อันชาร์ทิด: เดรกส์ฟอร์ชูน

อันชาร์ทิด: เดรกส์ฟอร์ชูน (อังกฤษ: Uncharted: Drake's Fortune) เป็นวิดีโอเกมแพลตฟอร์มแอ็กชันผจญภัย พัฒนาโดยนอตีด็อก และจำหน่ายโดยโซนี่อินเตอร์แอ็กทีฟเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ลงบนเพลย์สเตชัน 3 เป็นเกมแรกของเกมชุดอันชาร์ทิด เกมผสมผสานรูปแบบเกมแอ็กชันผจญภัยและแพลตฟอร์มเข้ากับเกมมุมมองบุคคลที่สาม เกมเล่าเรื่องราวการเดินทางของตัวเอกชื่อ นาธาน เดรก ผู้ที่เชื่อว่าเป็นทายาทของนักสำรวจเซอร์ ฟรานซิส เดรก ขณะที่เขาตามหาสมบัติของเมืองเอลโดราโดที่หายไป โดยได้ความช่วยเหลือจากนักข่าว เอเลนา ฟิชเชอร์ และที่ปรึกษา วิกเตอร์ ซัลลิแวน[2]

อันชาร์ทิด: เดรกส์ฟอร์ชูน
ผู้พัฒนานอตีด็อก
ผู้จัดจำหน่ายโซนี่อินเตอร์แอ็กทีฟเอ็นเตอร์เทนเมนต์
กำกับเอมี เฮนนิก
ออกแบบริชาร์ด เลอมาร์แชนด์
โปรแกรมเมอร์
  • Pål-Kristian Engstad
  • แดน ลีบโกลด์
  • ทราวิส แม็กอินทอช
ศิลปิน
เขียนบท
แต่งเพลงเกร็ก เอดมอนสัน
ชุดอันชาร์ทิด
เครื่องเล่น
วางจำหน่ายเพลย์สเตชัน 3
  • NA: November 19, 2007
  • AU: December 6, 2007
  • EU: December 7, 2007
เพลย์สเตชัน 4
  • PAL: October 7, 2015
  • NA: October 9, 2015
  • UK: October 9, 2015
แนวแอ็กชันผจญภัย
รูปแบบผู้เล่นคนเดียว

ในงานอีทรี 2006[3] เกมประกาศว่าพัฒนาประมาณสองปีก่อนวางจำหน่ายปลายปี ค.ศ. 2007[4] เกมถือว่าเป็นเกมสำคัญของเพลย์สเตชัน 3 ที่ออกในช่วงเทศกาลวันหยุดของปี ค.ศ. 2007[5] เกมได้รับการตอบรับที่ดีจากนักวิจารณ์ ส่วนใหญ่กล่าวถึงความสำเร็จเชิงเทคนิค การพากย์เสียง ตัวละคร เนื้อเรื่อง บรรยากาศ ดนตรีประกอบ ความใส่ใจรายละเอียด และมูลค่าการผลิตที่สูง คล้ายกับภาพยนตร์ฤดูร้อน แม้ว่าจะมีปัญหาเรื่องภาพกราฟิก ความยาว ยานพาหนะ และความยากของเกมจะได้รับการตอบรับที่ไม่ดีนัก เกมขายได้มากกว่าหนึ่งล้านหน่วยในเวลาสิบสัปดาห์ และเป็นหนึ่งในเกมขายดีระดับแพลตินัมในยุโรป[6] เกมภาคต่อ อันชาร์ทิด 2: อะมังทีฟส์ ออกจำหน่ายในปี ค.ศ. 2009 ตามด้วยอันชาร์ทิด 3: เดรกส์ดีเซปชัน ในปี ค.ศ. 2011 เกมที่สี่ อันชาร์ทิด 4: อะทีฟส์เอนด์ จำหน่ายในวันที่ 10 พฤษภาคม ค.ศ. 2016 ภาคเดรกส์ฟอร์ชูนได้จำหน่ายลงเพลย์สเตชัน 4 พร้อมอันภาคต่ออีกสองภาค ในชื่ออันชาร์ทิด เดอะนาธานเดรกคอลเลกชัน

เนื้อเรื่องแก้ไข

ที่นอกชายฝั่งปานามา นาธาน "เนต" เดรก (โนแลน นอร์ท) นักล่าสมบัติ และเอเลนา ฟิชเชอร์ (เอมิลี โรส) นักข่าว ขุดพบโลงศพของนักสำรวจชาวอังกฤษ เซอร์ ฟรานซิส เดรก บุคคลที่กล่าวกันว่าเป็นบรรพบุรุษของเนต ซึ่งเป็นเจ้าของแหวน (เนตครอบครองอยู่) ที่มีพิกัดบอกจุดที่พบโลงศพนั้น ในโลงศพ ทั้งคู่ไม่พบศพ แต่พบสมุดบันทึกเล่มเล็ก ซึ่งนาธานไม่ยอมให้เอเลนาอ่าน ต่อมา โจรสลัดกลุ่มหนึ่งเข้าจู่โจมเรือของพวกเขา และจุดไฟเผาเรือ ทำลายสิ่งที่ถูกบันทึกไว้ในสมุดเล่มนั้นและกล้องของเอเลนา หลังจากพาเธอไปจุดปลอดภัยได้ เนตได้พูดคุยส่วนตัวกับวิกเตอร์ "ซัลลี" ซัลลิแวน (ริชาร์ด แม็กกอนาเกิล) เพื่อนเก่าและผู้ให้คำปรึกษา จากเบาะแสที่พบในสมุดบันทึก เขาตั้งทฤษฎีว่าเดรกปลอมการตายเพื่อปกปิดการค้นพบเอลโดราโด เมืองโบราณที่สร้างจากทองคำทั้งหมด ซัลลีซึ่งกำลังมีปัญหาเรื่องเงิน ชักชวนให้เขาช่วยค้นหาเมืองดังกล่าว ทิ้งเอเลนาไว้ที่ท่าเรือ เนื่องจากเกรงว่า รายงานของเธอจะเรียกศัตรู

เนตและซัลลีสะกดรอยที่เดรกทิ้งไว้ถึงโบราณสถานแห่งหนึ่งในลุ่มน้ำแอมะซอน (ในประเทศเปรู) ซึ่งพวกเขาได้รู้ว่าเอลโดราโดไม่ใช่เมือง แต่เป็นรูปปั้นทองคำขนาดยักษ์ ความจริงแล้วเป็นโลงหิน ซึ่งถูกนำมาไว้หลายศตวรรษก่อนกองกิสตาดอร์ของชาวสเปน พวกเขาตามรอยได้จนถึงน้ำตกแห่งหนึ่ง ที่นั่น เขาพบกับเรืออูร้าง จากการค้นหาในเรือพบหน้าที่ขาดไปจากสมุดบันทึก ชี้ไปยังตำแหน่งของรูปปั้นตั้งอยู่ในอดีตอาณานิคมสเปนแห่งหนึ่งบนเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกที่ไม่มีในแผนที่ และมีศพชาวเยอรมันหลายคนที่เห็นได้ชัดว่าถูกข่วนจนตาย

เมื่อเนตออกมาจากเรือ เขาและซัลลีพบกับนักล่าสมบัติอีกคนหนึ่งชื่อ แกเบรียล โรแมน (ไซมอน เทมเพิลแมน) ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของซัลลี โรแมนบังคับเนตให้ส่งหน้ากระดาษที่ขาดไป ซัลลีเข้ามาขัดขวาง โรแมนจึงยิงซัลลีเสียชีวิต โดยมีอาทอก นาวาร์โร (โรบิน แอตคิน ดาวส์) นักโบราณคดีคอยสนับสนุนอยู่ข้าง ๆ ก่อนที่เขาจะฆ่าเนต ขีปนาวุธที่เนตถอดสลักไว้ยิงออกมาโดยบังเอิญ ทำให้เรืออูระเบิด ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของกลุ่มคนร้ายได้นานพอให้เดรกหลบหนีได้ เขาวิ่งไปพบเอเลนาโดยบังเอิญ เธอยอมช่วยเขาตามหารูปปั้น และโดยสารเครื่องบินของซัลลีเดินทางไปยังอาณานิคมเก่า

เครื่องบินถูกยิงตกกลางอากาศ แยกเนตและเอเลนาจากกันขณะที่พวกเขากระโดดร่มชูชีพหนีออกมา เขาตามรอยเธอไปยังป้อมปราการเก่าแห่งหนึ่งที่ถูกยึดโดยโจรสลัดกลุ่มหนึ่ง นำโดยเอดดี ราจา (เจมส์ เซีย) คู่ปรับเก่าของเดรกที่ทำงานให้โรแมน จับเนตขังไว้และสั่งให้เขาช่วยตามหาสมบัติดังกล่าว เอเลนานั่งรถจีปมาถึงและพาเขาออกไปได้ แต่ไม่สามารถหนีคนของเอดดีได้ หลังติดอยู่นาน เนตสามารถขับรถจีปข้ามเหวและลงมายังทะเลสาบรอบท่าเรือของอาณานิคม เนตรู้สึกเหนื่อย ได้รับบาดเจ็บ และเศร้าโศกที่ซัลลีเสียชีวิต เนตตัดสินใจยอมแพ้และกลับบ้าน เอเลนาพยายามโน้มน้าวให้เนตตามหาสมบัติให้พบ และทั้งคู่ร่วมมือกันมาจนถึงศุลกสถานแห่งหนึ่ง ที่นั่น เนตสามารถตามรอยรูปปั้นไปถึงอารามภายในเกาะ ขณะลาดตระเวน เขาพบว่าโรแมนก็พบรูปปั้นแล้วเช่นกันจากความช่วยเหลือของซัลลีที่เข้าใจกันว่าเสียชีวิตแล้ว ขณะพวกเขากำลังไล่ตาม เอเลนาตกสะพานและต้องยอมทิ้งกล้องของเธอเพื่อที่เนตจะได้ช่วยชีวิตเธอได้ เนตตามซัลลีจนทันและกล่าวหาว่าเขาทรยศ แต่ซัลลีเผยว่าเขาแกล้งช่วย และรอดจากกระสุนของโรแมนได้เพราะสมุดบันทึกของเดรกที่ใส่ไว้ที่กระเป๋าเสื้อ ทำให้บาดแผลไม่ร้ายแรง

พวกเขาสามคนฝ่าฟันคนของโรแมนไปจนถึงห้องใต้ดินแห่งหนึ่ง ซึ่งเนตเชื่อว่ามีรูปปั้นฝังอยู่ ขณะเดียวกัน เอดดีที่กำลังหวาดระแวง เตือนโรแมนว่ามีปีศาจกำลังฆ่าคนของพวกเขา แต่โรแมนมองว่าไร้สาระ เนตตรวจสอบในห้องใต้ดินหลังจากกับดักประตูลับทำให้เขาแยกกับซัลลี โชคร้ายที่เนตและเอเลนา หลังจากค้นหาต่อไปโดยไม่มีซัลลี ไม่พบรูปปั้นแต่กลับพบศพของเดรก ซึ่งทิ้งแหวนไว้ (เชื่อว่าเขาไม่เคยพบโลงหินดังกล่าว) สัตว์ประหลาดคล้ายซอมบีกลุ่มหนึ่งเข้ารุมเขาและเพื่อน ๆ ร่วมถึงเอดดีและสมุน ในระหว่างชุลมุน เอดดีและคนของเขาถูกฆ่าตาย เนตและเอเลนายังคงตามหาต่อไปจึงฐานทัพเรือดำน้ำนาซีเก่าที่ถูกสร้างภายในเกาะ ขณะเนตตามหาจดหมายที่เดรกเขียนเปิดเผยความจริงที่ว่า เอลโดราโดมีคำสาปปกป้องไว้ ทำให้นักล่าชาวสเปนและทหารชาวเยอรมันกลายเป็นสัตว์ประหลาด เดรกพยายามหาทางทำลาย แต่สัตว์ประหลาดฆ่าเขาเสียก่อน รูปภาพรูปหนึ่งเผยว่าศพของเดรกเคยอยู่หน้ารูปปั้นก่อนถูกชาวเยอรมันย้ายตัวไป

ขณะเดียวกัน เอเลนาถูกโรแมนจับตัวไป เนตกลับมารวมตัวกับซัลลีได้และตามเขาไปถึงรูปปั้น โรแมนเปิดโลงหินตามคำแนะนำของนาวาร์โร ทำให้เขาสูดเชื้อไวรัสเข้าไป ขณะที่เขากำลังกลายร่าง นาวาร์โรยิงเขาจนตายและสั่งให้คนของเขานำโลงหินไปเพื่อที่เขาจะได้นำไวรัสไปประมูลในตลาดมืด เนตกระโดดไปที่ตาข่ายที่ขนรูปปั้นและผูกกับเฮลิคอปเตอร์ ขณะที่เอเลนาที่ถูกจับตัวอยู่หาทางฆ่าคนขับได้ ทำให้เฮลิคอปเตอร์ตกลงบนเรือขนสินค้าของนาวาร์โร เนตฆ่าคนร้ายที่เหลือและพยายามช่วยชีวิตเอเลนา แต่ถูกนาวาร์โรเข้าจู่โจม หลังจากสู้กันด้วยหมัด เขาดึงเธอออกจากเฮลิคอปเตอร์ได้ ผลักเฮลิคอปเตอร์ตก และพานาวาร์โรที่ขาพันกับเชือกตาข่ายตกทะเลไปด้วย

เวลาผ่านไป ซัลลีขับเรือสปีดโบ๊ตมาถึง เอเลนาสร้างความแปลกใจให้เนตโดยคืนแหวนประจำตระกูลให้เขา และให้เขาสัญญาว่าจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เธอขาดตกไป ทั้งคู่กอดกันขณะที่ซัลลีขับเรือออกไปในเวลาพระอาทิตย์ตกดิน

อ้างอิงแก้ไข

  1. Thomsen, Michael (February 5, 2008). "Inside The Story: Naughty Dog Interview". IGN. สืบค้นเมื่อ March 5, 2017.
  2. Helgeson, Matt (December 2007). "Uncharted: Drake's Fortune Review". Game Informer. Cathy Preston (176): 149. Archived from the original on April 9, 2008. สืบค้นเมื่อ 2008-11-24.
  3. Nix, Marc (2006-05-08). "E3 2006: Eyes-on Naughty Dog's Untitled Trailer". IGN. สืบค้นเมื่อ 2008-08-12.
  4. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ gamespotinterview
  5. Miller, Greg (2007-11-13). "Uncharted: Drake's Fortune Review". IGN PS3. IGN Entertainment, Inc. สืบค้นเมื่อ 2007-12-20.
  6. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ platinum

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข