เบเลมไนต์ (หรือเบเลมนอยด์) เป็นกลุ่มของสัตว์ทะเลพวกเซฟาโลพอดที่สูญพันธุ์ไปแล้ว มีลักษณะคล้ายกับหมึกกระดอง (cuttlefish) และหมึกกล้วย (squid) ในปัจจุบันมาก เบเลมไนต์เหมือนกับหมึกทั้งสองคือมีถุงหมึก แต่ไม่เหมือนหมึกกล้วยที่เบเลมไนต์มีแขน 10 แขนที่มีความยาวเกือบเท่ากันทั้งหมดแต่ไม่มีหนวด (tentacle)

เบเลมไนต์
ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่: CarnianMaastrichtian 234–66Ma [1]
Passaloteuthis bisulcata.JPG
Passaloteuthis bisulcata ในยุคจูแรสซิกตอนต้น แสดงกายวิภาคที่นิ่ม
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ e
อาณาจักร: สัตว์
ไฟลัม: มอลลัสกา
ชั้น: Cephalopoda
อันดับใหญ่: Belemnoidea
อันดับ: Belemnitida
Zittel, 1895
อันดับย่อย

เบเลมไนต์พบมากในช่วงยุคจูแรสซิกและยุคครีเทเชียสโดยพบเป็นซากดึกดำบรรพ์ทั้งมหายุคมีโซโซอิกโดยมักพบร่วมกับญาติ ๆ ใกล้ชิดอย่างแอมโมไนต์ เบเลมไนต์ได้สูญพันธุ์ไปเมื่อสิ้นสุดยุคครีเทเชียสไปพร้อมกับแอมโมไนต์ ต้นกำเนิดของเบเลมไนต์อยู่ระหว่างนอติลอยด์อันดับแบคทรีติดาในยุคดีโวเนียน ส่วนของการ์ดของเบเลมไนต์สามารถพบได้ในชั้นหินตั้งแต่ยุคคาร์บอนิเฟอรัสตอนต้นเรื่อยมาจนถึงยุคครีเทเชียสร่วมกับซากดึกดำบรรพ์ของเซฟาโลพอดอื่น ๆ ได้แก่บาคูไลต์, นอติลอยด์ และโกนิเอไทต์

รูปสัณฐานแก้ไข

 
ซากดึกดำบรรพ์เบเลมไนต์จากฟรังโคเนียน จูรา

ปกติแล้วซากดึกดำบรรพ์ของเบเลมไนต์จะพบเฉพาะส่วนหลังของเปลือกกระดองที่เรียกกันว่า “การ์ด” หรือ “รอสตรัม” การ์ดนี้มีรูปร่างคล้ายกระสุนยาว มีลักษณะเป็นแท่งทรงกระบอกโดยปลายด้านหนึ่งจะแหลมหรือโค้งมน ที่ด้านหน้าของการ์ดจะเป็นรูกลวงเรียกว่า “อัลวีโอลัส” ซึ่งเป็นส่วนของเปลือกกระดองที่เป็นห้องรูปกรวยเรียกว่า “แฟรกโมโคน” ส่วนของแฟรกโมโคนนี้ปกติจะพบเป็นชิ้นตัวอย่างในสภาพที่ดี ส่วนปลายด้านตรงข้ามกับแฟรกโมโคนจะเป็น “โปร-ออสทราคัม” บาง ๆ

แฟรกโมโคนของเบเลมไนต์ก็เหมือนกับเปลือกกระดองของเซฟาโลพอดทั้งหลายที่ประกอบด้วยแร่อะราโกไนต์ การ์ดของเบเลมไนต์ประกอบขึ้นด้วยแร่แคลไซต์ดังนั้นจึงมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นซากดึกดำบรรพ์ในสภาพที่สมบูรณ์ได้ การ์ดที่แตกหักได้แสดงโครงสร้างของเส้นใยแร่แคลไซต์เรียงตัวในแนวรัศมีและอาจแสดงเส้นเติบโตเป็นเส้นวงกลมซ้อนกันหลาย ๆ วง ในเนื้อของการ์ดเป็นสิ่งที่มีลักษณะเฉพาะทางธรณีเคมีไอโซโทป ซึ่งการ์ดของเบเลมไนต์จากหมวดหินปีดียุคครีเทเชียส ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกานั้นได้ถูกใช้เป็นมาตรฐานโลก (*PDB*) ในการเทียบเคียงกับตัวอย่างที่จะทำการวัดค่าทางธรณีเคมีไอโซโทปทั้งของไอโซโทปของคาร์บอนและไอโซโทปของออกซิเจน

การ์ด แฟรกโมโคน และโปร-ออสทราคัม เป็นสิ่งที่อยู่ภายในของตัวเบเลมไนต์ที่มีชีวิตเหมือนดังเป็นโครงกระดูกที่ถูกห่อหุ้มด้วยกล้ามเนื้อโดยรอบทั้งหมด ตัวมีชีวิตจริง ๆ จึงมีขนาดใหญ่กว่าเปลือกกระดองที่กลายเป็นซากดึกดำบรรพ์และมีรูปร่างยาวที่ลู่ไปตามน้ำพร้อมด้วยดวงตาที่โดดเด่น การ์ดจะอยู่ต่อจากส่วนท้ายของตัวเบเลมไนต์โดยมีแฟรกโมโคนอยู่ด้านหลังของส่วนหัวที่ชี้ปลายไปทางด้านหลัง

การ์ดของเบเลมไนต์ “เมกะทิวธิส จิแจนตี” ที่พบในยุโรปและเอเชียวัดความยาวได้ถึง 46 เซนติเมตร ทำให้ประมาณได้ว่าตัวเบเลมไนต์มีชีวิตจะมีความยาวของลำตัวได้ถึง 3 เมตร

พบชิ้นตัวอย่างจำนวนมากของเบเลมไนต์ที่มีส่วนเนื้อเยื่ออ่อนของสัตว์ที่กลายเป็นซากดึกดำบรรพ์ บางที่มีการพบส่วนของการ์ดรูปร่างคล้ายกระสุนสะสมตัวกันอย่างหนาแน่นซึ่งเรียกกันอย่างกึ่งทางการว่า “สมรภูมิเบเลมไนต์ (belemnite battlefield)” (ที่ประกอบไปด้วยพวกออร์โธเซอแรส) การสะสมตัวกันดังกล่าวนี้ยังคงไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะหมายถึงเหตุการณ์ตายหมู่ครั้งใหญ่ที่กองทับถมกันเป็นแผ่นหนาซึ่งก็พบได้ในเซฟาโลพอดในปัจจุบันและรวมถึงพวกเซเมลพาเรียสอื่น ๆ

เบเลมไนต์บางชนิด (อย่างเช่นสกุล “เบเลมไนต์”) ที่เป็นซากดึกดำบรรพ์ดัชนีโดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมวดหินชอร์กยุคครีเทเชียสของยุโรปที่ช่วยให้นักธรณีวิทยาทราบอายุของชั้นหินได้

เบเลมไนต์มีลักษณะที่เหมือนกับหมึกกล้วยในปัจจุบัน คือแขนของมันจะมีชุดของตะขอเล็ก ๆ สำหรับใช้จับเหยื่อ เบเลมไนต์นั้นถือเป็นสัตว์กินเนื้อนักล่า โดยจับเหยื่อพวกปลาและสัตว์ทะเลอื่น ๆ ด้วยหนวดของมันและกินเหยื่อด้วยขากรรไกรที่เหมือนจะงอย ในทางกลับกันเบเลมไนต์เองก็ตกเป็นอาหารของสัตว์เลื้อยคลานทะเลอย่างเช่นอิกทิโอซอร์ที่มีการพบกระเพาะอาหารกลายเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่มีตะขอของแร่ฟอสเฟตที่มาจากแขนของเซฟาโลพอดพวกนี้

การจำแนกอนุกรมวิธานแก้ไข

 
เบเลมไนต์

หมายเหตุ: วงศ์ซึ่งสูญพันธุ์ไปทั้งหมด

ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. Iba, Y.; Sano, S. -I.; Mutterlose, J.; Kondo, Y. (2012). "Belemnites originated in the Triassic—A new look at an old group". Geology. 40 (10): 911–914. Bibcode:2012Geo....40..911I. doi:10.1130/G33402.1.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

  •   วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ Belemnitida