เปิดเมนูหลัก

อัสปาซียา มาโนส (กรีก: Ασπασία Μάνου ประสูติ 4 กันยายน ค.ศ. 1896กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ – สิ้นพระชนม์ 7 สิงหาคม ค.ศ. 1972เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี) พระวรราชชายาในสมเด็จพระราชาธิบดีอเล็กซานเดอร์ที่ 1 แห่งกรีซ เนื่องด้วยเกิดการขัดแย้งกันจากการอภิเษกสมรสของเธอ หลังจากการสวรรคตของพระสวามี เธอจึงมีอิสริยยศเป็นเพียง เจ้าหญิงแห่งกรีซและเดนมาร์ก[note 1] และเธอมิได้รับอิสริยยศเป็น สมเด็จพระราชินีแห่งกรีซ

อัสปาซียา มาโนส
Aspasia Manos 2.jpg

พระนาม อัสปาซียา มาโนส
พระอิสริยยศ เจ้าหญิงแห่งกรีซและเดนมาร์ก
ราชวงศ์ ราชวงศ์ชเลสวิช-ฮ็อลชไตน์-ซอนเดอร์บวร์ก-กลึคสบวร์ก
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ 4 กันยายน ค.ศ. 1896
กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ
สิ้นพระชนม์ 7 สิงหาคม ค.ศ. 1972
เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี
พระบิดา เปรตรอส มาโนส
พระมารดา มารีอา อาร์จีโลปูโลส
พระราชสวามี สมเด็จพระราชาธิบดีอเล็กซานเดอร์ที่ 1 แห่งกรีซ
พระราชบุตร สมเด็จพระราชินีอเล็กซานดราแห่งยูโกสลาเวีย

พระประวัติแก้ไข

อัสปาซียา มาโนส เป็นธิดาของพันเอกเปตรอส มาโนส กับนางมารีอา อาร์จีโรปูโลส โดยต้นตระกูลของเธอสืบเชื้อสายมาจากตระกูลฟานาริโอต์ (กรีก: Φαναριώτες) ซึ่งเป็นชาวกรีกจากเมืองคอนสแตนตินโนเปิล ต้นตระกูลของเธอสืบเชื้อสายวลัคและกรีกจากคาบสมุทรบอลข่าน โดยเฉพาะในพื้นที่ราชรัฐดานูบ รวมไปถึงเปลาปอนเนสและคอนสแตนตินโนเปิล[1]

ตระกูลของเธอบางส่วนได้เป็นผู้นำสงครามการเรียกร้องอิสรภาพของกรีก และบางส่วนเป็นผู้นำของกลุ่มเฮลเลนิกที่อาศัยในเมืองคอนสแตนตินโนเปิลซึ่งขณะนั้นถูกปกครองโดยจักรวรรดิออตโตมัน และบางส่วนก็ได้เป็นเจ้าในแถบจังหวัดดานูบ เธอจึงเป็นหนึ่งในครอบครัวอภิชนาธิปไตยตระกูลหนึ่งของกรีซ และเธอจึงได้เป็นพระวรราชชายาในสมเด็จพระราชาธิบดีอเล็กซานเดอร์ที่ 1 แห่งกรีซ กษัตริย์แห่งกรีซ แต่เธอก็ไม่ได้รับตำแหน่งอันสูงศักดิ์ในพระราชวงศ์เลย

นอกจากนี้อีเลียนา มาโนส (เกิดในปี ค.ศ. 1971) พระญาติวงศ์ของพระองค์ ได้เสกสมรสกับ เจ้าชายชาลส์ หลุยส์ ดยุกแห่งชาร์ท

อภิเษกสมรสแก้ไข

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ค.ศ. 1919 เธอได้และสมเด็จพระราชาธิบดีอเล็กซานเดอร์ที่ 1 แห่งกรีซ ได้อภิเษกสมรสกันตามกฎหมายแต่เป็นการลับ[2] การแต่งงานของทั้งคู่ถือเป็นเรื่องที่ไม่สมควร ด้วยเหตุนี้ทั้งสองจึงได้เสด็จไปประทับด้วยกันในกรุงปารีส ด้วยเหตุที่เธอไม่มีอิสริยยศเป็นสมเด็จพระราชินี เธอจึงเป็นที่รู้จักกันในนามของ มาดามมาโนส ทั้งที่เธออภิเษกแล้วก็ตาม[3] แต่หลังจากการอภิเษกสมรสได้ไม่นานสมเด็จพระราชาธิบดีอเล็กซานเดอร์ที่ 1 แห่งกรีซก็เสด็จสวรรคต สมเด็จพระราชาธิบดีคอนสแตนตินที่ 1 แห่งกรีซ จึงได้เสด็จนิวัติกลับมาจากการลี้ภัย มาครองราชย์ต่อจากพระราชโอรสที่สวรรคตไปภายในเดือนนั้นเอง และปฏิบัติหน้าที่การปกครองต่อจากพระโอรสต่อไป และหมายความว่า การอภิเษกสมรสของพระโอรสและเธอนั้นไม่ได้รับการยินยอมจากพระราชบิดา ถือเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย การอภิเษกที่ถือเป็นโมฆะ และพระโอรส-ธิดาที่จะประสูติการเบื้องหน้าที่เกิดหลังจากการมรณกรรมจะถือเป็นบุตรนอกกฎหมาย

ส่วนสมเด็จพระราชินีโซเฟียแห่งกรีซ ได้ออกกฎมณเทียรบาลในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1922 ให้บุคคลที่จะสามารถขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ต้องอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงที่มีพื้นฐานมาจากพระบรมวงศานุวงศ์พระราชวงศ์เท่านั้น กฎที่ออกมานี้มีผลย้อนหลังด้วย[3] เพราะฉะนั้นสมเด็จพระราชาธิบดีคอนสแตนตินที่ 1 แห่งกรีซ จึงได้แจกจ่ายพระราชกฤษฎีกาฉบับวันที่ 10 กันยายน ค.ศ. 1922 ในกรณีของสมเด็จพระราชาธิบดีอเล็กซานเดอร์ที่ 1 กับอัสปาเซีย ต่อแต่นี้ไปเธอและพระราชโอรส-ธิดา จะมีพระอิสริยยศเป็น เจ้าหญิงแห่งกรีซและเดนมาร์ก ในระดับ Royal Highness[4] ซึ่งคำนำหน้าพระนามถือเป็นเรื่องปกติในพระราชวงศ์กรีซ ซึ่งเป็นสาขาของพระราชวงศ์เดนมาร์ก

ประสูติกาลพระราชธิดาแก้ไข

หลังจากการสวรรคตของพระสวามี อัสปาเซียได้ให้ประสูติกาลพระราชธิดา พระนามว่า เจ้าหญิงเล็กซานดราแห่งกรีซและเดนมาร์ก ที่เมืองตาตอย เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ค.ศ. 1921 เมื่อพระราชธิดาเจริญวัยขึ้น ก็ได้อภิเษกสมรสกับสมเด็จพระราชาธิบดีปีเตอร์ที่ 2 แห่งยูโกสลาเวีย

อย่างไรก็ตามอัสปาเชีย มาโนส ก็เป็นพระมารดาในพระราชธิดาแห่งราชวงศ์กลึคสบวร์กสายกรีซ ที่มีเชื้อสายกรีกเช่นเดียวพระราชวงศ์อื่นในยุโรปช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 ขณะที่ราชวงศ์กลึคสบวร์กส่วนใหญ่มีเชื้อสายเยอรมัน

หลังจากพระราชธิดาอเล็กซานดราได้อภิเษกสมรสแล้ว พระราชธิดาและพระชามาดา (ลูกเขย) ได้มีปัญหาสุขภาพ การเงิน ครอบครัว อัสปาเซียจึงทำหน้าที่อภิบาลพระนัดดา เจ้าฟ้าชายอเล็กซานเดอร์ มกุฎราชกุมารแห่งยูโกสลาเวีย[5] พระองค์มีความปลื้มปิติที่ยังมีพระชนม์ทันได้เห็นพระนัดดาอเล็กซานเดอร์อภิเษกสมรสกับมาเรีย ดา กลอเรียแห่งออร์เลออง-บรากันซา

สิ้นพระชนม์แก้ไข

อัสปาซียา มาโนส เจ้าหญิงแห่งกรีซและเดนมาร์ก สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ค.ศ. 1972เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี สิริพระชนมายุได้ 75 พรรษา ซึ่งแต่เดิมได้ทำการฝังพระศพที่เกาะซานมีเกเลใกล้กับเมืองเวนิส ต่อมาได้มีการนำพระศพของพระองค์ไปฝัง ณ สุสานหลวงตาตอยใกล้กับเดเกเลีย (กรีก: Δεκέλεια) ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงเอเธนส์ประมาณ 23 กิโลเมตร

ลำดับพระตระกูลแก้ไข

เชิงอรรถแก้ไข

  1. มีพระยศที่ เจ้าหญิงแห่งกรีซและเดนมาร์ก ที่สถาปนาภายหลังการสวรรคตของพระภัสดา ไม่ใช่ที่ตำแหน่งเจ้าหญิงพระราชชายาฯ

อ้างอิงแก้ไข

  1. Ancestors of Aspasia Manos
  2. Hueck, Walter von, ed. (1987). Genealogisches Handbuch des Adels Fürstliche Häuser Band XIII (in German). Limburg an der Lahn: C. A. Starke. p. 33.
  3. 3.0 3.1 Diesbach, Ghislain de (1967). Secrets of the Gotha. translated from the French by Margaret Crosland. London: Chapman & Hall. p. 225.
  4. Montgomery-Massingberd, Hugh, ed. (1973-03-06). Burke's Guide to the Royal Family. London: Burke's Peerage. ISBN 0-220-66222-3.
  5. Diesbach, Ghislain de (1967). Secrets of the Gotha. translated from the French by Margaret Crosland. London: Chapman & Hall. p. 337.