เจ้าหญิงวิคโทรีอา ลูอีเซอ แห่งปรัสเซีย

เจ้าหญิงวิคโทรีอา ลูอีเซอ แห่งปรัสเซีย (เยอรมัน: Viktoria Luise von Preußen) หรือพระนามเต็มคือ วิคโทรีอา ลูอีเซอ อาเดิลไฮด์ มาทิลเดอ ชาร์ล็อทเทอ แห่งปรัสเซีย (เยอรมัน: Viktoria Luise Adelheid Mathilde Charlotte von Preußen) ทรงเป็นพระราชธิดาในจักรพรรดิวิลเฮ็ล์มที่ 2 แห่งเยอรมนี กับพระนางเอากุสเทอ วิคโทรีอา แห่งชเลสวิช-ฮ็อลชไตน์ ทรงเสกสมรสกับแอ็นสท์ เอากุสทุส ดยุกแห่งเบราน์ชไวค์ใน ค.ศ. 1913 ทำให้พระนางมียศตามพระสวามีเป็นดัชเชสแห่งเบราน์ชไวค์

เจ้าหญิงวิคโทรีอา ลูอีเซอ แห่งปรัสเซีย
ดัชเชสแห่งเบราน์ซไวค์
Princess Viktoria Luise of Prussia.jpg
พระสวามีแอ็นสท์ เอากุสทุส ดยุกแห่งเบราน์ชไวค์
พระนามเต็ม
วิคโทรีอา ลูอีเซอ อาเดิลไฮด์ มาทิลเดอ ชาร์ล็อทเทอ
พระบุตรแอ็นสท์ เอากุสทุส เจ้าชายรัชทายาทแห่งเบราน์ชไวค์
เจ้าชายเกออร์ค วิลเฮล์มแห่งฮันโนเฟอร์
ฟรีเดอรีเคอ สมเด็จพระราชินีแห่งกรีซ
เจ้าชายคริสเตียน อ็อสคาร์
เจ้าชายเวล์ฟ ไฮน์ริช
ราชวงศ์โฮเอินท์ซ็อลเลิร์น
พระบิดาจักรพรรดิวิลเฮ็ล์มที่ 2 แห่งเยอรมนี
พระมารดาเอากุสเทอ วิคโทรีอา แห่งชเลสวิช-ฮ็อลชไตน์
ประสูติ13 กันยายน ค.ศ. 1892(1892-09-13)
วังหินอ่อน พ็อทซ์ดัม จักรวรรดิเยอรมัน
สิ้นพระชนม์11 ธันวาคม ค.ศ. 1980 (88 ปี)
ฮันโนเฟอร์ ประเทศเยอรมนีตะวันตก
ฝังพระศพ20 ธันวาคม ค.ศ. 1980
Berggrten Mausoleum, ฮันโนเฟอร์, ประเทศเยอรมนีตะวันตก

เจ้าหญิงวิคโทรีอา ลูอีเซอ ประสูติที่วังหินอ่อน ในเมืองพ็อทซ์ดัม จักรวรรดิเยอรมัน เมื่อวันที่ 13 กันยายน ค.ศ. 1892 เป็นพระราชบุตรองค์ที่ 7 และพระราชธิดาองค์เดียวในจักรพรรดิวิลเฮ็ล์มที่ 2 พระนางเอากุสเทอทรงบันทึกลงอนุทินด้วยความดีพระทัยว่า "หลังมีลูกชายมาหกคน ในที่สุดพระเจ้าก็ประทานลูกสาวให้แก่เรา"[1] เจ้าหญิงองค์น้อยถูกตั้งพระนามตามพระปัยยิกา (ทวด) ฝ่ายพระราชบิดา คือสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร และพระปัยยิกาฝ่ายพระราชบิดา คือพระนางลูอีเซอแห่งเมคเลินบวร์ค-ชเตรลิทซ์[2]

นักประวัติศาสตร์ Justin C. Vovk เขียนอธิบายว่า เจ้าหญิงเป็นคนเฉลียวฉลาดเหมือนเจ้าหญิงวิกตอเรีย พระราชกุมารี พระอัยกี (ย่า) มีความสง่างามเฉกเช่นพระราชมารดา แต่มีความมุ่งมั่นแรงกล้าเฉกเช่นพระราชบิดา เจ้าหญิงชอบให้คนมาสนใจพระองค์[3] และยังทรงเป็นที่โปรดปรานของพระราชบิดาเนื่องจากเป็นพระราชธิดาเพียงพระองค์เดียว[4][5]

อ้างอิงแก้ไข

  1. Vovk 2012, p. 79.
  2. Pakula 1997, p. 558.
  3. Vovk 2012, pp. 242–243.
  4. Clay 2007, p. 113.
  5. Cecil 1996, p. 10.