แอดัม สกอตต์ (นักกอล์ฟ)

แอดัม เดริก สกอตต์ (อังกฤษ: Adam Derek Scott) เกิดเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2523 เป็นนักกอล์ฟอาชีพชาวออสเตรเลีย ลงแข่งขันประจำในรายการ PGA ทัวร์ แอดัม ชนะการแข่งขันกอล์ฟอาชีพทั่วโลกมาแล้ว 27 ทัวร์นาเมนต์ (มี 3 รายการ ที่มีเงินรางวัล อย่างไม่เป็นทางการ), ในการแข่งขันกอล์ฟเมเจอร์ทัวร์ ชัยชนะในรายการที่ยิ่งใหญ่ คือ 2013 Masters Tournament, เป็นชัยชนะใน เมเจอร์แชมเปียนชิปครั้งแรก (major championship) และเป็นชัยชนะของนักกอล์ฟอาชีพชาวออสเตรเลียในประวัติศาสตร์ 77 ปี ชัยชนะในรายการที่สำคัญรวมถึง[1] 2004 Players Championship 2011 WGC-Bridgestone Invitational. และยังเป็นรองแชมป์ในรายการ 2012 Open Championship, เป็นผู้นำ 4 สโตรก ในการเล่น 4 หลุม ก่อนที่จะออกโบกี้แพ้เออร์นีย์ เอลส์ (Ernie Els)[2] ไปอย่างน่าเสียดาย

แอดัม สกอตต์
Adam Scott, cropped.jpg
ข้อมูลส่วนตัว
ประเทศ ธงของประเทศออสเตรเลีย ออสเตรเลีย
ฉายา สกอตตี
วันเกิด 16 กรกฎาคม ค.ศ. 1980 (40 ปี)
สถานที่เกิด แอดิเลด, รัฐเซาท์ออสเตรเลีย, ประเทศออสเตรเลีย
น้ำหนัก 180 ปอนด์ (82 kg; 13 st)
การศึกษา มหาวิทยาลัยเนวาดา ลาสเวกัส (UNLV)
การเล่นอาชีพ
เริ่มเล่นอาชีพ 2000
เล่นอยู่ใน
ชนะเลิศอาชีพ 27
รางวัล PGA Tour of Australasia
Order of Merit winner

ชีวิตส่วนตัวแก้ไข

สกอตต์เกิดที่แอดิเลด รัฐเซาท์ออสเตรเลีย เมื่ออายุ 9 ขวบ แล้วย้ายตามครอบครัวมาที่ Sunshine Coast, Queensland. ในขณะที่เรียนที่ วิทยาลัย Matthew Flinders Anglican College. แล้วตั้งรกรากอยู่ที่ โกลด์โคสต์ ควีนส์แลนด์ ในปี 1993Gold Coast, Queensland เริ่มต้นที่ โรงเรียนThe Southport School, โรงเรียนชาย แองกลิคัน ที่โกลด์โคสต์ สกอตต์จบไฮสกูลที่ The Kooralbyn International School และที่โกลโคสต์นี่เองที่เขาได้เรียนกอล์ฟเป็นวิชาพิเศษ เขายังเป็นสมาชิกของ Golf Australia National Squad. หลังจากนั้นก็ไปเรียนที่มหาวิทยาลัย University of Nevada, Las Vegas (UNLV).

ในเดือนเมษายน 2014 สกอตต์แต่งงานกับ มารี คอยซาร์ สถาปนิกชาวสวีเดน โดยจัดพิธีเงียบ ๆ ในประเทศบาฮามาส ก่อนหน้านี้สกอตต์และมารี มีความสัมพันธ์กันมาตั้งแต่ต้นปี 2000 จนกระทั่งถึงกลางปี ก่อนที่จะแยกกัน และกลับมาคบกันอีกในปี 2013 [3]

ก่อนหน้านี้สกอตต์มีความสัมพันธ์กับอดีตนักเทนนิสมือ 1 ของโลก อานา อีวานอวิช ในปี 2010 แล้วแยกกันในเดือนกันยายนในปีนั้น[4] แล้วกลับมาคบกันใหม่ในปี 2011 ก่อนที่จะแยกทางกันหลังจากนั้นอีก 1 ปี [5]

สกอตต์เป็นนักกอล์ฟอาชีพที่ ปาล์ม กอล์ฟ คอร์ส แซงชัวรี่ โคฟ ในขณะที่ถ้าอยู่ออสเตรเลียเขาจะพักอยู่ที่ โกลด์โคสต์ ควีนสแลนด์ เพื่อจุดประสงค์ในเรื่องของการเสียภาษี ปัจจุบันสกอตต์จะอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ [6] สกอตต์ใฝ่ฝันที่จะเป็นนักกระดานโต้คลื่น [7]

มือสมัครเล่นแก้ไข

สกอตต์ชนะ การแข่งขัน Australian Boys' Amateur ในปี 1997 และ 1998[8] เขาป็นสมาชิก Golf Australia National Squad

เริ่มต้นเข้าสู่การเป็นนักกอล์ฟมืออาชีพแก้ไข

สกอตต์เทิร์นโปรในกลางฤดูกาลปี 2000 หลังทำผลงานได้ดีในต้นปี European Tour สกอตต์ได้ลงเล่นในยูโรเปียนทัวร์ เพียง 8 ครั้งในฐานะมืออาชีพ ผลงานที่ดีที่สุด คือได้อันดับ 6 ในการแข่งขัน Linde German Masters สก็อตได้เล่นใน PGA Tour แต่ผ่านการตัดตัวเพียง 6 ครั้ง

สกอตต์เริ่มแข่งอาชีพในปี 2001 เป็นปีแรกที่แข่งขันอาชีพอย่างเต็มตัว เมื่อเขาชนะในรายการEuropean Tour's Alfred Dunhill Championship ในโจฮันเนสเบิอร์ก อาฟริกาใต้ Alfred Dunhill Championship โจฮันเนสเบิร์ก ในการเริ่มต้นเป็นมืออาชีพของเขา รายการนี้เป็นรายการแรกของปีที่เป็นรายการ โคแซงชั่นระหว่างยูโรเปียนและซันไชน์ทัวร์ เขาเอาชนะ จัสติน โรส Justin Rose เพียง 1 สโตรก[9] สกอตต์ ติดอันดับ Top 3 ตลอดฤดูกาล และทำให้เขาได้รับเงินรางวัลเป็นอันดับที่ 13 ในฤดูกาลแรกของเขา

ในปีถัดมา 2002 สกอตต์ประสบความสำเร็จในฤดูกาล ด้วยการเอาชนะในยูโรเปียนทัวร์ 2 ครั้ง และทำเงินได้เป็นอันดับที่ 7 ชัยชนะครั้งแรกของปีมาจาก การชนะ 6 ช็อตที่ Qatar Mastersในปีต่อมา สกอตต์ก็ได้ทำลายสถิติใน Scottish PGA Championship ด้วยการชนะด้วยสกอร์ 63 ชนะถึง 10 ช็อต[10] นับว่าเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ในอาชีพของเขา ชัยชนะครั้งนี้ทำให้สกอตต์ได้ลงเล่นใน มาสเตอส์ทัวร์นาเมนต์ และจบการแข่งขันในอันดับ 9

2003–2004แก้ไข

ปี 2003 สกอตต์ทำผลงานได้ดีในรายการ WGC-Accenture Match Play Championship ซึ่งผ่านเข้ามาถึงรอบ Semi final ก่อนที่จะพลาดแชมป์ไปเป็นของไทเกอร์ วูดส์ ในหลุมที่ 19 ก่อนหน้านั้นเขาต้องสู้กับ เบิร์นฮาร์ท แลงเกอร์ ร็อกโก มีเดียต (Rocco Mediate) เควิน แซทเธอร์แลนด์ และ เจ ฮาสส์ Bernhard Langer, Rocco Mediate,Kevin Sutherland Jay Haas โดยมีนักกอล์ฟออสเตรเลียน ปีเตอร์ เลียวนาร์ด Peter Lonard ซึ่งนำอยู่ 1 up ในการแข่งขัน ในเดือนสิงหาคม 2003 สกอตต์ชนะ ยูโรเปียนทัวร์ เป็นครั้งที่ 4 ใน Scandinavian Masters โดยเอาชนะ นิค โดเฮอร์ตี้Nick Doughertyไป 2 สโตรก หลังจากนั้นเพียง 1 เดือน เขาก็ได้ชัยชนะใน PGA Tour สหรัฐอเมริกาในรายการ Deutsche Bank Championship ชัยชนะครั้งนี้ทำให้เขาอยู่ในอันดับทำเงินที่ 34 เขาทำสกอร์ได้ 62 ในรอบที่สอง นำ 2 ช็อตในครึ่งทางก่อนที่จะชนะร็อกโก มีเดียต[11] 4 สโตรก และในสิ้นปี เขาก็ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้เล่นทีมนานาชาติ ในการแข่งขัน เพรซิเด็นตส์คัป และทำคะแนน 3 ใน 5 ให้กับทีม ทำให้คะแนน 17-17 เท่ากัน

2004 Players Championship winแก้ไข

สกอตต์ ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องใน 2004 PGA Tour เขาชนะในรายการสำคัญ The Players Championship สกอตต์นำ 2 สโตรกในหลุมที่ 18 แม้ว่าจะเจออุปสรรคน้ำ ก่อนที่จะแอพโพรชขึ้นกรีน ในระยะ 40 หลา และยังต้องพัตต์โบกี้ในระยะ 10 ฟุตแต่เขาก็ยังได้ชัยชนะเหนือ แพททริค แฮริงตัน Pádraig Harrington มาได้ เขากลายเป็นนักกอล์ฟที่อายุน้อยที่สุดที่ได้แชมป์ในรายการ Player Championship ในวัยเพียง 23 ปี[12] หลังจากนั้นอีก 3 เดือน สกอตต์ก็เก็บชัยชนะเป็นครั้งที่ 3 ใน PGA Tour ในรายการ Booz Allen Classic เขาทำสถิติ 21 อันเดอร์พาร์ เอาชนะ ชาล์ส ฮาว์ เดอะ เทิร์ด Charles Howell III [13] ไป 4 สโตรก

2005–2007แก้ไข

ต้นปี 2005 เขาชนะรายการ Nissan Open แต่เป็นการเล่นเพียง 36 หลุม เนื่องจากฝนตกหนัก จึงไม่นับว่าเป็นการแข่งขันอย่างเป็นทางการ โดยเป็นการดวลเพลย์ออฟร่วมกับ แชด แคมเบล Chad Campbell ซึ่งสกอตต์สามารถเอาชนะได้ในหลุมแรกที่เพลย์ออฟ จากผลงานครั้งนี้ทำให้เขาติด 1 ใน 10 อันดับโลก และเป็นครั้งแรกในการเล่นกอล์ฟอาชีพตั้งแต่เขาเริ่มเล่นมาถึง 220 สัปดาห์ [14][15][16] หลังจากนั้นอีกเพียงไม่กี่เดือน เขาก็ชนะในยูโรเปียนทัวร์อีก เป็นชัยชนะครั้งที่ 5 ในรายการ Johnie Walker Classic ในปักกิ่ง ประเทศจีน Johnnie Walker Classic ปักกิ่ง เขาทำสถิติด้วยคะแนน 63 ชนะ 3 สโตรก สกอตต์ยังชนะรายการ Singapore Open ต่อมาในปี 2005 ชนะ ลี เวสต์วูด Lee Westwood ใน Asian Tour Asian Tour

สกอตต์เริ่มเล่นในยูโรเปียนทัวร์น้อยลง แต่เน้นไปเล่นใน PGA มากขึ้น เป็นปีที่เขาประสบความสำเร็จได้ 1 แชมป์ รองอันดับ 4 และรองอันดับ 3 อีก 3 ครั้ง และจบอันดับ 3 ใน PGA Championship ซึ่งเป็นรายการที่ดีที่สุดในเมเจอร์แชมเปียนชิป หลังจากนั้นได้ที่สองใน WGC American Express Championship พ่ายไทเกอร์ วูดส์ ไป 8 สโตรก สิ้นปีสกอตต์ได้รับชัยชนะด้วยนัดปิดฤดูกาล Tour Championship 3 สโตรก ซึ่งเป็นชัยชนะครั้งที่ 4 และติดอันดับทำเงิน อันดับ 3 ใน PGA ทัวร์ ปี 2006.[17]

ปี 2007 สกอตต์เริ่มต้น จบเป็นที่ 2 ในนัดเปิดฤดูกาล Mercedez Benz Championship ในฮาวายตามหลังวีเจย์ ซิง หลังจากนั้นสกอตต์ก็ขึ้นอันดับ 3 ของโลก ซึ่งเป็นอันดับสูงสุดในการเป็นนักกอล์ฟอาชีพ หลังจากนั้นสกอตต์ก็ได้รับชัยชนะ PGA ทัวร์ในรายการ Shell Houston Open อีกเป็นครั้งที่ 5 หนึ่งสัปดาห์ก่อน The Master เขาตีตกน้ำในหลุมที่ 72 เขาพัตต์พาร์ในระยะ 48 ฟุต ได้ชัยชนะ 3 สโตรก เหนือ สจ๊วต แอพเพิลบี้ Stuart Appleby และ บับบ้า วัตสัน Bubba Watson[18] หลังจากนั้นเขาก็เล่นได้สม่ำเสมอมาตลอดปีที่เหลือ และผ่านเข้าเล่นเพลย์ออฟ และจบในอันดับ 10 ใน FedEx Cup

 
Scott during the 2008 Players Championship

2008–2010แก้ไข

ปี 2008 สกอตต์เล่นในยูโรเปียนทัวร์ เพื่อที่จะคงสถานะอันดับทำเงินไว้ตั้งแต่ปี 2005 สกอตต์เริ่มประสบปัญหาบาดเจ็บและป่วยในฤดูกาล 2008 และพยายามที่จะเอาชนะในการแข่งขันให้ได้ ในเดือนมกราคม 2008 เขาได้ชัยชนะเป็นครั้งที่ 6 ของยูโรเปียนทัวร์ในรายการ Qatar Master ด้วยสกอร์ที่ยอดเยี่ยม 11 อันเดอร์พาร์ 61 ในรอบสุดท้าย ทำลายสถิติของสนาม และผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม เขาตามหลังผู้นำอยู่ 3 สโตรก ในการแข่งขันรอบสุดท้าย และเริ่มแซงจนเอาชนะ เฮนดริค สเตนเส็น Henrik Stenson[19] 3 สโตรกในที่สุด สกอตต์ทำพาร์ได้ในหลุมแรกของการเล่นเพลย์ออฟ ก่อนที่เขาจะพัตต์ระยะ 48 ฟุต ได้เบอร์ดี้ในหลุมที่สาม เอาชนะไปในที่สุด[20] ในการแข่งขัน

ในเดือนเมษายน 2008 สกอตต์ชนะ EDS Byron Nelson Championship ด้วยการเล่นเพลย์ออฟกับ ไรอัน มัวร์ (Ryan Moore) สกอตต์พัตต์เอาชนะในระยะ 9 ฟุต ในหลุมที่ 72 [20]2008 U.S. Open สกอตต์ในฐานะอันดับ 3 ของโลก ได้เล่นร่วมก๊วนกับ ไทเกอร์ วู้ส์ ไทเกอร์ วูดส์ อันดับ 1 ของโลก ฟิล มิคเคลสัน อันดับ 2 ของโลก ใน 2 รอบแรกของการแข่งขัน วุดส์ได้ชัยชนะจากการดวลเพลย์ออฟ มิคเคลสันจบที่อันดับ 18 สก็อตได้อันดับ 26 สิ้นปีเขาได้อันดับทำเงินของโลกที่ 39

สกอตต์เริ่มฟอร์มตกในปี 2009 ร่วงออกจาก 50 อันดับของโลก และอยู่ในอันดับที่ 108 ในอันดับทำเงินของยูโรเปียนทัวร์ ซึ่งแย่ที่สุดในการเป็นนักกอล์ฟมืออาชีพ ในจำนวนการแข่งขัน 19 รายการใน PGA เขาผ่านการตัดตัวเพียง 10 ครั้ง และติด 1 ใน 10 ในรายการ Sony Open in Hawaiiในฮาวายเมื่อเดือนมกราคม อย่างไรก็ตามในสิ้นปีนั้น เขาได้เป็นแชมป์ เทนนิสออสเตรเลียนโอเพน ในรายการที่บ้านของตัวเองที่ออสเตรเลีย

ในช่วง 2 ปีนี้ สกอตต์ได้แชมป์เป็นครั้งที่ 7 ของ PGA รายการ Valero Texas Open ในเดือนพฤษภาคม โดยการเอาชนะนักกอล์ฟชาวสวีเดน เฟดดริค จาค็อบเส็นFredrik Jacobsonใน 36 หลุม 1 สโตรก เป็นการกลับมาชนะใน PGA อีกครั้งในรอบสองปี[21] เขาได้คลอลิฟายเข้าเล่นและเพลย์ออฟใน FedEx Cup เขาจบอันดับที่ 27 ใน The Tour Championship ในเดือนพฤศจิกายน สกอตต์ได้แชมป์รายการ Barclays Singapore Open เป็นครั้งที่สามในอาชีพ ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาเป็นแชมป์รายการนี้ในปี 2005 และ 2006 และเป็นรายการที่ 7 ในยูโรเปียนทัวร์

2011แก้ไข

สกอตต์ประสบความสำเร็จในรายการ major championship เขาจบเป็นที่สองรายการ 2011 Masters Tournament อันดับเดียวกันกับ เจสัน เดย์ (Jason Day) นักกอล์ฟชาติเดียวกัน แพ้ให้กับชาร์ล ชวอร์ตเซล (Charl Schwartzel) เพียง 2 สโตรก สกอตต์ขึ้นนำแต่เพียงผู้เดียวในหลุมที่ 71 แต่มาพลาดท่าให้กับชวอร์ตเซลซึ่งทำ 4 เบอร์ดี้ ทำให้สกอตต์ตกลงไป 2 สโตรก[22]

อ้างอิงแก้ไข

  1. "Adam Scott 1st Aussie to win Masters". ESPN. 14 April 2013. สืบค้นเมื่อ 14 April 2013.
  2. Litke, Jim (22 July 2012). "Adam Scott blows Open Championship opportunity". PGA of America. สืบค้นเมื่อ 23 July 2011.
  3. "Adam Scott weds girlfriend Marie Kojzar in secret ceremony at home". Herald Sun. News Ltd. 10 May 2014. สืบค้นเมื่อ 10 May 2014.
  4. "Ana Ivanovic's personal heartache leads to a professional return". Daily Mail. London. 4 September 2010. สืบค้นเมื่อ 17 October 2013.
  5. "Star sporting duo Adam Scott and Ana Ivanovic split ahead of Aussie tour". The Telegraph. 11 January 2013. สืบค้นเมื่อ 17 October 2013.
  6. Heathcote, Andrew (29 November 2013). "Our next $100m sportsman: Golfer Adam Scott eyes bigger prize after setting new record at Australian Open". BRW Magazine. Fairfax Media. สืบค้นเมื่อ 1 December 2013.
  7. [1]
  8. "Australian Boys' Amateur Honour Roll". Golf Australia. สืบค้นเมื่อ 17 October 2013.
  9. Winter, Grant (21 January 2001). "Alfred Dunhill Championship: Scott denies Rose at the death". The Daily Telegraph. London. สืบค้นเมื่อ 21 April 2013.
  10. "Scott claims Scottish PGA by ten strokes". iseekgolf.com. 26 August 2002. สืบค้นเมื่อ 20 April 2013.
  11. "Adam Scott wins the Deutsche Bank Championship". Sydney Morning Herald. 2 September 2003. สืบค้นเมื่อ 21 April 2013.
  12. "Adam Scott comes of age at Players Championship". golfweek.com. 3 April 2004. สืบค้นเมื่อ 19 April 2013.
  13. Wang, Gene (27 June 2004). "Scott Wins Booz Allen Classic". Washington Post. สืบค้นเมื่อ 20 April 2013.
  14. 69 Players Who Have Reached The Top-10 In World Ranking
  15. "Players who have reached the Top Ten in the Official World Golf Ranking since 1986". European Tour Official Guide 09 (PDF) (38th ed.). PGA European Tour. 2009. p. 558. สืบค้นเมื่อ 16 January 2009.[ลิงก์เสีย]
  16. Adam Scott – Advanced Statistics
  17. "Adam Scott wins the Tour Championship". upi.com. 5 November 2006. สืบค้นเมื่อ 20 April 2013.
  18. Campbell, Steve (1 April 2007). "Scott holds off Appleby to win Shell Houston Open". Houston Chronicle. สืบค้นเมื่อ 21 April 2013.
  19. "Brilliant Scott wins Qatar title". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 20 April 2013.
  20. "Scott drains 48-foot putt for PGA win". Deseret News. 28 April 2008. สืบค้นเมื่อ 20 April 2013.
  21. "Scott ends drought, wins Valero Texas Open". golfweek.com. 16 May 2010. สืบค้นเมื่อ 20 April 2013.
  22. Rudnansky, Ryan (10 April 2011). "Aussie Adam Scott Edged in 2011 Masters". bleacherreport.com. สืบค้นเมื่อ 20 April 2013.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

[[วิกิพีเดีย:|ข้อมูลบุคคล]]
ชื่อ Scott, Adam}
ชื่ออื่น Scott, Adam Derek
รายละเอียดโดยย่อ Australian professional golfer
วันเกิด 16 July 1980
สถานที่เกิด Adelaide, Australia
วันตาย
สถานที่ตาย