธออีกปี โดยมีผลงานละครสากลสุดฮิตเรื่อง "พลังหนุ่มใจเพชร หรือ (The Turbulent Decade 1986 :黃金十年) ร่วมแสดงกับ หลิวเจียหลิง และ สือซิว และอีกผลงานอิงประวัติศาสตร์เรื่อง "หลินชง แห่งเขาเหลียงซาน"หรือ (The Unyielding Master Lim 1986 :林沖) ร่วมนำแสดงโดยเกาสง ทังเจิ้นเยี่ย กวนหลี่เจี๋ย และ เฉินหมิ่นเอ๋อ ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน ทำให้ในปีนั้นเธอติดหนึ่งในสิบนักแสดงยอดนิยมสูงสุดแห่งปี

ในปีพ.ศ. 2530 ประเดิมด้วยงานละครอิงประวัติศาสตร์เรื่อง "ขุนพลเจิ้งเฉินกง" (郑成功 1987) ประกบกับ หลี่ เหลียงเหว่ยและยังมี หันหม่าลี่ กับ อู๋เจียลี่ ร่วมแสดง ต่อมาเธอได้ร่วมแสดงในบทรับเชิญที่ออกไม่กี่ฉาก ในละครฟอร์ใหญ่แห่งปีเรื่อง "ตำนานอักษรกระบี่" หรือ (The Legend of the Book and the Sword 1987 :書劍恩仇錄) ซึ่งแสดงร่วมกับ เหลียงเพ่ยหลิง เฉินหมิ่นเอ๋อ หลีเหม่ยเสียน เป็นต้น แต่ทว่า...ละครฟอร์มใหญ่เรื่องนี้กลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ต่อมาละครเรื่อง "กระบี่มังกรหยก" หรือ (The Dragone Sword 1987 :天龙神剑) นำแสดงโดย เหมียว เฉียวเหว่ย ในเรื่องจะมีนางเอกถึง 3 ภาค ได้แก่ เฉิน ซิ่วเหวิน เจิ้ง หัวเชี่ยน และเธอ

ปีพ.ศ. 2531 ละครสั้นสากลแนวชีวิต 5 ตอนจบเรื่อง "คนปาบ" หรือ (Behind Silk Curtains 1988 :大都會) ที่มีดาราชั้นนำมากมายร่วมแสดง อาเช่น เจิ้งเส้าชิว หวังหมิงฉวน หลี เหม่ยเสียน และ โจวซิงฉือ เป็นต้น และได้เล่นรับเชิญในละครดังของปีนั้นเรื่อง "เดชเซียวฮื่อยี้" (Two Most Honorable Knights 1988 :絕代雙驕) มีดารานำแสดงอย่าง เหลียงเฉาเหว่ย กับ อู๋ไต้หยง ถึงแม้ว่าละครเรื่องนี้จะได้รับความนิยมอย่างมาก และเป็นหนึ่งในสิบละครที่มีเรตติ้งสูงสุดของปีนั้น แต่ชีเหม่ยเจิน กลับรู้สึกว่าในช่วง2ปีหลังมานี้ เธอมักจะได้รับบทนางรองและบทรับเชิญ ที่มีบท เล็กน้อย ไม่กี่ตอน ดังนั้นเมื่อหมดสัญญากับทางช่องเธอจึงตัดสินใจไม่ต่อสัญญา และนับได้ว่าเป็นละครเรื่องสุดท้ายของ เธอกับสถานีโทรทัศน์ทีวีบีอีกด้วย

หลังจากนั้นเธอได้ออกจากสถานีโทรทัศน์ทีวีบี และหันไปเล่นละครให้กับทางไต้หวันและสถานีโทรทัศน์เอทีวี แทน ในช่วงครึ่งปีหลังของปีเดียวกัน เธอได้เริ่มรับงานแสดงละครที่ไต้หวัน เป็นละครดราม่าเรื่อง *เรื่อง "ลิขิตรักไม่อาจกั้น" หรือ (Love is priceless 1988 :飞跃云裳) ละครเรื่องนี้ได้ผลตอบรับที่ดีในไต้หวัน และได้รับความสนใจจากผู้ชมที่จีน เช่นกัน และนับได้ว่าเป็นผลงานละครเพียงเรื่องเดียวของเธอที่ไต้หวัน

ต่อมาในปีพ.ศ. 2532 เธอได้เซ็นสัญญาเป็นนักแสดงให้กับ"สถานีโทรทัศน์เอทีวี" และเป็นช่วงที่เธอกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง หลังย้ายค่ายมาอยู่ เอทีวี ชีเหม่ยเจิน กลายเป็นนางเอกเบอร์หนึ่งของค่ายเอทีวี ทันที โดยเริ่มจากละครสากลฟอร์มใหญ่เรื่อง "เถื่อนทรนง" (The Street Cherry Blossom 1989 :野櫻花) โดยเล่นคู่กับ ทัง เจิ้นเยี่ย จากผลงานเรื่องนี้ ทำให้ทั้งสองกลายเป็นคู่ขวัญ ของสถานีโทรทัศน์เอทีวี อีกคู่

ในปีพ.ศ. 2533 ชีเหม่ยเจิน ได้แต่งงานกับ เหมียวเฉียวเหว่ย แฟนหนุ่มที่คบหาดูใจกันมากกว่า 8 ปี มีเพื่อน ๆ ในวงการบันเทิงมาร่วมงานแต่งกันอย่างคับคั่ง อาทิเช่น โจวเหวินฟะ อลัน ทัม หวงเย่อหัวและ หลิวเต๋อหัว เป็นต้น

ในปีนี้ ละครแนวสากลฟอร์มยักษ์ เรื่อง "เลือดรักเลือดแค้น" (Heaven's Retribution 1990 :還看今朝) แสดงนำร่วมกับ หวงเย่อหัว และ อู๋ฉี่หัว เป็นผลงานที่โด่งดังมากของ ทางค่ายเอทีวี ด้วยเรทติ้งที่ได้ถึง 25 จุด และเป็นผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้เธอเป็นอย่างมาก ตามด้วยละครฟอร์มใหญ่อิงประวัติศาสตร์ เรื่อง "13 ฮ่องเต้ตำนานจักรพรรดิราชวงศ์ชิง" (The Rise and Fall of Qing Dynasty :滿清十三皇朝) จากบท "สมเด็จ พระมเหสีเจิน" ที่ทำให้เธอได้รับคำชมมากมาย โดยประกบคู่กับ ทังเจิ้นเยี่ย ในขณะที่เธอกลับมาโด่งดังอีกครั้ง เธอก็ตัดสินใจถอนตัวจากวงการแสดงหันไปทำธุรกิจแว่นตากับสามีโดยมีแบรนด์เป็นของตัวเอง ธุรกิจประสบความสำเร็จมาก จนกลายเป็นเศรษฐีคนหนึ่งของเกาะฮ่องกง และมีลูกด้วยกันอีก 2 คน

แต่แล้วในปีพ.ศ. 2552 เธอได้กลับมาเล่น ละครสากลฟอร์มยักษ์เรื่อง "หักเหลี่ยมตระกูลโหด" (Born Rich 2009 :金钱诱罪) ร่วมนำแสดงโดย หลี่ เหลี่ยงเหว่ย หลอเจียเหลียง หม่าเต๋อจง และ หยวนหย่งอี้ อีกครั้ง

ด้านความรักแก้ไข

เป็นที่รู้กันดีของแฟนละครหนังชุดฮ่องกง ยุค80s ว่า ความรักระหว่างเธอ กับ เหมียวเฉียวเหว่ยนั้น มีสีสัน ไม่แพ้คู่รักอื่น ๆ ในยุคเดียวกัน ตลอดแปดปีก่อนแต่งงาน ทั้งคู่มีข่าวเกี่ยวกับความรักที่ ลุ่ม ๆ ดอน ๆ มาโดยตลอด

พวกเขาทั้งสอง เจอกันตั้งแต่ปีพ.ศ. 2524 ในวันแรกที่ ชีเหม่ยเจิน ไปสมัครเข้าเรียนการแสดงที่สถานีโทรทัศน์ทีวีบี เหมียวเฉียวเหว่ยเองก็ เล่าให้ฟังว่า วันที่เธอมาสมัครเรียนมีคนพูดกันว่า "ดูผู้หญิงคนนั้นสิ สวยมาก" เขาหันไปดู และพบว่าเธอสวยจริง ๆ แต่ว่าตอนนั้น เขาไม่ได้รู้สึกอยากจะจีบเธอเลย เพราะตอนนั้น เขามั่วแต่ยุ่งเรื่องงานละคร ที่ต้องเข้าถ่ายตั้งแต่เช้ายันดึกเกือบทุกวัน เหนื่อยจนไม่มีเวลาคิดเรื่องนี้ และอีกอย่างคือตอนนั้นมีคนพยายามตามจีบเธออยู่หลายคน

แต่ต่อมาในปีพ.ศ. 2525 พวกเขาทั้งสองได้มีโอกาส เล่นละครสากลแนวตลกเรื่อง "เขย่าเหลี่ยมเซียน" หรือ (You only live twice 1982 :飞越十八层) ร่วมกัน ทำให้ทั้งคู่พบรักกันในกองถ่ายละครเรื่องนี้ ด้วยการปิ๊งกันดัวยสายตา เขาเริ่มจีบเธอโดยการขับรถไปส่งเธอที่บ้านหลังเลิกกองทุกวัน และซื้อของมาให้เธอทาน จนความสัมพันธ์เริ่มพัฒนา และต่อมาก็ได้คบกันเป็นแฟนอย่างเปิดเผย ทั้งคู่คบกันราว ๆ 1 ปี แต่ในช่วงปีพ.ศ. 2526 พวกเขาจึงแยกกันอยู่พักหนึ่ง เพราะความรักของทั้งคู่ ผิวเผินดูหวานชื่น แต่ทว่าด้วยบุคลิกลักษณะนิสัยที่แตกต่างกัน ชีเหม่ยเจิน เป็นคนห้วร้อนขี้หึง ส่วนฝ่ายชายถึงจะเป็นคน ใจเย็น แต่ก็ไม่ยอมอะไรง่ายๆ จึงทำให้พวกเขาถกเถียงกันอยู่บ่อย ๆ เมื่อต่างฝ่ายต่างเริ่มรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่เหมาะสำหรับตัวเองดังนั้นพวกเขาจึงแยกทางกัน

ต่อมาในช่วงปลายปีเดียวกัน ก็มีข่าวว่า ชีเหม่ยเจิน มีคนนอกวงการมาตามจีบ ส่วน เหมียวเฉียวเหว่ย ไปเจอ เหมยเยี่ยนฟาง ในละครเรื่อง "ชะตา ชีวิต" (Summer Kisses Winter Tears 1984 :香江花月夜) ที่ทั้งสองเล่นด้วยกัน ทำให้ปิ๊งกันขึ้นมา เลยตัดสินใจลองคบกันดู ถึงแม้ว่า เหมยเยี่ยนฟางจะเคยมีแฟนมาบ้างแล้วก็ตาม แต่สำหรับ เหมียวเฉียวเหว่ย ถือได้ว่า เขาเป็นแฟนคนแรกของเธอที่อยู่ในวงการเดียวกันกับเธอ แต่ก็มีสื่อคาดเดาว่าทั้งคู่คงคบกันได้ไม่นาน ด้วยบุคลิกที่แตกต่างกันมาก เพราะเหมยเยี่ยนฟางมี ภาพลักษณ์ที่ดูเซ็กส์ซี่ร้อนแรง ซึ่งแตกต่างจากเหมียวเฉียวเหว่ย และก็เป็นจริง ทั้งคู่คบกันไม่กี่เดือน จู่ๆ ก็มีข่าวว่าเขาไปตามง้อคืนดี กับชีเหม่ยเจิน ทั้ง ๆ ที่คบกับเหมยเยี่ยนฟาง อยู่ กลายเป็นข่าวฉาวรักสามเส้า ระหว่างเธอ (เหมยเยี่ยนฟาง) กับเหมียวเฉียวเหว่ย และชีเหม่ยเจิน

จนท้ายที่สุดในเดือนกุมภาพันธ์ ปีพ.ศ. 2527 เหมยเหยี่ยนฟาง ได้ประกาศยุติความสัมพันธ์กับ เหมียวเฉียวเหว่ย คงเหลือไว้แต่ความเป็นเพื่อนในวงการเดียวกันเท่านั้นโดยเธอให้สัมภาษณ์ว่า ตัวเธอ รับรู้ถึงบางอย่างที่ทำให้เราทั้งสองรู้สึกว่า ควรจะหยุดความสัมพันธ์และกลับไปอยู่ในฐานะเพื่อนในวงการแบบเดิม น่าจะดีกว่า เธอกล่าวต่อว่า "เราทั้งสองต่างมีช่วงเวลาที่ดีจริงๆ ฉันรู้จักเขามาก่อนที่จะมาคบหาดูใจกัน แต่ต่อมาเราทั้งสอง ได้มีโอกาสใกล้ชิดกันในช่วงที่ถ่ายทำละคร " เรื่อง "ชะตา ชีวิต" (Summer Kisses Winter Tears 1984 :香江花月夜)" ตอนนั้นเป็นการถ่ายทำบนเรือไม่กี่วัน ซึ่งฉันได้พบว่าเขาให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับฉัน ดูแลฉันในเรื่องต่างๆ ฉันชอบความเป็นคนตรงไปตรงมาของเขา และเขาเป็นคนตัวสูงและหน้าตาดี รูปร่างก็ดีตรงกับความต้องการของฉัน เขาเป็นคนมีอารมณ์ขันและชอบทำเรื่องตลก ในตอนแรกที่เราคบกัน นิสัยของเราคล้ายคลึงกันมาก ฉันเห็นแต่สิ่งดี ๆ ของเขาเท่านั้น แต่ต่อมา...เมื่อฉันได้เป็นแฟนกับเขาจริง ๆ ฉันถึงตระหนักว่า มีนิสัยบางอย่างที่เราสองคนแตกต่างกัน ฉันเป็นคนที่กระตือรือร้นมาก และฉันชอบที่จะเข้าสังคมพบปะผู้คนมากมาย ซึ่งฉันสามารถหัวเราะกับทุกอย่างได้ แต่เขาไม่..และดูเงียบขรึม กว่าที่ฉันคิด อย่างไรก็ตาม เขาไม่เคยที่จะแก้ไขตรงจุดนี้ ในการจัดการกับปัญหาทางอารมณ์ของเขาที่ฉันไม่สามารถยอมรับได้ ตัวฉันเองชอบที่จะบอกเขาถึงสิ่งที่ฉันไม่ชอบไปตรง ๆ แต่บางครั้งเขาเองก็ทำเหมือนกับไม่รู้ว่าสิ่งที่เขากำลังทำคืออะไร และถึงแม้ว่าทั้ง เหมียวเฉียวเหว่ย และ ชีเหม่ยเจิน จะบอกว่าตอนนี้พวกเขาไม่ใช่คู่รักกันแล้วก็ตาม แต่ เหมยเยี่ยนฟาง ก็ไม่คิดเช่นนั้น ในที่สุดเธอก็เลิกกับเขา เธอบอกอีกด้วยว่า "ความซื่อสัตย์" เป็นเรื่องสำคัญมาก หัวใจของสาว ๆ ไม่เปิดกว้างพอที่จะให้คนที่เรารักไปลองคบกับคนอื่น ดังนั้นฉันจึงต้องการให้เขาเลือก แต่ในท้ายที่สุด ฉันเชื่อว่าเขาคงต้องเลือกใครสักคน ฉันไม่อยากเป็นมือที่สาม ที่เข้ามาสอดกลาง ความรักระหว่างเขากับ ชีเหม่ยเจิน ถ้าเขาอยากอยู่กับคนสองคนในเวลาเดียวกัน ฉันรู้สึกไม่ดีด้วยเลย ฉันไม่ทราบเขาคิดอย่างไร ถ้ามีการตัดสินใจที่ชัดเจนว่าจะเลือกใคร ก็จะเป็นการดีสำหรับเขา ฉันเพิ่งเริ่มต้นความสัมพันธ์กับเขา ดังนั้นฉันจึงขอให้เขาเลือกคนใดคนหนึ่ง ถ้าเขาไม่คิดจะเลือกใคร ฉันขอเป็นคนเดินจากไป ฉันไม่ต้องการให้ทั้งสามคนมีความขัดแย้งกัน"

ส่วนเหมียวเฉาเหว่ย ก็ให้เหตุผลว่า "ฉันมีความประทับใจกับ เหมยเยี่ยนฟางมาก แต่เธอทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดใจอยู่เสมอในตอนที่คบกัน ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลือกคนอื่นที่เราคิดว่าเราชอบ และเข้ากันได้ดีมากกว่า สำหรับเขา เหมยเยี่ยนฟางเหมาะที่จะคบเป็นเพื่อน สนุกสนานมากกว่า ที่จะคบเป็นแฟน

ต่อมาเขากลับไปคืนดีกับ ชีเหม่ยเจิน อีกครั้ง ส่วนเหมยเยี่ยนฟาง ก็มี หนุ่มไฮโซหน้าตาดีลูกเศรษฐีนอกวงการนามว่า โจวซื่อหลุง มาจีบเช่นกัน

ทั้งเหมียวเฉียวเหว่ย และ ชีเหม่ยเจิน กลับมาคบกันและดูเหมือนจะหวานชื่นมากกว่าเดิม แต่แล้วก็มีข่าวฉาวว่า ชีเหม่ยเจิน มีอะไรพิเศษกับ โจวเหวินฟะ ในตอนที่ทั้งคู่ถ่ายทำละครเรื่อง กระบี่เย้ยยุทธจักร พ.ศ. 2527 ด้วยกัน ถึงแม้จะเป็นข่าวลือ แต่ก็ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเหมียวเฉียวเหว่ย กับชีเหม่ยเจิน มีการขัดแย้งกัน พอดีกับช่วงนี้ที่เกิดกระแส คู่ขวัญ ระหว่างเขากับ องเหม่ยหลิง ที่แฟน ๆ ละครต่างเชียร์ ให้คบกันเป็นแฟนนอกจอกันจริง ๆ สาเหตุเพราะในปีนี้ เหมียวเฉียวเหว่ยเอง มีละครที่เล่นประกบคู่กับองเหม่ยหลิง ติด ๆ กันหลายต่อหลายเรื่องและผลงานเหล่านั้น ประสบความสำเร็จอย่างมาก คนดูละครชื่นชอบที่เขาและ องเหม่ยหลิงเล่นคู่กัน จนเกิดแรงเชียร์ขึ้นมา อีกทั้งยังมีข่าวฉาวว่า ด้วยความที่ทั้งคู่เล่นละครร่วมกันบ่อย ทั้งเหมียวเฉียวเหว่ยและ องเหม่ยหลิง เกิดปิ๊งกันในกองถ่าย และมีอะไรพิเศษกัน จนกลายเป็นข่าวฉาว รักสาวเส้า ระหว่างเธอ(ชีเหม่ยเจิน) กับ เหมียวเฉียวเหว่ย (แฟนหนุ่มของเธอ) และ องเหม่ยหลิง (มือที่สาม) ด้วยความที่ข่าวฉาวเรื่องนี้ดังมาก จึงทำให้เกิดความอึดอัดใจกับทั้ง เหมียว เฉียวเหว่ย และ อง เหม่ยหลิง เป็นอย่างมาก เพราะต่างฝ่ายต่างก็มีคนรักที่คบหาดูใจกันอยู่แล้ว อีกทั้งคนรักของทั้งคู่ต่างก็เป็นเพื่อนสนิทของอีกฝ่าย จนในที่สุดตัวของ เหมียว เฉียวเหว่ย เองต้องออกมาให้สัมภาษณ์ กับสื่อเพื่อยุติข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ตัวเขารัก ชีเหม่ยเจิน เพียงคนเดียว ส่วน อง เหม่ยหลิง นั้นเขาเห็นเธอเหมือนน้องสาวที่แสนดีเท่านั้น เพราะเขาเองไม่เคยคิดอะไรเกินเลยกับเธอเลย ส่วน องเหม่ยหลิงก็ให้สัมภาษณ์ว่า ข่าวลือทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องจริง ตัวเธอเองยัง คบกับ ทัง เจิ้นเยี่ย อยู่

ถึงแม้...หลายคนจะรู้ดีว่าข่าวทั้งหมดเป็นแค่ข่าวลือ ซึ่งเป็นแผนการตลาดอันแยบยล ของสถานีโทรทัศน์ทีวีบี ที่ใช้ในการโปรโมตละครที่ทั้งคู่เล่นกันเพื่อให้คนดูเกิดความสนใจและเพิ่มยอดเรตติ้งก็ตาม แต่ทว่า...ก็มีข่าวลือว่า ข่าวเหล่านี้ ทำให้ ชีเหม่ยเจิน เกิดไม่พอใจขึ้นมาได้ และกลัวว่า องเหม่ยหลิง เพื่อนสนิทคนนี้จะแย่งเหมียวเฉียวเหว่ยไปจากเธอ จริง ๆ ถึงขนาดที่ว่า ไม่อยากให้เหมียวเฉียวเหว่ย ไปใกล้ชิด สนิทสนมกับ องเหม่ยหลิง อีก และหลังจากนั้น ทั้ง เหมียวเฉียวเหว่ย และ องเหม่ยหลิง ต่างห่างเหินกันไปและติดต่อกันน้อยลง เพื่อไม่ให้แฟนสาวของเขาเข้าใจผิด

ในช่วงนี้ก็มีข่าวลือตามมาอีกว่า ชีเหม่ยเจิน เป็นตัวการที่ทำให้ความรักของ องเหม่ยหลิง กับ ทังเจิ้นเยี่ย มีปัญหากันจนถึงขั้นเลิกลา เพราะชีเหม่ยเจิน ไปพูดคุยกับทังเจิ้นเยี่ย เกี่ยวกับ องเหม่ยหลิง ในทางที่ไม่ดี ทำให้ทังเจิ้นเยี่ย เกิดมีปากเสียง กับ องเหม่ยหลิง ในเรื่องข่าวฉาวของเธอกับเหมียวเฉียวเหว่ย จนเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ทั้งคู่ต้องเลิกลากันในภายหลัง และ องเหม่ยหลิง กลายเป็นโรคซึมเศร้า จนต้องคิดสั้นฆ่าตัวตาย ในปีถัดมา

หลังจากที่ องเหม่ยหลิงเสียชีวิต ทั้ง ชีเหม่ยเจิน และ ทังเจิ้นเยี่ย ต่างถูกแฟน ๆ ละคร รุมต่อว่าเป็นอย่างมาก ว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ ดาราสาวชื่อดัง องเหม่ยหลิง ต้องจากไปก่อนวัยอันควร และในงานศพ ของ องเหม่ยหลิง ทุก ๆ คนต่างได้เห็นชีเหม่ยเจิน ร่ำไห้เสียใจเป็นอย่างมาก ต่อมา เธอได้ให้สัมภาษณ์ กับสื่อว่าข่าวลือทั้งหมด ระหว่างเธอกับ องเหม่ยหลิง ไม่เป็นความจริง และเธอไม่เคยถือโกรธ องเหม่ยหลิง ที่ไปสนิทสนมกับ เหมียวเฉียวเหว่ย เลยแม้แต่น้อย

หลังจากเหตุการณ์ร้าย คราวนั้น ทั้งเหมียวเฉียวเหว่ย และชีเหม่ยเจิน พยายามประคับประคองความรัก ถึงแม้จะมีปากเสียงทะเลาะกันอยู่เสมอ เพราะชีเหม่ยเจินเป็นคนหัวร้อนและขี้หึงมาก แต่แล้วในที่สุด ก็ได้แต่งงานกันในปี พ.ศ. 2533 และอยู่ร่วมกันมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีพยานรักถึง 2 คน เป็นชาย 1 หญิง 1

ผลงานแก้ไข

ละครค่ายทีวีบีแก้ไข

ปีพ.ศ. 2525:-

ปีพ.ศ. 2527:-

ปีพ.ศ. 2528:-

ปีพ.ศ. 2529:-

ปีพ.ศ. 2530:-

ปีพ.ศ. 2531:-

ปีพ.ศ. 2552:-

  • เรื่อง "หักเหลี่ยมตระกูลโหด" (Born Rich 2009 :金钱诱罪) หนังปี 2009 นำแสดงโดย หลี่เหลี่ยงเหว่ย, หลอเจีย เหลียง, หม่าเต๋อจง, ชิเหม่ยเจิน, หยวนหย่งอี๋

ละครไต้หวันแก้ไข

ปีพ.ศ. 2531:-

ละครค่ายเอทีวีแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. "ประวัติดาราสาว "ชีเหม่ยเจิน"". โดย Baidu. สืบค้นเมื่อ 5 สิงหาคม พ.ศ 2561. line feed character in |accessdate= at position 14 (help)
  2. "ประวัติดาราสาว "ชีเหม่ยเจิน" เวอร์ชันสอง". โดย Baidu. สืบค้นเมื่อ 6 สิงหาคม พ.ศ 2561. line feed character in |accessdate= at position 14 (help)
  3. 本文来源:《信息时报》;作者:安琪 何珊 沐旭;责任编辑:董文 (เผยแพร่ :14 ตุลาคม พ.ศ. 2555). "TVB藝員訓練班教學大公開 揭秘不為人知的校规" (in จีน). 搜狐网>电视 TV>港台电视. สืบค้นเมื่อ 5 สิงหาคม พ.ศ 2561. line feed character in |accessdate= at position 14 (help); Check date values in: |date= (help)
  4. "社企齊鋪樂農傷健共融" (in จีน). 香港商報. เผยแพร่ :6 ธันวาคม พ.ศ. 2553. Archived from the original on 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557. สืบค้นเมื่อ 5 สิงหาคม พ.ศ 2561. line feed character in |accessdate= at position 14 (help); Check date values in: |date= (help)
  5. "戚美珍助失聰人士就業" (in จีน). 文匯報 (香港). เผยแพร่ :5 ตุลาคม พ.ศ. 2553. สืบค้นเมื่อ 5 สิงหาคม พ.ศ 2561. line feed character in |accessdate= at position 14 (help); Check date values in: |date= (help)
  6. "生活存關愛:首間素食餐廳聘用聽障人士" (in จีน). 蘋果日報 (香港). เผยแพร่ :19 ธันวาคม พ.ศ. 2555. สืบค้นเมื่อ 5 สิงหาคม พ.ศ 2561. line feed character in |accessdate= at position 14 (help); Check date values in: |date= (help)
  7. "歷屆華僑晚報之十大明星金球獎".
  8. "เรื่องราวความรักและประวัติของเธอ" (in จีน). Sina Weibo. เผยแพร่ :18 พฤษภาคม พ.ศ. 2560. สืบค้นเมื่อ 6 สิงหาคม พ.ศ 2561. line feed character in |accessdate= at position 14 (help); Check date values in: |date= (help)
  9. 娱三哥 (เผยแพร่ :13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559). "เรื่องราวอดีตโจวซิงฉือ และเธอ". sohu. สืบค้นเมื่อ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2561. Check date values in: |date= (help)
  10. 爆炸糖 (เผยแพร่ :28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560). "เรื่องราวความรักแบบเจาะลึกของ เหมียวเฉาเหว่ย และ ชีเหม่ยเจิน". wenxuecity. สืบค้นเมื่อ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2561. Check date values in: |date= (help)
  11. 吃不胖 (เผยแพร่ :12 ธันวาคม พ.ศ. 2560). "จากความในใจของสามี เหมียวเฉาเหว่ย ถึงภรรยา ชีเหม่ยเจิน". 88razzi. สืบค้นเมื่อ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2561. Check date values in: |date= (help)
  12. หมวด :Hong Kong and Taiwan (เผยแพร่ :7 ธันวาคม พ.ศ. 2552). "จากความในใจ ชีเหม่ยเจิน ถึงเหมียวเฉียวเหว่ย, เหมยเยี่ยนฟาง และโจวซิงฉือ". epochtimes. สืบค้นเมื่อ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2561. Check date values in: |date= (help)
  13. News Morning News (เผยแพร่ :17 ตุลาคม พ.ศ. 2548). ""Miao Qiaowei confided in the truth of his wife: it is not love at first sight"". sina. สืบค้นเมื่อ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2561. Check date values in: |date= (help)
  14. 阿波罗新闻网 (เผยแพร่ :1 มีนาคม พ.ศ. 2569). ""Meizhen and Chow Yun-fat had a nap "". aboluowang. สืบค้นเมื่อ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2561. Check date values in: |date= (help)
  15. 新浪娱乐 (เผยแพร่ :18 ตุลาคม พ.ศ. 2556). ""ปัญหารักสามเส้า"". sina. สืบค้นเมื่อ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2561. Check date values in: |date= (help)
  16. "Snowflake News" (เผยแพร่ :25 มีนาคม พ.ศ. 2561). ""เรื่องราวรักสามเส้า"". xuehua. สืบค้นเมื่อ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2561. Check date values in: |date= (help)
  17. "Huang Liling" (เผยแพร่ :9 ตุลาคม พ.ศ. 2547). ""เหมียวเฮียวเหว่ย กับ เหมยเยี่ยนฟาง"". anitamuinet. สืบค้นเมื่อ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2561. Check date values in: |date= (help)
  18. "Li Ji" (เผยแพร่ :8 ธันวาคม พ.ศ. 2552). ""ชีเหม่ยเจิน พูดถึงเหมียวเฮียวเหว่ย กับ เหมยเยี่ยนฟาง"". chinanews. สืบค้นเมื่อ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2561. Check date values in: |date= (help)
  19. "唯美村女性网" (เผยแพร่ :30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560). ""ชีเหม่ยเจิน กับ องเหม่ยหลิง"". weimeicun. สืบค้นเมื่อ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2561. Check date values in: |date= (help)
  20. "Hong Kong Time" (เผยแพร่ :21 พฤษภาคม พ.ศ. 2558). ""ชีเหม่ยเจิน หัวร้อน?"". weimeicun. สืบค้นเมื่อ 13 กันยายน พ.ศ. 2561. Check date values in: |date= (help)

แหล่งข้อมูลแก้ไข