วิลเลียม แบรดลีย์ พิตต์ (อังกฤษ: William Bradley Pitt) เป็นนักแสดงและโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ชาวอเมริกัน เขาถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์จากภาพยนตร์เรื่อง 12 Monkeys (1995) ปีเดียวกับที่นิตยสารพีเพิ่ลยกให้เป็น "ผู้ชายที่เซ็กซี่ที่สุด (ที่ยังมีชีวิตอยู่)" และยังเป็นผู้อำนวยการสร้างในนาม Plan B Entertainment ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง พิตต์เพิ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม โดยประกบเคท แบลนเช็ต ใน BABEL ของอเลแจนโดร กอนซาเลซ อินาริตู และเป็นหนึ่งในคณะนักแสดงที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Screen Actors Guild Award สาขา Outstanding Performance by a Motion Picture Cast ด้วย

แบรด พิตต์
Brad Pitt at the premiere of 'Once Upon a Time in Hollywood' in 2019.
พิตต์ ใน ค.ศ. 2019
เกิดวิลเลียม แบรดลีย์ พิตต์
18 ธันวาคม ค.ศ. 1963 (58 ปี)
ชอว์นี รัฐโอคลาโฮมา สหรัฐ
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมิสซูรี
อาชีพ
  • นักแสดง
  • โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์
ปีปฏิบัติงาน1987–ปัจจุบัน
ผลงาน
รายการทั้งหมด
คู่สมรส
บุตร6
ญาติดักลาส พิตต์ (น้องชาย)
รางวัลรายการทั้งหมด

ชีวิตช่วงแรกแก้ไข

พิตต์เกิดเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1963 ที่ชอว์นี รัฐโอคลาโฮมา พ่อของเขาชื่อ วิลเลียม อัลวิน พิตต์ เป็นเจ้าของบริษัทขนส่งรถบรรทุก แม่ของเขา เจน เอตตา (สกุลเดิม ฮิลล์เฮาส์) เป็นที่ปรึกษานักเรียน[2][3] หลังจากนั้นไม่นานครอบครัวย้ายไปที่สปริงฟิลด์ รัฐมิสซูรี ซึ่งเขาอาศัยอยู่กับพี่น้องที่อายุน้อยกว่าคือ ดักลาส มิตเชลล์ (เกิด ค.ศ. 1966) และ จูลี นีล (เกิด ค.ศ. 1969)[4] พิตต์เติบโตมาในครอบครัวคริสต์ศาสนิกชนที่อนุรักษ์นิยม[5][6] เขาถูกเลี้ยงดูมาแบบสหคริสตจักรแบปทิสต์ใต้ (Southern Baptist Convention) และต่อมา "ผันผวนระหว่างลัทธิอไญยนิยมและอเทวนิยม"[7] ซึ่งภายหลังเขากลับมาศรัทธาความเชื่อทางเจตภาพ[8] พิตต์ยังอธิบายสปริงฟิลด์ว่าเป็น "ประเทศมาร์ก ทเวน ประเทศเจสซี เจมส์" ที่เติบโตมากับ "เนินเขาและทะเลสาบจำนวนมาก"[9]

พิตต์เข้าเรียนที่โรงเรียนคิกอะบูไฮสกูล ซึ่งเขาเป็นสมาชิกของทีมกอล์ฟ ว่ายน้ำ และเทนนิส[10] หลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยม พิตต์ได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยมิสซูรี สาขาวารสารศาสตร์โดยเน้นที่การโฆษณา ใน ค.ศ. 1982[11] เมื่อใกล้สำเร็จการศึกษา พิตต์ไม่พร้อมที่จะตั้งหลักปักฐาน เขาหลงรักภาพยนตร์และได้กล่าวว่าเป็น "ประตูสู่โลกที่แตกต่างสำหรับผม" และเนื่องจากรัฐมิสซูรีไม่ใช่แหล่งที่ผลิตภาพยนตร์ เขาจึงตัดสินใจไปในที่ภาพยนตร์ถูกผลิตขึ้น[12][13] พิตต์ออกจากมหาวิทยาลัยและย้ายไปยังลอสแองเจลิส โดยเรียนการแสดงและทำงานจิปาถะอยู่ที่นั่นเป็นเวลาสองสัปดาห์[14] เขากล่าวถึงแกรี โอลด์แมน, ฌอน เพนน์ และมิกกีย์ รูร์ก ว่าเป็นวีรบุรุษการแสดงในช่วงแรกของเขา[15]

ประวัติแก้ไข

แบรดต้องขับรถลิมูซีน ในช่วงที่ยังไม่มีชื่อเสียง หรือไม่ก็สวมชุดเป็นการ์ตูนมาสค็อต ต้อนรับเด็ก ๆ ให้เครือร้านไก่ทอดชื่อดังร้านหนึ่ง และแล้วชีวิตเขาก็เปลี่ยนไป เมื่อเขาได้รับบทจอมโจรผู้ฉกปล้นหัวใจและเงินตรา ในเรื่อง Thelma & Louise และมีผลงานออกมามากมาย ทั้ง A River Runs Through It, Interview with a Vampire และ Seven

พิตต์เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ จากบททริสตั้น ชายหนุ่มเลือดร้อนที่มีความมุ่งมั่นแรงกล้าใน Legends of the Fall เมื่อปี 1994 สองปีหลังจากนั้นเขาก็ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์

เขาได้รับรางวัลออสการ์ จากบทบาทในภาพยนตร์ เรื่อง 12 Monkeys (1995) ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่ นิตยสารพีเพิล ระบุชื่อเขาเป็น “ผู้ชายที่เซ็กซี่ที่สุด (ที่ยังมีชีวิตอยู่)” แบรด พิตต์ ยังคงได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้นพิตต์ก็เป็นยกย่องจากบทบาทนำแสดงของเขาใน Se7en กับ Fight Club ของเดวิด ฟินเชอร์, Seven Years in Tibet ของฌ็อง ชาร์ค แอนนัด, และ Snatch ของกาย ริทชี่ เขายังร่วมแสดงกับจอร์จ คลูนี่, จูเลีย โรเบิตส์, แม็ทต์ เดม่อน, ดอน ชี้ดเดิ้ล, และเบอร์นี่ แม็ค ใน Ocean's Eleven ภาพยนตร์รวมดาวดาราที่สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก หยิบหนังเก่ามาปัดฝุ่นสร้างขึ้นใหม่และได้รับความนิยมอย่างสูง ซึ่งพิตต์ก็กลับมารับบทเดิมใน Ocean's Twelve ซึ่งนักแสดงจากภาคแรกยังคงกลับมาร่วมแสดงให้สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก กำกับกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

นอกจากนั้นพิตต์ยังร่วมแสดงใน Spy Game ของโทนี่ สก็อต ที่นำแสดงโดยโรเบิร์ต เรดฟอร์ด, The Mexican ของกอร์ เวอร์บินสกี้ ที่นำแสดงกับจูเลีย โรเบิร์ต และเจมส์ แกนดอลฟินี่ นำแสดงใน Meet Joe Black ของมาร์ติน เบรสท์, The Devil's Own ของอลัน เจ แพ็คคิวล่า, Sleepers ของแบร์รี่ เลวินสัน, True romance ของโทนี่ สก็อต, Cool World ของราล์ฟ บาคชี่, และ Johnny Suede ที่ได้รับรางวัล Best Picture จาก Locarno International Film Festival เมื่อปี 1991 ด้วย พิตต์ยังยอมรับแสดงบทเล็ก ๆ ใน Full Frontal ของโซเดอร์เบิร์ก, และ Confessions of a Dangerous Mind ของจอร์จ คลูนี่ ด้วย

พิตต์ ร่วมแสดงในภาพยนตร์ที่ต่างกันสุดขั้วสองเรื่องคือ Ocean's Thirteen ซึ่งเขากลับมารับบทเดิมเป็นรัสตี้ ไรอั้น, กับ The Assassination of Jesse James by the Coward Robert Ford ของแอนดรู โดมินิค ซึ่งเขารับบทนำแสดงเป็นเจสซี่ เจมส์ และยังเป็นผู้อำนวยการสร้างด้วย หลังจากนั้นเขาก็จะนำแสดงใน The Curious Case of Benjamin Button ผลงานสุดโรแมนติคหลุดโลกแฟนตาซีที่จะได้ร่วมแสดงกับเคท แบลนเช็ต อีกครั้ง และจะได้ร่วมงานกับผู้กำกับภาพยนตร์เดวิด ฟินเชอร์ เป็นเรื่องที่สามด้วย โดยวางแผนไว้ว่าจะออกฉายในเดือนพฤษภาคมปี 2008 ช่วงปลายปีนี้เขาก็ยังจะไปร่วมแสดงใน Burn After Reading ผลงานตลกร้ายของพี่น้องโคเอ็น ที่จะนำแสดงโดยจอร์จ คลูนี่ และฟรานเซส แม็คดอร์มานด์ แล้วเขาก็ยังจะเข้ากล้องร่วมแสดงใน State of Play ที่สร้างอ้างอิงจากภาพยนตร์ชุดของ BBC ชื่อเดียวกันอีกด้วย

ชีวิตส่วนตัวแก้ไข

ตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1980 ถึงต้นทศวรรษ 1990 พิตต์คบหากับนักแสดงร่วมของเขาหลายคน ซึ่งรวมถึงรอบิน กิฟเวนส์ (เฮดออฟเดอะคลาส),[16] จิล เชลัน (จิตสยอง หลอนซ่อนตาย)[16] และจูเลียต ลูวิส (เทพบุตรคนเดือด และ ฆาลิฟอร์เนีย)[17] หลังจากนั้น พิตต์ยังสานสัมพันธ์และหมั้นกับกวินเน็ธ พัลโทรว์ นักแสดงร่วมจากเรื่อง เซเว่น เจ็ดข้อต้องฆ่า ซึ่งทั้งคู่คบหากันตั้งแต่ ค.ศ. 1994 ถึง 1997[16]

ใน ค.ศ. 1998 พิตต์ได้พบกับเจนนิเฟอร์ อนิสตัน จากซีรีส์เรื่อง เฟรนส์ ทั้งคู่สมรสกันเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ค.ศ. 2000 ในพิธีส่วนตัวที่แมลิบู[18] ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2005 พิตต์และอนิสตันประกาศว่าพวกเขาตัดสินใจแยกทางกัน สองเดือนต่อมาอนิสตันฟ้องหย่าโดยเธอกล่าวถึงความแตกต่างของทั้งคู่ที่เข้ากันไม่ได้[19] แม้จะมีรายงานจากสื่อว่าพิตต์และอนิสตันมีความสัมพันธ์ที่รุนแรง พิตต์กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2009 ว่าเขาและอนิสตัน "เป็นห่วงซึ่งกันและกัน" และเสริมว่าทั้งคู่เป็นส่วนสำคัญในชีวิตของกันและกัน[20]

ระหว่างการฟ้องหย่าของพิตต์ ความสัมพันธ์ของเขากับแอนเจลีนา โจลี นักแสดงร่วมจากเรื่อง นายและนางคู่พิฆาต ดึงดูดความสนใจของสื่อมวลชน โจลีและพิตต์ระบุว่าพวกเขาตกหลุมรักกันในกองถ่าย[21][22] และเขายืนยันว่าไม่มีการนอกใจอนิสตันในระหว่างที่ทั้งคู่คบกันแน่นอน[21] ในเดือนเมษายน ค.ศ. 2005 หนึ่งเดือนหลังจากที่อนิสตันฟ้องหย่า ปาปารัสซีได้ถ่ายภาพของพิตต์ โจลีและแมดด็อกซ์ลูกชายของเธอที่ชายหาดในประเทศเคนยา โดยสื่อต่างตีความภาพว่าเป็นหลักฐานความสัมพันธ์ระหว่างพิตต์และโจลี ตลอด ค.ศ. 2005 ทั้งสองได้พบเจอกันบ่อยมากขึ้น จนทำให้สื่อบันเทิงต่างขนานนามทั้งคู่ว่า "แบรนเจลีนา"[23] เมื่อวันที่ 11 มกราคม ค.ศ. 2006 โจลียืนยันกับนิตยสาร พีเพิล ว่าเธอตั้งครรภ์กับพิตต์ และยอมรับความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นครั้งแรก พิตต์และโจลีประกาศการหมั้นในเดือนเมษายน ค.ศ. 2012 หลังจากคบหากันได้ 7 ปี[24] ทั้งคู่สมรสกันในวันที่ 23 สิงหาคม ค.ศ. 2014 ในพิธีส่วนตัวที่ประเทศฝรั่งเศส[25] เมื่อวันที่ 19 กันยายน ค.ศ. 2016 โจลีฟ้องหย่าพิตต์โดยกล่าวถึงความแตกต่างที่เข้ากันไม่ได้[26]

อ้างอิงแก้ไข

  1. "Win for Angelina Jolie as court disqualified judge in Brad Pitt divorce case". The Guardian. Associated Press. July 23, 2021. สืบค้นเมื่อ July 25, 2021. The judge already ruled the pair divorced, but separated the child custody issues." [...] "They were declared divorced in April 2019, after their lawyers asked for a judgment that allowed a married couple to be declared single while other issues remained, including finances and child custody.
  2. Peyser, Andrea (2010). Celebutards. Citadel Press. p. 81. ISBN 978-0806533841.
  3. Bunbury, Stephanie (December 14, 2008). "The business of being Brad". Sydney Morning Herald. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ June 3, 2009. สืบค้นเมื่อ May 13, 2009.
  4. Chris Mundy (December 1, 1994). "Slippin' around on the road with Brad Pitt". Rolling Stone.
  5. Blair, Leonardo (September 30, 2019). "Brad Pitt no longer identifies as atheist, says he was just being 'rebellious'" (ภาษาอังกฤษ). The Christian Post. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ October 4, 2019. สืบค้นเมื่อ October 3, 2019.
  6. Alexander C. Kaufman (July 6, 2012). "Brad Pitt's Mother Bashes Obama in Local Paper". The Providence. The Wrap. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ July 7, 2012. สืบค้นเมื่อ July 6, 2012.
  7. Galloway, Stephen (January 25, 2012). "The Many Revolutions of Brad Pitt". The Hollywood Reporter. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ February 15, 2014. สืบค้นเมื่อ February 7, 2014.
  8. Baron, Zach (September 16, 2019). "Brad Pitt Is Still Searching". GQ. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ April 9, 2020. สืบค้นเมื่อ March 13, 2020.
  9. Stated on Inside the Actors Studio, 2012
  10. Dyball, Rennie (September 19, 2011). "Brad Pitt Was a Wrestler and a Diver – Never a Baseball Player". People. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ December 11, 2011. สืบค้นเมื่อ December 25, 2011.
  11. "Brad Pitt – Film Actor, Producer, Actor". A & E Television Networks. March 1, 2018. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ October 4, 2011. สืบค้นเมื่อ October 9, 2018.
  12. "Interview With Brad Pitt". Parade. September 18, 2007. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ September 6, 2014. สืบค้นเมื่อ August 28, 2014.
  13. Tom Junod (May 20, 2013). "Brad Pitt: A Life So Large". Esquire. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ September 6, 2014. สืบค้นเมื่อ August 28, 2014.
  14. Baron, Zach (September 16, 2019). "Brad Pitt Is Still Searching". GQ. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ April 9, 2020. สืบค้นเมื่อ March 13, 2020.
  15. "Brad Pitt on Oscars". MTV UK. January 23, 2009. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ January 9, 2018. สืบค้นเมื่อ February 23, 2018.
  16. 16.0 16.1 16.2 Gliatto, Tom (June 30, 1997). "Love Lost". People. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ March 1, 2009. สืบค้นเมื่อ February 25, 2009.
  17. Mock, Janet. "Brad Pitt Biography". People. p. 1. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ August 9, 2011. สืบค้นเมื่อ February 25, 2009.
  18. "Pitt and Aniston announce split". BBC News. January 8, 2005. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ March 1, 2009. สืบค้นเมื่อ March 19, 2009.
  19. "Judge signs Aniston-Pitt divorce papers". USA Today. Associated Press. August 22, 2005. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ January 13, 2012. สืบค้นเมื่อ November 14, 2008.
  20. Kevin West (February 2009). "Brad Pitt". W. p. 1. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ December 26, 2010. สืบค้นเมื่อ February 24, 2009.
  21. 21.0 21.1 Mark Harris (October 15, 2008). "The Mommy Track". The New York Times. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ May 4, 2015. สืบค้นเมื่อ August 27, 2017.
  22. Mark Binelli (December 25, 2008). "Brad Pitt: The Rolling Stone Interview". Rolling Stone. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ October 18, 2017. สืบค้นเมื่อ August 27, 2017.
  23. Robin Stummer (May 28, 2006). "To Brad and Angelina: a C-section (and the keys to a hysterical nation)". The Independent. UK. สืบค้นเมื่อ February 21, 2010.
  24. "Angelina Jolie and Brad Pitt engaged: official". Reuters. April 13, 2012. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ November 29, 2014. สืบค้นเมื่อ April 13, 2012.
  25. Michael Rothman (August 28, 2014). "All the Details: Brad Pitt and Angelina Jolie Are Married". ABC News. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ January 8, 2015. สืบค้นเมื่อ August 28, 2014.
  26. "Angelina Jolie files for divorce from Brad Pitt 'for the health of the family'". The Daily Telegraph. September 20, 2016. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ September 20, 2016. สืบค้นเมื่อ September 20, 2016.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข